CW Audit Co.,Ltd. Accounting & Audit

09/05/2026

หลักเกณฑ์มาตรการภาษีเพื่อสนับสนุนการจัดอบรมสัมมนาในประเทศ- พระราชกฤษฎีกา ออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่า.....

06/05/2026

**แจกฟรี! "คู่มือแก้กับดัก VAT ฉบับเจ้าของร้าน" เปลี่ยนกำไรทิพย์ ให้เป็นเงินจริง... ก่อนที่กับดักภาษีจะงับกำไรที่คุณเหนื่อยสร้างมาจนหมด**

สวัสดีครับ เพื่อนๆ พี่ๆ เจ้าของร้านอาหาร คาเฟ่ และผู้ประกอบการสายกินดื่มทุกท่าน

เคยมีความรู้สึกแบบนี้ไหมครับ?
ลูกค้าเต็มร้าน ออเดอร์เข้าไม่หยุด ครัวผัดกันไฟลุก บาริสต้าชงกาแฟมือระวิง...
แต่พอสิ้นเดือนมานั่งปิดยอด เปิดลิ้นชักดูเงินสด หรือเช็กเงินในบัญชี กลับพบคำถามที่ชวนให้อ่อนใจว่า...
**"เราเหนื่อยขนาดนี้... เงินมันหายไปไหนหมด?"**

ถ้าดูจากภาพประกอบที่ผมทำมา
ฝั่งซ้ายคือสิ่งที่หลายร้านกำลังเผชิญโดยไม่รู้ตัวครับ คือการเดินเข้าสู่ **"กับดัก VAT"**
กับดักที่มองไม่เห็น แต่มีอานุภาพทำลายล้างกำไรสุทธิ (Net Profit) ของท่านหายไปได้ถึง 20-30% ในพริบตา

**ทำไมร้านอาหารส่วนใหญ่ถึงติดกับดักนี้?**

ไม่ใช่เพราะท่านทำอาหารไม่อร่อย หรือบริหารงานไม่เก่งนะครับ
แต่เป็นเพราะ **"โครงสร้างราคา"** และ **"ความเข้าใจเรื่องภาษี"** ในวันแรกที่เปิดร้าน อาจจะยังไม่ได้ถูกวางแผนมาเพื่อรองรับวันที่ท่าน "ขายดี"

* บางร้านตั้งราคาขาย 100 บาท โดยลืมคิดเผื่อว่า วันหนึ่งถ้าต้องจด VAT เงิน 100 บาทนั้น จะไม่ใช่ของร้านทั้งหมด แต่ต้องแบ่ง 7 บาทให้สรรพากร (ถ้ารวม VAT) หรือต้องบวกเพิ่มเป็น 107 บาท (ถ้าแยก VAT) ซึ่งอาจทำให้ลูกค้าหนี
* บางร้านซื้อวัตถุดิบจากตลาดสด (ไม่มี VAT) แต่ขายอาหารแปรรูป (มี VAT) ทำให้หา "ภาษีซื้อ" มาหักลบได้น้อยมาก กลายเป็นว่าต้องจ่ายภาษีขายเต็มๆ จนเข้าเนื้อ
* บางร้านกลัวภาษีจนไม่กล้าขยายร้าน หรือพยายามหลบเลี่ยง จนกลายเป็นระเบิดเวลาที่ทำให้กินไม่อิ่ม นอนไม่หลับ เพราะกลัวโดนเรียกเก็บย้อนหลัง

**เปลี่ยน "ความกลัว" ให้เป็น "ความเข้าใจ"**

เพื่อให้ท่านเจ้าของร้านได้ลองกลับมาตรวจสุขภาพการเงินของร้านตัวเอง ผมจึงได้จัดทำ **"คู่มือแก้กับดัก VAT ฉบับเจ้าของร้าน (Step-by-Step Guide)"** ขึ้นมา เพื่อแจกให้ท่านนำไปใช้เช็กจุดเสี่ยงได้ด้วยตัวเองครับ

**ในคู่มือฉบับนี้ ท่านจะได้พบกับทางแก้และวิธีคิดที่ถูกต้อง (ตามภาพฝั่งขวา):**

1. **เช็กลิสต์รายได้ 1.8 ล้าน:** วิธีคำนวณรายได้ที่ถูกต้อง ว่าร้านท่านใกล้แตะเพดานที่ต้องจด VAT หรือยัง? (ขายได้วันละ 5,000 บาท ก็ต้องเริ่มระวังแล้วนะครับ)
2. **สูตรตั้งราคาหนีกับดัก:** วิธีคำนวณต้นทุนอาหาร (Food Cost) บวก VAT อย่างไร ให้ลูกค้ายังแฮปปี้ และร้านยังมีกำไรเหลือจริงๆ
3. **เทคนิคจัดการภาษีซื้อ:** วิธีเปลี่ยนบิลเงินสด บิลแม็คโคร/โลตัส ให้กลายเป็นเครดิตภาษีที่ถูกต้อง ช่วยลดภาระภาษีขายที่ต้องนำส่ง

https://drive.google.com/file/d/1tt4eOMyTr7QpMjGTQO7Iw-0aGS4TZGpX/view?usp=sharing

