Erk Wealth Journey

เว็บไซต์

Erk Wealth Journey ข้อมูลติดต่อ แผนที่และเส้นทาง แบบฟอร์มติดต่อ เวลาทำการ บริการ คะแนนรีวิว รูปภาพ วิดีโอ และข่าวสารจาก Erk Wealth Journey, ที่ปรึกษาทางการเงิน, Bangkok

เดินทางไปสู่ความมั่งคั่งด้วยการวางแผนที่ออกแบบมาเพื่อคุณ

ที่ปรึกษาการเงินและประกันชีวิต
บมจ.เมืองไทยประกันชีวิต
เลขที่ใบอนุญาติ 6701009954
ช่วยวางแผนการเงินและเลือกประกันให้เหมาะกับเป้าหมายชีวิต

ไม่ยัดเยียด • เข้าใจง่าย • ปรึกษาฟรี

เงินสำรองฉุกเฉิน ออม ลงทุน หรือซื้อประกัน…ควรทำอะไรก่อน?พอเริ่มอยากวางแผนการเงินจริงจัง หลายคนมักติดอยู่กับคำถามนี้เงินท...
01/10/2026

เงินสำรองฉุกเฉิน ออม ลงทุน หรือซื้อประกัน…
ควรทำอะไรก่อน?

พอเริ่มอยากวางแผนการเงินจริงจัง
หลายคนมักติดอยู่กับคำถามนี้

เงินที่มีอยู่จำกัด
จะเก็บเงินสำรองก่อนดีไหม?
ควรเริ่มออมก่อน?
เอาไปลงทุนให้เงินโต?
หรือควรมีประกันก่อน?

จริงๆแล้วสำคัญทั้ง4อย่าง แต่ว่าแต่ละอย่างทำหน้าที่คนละแบบครับ

🧯 1. เงินสำรองฉุกเฉิน — เอาไว้รับมือเรื่องที่ไม่ได้วางแผน เรื่องไม่คาดคิด
เช่น รายได้หยุด ตกงาน รถเสีย หรือมีค่าใช้จ่ายจำเป็นกะทันหัน
โดยทั่วไปอาจตั้งเป้าประมาณ 3–6 เดือนของค่าใช้จ่ายจำเป็น และควรเก็บในที่ที่เข้าถึงง่าย ความเสี่ยงต่ำ
แต่ไม่จำเป็นต้องรอให้ครบ 6 เดือนก่อนถึงจะเริ่มอย่างอื่น
ช่วงแรกอาจเร่งสร้างก้อนนี้ให้ได้ระดับหนึ่งก่อน แล้วค่อยสะสมต่อควบคู่กัน

🛡️ 2. ประกัน — ป้องกันความเสียหายก้อนใหญ่
เงินสำรองหลักหมื่นหรือหลักแสน อาจรับมือค่าใช้จ่ายทั่วไปได้ แต่เหตุการณ์บางอย่างอาจสร้างภาระที่ใหญ่กว่านั้นมาก
ประกันจึงมีหน้าที่ช่วย โอนความเสี่ยงที่เราไม่อยากหรืออาจไม่สามารถรับเองทั้งหมด เช่น ค่ารักษาพยาบาล หรือความเสี่ยงจากการเสียชีวิตของคนที่มีภาระครอบครัว
ไม่ได้หมายความว่าต้องซื้อทุกอย่าง แต่ควรเลือกให้ตรงกับความเสี่ยงของตัวเอง และเบี้ยต้องอยู่ในระดับที่จ่ายต่อเนื่องไหว

🎯 3. เงินออม — เตรียมเงินสำหรับเป้าหมายที่รู้ว่าจะต้องใช้
ต่างจากเงินฉุกเฉิน เพราะเป็นเงินที่เราตั้งใจเก็บไว้สำหรับเป้าหมาย เช่น เงินดาวน์บ้าน ซื้อรถ ท่องเที่ยว แต่งงาน หรือค่าใช้จ่ายก้อนหนึ่งในอีกไม่กี่ปี
ยิ่งรู้ว่า จะใช้เงินเมื่อไหร่และต้องใช้เท่าไหร่ ก็ยิ่งวางแผนการออมได้ง่ายขึ้น

📈 4. การลงทุน — ทำให้เงินเติบโตเพื่อเป้าหมายระยะยาว
เงินที่ยังไม่จำเป็นต้องใช้ในระยะสั้น สามารถนำไปลงทุนตามระยะเวลา เป้าหมาย และระดับความเสี่ยงที่รับได้
เช่น เงินเกษียณ หรือสร้างความมั่งคั่งระยะยาว
เพราะการลงทุนมีความผันผวน จึงไม่ควรนำ เงินฉุกเฉินทั้งหมด ไปลงทุนแล้วหวังว่าจะถอนเมื่อไหร่ก็ได้

สรุปแล้ว...อะไรควรมาก่อน?
ถ้าฐานการเงินยังไม่พร้อม ผมจะมองลำดับความสำคัญประมาณนี้

