28/10/2026
กู้ 4 แสนล้าน ก้อนแรกฟื้นคะแนนเสียง ก้อนสองเลี้ยงเครือข่ายอุปถัมภ์
ข่าวบริษัทไทยขนาดกลางและเล็กเจอข้อจำกัดไม่สามารถเข้าร่วมโครงการ "โซลาร์ 1 ล้านครัวเรือน" ได้ เพราะสายป่านสั้น ยิ่งตอกย้ำว่า มาตรการไหนรัฐบาลดันเร็ว ก็เพราะมีแรงดันหลังมาอีกทอดหนึ่ง
เพราะยิ่งตลาดภายในหด เศรษฐกิจโตต่ำ เงินรัฐ-เงินภาษีจึงเป็นที่พึ่งสุดท้ายของบริษัทใหญ่ไร้นวัตกรรมที่ไม่สามารถแข่งกับโลกได้
วิธีหากินแบบผู้รับเหมานั้นอิ่มและง่าย เป็นนายหน้ารับสัญญารัฐ --> นำเข้าอุปกรณ์จากจีน --> ซับโครงการให้รายย่อยทำ
ในขณะที่เป้าหมายด้านการเปลี่ยนผ่านพลังงานที่ถูกใช้เป็นสารตั้งต้นกู้เงิน 200,000 ล้านหายไปเลย
ตกลงแล้ว โครงการหลังคาโซลาร์ 1 ล้านหลังช่วยให้ไทยลดการนำเข้าก๊าซธรรมชาติได้แค่ไหน? มีตัวชี้วัดอะไร?
[ กู้ 4 แสนล้าน ก้อนแรกฟื้นคะแนนเสียง ก้อนสองเลี้ยงเครือข่ายอุปถัมภ์ ]
เปิดสมัยประชุมวันนี้ ผมร่วมอภิปรายในวาระที่สภาผู้แทนราษฎรพิจารณา พ.ร.ก. กู้เงิน 400,000 ล้านบาท ที่รัฐบาลขอเอาเงินในอนาคตของพวกเราทุกคนมาใช้ล่วงหน้า
การอภิปรายครั้งนี้ ผมไม่ใช้หลักกฎหมายหรือข้อถกเถียงเรื่อง พ.ร.บ. / พ.ร.ก. หรือวินัยการคลัง แต่ขอชวนทุกคนหยิบเอา “วัตถุประสงค์” ที่รัฐบาลเขียนไว้เอง มาเป็น “ไม้บรรทัด” ในการประเมินความชอบธรรมของการใช้เงินก้อนนี้ ว่าตอบโจทย์ที่ตัวเองตั้งไว้ได้หรือไม่
1️⃣ ก้อนแรก – ฟื้นเศรษฐกิจ ช่วยประชาชน เกษตรกร ผู้ประกอบการ ?
ก้อนแรกที่รัฐบาลตั้งไว้เองว่าจะใช้เพื่อฟื้นเศรษฐกิจ บรรเทาภาระค่าใช้จ่ายของประชาชนและเกษตรกร ช่วยเหลือผู้ประกอบการ
เงินที่กู้มานั้นถูกใช้ไปแล้ว 109,803 ล้านบาท – ส่วนใหญ่คือการอุดงบบัตรสวัสดิการที่ไม่ได้จัดเตรียมไว้ในงบปกติ และโครงการไทยช่วยไทยพลัส หรือ 60/40
แต่หากเราพูดกันด้วยหลักฐานเชิงประจักษ์ 4 กลุ่มหลักที่ควรได้รับการดูแลกลับเป็นกลุ่มที่ถูกละเลย
กลุ่มเปราะบางช่วงวิกฤตน้ำมันอย่างประมง ขนส่ง เกษตรกร ต้นทุนปุ๋ย-วัตถุดิบ
SME ปิดกิจการเพิ่ม 12.5% ที่จัดตั้งใหม่ก็มีค่าเฉลี่ยทุนจดทะเบียนลดลง
ภาคการผลิต เสาหลักเศรษฐกิจไทย กำลังหดตัวเหลือ 57% ต่ำสุดในรอบ 24 ไตรมาส
แรงงาน คนตกงานเพิ่มขึ้นราว 400,000 คน เพิ่มขึ้นเกือบ 10% จากปีก่อน
ถ้าไม่โดนอินโดนีเซียโฉบมาจีบโตโยต้าให้ย้ายฐาน เราคงไม่เห็นรัฐบาลรู้ร้อนรู้หนาวอะไรกับความถดถอยของภาคการผลิตไทย
2️⃣ ก้อนสอง – เปลี่ยนผ่านพลังงานฟอสซิลสู่พลังงานสะอาด ?