---

**แต่อย่าเพิ่งวางใจครับ... "คู่มือ" คือแผนที่ แต่ "นักบัญชี" คือเข็มทิศ**

การอ่านคู่มือจะช่วยให้ท่าน "รู้" ว่ากับดักอยู่ตรงไหนครับ
แต่การจะ "เดินข้าม" กับดักเหล่านั้นไปได้อย่างปลอดภัย ในสถานการณ์จริงที่ร้านเปิดทุกวัน บิลวิ่งทุกนาที... มันมีความซับซ้อนซ่อนอยู่ครับ

* **ระบบ POS หน้าเคาน์เตอร์:** ท่านมั่นใจไหมว่า ปุ่มที่พนักงานกดทุกวันนี้ มันบันทึกยอดขายถูกต้องตามหลักภาษี? (Tax Point เกิดเมื่อไหร่? ตอนรับเงิน หรือตอนเสิร์ฟ?)
* **เอกสารหลังบ้าน:** บิลค่าแก๊ส ค่าเช่าที่ ค่าตกแต่งร้าน บิลไหนใช้ลดหย่อนได้ บิลไหนใช้ไม่ได้? ถ้ายื่นผิดไป สรรพากรตีกลับมาพร้อมเบี้ยปรับ มันจะไม่คุ้มเอานะครับ
* **การวางแผนกำไร:** นักบัญชีไม่ได้มีหน้าที่แค่ "ยื่นแบบภาษี" ให้จบๆ ไปครับ แต่หน้าที่ของเราคือช่วยท่านดูว่า *"ทำยังไงให้ยอดขายเท่าเดิม แต่กำไรเหลือมากขึ้น"* ด้วยการบริหารจัดการภาษีอย่างถูกวิธี

**อย่าปล่อยให้ "กำไรทิพย์" หลอกตาท่านอีกต่อไป**

ธุรกิจร้านอาหารคืองานศิลปะที่ต้องใช้ใจทำครับ ผมนับถือในความทุ่มเทของทุกท่าน
ดังนั้น... อย่าให้เรื่องตัวเลขที่ซับซ้อน มากัดกินกำลังใจและกำไรของท่านเลยครับ

ลองโหลดคู่มือไปศึกษาเบื้องต้นดูก่อนครับ
แต่หากท่านอ่านแล้วเริ่มรู้สึกว่า *"เอ๊ะ... ที่ผ่านมาเราทำถูกหรือเปล่า?"*
หรือ *"ร้านเรากำลังเข้าข่ายต้องจด VAT แล้วหรือยัง?"*

ไม่ต้องเก็บความกังวลไว้คนเดียวนะครับ ทักมาปรึกษาผมได้เลย
ผมยินดีช่วยเข้าไปดูโครงสร้างบัญชีและภาษีของร้านท่าน ให้คำแนะนำแบบภาษาคนทำร้านคุยกัน เข้าใจง่าย ไม่ใชาศัพท์เทคนิคให้ปวดหัว

เพื่อให้ท่านได้กลับไปโฟกัสกับการรังสรรค์เมนูอร่อยๆ และบริการลูกค้า
ส่วนเรื่องตัวเลขที่ยุ่งยาก... ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของมืออาชีพช่วยดูแล เพื่อเปลี่ยน "กำไรทิพย์" ให้เป็น "เงินจริง" เข้ากระเป๋าท่านอย่างยั่งยืนครับ

**สนใจปรึกษาเรื่องวางระบบบัญชีร้านอาหาร หรือวางแผนภาษี VAT**
ทักข้อความ (Inbox) หรือแอดไลน์มาคุยกันก่อนได้เลยครับ

ด่วน! พิมพ์ “สนใจ” ใต้โพสต์ หรือทักแชทรับสิทธิ์เลย 👉 https://m.me/taxtube2021

#บัญชีร้านอาหาร #เจ้าของร้านกาแฟ #ภาษีร้านอาหาร #วางระบบบัญชี #ที่ปรึกษาบัญชี #ผู้สอบบัญชี #กำไรทิพย์

---

06/05/2026

📑 "หนังสือเตือน" ออกยังไงให้เป๊ะ? ไม่ให้ HR ต้องกุมขมับตอนขึ้นศาลแรงงาน!
การบริหารคน เรื่องที่หนักใจที่สุดอย่างหนึ่งของ HR และเจ้าของกิจการ คือ การจัดการพนักงานที่ทำผิดระเบียบวินัย ซึ่งจะเรียกมาด่าก็เสียบรรยากาศ จะไล่ออกเลยก็เสี่ยงโดนฟ้อง "หนังสือเตือน" จึงเป็นเครื่องมือสำคัญที่มีไว้เพื่อให้พนักงานได้ "ปรับปรุงตัว" และเป็น "เกราะคุ้มกัน" ทางกฎหมายให้บริษัทด้วย