รับมือเหตุฉุกเฉิน → ปิดความเสี่ยงใหญ่ → ออมตามเป้าหมาย → ลงทุนเพื่อเติบโต

แต่ไม่ได้หมายความว่า...
ต้องทำข้อ 1 ให้เสร็จ 100% แล้วค่อยไปข้อ 2–3–4
ชีวิตจริงเราสามารถ ทำทั้งหมดควบคู่กัน ได้ เพียงแต่ให้น้ำหนักต่างกันตามสถานการณ์

เช่น ช่วงที่เงินสำรองยังน้อย ก็ให้น้ำหนักสร้างเงินสำรองมากหน่อย พร้อมมีความคุ้มครองพื้นฐานที่จำเป็น และเริ่มลงทุนจำนวนเล็ก ๆ เพื่อสร้างนิสัยได้
เมื่อเงินสำรองแข็งแรงขึ้น ก็ค่อยโยกสัดส่วนไปยัง เงินออมตามเป้าหมายและการลงทุน มากขึ้น

💡 เพราะเงินแต่ละก้อนมี “หน้าที่” ไม่เหมือนกัน
เงินสำรองฉุกเฉิน = รับมือสิ่งที่ไม่คาดคิด
เงินออม = เตรียมพร้อมสำหรับสิ่งที่คาดว่าจะเกิด
ประกัน = รับมือความเสียหายที่อาจใหญ่เกินกำลัง
การลงทุน = พาเงินไปเติบโตเพื่ออนาคต

ดังนั้นคำถามอาจไม่ใช่
“ต้องเลือกทำอะไรก่อน?”
แต่อาจเป็น...
“วันนี้เราจัดสรรเงินให้ครบทุกหน้าที่แล้วหรือยัง?”
เพราะการเงินที่แข็งแรง ไม่ได้มีแค่เงินที่โตที่สุด แต่ควรมีทั้ง สภาพคล่อง ความคุ้มครอง เงินสำหรับเป้าหมาย และการเติบโตระยะยาว ไปพร้อมกันครับ

#วางแผนการเงิน #เงินสำรองฉุกเฉิน #ออมเงิน #ลงทุน #ประกัน #การเงินส่วนบุคคล

💰 เก็บเงินไม่ค่อยอยู่ ทั้งที่ตั้งใจว่าจะเก็บทุกเดือน?เงินเข้ามาแล้วก็มีเรื่องให้ใช้ตลอดลองเปลี่ยนจาก “เหลือแล้วค่อยออม”เ...
28/09/2026

💰 เก็บเงินไม่ค่อยอยู่ ทั้งที่ตั้งใจว่าจะเก็บทุกเดือน?
เงินเข้ามาแล้วก็มีเรื่องให้ใช้ตลอด
ลองเปลี่ยนจาก “เหลือแล้วค่อยออม”
เป็น “ออมแบบมีเป้าหมาย”

สไมล์ เซฟเวอร์ 20/16
💗 ออม 16 ปี เพื่อเป้าหมายระยะยาว
🛡️ มีความคุ้มครองชีวิต 20 ปี
💰 ครบสัญญารับ 120% ของทุนประกัน*
🧾 ใช้สิทธิลดหย่อนภาษีได้ตามหลักเกณฑ์

ตัวอย่างผู้หญิงอายุ 30 ปี
ทุนประกัน 1,000,000 บาท
เบี้ยปีละ 68,370 บาท
ครบสัญญารับ 1,200,000 บาท*
แต่ละอายุและงบที่ต้องการออม ตัวเลขไม่เหมือนกันครับ

💬 อยากรู้ว่างบของคุณ วางแผนได้เท่าไหร่?
ทักมาได้เลย ผมคำนวณให้ดูก่อนได้ครับ
จิรัฏฐ์ อัมพรรัตน์ (เอิ๊ก)
เลขที่ตัวแทน 67010009954
IC License 135376
บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จํากัด มหาชน

📞 063-006-5569
💬 LINE OA : erkwealth
📩 Erk Wealth Journey

#ออมเงิน #ประกันออมทรัพย์ #วางแผนการเงิน #ลดหย่อนภาษี

น้ำตาจะไหลจริงๆ 😢
24/09/2026

น้ำตาจะไหลจริงๆ 😢

หากระบบประกันสังคมยัง “ไม่คิดจะมีการปฏิรูป” ในอนาคตรายจ่ายอาจสูงกว่ารายรับ จนเงินสำรองของกองทุนถูกใช้หมดเกลี้ยงในปี พ.ศ. 2597 หรือ 28 ปี

2597 ฟังดูเหมือนอีกนานใช่ไหมครับ ?

