วีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร - Veerayooth Kanchoochat

  • Home
  • วีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร - Veerayooth Kanchoochat
Contact the business

วีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร - Veerayooth Kanchoochat ผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน

02/11/2026

โซลาร์ 1 ล้านหลัง ช่วยไทยสร้างเทคโนโลยีได้ไหม พลังงานมั่นคงขึ้นเท่าไหร่?

เรากำลังจะเสียโอกาสใช้เงินกู้ 200,000 ล้าน เพื่อพัฒนาอุตสาหกรรมไทย
เพราะขาดยุทธศาสตร์สนับสนุนการผลิต smart meter และ BESS เพื่อยกระดับเทคโนโลยีในประเทศ

อย่าลืมว่า พรก. มีข้อจำกัดที่ต้องใช้เงินให้หมดภายใน ธ.ค. 70 ต้องเร่งแค่ไหนถึงจะทำทัน

สุดท้ายเงินก้อนนี้ช่วยใครเปลี่ยนผ่าน? ลดการพึ่งพาพลังงานนำเข้าได้เท่าไหร่?

#พรรคประชาชน #ครมเงา

02/11/2026

🔴 สดจากรัฐสภา พรรคประชาชนแถลงผลการประชุม ครม.เงา ครั้งที่ 18 (2 พ.ย. 69) ย้ำจุดยืนพรรคต่อการจัดการแรงงานข้ามชาติ, แฉโครงการโซลาร์เซลล์สีน้ำเงิน, เตือนเหมืองโพแทชอุดรธานีเสี่ยงซ้ำรอยปราจีนบุรี

เมื่อวานนี้ กมธ.พัฒนาเศรษฐกิจ ติดตามเรื่องกองถ่ายศูนย์เหรียญ พบว่ามีช่องโหว่ที่ต้องจัดการต่อหลายจุด จะติดตามเรื่องนี้อย่...
30/10/2026

เมื่อวานนี้ กมธ.พัฒนาเศรษฐกิจ ติดตามเรื่องกองถ่ายศูนย์เหรียญ พบว่ามีช่องโหว่ที่ต้องจัดการต่อหลายจุด จะติดตามเรื่องนี้อย่างต่อเนื่องแล้วมาอัปเดตความคืบหน้านะครับ