---------------------------

วันนี้เรามาเจาะลึก 3 เรื่องที่ต้องรู้เกี่ยวกับหนังสือเตือนกัน! 👇
1. หนังสือเตือน คืออะไร?
หนังสือที่นายจ้างแจ้งให้พนักงานทราบว่า พนักงานได้กระทำความผิดวินัย ตามข้อบังคับการทำงาน หรือระเบียบของบริษัท โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อตำหนิโทษและสั่งกำชับไม่ให้กระทำผิดซ้ำอีก หากทำผิดซ้ำในเรื่องเดิม นายจ้างจะมีสิทธิ์เลิกจ้างได้โดยไม่ต้องจ่ายค่าชดเชย (ตามมาตรา 119(4) แห่ง พรบ. คุ้มครองแรงงาน)
2. หลักการออกหนังสือเตือน (Checklist ที่ต้องมี)
เพื่อให้หนังสือเตือนมีผลสมบูรณ์ตามกฎหมาย ควรประกอบด้วยองค์ประกอบดังนี้:
▪ ระบุรายละเอียดความผิดให้ชัดเจน: วัน เวลา สถานที่ และพฤติการณ์ที่ทำผิด (อย่าเขียนกว้างๆ ว่า "ทำผิดระเบียบ" ต้องระบุว่าทำอะไร ผิดข้อไหน)

▪ อ้างถึงระเบียบข้อบังคับ: ระบุว่าการกระทำนั้นขัดต่อข้อบังคับการทำงานฉบับไหน ข้อใด

▪ ระบุโทษที่จะได้รับหากทำผิดซ้ำ: ต้องมีข้อความเตือนว่า "หากกระทำผิดซ้ำในเรื่องเดิมอีก บริษัทจะเลิกจ้างโดยไม่จ่ายค่าชดเชย"

▪ ลงลายมือชื่อนายจ้าง/ผู้มีอำนาจ: และวัน/เดือน/ปี ที่ออกหนังสือ

▪ การแจ้งให้พนักงานรับทราบ: ให้พนักงานเซ็นรับทราบ หากไม่ยอมเซ็นจะต้องมีพยานเซ็นรับรองอย่างน้อย 2 คน หรือส่งไปรษณีย์ตอบรับไปที่ที่อยู่ตามทะเบียนบ้าน
3. ข้อควรระวังที่ HR ต้องรู้ !!

1️⃣ อายุความของหนังสือเตือน
หนังสือเตือนมีผลบังคับใช้แค่ 1 ปี นับตั้งแต่วันที่พนักงานทำผิด (ไม่ใช่ 1 ปีจากวันที่ออกหนังสือนะจ๊ะ!) ถ้าผ่านไปปีนึงแล้วทำผิดซ้ำเรื่องเดิม จะมาอ้างใบเตือนใบเก่าเพื่อเลิกจ้างไม่จ่ายค่าชดเชยไม่ได้แล้วนะ

2️⃣ ห้ามลงโทษซ้ำ
หากลงโทษเรื่องนั้นไปแล้ว เช่น พักงาน 3 วันไปแล้ว จะมาออกหนังสือเตือนตามหลังในเรื่องเดิมอีกไม่ได้ (เลือกได้แค่ทางเดียว)

3️⃣ ความผิดต้องเป็นเรื่องเดียวกัน
การจะเลิกจ้างโดยไม่จ่ายค่าชดเชยเพราะ "ผิดซ้ำคำเตือน" ความผิดครั้งหลังต้องเป็น "เรื่องเดิม" หรือมีลักษณะใกล้เคียงกับที่เคยเตือนไว้เท่านั้น

4️⃣ ห้ามออกหนังสือเตือนย้อนหลัง
พยายามออกหนังสือทันทีที่พบความผิด หรือหลังจากสอบสวนเสร็จสิ้นภายในเวลาที่เหมาะสม

---------------------------

หนังสือเตือนไม่ใช่แค่การทำโทษ แต่เป็นการให้โอกาสพนักงานได้แก้ไข และเป็นการเซฟบริษัทให้ทำทุกอย่างตามขั้นตอนกฎหมาย
🎁 แจกฟรี!! ตัวอย่างใบเตือนพนักงาน
เพื่อให้เพื่อนๆนำไปปรับใช้ โดยตัวอย่างหนังสือเตือนพนักงานนี้ครอบคลุมเนื้อหาสำคัญตามกฎหมายแรงงานไว้ให้แล้ว

🌐เข้ากลุ่ม และไป Download ฟรีได้เลยที่นี่ 👇https://www.facebook.com/groups/hrthailand
หวังว่าเนื้อหาในวันนี้จะเป็นประโยชน์ต่อเพื่อนๆ ชาว HR ทุกคนนะครับ
หากใครมีข้อสงสัยหรืออยากแชร์ประสบการณ์การออกใบเตือน คอมเมนต์แลกเปลี่ยนกันได้เลย!