แต่ลองไม่มองเป็น “ปี” แล้วเปลี่ยนเป็น “อายุของเรา” ดู

วันนี้อายุ 25 ปี → วันนั้นอายุ 53 ปี
วันนี้อายุ 30 ปี → วันนั้นอายุ 58 ปี
วันนี้อายุ 35 ปี → วันนั้นอายุ 63 ปี

พูดง่าย ๆ คือ คนที่กำลังถูกหักเงินประกันสังคมจากเงินเดือนทุกเดือนในวันนี้ อาจเป็นคนกลุ่มเดียวกับที่กำลังจะเกษียณพอดี ในช่วงที่ระบบถูกประเมินว่าจะเผชิญแรงกดดันหนักที่สุด

และนี่คือเหตุผลที่เรื่องนี้ไม่ใช่ “ปัญหาของคนแก่ในอนาคต” แต่มันคือ “เงินเกษียณของคนวัยทำงานในวันนี้”

แน่นอนครับ ปี 2597 ไม่ใช่วันหมดอายุของกองทุนแบบนับถอยหลัง เพราะตัวเลขนี้เป็นประมาณการภายใต้สมมติฐานเดิม หากมีการปรับอัตราเงินสมทบ อายุเกษียณ สิทธิประโยชน์ หรือการบริหารกองทุน ผลลัพธ์ก็เปลี่ยนได้

คำถามคือ แล้วใครจะมีส่วนกำหนดว่าระบบนี้จะเปลี่ยนไปทางไหน ?

เพราะบางอย่าง เราเลือกไม่ได้ครับ

เราเลือกไม่ได้ว่าประเทศไทยจะแก่เร็วแค่ไหน
เราเสกคนวัยทำงานเพิ่มขึ้นมาอีกหลายล้านคนไม่ได้
เราไม่ได้เป็นคนกำหนดเองว่าเงินสมทบจะถูกเก็บเท่าไร
และไม่ได้เป็นคนบริหารเงินกองทุนหลายล้านล้านบาทด้วยตัวเอง

แต่มีอย่างหนึ่งที่เราเลือกได้ คือ “ใครจะเข้าไปเป็นตัวแทนของเราในบอร์ดประกันสังคม” เพราะฉะนั้น วันที่ 27 กันยายนนี้ ถ้ามีสิทธิ อย่าปล่อยหนึ่งในไม่กี่อย่างที่เราเลือกได้ในระบบนี้ให้ผ่านไปครับ

#สนุกง่ายได้ประโยชน์ #ประกันสังคม #บอร์ดประกันสังคม #เลือกตั้งประกันสังคม #มนุษย์เงินเดือน #พนักงาน #เกษียณ

ที่มา: ILO, Thailand Social Protection Diagnostic Review (2022)

LP CLUB | การวางแผนทางการเงินแบบครบองค์ 📚วันนี้มาเติมความรู้ เพื่อพัฒนาการวางแผนการเงินให้รอบด้านมากขึ้นเพราะยิ่งเราเข้า...
21/09/2026

LP CLUB | การวางแผนทางการเงินแบบครบองค์ 📚

วันนี้มาเติมความรู้ เพื่อพัฒนาการวางแผนการเงินให้รอบด้านมากขึ้น
เพราะยิ่งเราเข้าใจมากขึ้น ก็ยิ่งวางแผนให้ลูกค้าได้ดีขึ้น

#วางแผนการเงิน #พัฒนาตัวเอง

💸 คุณกำลังมี “หนี้เกินตัว” โดยที่ไม่รู้ตัวอยู่หรือเปล่า?ลองเช็กจากตัวเลขนี้ 👇มีหนี้บ้าน มีหนี้รถ มีบัตรเครดิตแล้วเราจะรู...
20/09/2026

💸 คุณกำลังมี “หนี้เกินตัว” โดยที่ไม่รู้ตัวอยู่หรือเปล่า?

ลองเช็กจากตัวเลขนี้ 👇

มีหนี้บ้าน มีหนี้รถ มีบัตรเครดิต
แล้วเราจะรู้ได้ยังไงว่า ตอนนี้หนี้ของเราเยอะเกินไปหรือยัง?

อย่าเพิ่งดูแค่ว่าเรามี “ยอดหนี้ทั้งหมด” กี่บาทครับ
เพราะยังมีอีกหนึ่งตัวเลขที่สำคัญมาก นั่นคือ…

แต่ละเดือน รายได้ของเราถูกเอาไปจ่ายหนี้กี่ %

ตัวเลขนี้เรียกว่า DSR (Debt Service Ratio)
หรือพูดง่าย ๆ คือ สัดส่วนภาระหนี้ต่อรายได้

คำนวณง่าย ๆ ดังนี้
ภาระผ่อนหนี้ต่อเดือน ÷ รายได้ต่อเดือน × 100

ลองดูตัวอย่างง่าย ๆ
สมมติมีรายได้ 40,000 บาท/เดือน

และมีภาระหนี้ที่ต้องจ่ายทุกเดือน
🏠 ผ่อนบ้าน 7,000 บาท
🚗 ผ่อนรถ 5,000 บาท
💳 บัตรเครดิต 2,000 บาท