🎬 [ เร่งจัดการ ‘กองถ่ายศูนย์เหรียญ’ ทุนต่างชาติขนอุปกรณ์-แรงงานมาถ่ายทำในไทย ทำผู้ประกอบการไทยเสียหายหนัก ]
ประเทศไทยขึ้นชื่อว่าเป็นสวรรค์ของกองถ่ายทำภาพยนตร์ต่างประเทศ สร้างรายได้และมูลค่าทางเศรษฐกิจเข้าประเทศมหาศาลในแต่ละปี แต่รู้หรือไม่ว่า วันนี้อุตสาหกรรมสร้างสรรค์ของไทยกำลังเผชิญหน้ากับภัยเงียบที่ชื่อว่า ‘กองถ่ายศูนย์เหรียญ’
เมื่อวานนี้ (29 ตุลาคม 2569) ที่รัฐสภา มีการประชุม กมธ.พัฒนาเศรษฐกิจ โดยเชิญกลุ่มผู้ประกอบการให้เช่าอุปกรณ์ถ่ายทำภาพยนตร์ และหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้อง มาพูดคุยกันถึงเรื่องขบวนการกลุ่มทุนต่างชาติที่ลักลอบขนอุปกรณ์และแรงงานเถื่อนเข้ามาถ่ายทำภาพยนตร์และคอนเทนต์ในประเทศไทยอย่างผิดกฎหมาย ทำให้ผู้ประกอบการไทยได้รับผลกระทบอย่างหนัก
🚛 [ แฉทริกหลบเลี่ยงกฎหมาย: ตั้งนอมินีหลักแสน ขนอุปกรณ์เถื่อน แย่งงานคนไทยเรียบ ]
สมบูรณ์ พิริยะภักดีกุล ตัวแทนกลุ่มผู้ประกอบการให้เช่าอุปกรณ์ถ่ายทำภาพยนตร์ สะท้อนความจริงอันเจ็บปวดว่า ขณะนี้ผู้ประกอบการไทยกำลังเผชิญภาวะขาดทุนสะสมและไม่มีงานทำ
เนื่องจากมีกลุ่มทุนต่างชาติ โดยเฉพาะจากประเทศจีน พยายามหลบเลี่ยงกฎหมาย เข้ามาจัดตั้งบริษัทนอมินีในไทยโดยใช้ทุนจดทะเบียนขั้นต่ำเพียง 200,000 บาท จากนั้นก็ลักลอบนำเข้ากล้อง ไฟ และอุปกรณ์ถ่ายทำจำนวนมหาศาลโดยเลี่ยงภาษี เพื่อนำมาปล่อยเช่าให้บริการกันเองในกลุ่มกองถ่ายต่างชาติด้วยกัน โดยไม่ผ่านระบบสรรพากรไทย และไม่ต้องยื่นขอใบอนุญาตส่งเสริมการลงทุนจาก BOI ทำให้เม็ดเงินหมุนเวียนอยู่กับคนชาติเดียวกัน โดยที่คนไทยแทบจะไม่ได้ผลประโยชน์อะไรเลย
ยิ่งไปกว่านั้น แม้แต่กองถ่ายต่างประเทศรายใหญ่บางรายที่เข้าเงื่อนไขสิทธิรับเงินคืน (Cash Rebate) ตามมาตรการจูงใจกองถ่ายต่างประเทศของรัฐบาล ก็เริ่มหันมาลักลอบขนอุปกรณ์เข้ามาเองเพื่อเลี่ยงการเช่าอุปกรณ์ของคนไทย ส่งผลให้ตัวเลขยอดการใช้จ่ายที่รัฐนำไปอ้างอิงเพื่อคืนเงิน 15-30% นั้น บิดเบือนและไม่ได้ตกสู่กระเป๋าคนไทยจริง
🔍 [ ช่องโหว่กองถ่ายงบไม่ถึง 50 ล้านบาท: จุดบอดที่รัฐตรวจสอบไม่ได้ ]
ณพัฎน์ จิตตภินันท์กัณตา สส.กรุงเทพฯ เขต 24 พรรคประชาชน ชี้ให้เห็นถึงปัญหาเชิงโครงสร้างของกฎหมายว่า กองถ่ายต่างประเทศที่เข้ามาในประเทศไทยแบ่งออกได้เป็น 2 กลุ่ม
> กลุ่มที่หนึ่ง งบเกิน 50 ล้านบาทขึ้นไป: กลุ่มนี้ยื่นขอสิทธิประโยชน์เงินคืน (Cash Rebate) จึงต้องแสดงบัญชีอย่างโปร่งใส รัฐควบคุมได้ค่อนข้างดี
> กลุ่มที่สอง งบไม่ถึง 50 ล้านบาท: กลุ่มนี้ไม่ได้ยื่นขอสิทธิประโยชน์ใดๆ ทำให้หน่วยงานรัฐไม่มีฐานข้อมูลการใช้จ่าย ไม่รู้ว่าเช่าอุปกรณ์เลี่ยงภาษีหรือไม่ หรือใช้แรงงานผิดกฎหมายหรือเปล่า ซึ่งกลายเป็นปัญหาใหญ่
แถมปัจจุบัน งบประมาณสนับสนุนระบบ Cash Rebate ของกรมการท่องเที่ยวที่ได้รับจัดสรรมีเพียง 300 ล้านบาทต่อปี ซึ่งน้อยมากเมื่อเทียบกับความต้องการจริง ส่งผลให้รัฐค้างจ่ายเงินคืนกองถ่าย จนผู้ผลิตภาพยนตร์ระดับโลกหลายรายถอดใจ ย้ายฐานการถ่ายทำไปประเทศเพื่อนบ้านที่จ่ายเงินเร็วกว่า ทำไทยสูญเสียโอกาสทางเศรษฐกิจอย่างน่าเสียดาย
💥 [ หน่วยงานรัฐ ‘ไร้สถิติ-ไร้ข้อมูล’ ในการป้องกันปัญหา ]
ภูริวรรธก์ ใจสำราญ สส.กรุงเทพฯ เขต 12 พรรคประชาชน เตือนว่า หายนะของ ‘กองถ่ายศูนย์เหรียญ’ ไม่ได้หยุดอยู่แค่ภาพยนตร์ แต่ลุกลามไปยังงานโฆษณา สารคดี งานอีเวนต์ และคอนเสิร์ตใหญ่ ซึ่งล้วนเป็นแหล่งจ้างงานหลักของแรงงานทักษะคนไทยทั้งสิ้น
ที่น่าตกใจคือ จากการเรียกหน่วยงานรัฐมาชี้แจงต่อ กมธ. พบว่าแต่ละหน่วยงานทำงานแยกส่วน และไม่มีข้อมูลสำหรับการตรวจสอบหรือป้องกันปัญหานี้เลย
❌ กรมศุลกากร ไม่เคยมีระบบเช็กว่าอุปกรณ์การถ่ายทำที่นำเข้าผ่านสิทธิค้ำประกันศุลกากรชั่วคราว (ATA Carnet) ถูกส่งกลับประเทศต้นทางจริงหรือไม่ตามกำหนดเวลา
❌ กรมการจัดหางาน ที่มีหน้าที่ออกใบอนุญาตทำงาน (Work Permit) ให้กับแรงงานต่างชาติ แต่กลับไม่มีข้อมูลสถิติเกี่ยวกับกองถ่ายศูนย์เหรียญหรือการใช้แรงงานเถื่อนในกองถ่ายเลย
❌ กรมสรรพากรและ BOI ขาดการประสานงานร่วมกัน ปล่อยปละละเลยปัญหาบริษัทนอมินีมานานกว่า 4-5 ปี จนเปิดช่องให้ทุนต่างชาติเข้ามาทำลายผู้ประกอบการไทยจนแทบหมดลมหายใจ
📌 [ กมธ.พัฒนาเศรษฐกิจเดินหน้าเกาะติดไม่ปล่อย ]
อิสริยะ ไพรีพ่ายฤทธิ์สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะกรรมาธิการฯ กล่าวสรุปทิ้งท้ายว่า จากการประชุม กมธ.พัฒนาเศรษฐกิจเมื่อวานนี้ เราได้ผลลัพธ์ในการแก้ปัญหาอย่างเป็นรูปธรรม โดยตัวแทนผู้ประกอบการไทยได้ส่งมอบข้อมูลชี้เป้าพิกัดคลังเก็บอุปกรณ์ถ่ายทำผิดกฎหมายให้กับตัวแทนกรมศุลกากรและกรมการจัดหางานอย่างเป็นทางการเรียบร้อยแล้ว
หลังจากนี้ หน่วยงานรัฐที่มีอำนาจตามกฎหมายต้องเร่งลงพื้นที่ตรวจสอบ กวาดล้างโกดังเก็บอุปกรณ์เถื่อน และจัดการกับแรงงานต่างชาติที่เข้ามาทำงานกองถ่ายโดยไม่มีใบอนุญาต
กมธ.พัฒนาเศรษฐกิจ รวมถึงพรรคประชาชน จะเกาะติดและตรวจสอบเรื่องนี้อย่างใกล้ชิดต่อไป เพื่อปกป้องสิทธิและผลประโยชน์ของผู้ประกอบการภาพยนตร์ไทย