---------------------------

#ติดตามเพจHRThailand เพื่อรับข้อมูลดีๆ เกี่ยวกับHR และการพัฒนาตนเอง
💻 ติดต่องาน หรือ ลงโฆษณา
📩 InBox Page HR Thailand
📲 โทร: 080-3283745
📧 Email: [email protected]
#กฎหมายแรงงาน ืออาชีพ #หนังสือเตือน #บริหารคน #ความรู้กฎหมาย

06/05/2026

ซื้อของจาก Shopee Lazada แล้วไม่ได้รับใบเสร็จ ทำอย่างไร❓
1⃣ จัดทำเอกสารใบรับรองแทนใบเสร็จรับเงิน
2⃣ แนบหลักฐานการสั่งซื้อสินค้า + รูปถ่ายสินค้า + หลักฐานการจ่ายชำระเงิน
🙂 วิธีนี้สามารถนำไปใช้กับการซื้อสินค้าแล้วผู้ขายไม่ออกใบเสร็จได้ทุกกรณีเลยครับ ไม่จำกัดเฉพาะการซื้อของจาก Shopee Lazada เท่านั้น
เอกสาร "ใบรับรองแทนใบเสร็จรับเงิน" จะใช้แก้ไขปัญหากรณีที่กิจการซื้อสินค้าหรือบริการ แล้วผู้ขายสินค้าไม่ได้ออกเอกสารหลักฐานการจ่ายชำระค่าสินค้าหรือบริการให้ เช่น ไม่ออกใบเสร็จรับเงิน
กรณีที่เป็นการจ่ายค่าใช้จ่ายเบ็ดเตล็ดจำนวนเงินไม่เยอะ เช่น ค่าแมสเซนเจอร์ส่งเอกสาร 50 บาท ผู้ประกอบการสามารถเขียนรายการจ่ายค่าใช้จ่ายลงในเอกสาร "ใบรับรองแทนใบเสร็จรับเงินได้เลย" ไม่จำต้องแนบเอกสารอะไรเพิ่มเติม
แต่ถ้าเป็นกรณีที่เป็นสินค้าหรือบริการที่มีมูลค่าสูง กิจการจะต้องแนบเอกสารหลักฐานเพิ่มเติมเพื่อให้เจ้าหน้าที่พิสูจน์ได้ว่ากิจการมีการซื้อสินค้าและได้จ่ายเงินไปจริง เช่น หลักฐานการสั่งซื้อสินค้า, หลักฐานการได้รับเสินค้าหรือบริการ เช่น รูปถ่ายสินค้า, หลักฐานการจ่ายชำระเงิน เช่น Slip โอนเงิน เป็นต้น
ใครอยากได้แบบฟอร์มใบรับรองแทบใบเสร็จรับเงิน (Excel File) >> https://iliketax.com/file/download/W6XpkirFu1vlvhR1SjvoGmcECpY7jF8t

06/05/2026
22/04/2026

Inbox: วันอังคารที่ 21 เมษายน พ.ศ. 2569 เวลา 15:18 น.
คุณ Chompoo Accounting
เรียนปรึกษา อาจารย์ค่ะ
กรณีบริษัทฯ ซื้อยางพาราจากโรงงานในประเทศ เงื่อนไขส่งมอบ FOB โดยบริษัท ขายสินค้านี้ให้ลูกค้านิติบุคคลต่างประเทศ โดยให้ทางผู้จำหน่ายเป็นผู้ดำเนินการส่งออกให้ การชำระเงินค่ายางพารา เป็นเงิน USD แล้ว รับชำระลูกค้าเป็น USD
บริษัทฯ ต้องจด VAT ผู้ส่งออกไหม
การซื้อขาย กรณีนี้ จัดอยู่ในการขายส่งออก หรือนอกราชอาณาจักร
เพิ่มเติม ต้องชำระภาษีหัก ณ ที่จ่ายค่ายางพารา 0.75 ตอนจ่ายชำระค่ายางพาราไหมค่ะ แต่สกุลเงินตอนจ่ายเป็น USD ส่งมอบ ณ กาบเรือ FOB