รวมภาระหนี้ต่อเดือน = 14,000 บาท

นำมาคำนวณ

14,000 ÷ 40,000 × 100 = 35%

แปลว่า…
รายได้ทุก 100 บาท มีประมาณ 35 บาทที่ต้องนำไปจ่ายหนี้

หรือพูดง่าย ๆ ว่า DSR = 35%

**แล้ว DSR ควรอยู่ที่เท่าไหร่?

ถ้าใช้เป็น กรอบง่าย ๆ สำหรับเช็กสุขภาพการเงินของตัวเอง

🟢 ไม่เกิน 30% — ค่อนข้างคล่องตัว

รายได้ทุก 100 บาท
นำไปจ่ายหนี้ไม่เกินประมาณ 30 บาท

จึงยังมีพื้นที่สำหรับค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน เงินสำรอง การออม และการลงทุนได้มากกว่า

🟡 ประมาณ 30–40% — เริ่มต้องบริหารให้ดี

รายได้ทุก 100 บาท
มีประมาณ 30–40 บาทที่ต้องนำไปจ่ายหนี้ก่อนแล้ว

ไม่ได้แปลว่าการเงินมีปัญหา
แต่ควรระวังการสร้างหนี้เพิ่ม และเช็กว่าเงินที่เหลือยังเพียงพอสำหรับ ค่าใช้จ่าย + เงินสำรอง + การออม หรือไม่

🔴 มากกว่า 40% — ภาระหนี้เริ่มสูง

รายได้ทุก 100 บาท
มากกว่า 40 บาทถูกนำไปจ่ายหนี้

ถ้าเกิดค่าใช้จ่ายฉุกเฉิน รายได้ลดลง หรือมีภาระเพิ่มเติม
การเงินอาจตึงตัวได้ง่ายขึ้น

จึงควรพิจารณาให้ดีก่อนเพิ่มภาระหนี้ก้อนใหม่
(ซึ่งก้ไม่ควรแล้วนะ)

⚠️ แต่อย่าเพิ่งตัดสินสุขภาพการเงินจากตัวเลข 30–40% อย่างเดียว

DSR ไม่ใช่คะแนนตัดสินว่าใครมีสุขภาพการเงินดีหรือไม่ดี

เพราะคนสองคนมี DSR 30% เท่ากัน
สถานการณ์ทางการเงินอาจแตกต่างกันมาก

คนหนึ่งอาจมีเงินสำรอง 6 เดือน ไม่มีคนที่ต้องดูแล และมีรายได้มั่นคง

ในขณะที่อีกคนอาจไม่มีเงินสำรอง มีค่าใช้จ่ายครอบครัวสูง และรายได้ไม่แน่นอน

เพราะฉะนั้น นอกจากถามว่า
“หนี้กินรายได้ไปกี่ %?”

ลองถามตัวเองเพิ่มอีก 3 ข้อ

① หลังจ่ายหนี้แล้ว เงินเหลือพอใช้หรือไม่?
② เรายังสามารถ ออมเงินได้ทุกเดือนหรือไม่?
③ ถ้ารายได้หายไปชั่วคราว เรามีเงินสำรองรับมือหรือไม่?

ถ้าหลังจ่ายหนี้แล้วแทบไม่เหลือเงินออม
หรือแค่มีค่าใช้จ่ายฉุกเฉินนิดเดียวก็ต้องกลับไปสร้างหนี้เพิ่ม

ต่อให้ DSR ยังไม่สูงมาก
ก็อาจเป็นสัญญาณว่า การเงินของเราเริ่มตึงเกินไปแล้ว

💡 สรุปง่าย ๆ

การมีหนี้ไม่ได้แปลว่าเรามีปัญหาทางการเงินเสมอไป

สิ่งสำคัญคือ
เรากำลังควบคุมหนี้ หรือหนี้กำลังควบคุมเงินของเราอยู่?

เป้าหมายจึงไม่ใช่

“ฉันต้องไม่มีหนี้เลย”

แต่อาจเป็น…

“ฉันมีหนี้ในระดับที่จ่ายไหว
ยังใช้ชีวิตได้ มีเงินสำรอง
และยังเดินไปหาเป้าหมายในอนาคตได้”

ลองหยิบเครื่องคิดเลขขึ้นมาดูครับ 👇

ภาระหนี้ต่อเดือน ÷ รายได้ต่อเดือน × 100 = กี่%

💬 ตอนนี้ “หนี้” กินรายได้ของเราไปกี่ % แล้ว?