กู้ 4 แสนล้าน ก้อนแรกฟื้นคะแนนเสียง ก้อนสองเลี้ยงเครือข่ายอุปถัมภ์ ข่าวบริษัทไทยขนาดกลางและเล็กเจอข้อจำกัดไม่สามารถเข้าร...
28/10/2026

กู้ 4 แสนล้าน ก้อนแรกฟื้นคะแนนเสียง ก้อนสองเลี้ยงเครือข่ายอุปถัมภ์

ข่าวบริษัทไทยขนาดกลางและเล็กเจอข้อจำกัดไม่สามารถเข้าร่วมโครงการ "โซลาร์ 1 ล้านครัวเรือน" ได้ เพราะสายป่านสั้น ยิ่งตอกย้ำว่า มาตรการไหนรัฐบาลดันเร็ว ก็เพราะมีแรงดันหลังมาอีกทอดหนึ่ง

เพราะยิ่งตลาดภายในหด เศรษฐกิจโตต่ำ เงินรัฐ-เงินภาษีจึงเป็นที่พึ่งสุดท้ายของบริษัทใหญ่ไร้นวัตกรรมที่ไม่สามารถแข่งกับโลกได้

วิธีหากินแบบผู้รับเหมานั้นอิ่มและง่าย เป็นนายหน้ารับสัญญารัฐ --> นำเข้าอุปกรณ์จากจีน --> ซับโครงการให้รายย่อยทำ

ในขณะที่เป้าหมายด้านการเปลี่ยนผ่านพลังงานที่ถูกใช้เป็นสารตั้งต้นกู้เงิน 200,000 ล้านหายไปเลย

ตกลงแล้ว โครงการหลังคาโซลาร์ 1 ล้านหลังช่วยให้ไทยลดการนำเข้าก๊าซธรรมชาติได้แค่ไหน? มีตัวชี้วัดอะไร?