200,000 ล้านก้อนหลัง รัฐบาลตั้งเป้าไว้เองว่าจะใช้เพื่อเปลี่ยนผ่านพลังงานของประเทศ
แต่ปัญหาที่เราวิจารณ์มาตลอด 2-3 เดือนว่าไม่เคยมีความชัดเจนเรื่องหลักเกณฑ์การพิจารณา ตัวชี้วัด ปล่อยให้แต่ละหน่วยงานเสนอโครงการมาตามใจชอบ
จนถึงวันนี้สภาวะ “ไร้เข็มทิศ” ของการใช้เงินก้อนนี้ก็ยังอยู่เหมือนเดิม
เมื่อดูไส้ในยังพบแต่คำขอโครงการสะเปะสะปะ เน้นเปลี่ยนครุภัณฑ์ จากเครื่องจักรที่ใช้น้ำมันมาเป็นไฟฟ้า ติดโซลาร์เซลล์ลานกีฬา เปลี่ยนเครื่องสูบน้ำน้ำมันเป็นไฟฟ้า - จำเป็นเร่งด่วนหรือไม่? พาประเทศไทยเปลี่ยนผ่านพลังงานได้แค่ไหน?
ถ้ารัฐบาลจริงจังกับการผลักดันเศรษฐกิจไทยสู่ยุคพลังงานสะอาดจริงๆ
ต้องไม่ใช่แค่เพิ่ม EV กับโซลาร์เซลในระบบ แต่ต้องแทนที่พลังงานฟอสซิลด้วยพลังงานใหม่
เพราะประเทศไทยเราตอนนี้ ใช้พลังงานฟอสซิลถึง 80% ในการผลิตพลังงานไฟฟ้า
งานศึกษาของกมธ. พัฒนาเศรษฐกิจ พบว่า “ช่องว่าง” ไฟฟ้าสะอาดที่ไทยสามารถมีให้กับบริษัทยุคใหม่นั้นใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ
วันนี้ประเทศไทยมีไฟฟ้าสะอาดที่พร้อมซัพพลาย 29.7 เทราวัตต์-ชั่วโมงต่อปี
แต่ความต้องการของภาคอุตสาหกรรม จะเพิ่มขึ้นเป็น 85–95 เทราวัตต์-ชั่วโมงในปี 2573
และกระโดดไปเป็น 140–170 เทราวัตต์ในปี 2578
ถ้ารัฐบาลเตรียมพลังงานสะอาดรองรับไม่ทัน นักลงทุนคุณภาพจะหนีไปประเทศอื่นที่พร้อมกว่า
ไม่ใช่แค่นั้นนะครับ ผู้ผลิตคุณภาพสูงที่แคร์เรื่องพลังงาน หรืออุตสาหกรรมแห่งอนาคตที่ต้องการพลังงานสะอาด ก็จะตัดสินใจไม่เข้ามาลงทุนในประเทศไทย แต่หันไปหาประเทศอื่นแทน เพราะประเทศอื่นเตรียมแหล่งไฟฟ้าสะอาดไว้พร้อมกว่า
- - -
โดยสรุปแล้ว ต่อให้ตัดเรื่องวินัยการคลัง เรื่องกฎระเบียบ เรื่องความเหมาะสมเชิงกระบวนการออกไป เอาวัตถุประสงค์ ที่รัฐบาลตั้งไว้เองมาเป็นบรรทัดฐานในการพิจารณา
ก็ยังชัดเจนว่า การใช้เงินกู้ทั้ง 2 ก้อน ไม่ตอบโจทย์ของประเทศ
ก้อนแรกถูกใช้เพื่อฟื้นคะแนนเสียง ส่วนก้อนที่สองถูกใช้เพื่อเลี้ยงเครือข่ายอุปถัมภ์
ในฐานะผู้แทนราษฎร ผมจึงไม่อาจเห็นชอบกับการออก พ.ร.ก. กู้เงิน 400,000 ล้านบาท ฉบับนี้ได้ครับ
- - -