#วางแผนการเงิน #บริหารหนี้ #หนี้ #การเงินส่วนบุคคล

🚀 UL Online Class รอบดึกได้มาเรียนรู้และฟังประสบการณ์จาก โค้ชวีวี่ กับหัวข้อ“เทคนิคปิดเคสใหญ่ สร้างผลงานก้าวกระโดด” ได้ท...
17/09/2026

🚀 UL Online Class รอบดึก

ได้มาเรียนรู้และฟังประสบการณ์จาก โค้ชวีวี่ กับหัวข้อ
“เทคนิคปิดเคสใหญ่ สร้างผลงานก้าวกระโดด”

ได้ทั้งแนวคิด เทคนิคการทำงาน และประสบการณ์จากการลงมือทำจริง ฟังเพลินและได้มุมมองใหม่ ๆ ในการนำ UL PLUS ไปวางแผนให้เหมาะกับเป้าหมายของลูกค้า

อีกหนึ่งคลาสดี ๆ ที่ได้ทั้งความรู้และพลังในการกลับไปพัฒนาการทำงานต่อครับ

5 เทคนิคออมเงิน สำหรับคนที่เก็บเงินไม่อยู่หลายคนไม่ใช่ ไม่อยากออมเงินนะครับแต่ปัญหาคือ...ตั้งใจจะเก็บทุกเดือน แต่สุดท้าย...
16/09/2026

5 เทคนิคออมเงิน สำหรับคนที่เก็บเงินไม่อยู่

หลายคนไม่ใช่ ไม่อยากออมเงินนะครับ
แต่ปัญหาคือ...
ตั้งใจจะเก็บทุกเดือน แต่สุดท้ายเงินหายไปกับค่าใช้จ่ายก่อนตลอด 😅
ถ้าคุณเป็นแบบนี้ ลองเริ่มจาก 5 วิธีง่าย ๆ

1. เงินเดือนเข้า “ออมก่อนใช้”
อย่ารอสิ้นเดือนแล้วค่อยเก็บเงินที่เหลือ
ลองกำหนดไปเลยว่า
เงินเดือนเข้า → 10% โอนไปออมทันที
เช่น เงินเดือน 30,000 บาท
ออมก่อน 3,000 บาท แล้วใช้ชีวิตด้วย 27,000 บาทที่เหลือ
เพราะถ้าเราเลือก “เหลือเท่าไหร่ค่อยออม”
บางเดือนอาจไม่เหลือเลย 😂

2. แยกบัญชี “ใช้” กับ “ออม”
เงินออมไม่ควรอยู่รวมกับเงินที่เราใช้ทุกวัน
ลองมีอย่างน้อย 2 บัญชี
💳 บัญชีใช้จ่าย — ค่าอาหาร ค่าเดินทาง ค่าใช้จ่ายประจำ
💰 บัญชีออม — เงินที่ตั้งใจเก็บจริง ๆ
ยิ่งเราเห็นเงินในบัญชีใช้จ่ายน้อยลง
เราก็ยิ่งรู้ขอบเขตว่าเดือนนี้ใช้ได้อีกเท่าไหร่

3. ตั้งระบบออมอัตโนมัติ
ถ้าต้องมานั่งตัดสินใจทุกเดือนว่า
“เดือนนี้จะออมเท่าไหร่ดี?”
สุดท้ายเราอาจมีเหตุผลให้ตัวเองไม่ออม 😅
ลองตั้งโอนอัตโนมัติในวันที่เงินเดือนออก
ให้การออมกลายเป็นเรื่องที่ “เกิดขึ้นทุกเดือน” แทนที่จะรอวินัย

4. ตั้งชื่อให้เงินแต่ละก้อน
แทนที่จะมีบัญชีชื่อว่า “เงินเก็บ”
ลองเปลี่ยนเป็น
✈️ เที่ยวญี่ปุ่น 100,000
🏠 เงินดาวน์บ้าน 500,000
🚗 ซื้อรถ 300,000
👴 เงินสำหรับอนาคต 1,000,000
พอเงินก้อนนั้นมี เป้าหมาย + จำนวนเงิน + ระยะเวลา
เราจะรู้ทันทีว่าต้องออมเดือนละประมาณเท่าไหร่ และเงินก้อนนั้นมีไว้เพื่ออะไร

5. เพิ่มเงินออมทุกครั้งที่รายได้เพิ่ม
ได้เงินเดือนขึ้น โบนัสออก หรือมีรายได้พิเศษ
อย่าเพิ่งเพิ่มค่าใช้จ่ายทั้งหมดตามรายได้
เช่น เงินเดือนขึ้น 3,000 บาท
อาจแบ่ง 1,500 บาทเพิ่มเงินออม
อีก 1,500 บาทค่อยเพิ่มคุณภาพชีวิต
วิธีนี้ช่วยให้เงินออมโตขึ้นเรื่อย ๆ โดยไม่รู้สึกว่าต้องลดคุณภาพชีวิตลงมากเกินไป

🤔 แต่ถ้ารู้ทุกเทคนิคแล้ว...ก็ยังเก็บเงินไม่อยู่?
บางคนไม่ได้มีปัญหาว่า ไม่มีเงินออม
แต่เป็นประเภท...
ออมได้ → เห็นเงินก้อน → มีเรื่องให้ใช้ → ถอนออกมา → เริ่มใหม่ 😂
ถ้ารู้ตัวว่าเป็นคนแบบนี้
อีกหนึ่งเครื่องมือที่อาจลองศึกษาไว้คือ