[ กู้ 4 แสนล้าน ก้อนแรกฟื้นคะแนนเสียง ก้อนสองเลี้ยงเครือข่ายอุปถัมภ์ ]

เปิดสมัยประชุมวันนี้ ผมร่วมอภิปรายในวาระที่สภาผู้แทนราษฎรพิจารณา พ.ร.ก. กู้เงิน 400,000 ล้านบาท ที่รัฐบาลขอเอาเงินในอนาคตของพวกเราทุกคนมาใช้ล่วงหน้า

การอภิปรายครั้งนี้ ผมไม่ใช้หลักกฎหมายหรือข้อถกเถียงเรื่อง พ.ร.บ. / พ.ร.ก. หรือวินัยการคลัง แต่ขอชวนทุกคนหยิบเอา “วัตถุประสงค์” ที่รัฐบาลเขียนไว้เอง มาเป็น “ไม้บรรทัด” ในการประเมินความชอบธรรมของการใช้เงินก้อนนี้ ว่าตอบโจทย์ที่ตัวเองตั้งไว้ได้หรือไม่

1️⃣ ก้อนแรก – ฟื้นเศรษฐกิจ ช่วยประชาชน เกษตรกร ผู้ประกอบการ ?

ก้อนแรกที่รัฐบาลตั้งไว้เองว่าจะใช้เพื่อฟื้นเศรษฐกิจ บรรเทาภาระค่าใช้จ่ายของประชาชนและเกษตรกร ช่วยเหลือผู้ประกอบการ

เงินที่กู้มานั้นถูกใช้ไปแล้ว 109,803 ล้านบาท – ส่วนใหญ่คือการอุดงบบัตรสวัสดิการที่ไม่ได้จัดเตรียมไว้ในงบปกติ และโครงการไทยช่วยไทยพลัส หรือ 60/40

แต่หากเราพูดกันด้วยหลักฐานเชิงประจักษ์ 4 กลุ่มหลักที่ควรได้รับการดูแลกลับเป็นกลุ่มที่ถูกละเลย

กลุ่มเปราะบางช่วงวิกฤตน้ำมันอย่างประมง ขนส่ง เกษตรกร ต้นทุนปุ๋ย-วัตถุดิบ

SME ปิดกิจการเพิ่ม 12.5% ที่จัดตั้งใหม่ก็มีค่าเฉลี่ยทุนจดทะเบียนลดลง

ภาคการผลิต เสาหลักเศรษฐกิจไทย กำลังหดตัวเหลือ 57% ต่ำสุดในรอบ 24 ไตรมาส

แรงงาน คนตกงานเพิ่มขึ้นราว 400,000 คน เพิ่มขึ้นเกือบ 10% จากปีก่อน

ถ้าไม่โดนอินโดนีเซียโฉบมาจีบโตโยต้าให้ย้ายฐาน เราคงไม่เห็นรัฐบาลรู้ร้อนรู้หนาวอะไรกับความถดถอยของภาคการผลิตไทย

2️⃣ ก้อนสอง – เปลี่ยนผ่านพลังงานฟอสซิลสู่พลังงานสะอาด ?

200,000 ล้านก้อนหลัง รัฐบาลตั้งเป้าไว้เองว่าจะใช้เพื่อเปลี่ยนผ่านพลังงานของประเทศ

แต่ปัญหาที่เราวิจารณ์มาตลอด 2-3 เดือนว่าไม่เคยมีความชัดเจนเรื่องหลักเกณฑ์การพิจารณา ตัวชี้วัด ปล่อยให้แต่ละหน่วยงานเสนอโครงการมาตามใจชอบ

จนถึงวันนี้สภาวะ “ไร้เข็มทิศ” ของการใช้เงินก้อนนี้ก็ยังอยู่เหมือนเดิม

เมื่อดูไส้ในยังพบแต่คำขอโครงการสะเปะสะปะ เน้นเปลี่ยนครุภัณฑ์ จากเครื่องจักรที่ใช้น้ำมันมาเป็นไฟฟ้า ติดโซลาร์เซลล์ลานกีฬา เปลี่ยนเครื่องสูบน้ำน้ำมันเป็นไฟฟ้า - จำเป็นเร่งด่วนหรือไม่? พาประเทศไทยเปลี่ยนผ่านพลังงานได้แค่ไหน?