สุเทพ พงษ์พิทักษ์ วิสัชนา:
ตามข้อ 3 ของคำสั่งกรมสรรพากรที่ ป. 97/2543 เรื่อง การส่งออกสินค้า ซึ่งผู้ประกอบการจดทะเบียนได้รับสิทธิเสีย ภาษีมูลค่าเพิ่มในอัตราร้อยละ 0 ตามมาตรา 80/1 แห่งประมวลรัษฎากร ลงวันที่ พ.ศ. 2543 กรมสรรพากรได้วางแนวทางปฏิบัติกรณีผู้ประกอบการจดทะเบียนได้รับคำสั่งซื้อจากผู้ซื้อในต่างประเทศและผู้ประกอบการจดทะเบียนซื้อสินค้าดังกล่าวจากโรงงานผู้ผลิตหรือผู้ขายในประเทศ โดยให้โรงงานผู้ผลิตหรือผู้ขายในประเทศเป็นผู้ดำเนินพิธีการศุลกากรยื่นใบขนสินค้าขาออกในนามของโรงงานผู้ผลิตหรือผู้ขายในประเทศ เพื่อส่งสินค้าออกนอกราชอาณาจักรเพื่อส่งไปต่างประเทศ ตามมาตรา 77/1 (14) แห่งประมวลรัษฎากร ดังนี้
“ข้อ 3 กรณีผู้ประกอบการจดทะเบียนได้รับคำสั่งซื้อจากผู้ซื้อในต่างประเทศและผู้ประกอบการจดทะเบียนซื้อสินค้าดังกล่าวจากโรงงานผู้ผลิตหรือผู้ขายในประเทศ โดยให้โรงงานผู้ผลิตหรือผู้ขายในประเทศเป็นผู้ดำเนินพิธีการศุลกากรยื่นใบขนสินค้าขาออกในนามของโรงงานผู้ผลิตหรือผู้ขายในประเทศ เพื่อส่งสินค้าออกนอกราชอาณาจักรเพื่อส่งไปต่างประเทศ ตามมาตรา 77/1 (14) แห่งประมวลรัษฎากร การที่โรงงานผู้ผลิตหรือผู้ขายในประเทศขายสินค้าให้แก่ผู้ประกอบการจดทะเบียน ถือเป็นการขายสินค้าในราชอาณาจักร ตามมาตรา 77/2 แห่งประมวลรัษฎากร โรงงานผู้ผลิตหรือผู้ขายในประเทศมีหน้าที่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มโดยคำนวณภาษีตามมาตรา 80 แห่งประมวลรัษฎากร ซึ่งต้องจัดทำใบกำกับภาษีเรียกเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มจากผู้ประกอบการจดทะเบียน ตามมาตรา 82/4 และมาตรา 86 แห่งประมวลรัษฎากร กรณีดังกล่าว ถือว่าผู้ประกอบการจดทะเบียนซึ่งได้รับคำสั่งซื้อจากต่างประเทศเป็นผู้ส่งออกตามมาตรา 77/1 (13) แห่งประมวลรัษฎากร และได้รับสิทธิเสียภาษีมูลค่าเพิ่มในอัตราร้อยละ 0 ตามมาตรา 80/1 แห่งประมวลรัษฎากร
ผู้ประกอบการจดทะเบียนตามวรรคหนึ่ง จะต้องมีหลักฐานดังต่อไปนี้พร้อมที่จะให้เจ้าพนักงานประเมินตรวจสอบได้
(1) หลักฐานที่แสดงว่าผู้ซื้อในต่างประเทศซื้อสินค้าจากผู้ประกอบการจดทะเบียนจริง เช่น Proforma Invoice หรือ Purchase Order หรือ Order Note หรือเอกสารอื่นที่มีลักษณะทำนองเดียวกัน
(2) หลักฐานที่แสดงว่าผู้ประกอบการจดทะเบียนซื้อสินค้าจากโรงงานผู้ผลิตหรือผู้ขายในประเทศ และโรงงานผู้ผลิตหรือผู้ขายในประเทศได้จัดทำใบกำกับภาษีเรียกเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มจากผู้ประกอบการจดทะเบียน ตามมาตรา 82/4 และมาตรา 86 แห่งประมวลรัษฎากร เว้นแต่ เป็นการขายสินค้าที่ได้รับยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม ตามมาตรา 81 แห่งประมวลรัษฎากร โรงงานผู้ผลิตหรือผู้ขายในประเทศไม่มีหน้าที่ต้องจัดทำใบกำกับภาษีให้แก่ผู้ประกอบการจดทะเบียน แต่ต้องจัดทำใบส่งของให้แก่ผู้ประกอบการจดทะเบียน ตามมาตรา 105 จัตวา แห่งประมวลรัษฎากร
(3) หลักฐานที่แสดงว่าจะมีการชำระราคาค่าสินค้าตามใบกำกับสินค้า (Invoice) ในนามของผู้ประกอบการจดทะเบียน เช่น หลักฐานการเปิด L/C (Letter of Credit) หรือหลักฐานการจัดทำ T/T (Telex Transfer) หรือ T/P (Term of Payment) เป็นต้น เว้นแต่กรณีดังต่อไปนี้
(ก) กรณีผู้ซื้อในต่างประเทศมอบหมายให้ตัวแทน ผู้ทำการแทน หรือสำนักงานสาขาในประเทศไทยเป็นผู้ชำระราคาค่าสินค้าแทน ผู้ประกอบการจดทะเบียนสามารถใช้เอกสารที่ระบุว่านำเงินเข้าบัญชีธนาคาร หรือ Bank Statement ในนามของผู้ประกอบการจดทะเบียน เพื่อเป็นหลักฐานแสดงว่าจะมีการชำระราคาค่าสินค้าตามใบกำกับสินค้า (Invoice) ก็ได้
(ข) กรณีผู้ประกอบการจดทะเบียนส่งสินค้าไปเป็นตัวอย่างให้แก่ผู้ซื้อในต่างประเทศ โดยไม่มีค่าตอบแทน ก็ไม่จำต้องมีหลักฐานแสดงว่าจะมีการชำระราคาค่าสินค้าตามใบกำกับสินค้า (Invoice)
(4) หลักฐานที่แสดงว่าจะมีการชำระราคาค่าสินค้าตามใบกำกับสินค้า (Invoice) ในนามของผู้ประกอบการจดทะเบียนตาม (3) อาจไม่ตรงกับใบกำกับสินค้า (Invoice) ก็ได้ หากปรากฏว่าผู้ซื้อในต่างประเทศได้แยกหลักฐานการชำระราคาค่าสินค้าในนามของผู้ประกอบการจดทะเบียนและโรงงานผู้ผลิตหรือผู้ขายในประเทศออกจากกัน
(5) หลักฐานสำเนาใบขนสินค้าขาออกที่ผ่านพิธีการศุลกากรฉบับที่มีการสลักหลังการตรวจปล่อยสินค้าโดยเจ้าหน้าที่ศุลกากร หรือหลักฐานอื่นที่แสดงว่ามีการตรวจปล่อยสินค้าโดยเจ้าหน้าที่ศุลกากร ในนามของโรงงานผู้ผลิตหรือผู้ขายในประเทศ ซึ่งส่งออกสินค้าประเภท ชนิด และจำนวนเท่ากับสินค้าตามหลักฐานตาม (1)”