🛡️ “ประกันออมทรัพย์”
เหมาะสำหรับนำมาพิจารณาเป็นส่วนหนึ่งของการออมระยะยาวสำหรับคนที่ต้องการ กรอบการออมที่ชัดเจน พร้อมความคุ้มครองชีวิต

แต่...เราต้องแยกให้ออกก่อนว่า ประกันออมทรัพย์ไม่ใช่บัญชีเงินฝาก และไม่ควรเอาเงินสำรองฉุกเฉินไปใส่ทั้งหมด เพราะเป็นการวางแผนระยะยาว หากยกเลิกหรือเวนคืนก่อนกำหนด เงินที่ได้รับอาจน้อยกว่าเบี้ยที่จ่ายไป

👇 ใครเป็นสาย “ออมได้ แต่ออมไม่ค่อยอยู่”
ผมทิ้งตัวอย่างแผนประกันออมทรัพย์ไว้ในคอมเมนต์ ลองดูไว้เป็นอีกหนึ่งทางเลือกนะครับ

#วางแผนการเงิน #ออมเงิน

มีลูกแล้ว…ทำไมพ่อแม่ควรมีประกันชีวิต?ตอนที่เรายังไม่มีลูก เราอาจคิดว่า“ประกันชีวิตจำเป็นขนาดนั้นเลยเหรอ?”ทำไปก้ไม่ได้ใช้...
12/09/2026

มีลูกแล้ว…ทำไมพ่อแม่ควรมีประกันชีวิต?

ตอนที่เรายังไม่มีลูก เราอาจคิดว่า

“ประกันชีวิตจำเป็นขนาดนั้นเลยเหรอ?”
ทำไปก้ไม่ได้ใช้

แต่วันที่เรามีลูก สิ่งหนึ่งที่เปลี่ยนไปคือ
มีอีกหนึ่งชีวิตที่ต้องพึ่งพารายได้ของเรา

ทุกวันนี้ เงินเดือนของพ่อแม่ถูกนำไปใช้กับหลายอย่าง
ทั้งค่าอาหาร ค่าเลี้ยงดู ค่าเรียน ค่าบ้าน และค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ของครอบครัว

คำถามสำคัญจึงไม่ใช่แค่ว่า
“วันนี้เราดูแลลูกได้ไหม?”

แต่คือ…

❓ถ้าวันหนึ่งเราไม่อยู่ ใครจะดูแลค่าใช้จ่ายเหล่านี้ต่อ?

นี่คือหนึ่งในเหตุผลที่พ่อแม่ควรมี ประกันชีวิต

เพราะถ้าเกิดเหตุไม่คาดคิดขึ้น ประกันชีวิตสามารถทิ้ง เงินก้อนให้คนข้างหลัง เพื่อช่วยให้ครอบครัวยังมีเงินสำหรับค่าใช้จ่ายที่จำเป็น

🏠 บ้านยังต้องผ่อน
หนี้ไม่ได้หายไปพร้อมกับคนหารายได้

🎓 ลูกยังต้องเรียนต่อ
ค่าเทอมและค่าใช้จ่ายในอนาคตยังรออยู่

🍚 ครอบครัวยังต้องใช้ชีวิต
ค่าอาหาร ค่าน้ำ ค่าไฟ และค่าใช้จ่ายประจำยังเกิดขึ้นทุกเดือน

❤️ คนข้างหลังต้องมีเวลาตั้งหลัก
อย่างน้อยเงินก้อนหนึ่งสามารถช่วยลดแรงกดดันเรื่องเงินในช่วงที่ครอบครัวกำลังปรับตัว

แล้วควรทำทุนประกันเท่าไหร่?

ไม่จำเป็นต้องเริ่มจาก
“คนอื่นทำ 1 ล้าน เราก็ทำ 1 ล้าน”

ลองถามตัวเองง่าย ๆ ว่า

“ถ้าวันนี้เราไม่อยู่ เงินที่มีอยู่เพียงพอให้ครอบครัวและลูกเดินต่อไปอีกกี่ปี?”

แล้วลองรวมเงินที่ครอบครัวยังต้องใช้ เช่น

ค่าใช้จ่ายครอบครัว + หนี้ที่เหลือ + ค่าเรียนลูก + เป้าหมายที่อยากเตรียมไว้

จากนั้นหักด้วย เงินเก็บ ทรัพย์สิน และทุนประกันเดิมที่มีอยู่

ส่วนที่ยังขาดอยู่ นั่นแหละครับคือสิ่งที่เราควรกลับมาวางแผน

💚 สุดท้ายแล้ว…

ประกันชีวิตไม่ได้มีไว้แทนพ่อหรือแม่

แต่มันมีไว้ช่วยทดแทน “รายได้ที่พ่อแม่เคยหาให้ครอบครัว”

เพื่อให้วันที่เราไม่สามารถดูแลลูกได้แล้ว
สิ่งที่เราเคยวางแผนไว้ให้เขา ยังสามารถเดินต่อไปได้

เพราะการดูแลลูก ไม่ได้มีแค่การดูแลเขาในวันนี้
แต่รวมถึงการเตรียมไว้ว่า ถ้าวันหนึ่งเราไม่อยู่…ใครจะดูแลเขาต่อ ❤️

#ประกันชีวิต #ครอบครัว

🧠 เป็นโรคซึมเศร้า ยังทำประกันได้ไหม?คำตอบคือ “มีโอกาสทำได้ แต่ต้องดูว่าเป็นประกันประเภทไหน และ เกณฑ์การพิจารณาของแต่ละบร...
10/09/2026

🧠 เป็นโรคซึมเศร้า ยังทำประกันได้ไหม?