ถ้ารัฐบาลจริงจังกับการผลักดันเศรษฐกิจไทยสู่ยุคพลังงานสะอาดจริงๆ

ต้องไม่ใช่แค่เพิ่ม EV กับโซลาร์เซลในระบบ แต่ต้องแทนที่พลังงานฟอสซิลด้วยพลังงานใหม่

เพราะประเทศไทยเราตอนนี้ ใช้พลังงานฟอสซิลถึง 80% ในการผลิตพลังงานไฟฟ้า

งานศึกษาของกมธ. พัฒนาเศรษฐกิจ พบว่า “ช่องว่าง” ไฟฟ้าสะอาดที่ไทยสามารถมีให้กับบริษัทยุคใหม่นั้นใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ

วันนี้ประเทศไทยมีไฟฟ้าสะอาดที่พร้อมซัพพลาย 29.7 เทราวัตต์-ชั่วโมงต่อปี
แต่ความต้องการของภาคอุตสาหกรรม จะเพิ่มขึ้นเป็น 85–95 เทราวัตต์-ชั่วโมงในปี 2573
และกระโดดไปเป็น 140–170 เทราวัตต์ในปี 2578

ถ้ารัฐบาลเตรียมพลังงานสะอาดรองรับไม่ทัน นักลงทุนคุณภาพจะหนีไปประเทศอื่นที่พร้อมกว่า

ไม่ใช่แค่นั้นนะครับ ผู้ผลิตคุณภาพสูงที่แคร์เรื่องพลังงาน หรืออุตสาหกรรมแห่งอนาคตที่ต้องการพลังงานสะอาด ก็จะตัดสินใจไม่เข้ามาลงทุนในประเทศไทย แต่หันไปหาประเทศอื่นแทน เพราะประเทศอื่นเตรียมแหล่งไฟฟ้าสะอาดไว้พร้อมกว่า

- - -

โดยสรุปแล้ว ต่อให้ตัดเรื่องวินัยการคลัง เรื่องกฎระเบียบ เรื่องความเหมาะสมเชิงกระบวนการออกไป เอาวัตถุประสงค์ ที่รัฐบาลตั้งไว้เองมาเป็นบรรทัดฐานในการพิจารณา

ก็ยังชัดเจนว่า การใช้เงินกู้ทั้ง 2 ก้อน ไม่ตอบโจทย์ของประเทศ
ก้อนแรกถูกใช้เพื่อฟื้นคะแนนเสียง ส่วนก้อนที่สองถูกใช้เพื่อเลี้ยงเครือข่ายอุปถัมภ์

ในฐานะผู้แทนราษฎร ผมจึงไม่อาจเห็นชอบกับการออก พ.ร.ก. กู้เงิน 400,000 ล้านบาท ฉบับนี้ได้ครับ

- - -

"เมื่อปัญหาหลักเศรษฐกิจไทย อาจเหมือนปัญหาใหญ่ของแมนฯ ยูไนเต็ด"🔴 นโยบายเศรษฐกิจไทยดูเหมือนเคลื่อนไหว แต่กลับไม่เคยเปลี่ยน...
26/10/2026

"เมื่อปัญหาหลักเศรษฐกิจไทย อาจเหมือนปัญหาใหญ่ของแมนฯ ยูไนเต็ด"

🔴 นโยบายเศรษฐกิจไทยดูเหมือนเคลื่อนไหว แต่กลับไม่เคยเปลี่ยนแปลง

🔴 เขียนไว้ตอนโซลชาดึงโรนัลโดกลับมาแมนยูเมื่อปี 2021 ที่ช่วยเติมความหวังให้กับแฟนปีศาจแดงทั่วโลก

🔴 ตอนปี 2021 บนเวทีวิสัยทัศน์ของไทยช่วงนั้น ก็จะฮิตคำอย่างกิโยตินกฎหมาย ไทยแลนด์ 4.0 BCG ตอนนี้ปี 2026 ก็เปลี่ยนมาเป็น AI, Resilience, Longevity

🔴 ในขณะที่แก่นสำคัญถูกลดทอนหรือบิดเบือนหลักการ เช่น ถ้าผู้กำหนดนโยบายเชื่อในหลัก "การทำลายล้างที่สร้างสรรค์" หรือ creative destruction จริงๆ ก็ต้องเปิดให้บริษัทใหม่เข้ามาแข่งกับบริษัทเก่า ลดกำแพงเข้าสู่ตลาดให้เยอะที่สุด แต่พอมาใช้ในบริบทไทยกลับกลายเป็นการหนุนบริษัทใหญ่แทน