ต่อข้อถาม ขอเรียนว่า
ตามแนวทางปฏิบัติข้างต้น สำหรับการขายสินค้าทั่วไป ที่มิใช่น้ำตาลทราย ตามข้อ 14 ของคำสั่งกรมสรรพาการที่ ป. 97/2543ฯ โดยกำหนดให้ โรงงานผู้ผลิตหรือผู้ขายในประเทศขายสินค้าให้แก่บริษัทฯ ถือเป็น “การขายสินค้าในราชอาณาจักร” ตามมาตรา 77/2 แห่งประมวลรัษฎากร โรงงานผู้ผลิตหรือผู้ขายในประเทศมีหน้าที่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มในอัตรา 7% ตามมาตรา 80 แห่งประมวลรัษฎากร ซึ่งต้องจัดทำใบกำกับภาษีเรียกเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มจากบริษัทฯ ตามมาตรา 82/4 และมาตรา 86 แห่งประมวลรัษฎากร กรณีดังกล่าว ถือว่าบริษัทฯ ซึ่งได้รับคำสั่งซื้อจากต่างประเทศเป็นผู้ส่งออกตามมาตรา 77/1 (13) แห่งประมวลรัษฎากร และได้รับสิทธิเสียภาษีมูลค่าเพิ่มในอัตราร้อยละ 0 ตามมาตรา 80/1 (1) แห่งประมวลรัษฎากร ทั้งนี้ บริษัทจะต้องมีหลักฐานดังต่อไปนี้พร้อมที่จะให้เจ้าพนักงานประเมินตรวจสอบได้

20/04/2026
20/03/2026

📌พนักงานเรียก Grab ไปทำงานนอกสถานที่ เบิกยังไงให้ “ถูกต้อง” ใช้เป็นค่าใช้จ่ายบริษัทได้! 📌

ใครที่ให้พนักงานเรียก Grab / แท็กซี่ / เดินทางไปทำงานนอกสถานที่
ต้องรู้เรื่องนี้เลยค่ะ

🚨 ปัญหาที่เจอบ่อย
❌ ใบเสร็จออก “ชื่อพนักงาน” ไม่ใช่ชื่อบริษัท
❌ บางครั้ง “ไม่มีใบเสร็จ” มีแค่แคปหน้าจอการเดินทางในแอพพลิเคชั่น

📄แล้วต้องมีเอกสารอะไรบ้างถึงจะถูกต้อง?
✅ 1. ใบเบิกค่าใช้จ่ายค่าเดินทาง
ระบุชื่อพนักงาน / วันที่ / เหตุผลการเดินทาง / สถานที่ที่ไป / จำนวนค่าโดยสาร

✅ 2. หลักฐานค่าใช้จ่าย
ใบเสร็จรับเงิน (แม้จะเป็นชื่อพนักงานก็ได้) และแคปหน้าจอจากแอพพลิเคชั่นโดยต้องมีรายละเอียดการเดินทาง + ราคาด้วย

✅ 3. หลักฐานการจ่ายเงิน
สลิปโอนเงินให้ไรเดอร์ (กรณีโอนชำระตอนถึงที่หมายแล้ว)

✅ถ้าไม่มั่นใจเรื่องภาษีหรืออยากให้มืออาชีพดูแลเรื่องบัญชี-ภาษีของคุณติดต่อเราได้เลย
📞 โทร: 02-966-5589
💬 Line ID : (มี @ นำหน้า)
🌐 เว็บไซต์: www.account.co.th
#สรรพากร #ภาษีหักณที่จ่าย #สำนักงานบัญชี #นนทบุรี #ทำบัญชี #ยื่นภาษี #ยื่นเพิ่มเติม #ภาษีมูลค่าเพิ่ม #ค่าเดินทาง
❤️ กดรีวิวเพจเป็นกำลังใจให้แอดมินด้วยนะคะ จะได้มีสาระดีๆ มาแชร์อีกค่ะ!

20/03/2026

ขออนุญาตแบ่งปัน ความรู้

จะเกิดอะไรขึ้นกับคนทำอสังหา
เมื่อมาตรา 49 ทวิเปลี่ยน.