คำตอบคือ “มีโอกาสทำได้ แต่ต้องดูว่าเป็นประกันประเภทไหน และ เกณฑ์การพิจารณาของแต่ละบริษัท”

การมีประวัติโรคซึมเศร้า ไม่ได้หมายความว่าประกันทุกชนิดจะทำไม่ได้ทันที แต่สำหรับประกันที่ต้องพิจารณาสุขภาพ บริษัทอาจขอรายละเอียดเพิ่มเติมเพื่อประเมินความเสี่ยงเป็นรายบุคคล

🔎 บริษัทอาจพิจารณาอะไรบ้าง?

เช่น

• ได้รับการวินิจฉัยเมื่อไร
• รักษามานานแค่ไหน
• ปัจจุบันยังมีอาการหรือไม่
• ยังพบแพทย์หรือรับประทานยาอยู่หรือไม่
• เคยนอนโรงพยาบาลจากภาวะดังกล่าวหรือไม่
• ประวัติการรักษาและสุขภาพโดยรวม

เพราะฉะนั้น คนที่เป็นโรคเดียวกัน ผลการพิจารณาอาจไม่เหมือนกัน

📋 แล้วผลพิจารณามีแบบไหนบ้าง?

ไม่ได้มีแค่ “ผ่าน” กับ “ไม่ผ่าน”

ขึ้นอยู่กับประเภทประกันและหลักเกณฑ์ของบริษัท อาจมีการ

✓ รับประกันตามปกติ
✓ รับโดยมีเงื่อนไขเพิ่มเติม
✓ ขอข้อมูล/ประวัติทางการแพทย์เพิ่มเติม
✓ เลื่อนการพิจารณาออกไปก่อน
✓ หรือปฏิเสธการรับประกัน

💡 แล้วมีประกันแบบ “ไม่ตรวจสุขภาพ” ไหม?

มีครับ แต่ต้องอ่านคำว่า “ไม่ตรวจสุขภาพ” ให้ถูก

ประกันบางแบบอาจ ไม่ต้องเข้ารับการตรวจสุขภาพกับแพทย์ก่อนสมัคร แต่ยังอาจมีคำถามเกี่ยวกับสุขภาพหรือประวัติการรักษาที่ผู้สมัครต้องตอบตามความจริง
(ย้ำนะครับว่าต้องตอบความจริง)

และยังมีผลิตภัณฑ์บางประเภทที่ออกแบบให้สมัครง่ายกว่า เช่น ไม่ถามสุขภาพหรือไม่ตรวจสุขภาพ แต่โดยทั่วไปอาจแลกมากับ วงเงินความคุ้มครองที่จำกัดกว่า มีระยะเวลารอคอย หรือมีเงื่อนไขเฉพาะของผลิตภัณฑ์

ดังนั้น

“ไม่ตรวจสุขภาพ” ไม่ได้แปลว่า
“ทุกโรคคุ้มครองทันที และรับทุกกรณี”

ต้องดูเงื่อนไขของกรมธรรม์นั้นๆด้วย

⚠️ สิ่งที่ไม่ควรทำ

อย่าปกปิดประวัติการรักษาเพียงเพราะกลัวบริษัทไม่รับ

ถ้าแบบประกันถามถึงข้อมูลนั้น ควรตอบตามความจริงและครบถ้วน เพราะเป้าหมายไม่ใช่แค่ “ทำให้กรมธรรม์ผ่านการอนุมัติ” แต่ต้องเป็นกรมธรรม์ที่สามารถใช้สิทธิได้ตามเงื่อนไขเมื่อถึงวันที่จำเป็น

💚 แล้วถ้ามีประวัติซึมเศร้า ควรเริ่มยังไง?

อย่าเพิ่งสรุปเองว่า “เราทำประกันไม่ได้แล้ว”

ให้เริ่มจากเช็กก่อนว่า
เราต้องการประกันอะไร → ประกันแผนนั้นพิจารณาสุขภาพอย่างไร → ประวัติของเราเข้าหลักเกณฑ์หรือไม่ → ถ้าไม่ได้ มีทางเลือกอื่นอะไรบ้าง

เพราะประกันไม่ได้มีแค่แบบเดียว และเงื่อนไขของแต่ละผลิตภัณฑ์ก็ไม่เหมือนกัน

“มีประวัติสุขภาพ ไม่ได้แปลว่าหมดสิทธิ์วางแผน
แต่อาจหมายถึงเราต้องเลือกแผนให้เหมาะกับเงื่อนไขของเรามากขึ้น”

📩 หากไม่แน่ใจว่าประวัติสุขภาพของตัวเองมีผลต่อการสมัครอย่างไร ทักมาคุยและเช็กแนวทางเบื้องต้นก่อนได้ครับ

#โรคซึมเศร้า

อายุ 30 มีประกันอะไรก่อนดี?เราไม่จำเป็นต้องมีทุกอย่างพร้อมกันแต่ควรปิด “ความเสี่ยงที่กระทบการเงินหนักที่สุด” ก่อน🥇 1. ปร...
09/09/2026

อายุ 30 มีประกันอะไรก่อนดี?

เราไม่จำเป็นต้องมีทุกอย่างพร้อมกัน
แต่ควรปิด “ความเสี่ยงที่กระทบการเงินหนักที่สุด” ก่อน

🥇 1. ประกันสุขภาพ — ผมให้เช็กก่อนเป็นอันดับแรก
วัย 30 หลายคนเริ่มมีเงินเก็บ เริ่มลงทุน และเริ่มสร้างทรัพย์สิน
ปัญหาคือค่ารักษาก้อนใหญ่เพียงครั้งเดียว
อาจทำให้ต้องดึงเงินเก็บหรือเงินลงทุนออกมาใช้
หน้าที่ของประกันสุขภาพจึงไม่ใช่ทำให้เรารวยขึ้น
แต่คือ เกราะป้องกันไม่ให้ค่ารักษาพยาบาล
มากระทบเงินที่เรากำลังสร้าง

🥈 2. ประกันโรคร้ายแรง — ป้องกัน “รายได้หาย”
ประกันสุขภาพช่วยเรื่อง ค่ารักษา
แต่ถ้าป่วยหนักจนทำงานไม่ได้หลายเดือน ปัญหาอีกด้านคือ
“แล้วค่าใช้จ่ายประจำทุกเดือน ใครจ่าย?”
ประกันโรคร้ายแรงจึงมีอีกหน้าที่ คือสร้างเงินก้อนเมื่อเข้าเงื่อนไขตามกรมธรรม์ เพื่อช่วยรองรับช่วงที่รายได้อาจสะดุด เช่น ค่าครองชีพ ภาระหนี้ หรือค่าใช้จ่ายอื่นระหว่างพักรักษาตัว
ตรงนี้ทำให้คนเห็นชัดว่า
Health ≠ CI เพราะแก้คนละปัญหา

🥉 3. ประกันชีวิต — สำคัญมากขึ้นทันทีเมื่อ “มีคนพึ่งพารายได้เรา”
ตรงนี้ผมไม่อยากบอกว่าอายุ 30 ทุกคนต้องรีบซื้อประกันชีวิตเยอะ ๆ
ถ้าโสด ไม่มีลูก ไม่มีหนี้ และไม่มีใครพึ่งรายได้เรา ความจำเป็นอาจยังไม่สูงเท่าคนที่มีครอบครัว
แต่ถ้ามี
พ่อแม่ที่ดูแล / คู่สมรส / ลูก / หนี้บ้าน / หนี้ก้อนใหญ่
คำถามจะเปลี่ยนเป็น
“ถ้าพรุ่งนี้รายได้ของเราหายไป
คนข้างหลังมีเงินอยู่ต่อได้อีกกี่ปี?”
นี่คือเหตุผลของการมีทุนประกันชีวิต

🛡️ 4. ประกันอุบัติเหตุ — เติมช่องว่างตาม Lifestyle
PA มีประโยชน์ แต่ผมจะไม่วางว่า “ทุกคนต้องซื้อเป็นอันดับ 1”
ให้ดูจากชีวิตจริง เช่น เดินทางบ่อย ขี่มอเตอร์ไซค์ ทำงานภาคสนาม หรือมีกิจกรรมที่เพิ่มความเสี่ยง
และควรดูควบคู่ด้วยว่ามีความคุ้มครองอุบัติเหตุจาก บริษัท บัตร หรือกรมธรรม์อื่นอยู่แล้วแค่ไหน

สุดท้ายนี้ 🥰
“เราไม่ได้ทำประกันเพราะกลัวอนาคต
แต่เพราะไม่อยากให้เหตุการณ์หนึ่งในอนาคต
พังทุกอย่างที่เราสร้างมา”

ส่วนใครสนใจมีประกันดีๆสักแผน 👇
Add Line OA : รับคำปรึกษาฟรี
Line OA : erkwealth

#ประกันชีวิต #ประกันสุขภาพ
#วางแผนการเงิน

ที่อยู่

Bangkok
10900

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

เป็นคนแรกที่รู้ข่าว: เราจะส่งอีเมลแจ้งเมื่อ Erk Wealth Journey โพสต์ข่าวสารและโปรโมชั่น อีเมลของคุณจะไม่ถูกนำไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์อื่น และคุณสามารถยกเลิกการรับข่าวสารได้ทุกเมื่อ

ทางลัด

แชร์