เมื่อกว่า 90% ของคนทำอสังหารายเล็ก
มักจะซื้อขายบ้านในรูปแบบบุคคลธรรมดา.

ซึ่งจะมีข้อดี ก็คือ..
ต้นทุนภาษีจะถูกกว่ารูปแบบนิติบุคคล.

ค่าธรรมเนียมการโอน 2%
- นิติบุคคล 2%
- บุคคลธรรมดา 2% => ตอนนี้เหลือ 0.01%
(บ้านไม่เกิน 7 ล้านถึง 30 มิ.ย. 69).

ภาษีธุรกิจเฉพาะ 3.3% / อากรแสตมป์ 0.5%
- นิติบุคคล 3.3% (ไม่มียกเว้น)
- บุคคลธรรมดา 0.05% สำหรับอากรแสตมป์
(กรณีมีชื่อในทะเบียนบ้านครบ 1 ปี/ถือครองเกิน 5 ปี).

ภาษีเงินได้ คิดแบบขั้นบันได
- นิติบุคคล 1% (ตายตัว)
- บุคคลธรรมดา คิดแบบขั้นบันได 0.4-2.5%++.

จะเห็นได้ว่าโดยทั่วไป
ภาษีในนามบุคคลจะถูกกว่า
ไม่เว้นแม้กระทั่งภาษีเงินได้ที่คิดแบบขั้นบันได
รวมถึงมาตรา 49 ทวิที่เป็นหัวข้อสำคัญ
ที่จะพูดถึงในวันนี้กันด้วย.

ณ ตอนนี้ภาษีเงินได้ที่เราเสียในแบบบุคคลธรรมดา
ที่เราจ่ายที่กรมที่ดินเป็นภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย
เนื่องจากเงินจากการขายอสังหาริมทรัพย์ถือเป็นรายได้
จึงต้องนำมาคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา
เพื่อเสียภาษีหัก ณ ที่จ่ายโดยใช้"ราคาประเมิน"
(40(8) มาตรา 49 ทวิ แห่ง ประมวลรัษฎากร).

ถ้าเราดูในใบเสร็จสีฟ้าที่ได้รับจากกรมที่ดิน
เราจะเสียภาษีเงินได้จาก"ราคาประเมิน"
ไม่ใช่ราคาซื้อขาย.

ซื้อขายจริง 3,000,000 บาท
ราคาประเมิน 1,500,000 บาท
เราจะเสียภาษีจากราคา 1,500,000 บาท.

ไม่ว่าเราจะขาย 3 ล้านหรือ 30 ล้าน
เราก็จะเสียภาษีจากราคา 1.5 ล้าน.

นี่คือ มาตรา 49 ทวิ!!!.

สิ่งที่ต้องเข้าใจต่อมา ก็คือ..
ภาษีเงินได้ที่เราจ่ายที่กรมที่ดิน
ไม่ใช่ "Final Tax".

สำหรับคนที่ทำธุรกิจอสังหาซื้อมา-ขายไป
นี่เป็นเพียงแค่ภาษีที่เราจ่ายล่วงหน้าเอาไว้เท่านั้น
ยังไม่ใช่ภาษีสุดท้าย.

เราจะใช้สิทธิ์ Final Tax ได้ก็ต่อเมื่อ
อสังหาริมทรัพย์ที่เราขายไม่ใช่การมุ่งค้าหากำไร.

แต่แน่นอนว่าคนที่ทำธุรกิจอสังหา
เราทำเพื่อค้าขายหากำไรจริงไหม.

ฉะนั้น ภาษีเงินได้ที่เราจ่ายไปที่กรมที่ดิน
มันเลยยังไม่ใช่ Final Tax
เรายังต้องมีหน้าที่ยื่น 40(8) ภงด.90 กันต่อไป.

แต่ ณ ตอนนี้ในเมื่อมาตรา 49 ทวิยังไม่เปลี่ยน
ก็ไม่ใช่เรื่องที่น่ากังวลอะไร.

ในตามปกติ
ถ้าคุณทำธุรกิจซื้อขายบ้านมือสอง
คุณแทบจะไม่อยู่ในเกณฑ์ที่ต้องเสียภาษีเลย
ในเมื่อ 40(8) มาตรา 49 ทวิแห่งประมวลรัษฎากร
ให้คำนวณราคาที่ต้องเสียภาษีเป็น"ราคาประเมิน".

ยกตัวอย่าง
ราคาประเมินบ้าน 1,000,000 บาท
คุณซื้อบ้านหลังนี้มาในราคา 1,200,000 บาท
คุณรีโนเวทไป 300,000 บาท
คุณขายไปในราคา 2,000,000 บาท
คุณเสียค่าใช้จ่ายที่กรมที่ดิน 70,000 บาท
คุณจะมีกำไรอยู่ที่ 430,000 บาท.

ในกรณีนี้คุณสามารถยื่นรายได้ 40(8)
ในภงด.90 แบบสบายๆได้เลย
คุณเสียภาษี 0 บาทอยู่แล้ว.

จากวิธีคิด
คุณซื้อบ้านมา 1,200,000 บาท
คุณขายจริง 2,000,000 บาท
แต่ในมาตรา 49 ทวิจะยึดจากราคาประเมินเท่านั้น
นั่นก็คือ 1,000,000 บาท.

ยื่นเสียภาษีในภงด.90
ซื้อบ้าน 1,200,000 บาท
ขาย(ตามราคาประเมิน) 1,000,000 บาท
ขาดทุน 200,000 => กำไรเป็น 0.

คุณจะไม่เสียภาษี
เพราะกำไรคุณเป็น 0 ครับ.

นั่นคือ มาตรา 49 ทวิในตอนนี้
ที่ยังไม่เปลี่ยน.

แต่ถ้ามาตรา 49 ทวิเปลี่ยนมาใช้ราคาซื้อขายจริง
ในทด.13 หรือ อช.16 เมื่อไร
เกมนี้จะเปลี่ยนไปเลยครับ!!!.

ภาษีเงินได้ที่คุณเสียที่กรมที่ดินจะเพิ่มขึ้นทันที
ยกตัวอย่างข้างต้น
จากเดิม คิดจากราคาประเมิน 1,000,000
เปลี่ยนใหม่ คิดจากราคาซื้อขาย 2,000,000
ตัวเลขคิดภาษีเพิ่มขึ้น 1 ล้าน.

ผมเคยขายบ้านที่ราคาประเมิน 1,200,000
แต่ราคาขายจริง 5,550,000
ผมซื้อปี 67 ขายไปต้นปี 69 [ถือครอง 3 ปี].

จากเดิม
ผมเสียภาษีเงินได้ 1,200,000 x 1.15% = 13,800
แบบใหม่
ผมเสียภาษีเงินได้ 5,550,000 x ราวๆ1.5%
= 82,650 (จากอัตราภาษีแบบขั้นบันได).

เสียภาษีเงินได้ที่กรมที่ดินเพิ่มจากเดิม
เกือบ 5 เท่า!! ในดอกที่ 1.

ยังมีดอกที่ 2 !!!
ดอกนี้หนักกว่า เพราะ เราต้องเอารายได้
จากการขายบ้านไปคำนวณภาษีเงินได้ปลายปี.

รายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์
เป็นรายได้ 40(8) ที่หักค่าใช้จ่ายได้ตามจริงเท่านั้น
หักเหมาไม่ได้.

จากตัวอย่างของผม
ผมซื้อบ้านมา 1,800,000
ผมมีหลักฐานค่าใช้จ่าย 1,200,000
เท่ากับผมมีต้นทุน 3,000,000
ผมขายไปที่ 5,550,000
เท่ากับผมจะมีกำไร 2,550,000.

ผมจะเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา 40(8)
อยู่ที่ 530,000 บาท.

ไม่ใช่เล่นๆเลยใช่ไหม!!!.

แต่อย่างไรก็ดี
นี่ยังเป็นเรื่อง What If อยู่.

ตอนนี้มาตรา 49 ทวิ ยังเหมือนเดิม
ยังคิดจากราคาประเมินเหมือนเดิม.

ภาษีตอนสิ้นปี (ภงด.90)
ไม่ได้ยื่นรวมแสดงรายได้จากอสังหาเข้าไป
ก็ยังไม่เป็นไร (แม้ผมจะเชียร์ให้ยื่นเข้าไปเลย).

ถ้า 49 ทวิยังไม่เปลี่ยน
สรรพากรก็ยังไม่ได้เพ่งเล็งอะไรมาก
คนขายบ้านมือสองมีโอกาสน้อยมากที่เสียภาษีอยู่แล้ว.

แต่ถ้าเมื่อไรมาตรานี้เปลี่ยนขึ้นมา
คุณก็ต้องปรับรูปแบบการถือครองของคุณทันที
ไม่งั้นจะเสียภาษีแบบจุกๆแน่.

การซื้อขายบ้านในนามนิติบุคคล
จะประหยัดต้นทุนกว่าบุคคลธรรมดา.

ยังไม่เกิด ไม่ได้บอกว่าจะไม่เกิด
เตรียมตัวกันเอาไว้ก่อน
ปลอดภัยกว่าครับ!!.

ลุย!!.

เฟรม - ราชันย์อสังหา.

#คลับอสังหาBlueRoc

#สร้างรายได้หลักล้านด้วยการฟลิปบ้านขาย

07/03/2026

ทำธุรกิจ = ต้องจด VAT ทุกคน ❌

บางอาชีพกฎหมาย “ยกเว้น” ไว้
เช็คในภาพได้เลย

#วางแผนภาษี #จดทะเบียนภาษี #ผู้ประกอบการไทย #สำนักงานบัญชีโคราช #ชอบการบัญชี

ที่อยู่

95/59 หมู่ 18 ถนนสุขสวัสดิ์ ตำบลบางพึ่ง
สมุทรปราการ
10130

เบอร์โทรศัพท์

0814859771

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ CW Audit Co.,Ltd.ผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง CW Audit Co.,Ltd.:

แชร์