🔴 การเน้นแสดงวิสัยทัศน์ด้วยคำศัพท์ใหม่ จริงๆ ก็คือการไม่กล้าหาญแก้ไขปัญหาเก่า เรื่องที่ควรเป็นแกนหลักอย่าง Fair Game หรือการบังคับใช้กติกาให้การแข่งขันเป็นธรรมก็เลือนหายไป

🔴 สุดท้ายก็เข้าทางเสือนอนกิน ทุนผูกขาด status quo ที่จะขยับมาโตต่อ ด้วยการหาส่วนแบ่งจากการก่อสร้างดาต้าเซ็นเตอร์ ขายน้ำ ขายไฟ โดยไม่ต้องลงทุนนวัตกรรมไปแข่งกับโลก

https://www.the101.world/thai-econ-policy-manchester-united/

26/10/2026

🔴 สดจากรัฐสภา พรรคประชาชนแถลงผลการประชุม ครม.เงา ครั้งที่ 17 (26 ต.ค. 69) จับตาทิศทางการอภิปรายไม่ไว้วางใจ, แนวทางการแก้ปัญหาน้ำมันแพง, มาตรการสินเชื่อ Solar Rooftop, ปัญหา 'กะเพรา' กับ พ.ร.บ.คุ้มครองพันธุ์พืช

19/10/2026

🔴 สดจากรัฐสภา พรรคประชาชนแถลงผลการประชุม ครม.เงา ครั้งที่ 16 (19 ต.ค. 69) อัปเดตการเตรียมการอภิปรายไม่ไว้วางใจ, จี้รัฐบาลสนใจพื้นที่จมน้ำและการจัดการเงินเยียวยา, ข้อเสนอต่อรัฐบาลหลังงานประชุม

[ 8 ข้อเสนอเปลี่ยนกติกาการค้าโลก เพื่อความก้าวหน้าและความเป็นธรรม ]นอกจาก IMF–World Bank Meetings แล้ว สัปดาห์นี้ยังมีวง...
15/10/2026

[ 8 ข้อเสนอเปลี่ยนกติกาการค้าโลก เพื่อความก้าวหน้าและความเป็นธรรม ]


นอกจาก IMF–World Bank Meetings แล้ว สัปดาห์นี้ยังมีวงพูดคุยเรื่องนโยบายการค้าระหว่างประเทศที่สำคัญอีกวงหนึ่ง เพื่อเสนอทางเลือกที่ต่างออกไป

ถ้า IMF–World Bank เน้นเรื่องเสถียรภาพและวินัยการคลัง วงนี้ให้ความสำคัญกับความเป็นธรรม การกระจายรายได้ และพื้นที่นโยบายของประเทศกำลังพัฒนา

เมื่อวันที่ 15 ต.ค. คณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาฯ ร่วมกับมูลนิธิฟรีดริค เอแบร์ท (FES) และ Reinventing Bretton Woods Committee องค์กรไม่แสวงหากำไร จัดวงเสวนาเรื่องการออกแบบกติกาการค้าใหม่ “A New Deal for Global Trade: A Dialogue on a Progressive Agenda”

ในงานมีการเปิดบทความเรื่องการยกเครื่องกติกาการค้าระหว่างประเทศ ที่เขียนโดย Joseph E. Stiglitz นักเศรษฐศาสตร์รางวัลโนเบล ร่วมกับ Martín Guzman อดีตรัฐมนตรีคลังของอาร์เจนตินา โดย Martín Guzman เป็นผู้มานำเสนอเองที่กรุงเทพฯ

ขอเก็บตกประเด็นจากงานมาเล่าต่อ เปิดข้อเสนอการออกแบบระเบียบโลกจากอีกมุมมองครับ

🔴 ระเบียบการค้าเดิมตั้งอยู่บนทฤษฎีง่อนแง่น

บทวิเคราะห์เริ่มต้นว่า “ระเบียบการค้าโลก” ไม่ได้เพิ่งเจอวิกฤตเมื่อโดนัลด์ ทรัมป์ ขึ้นดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯ แต่เป็นเพราะความเชื่อของประเทศมหาอำนาจและเศรษฐศาสตร์กระแสหลักเองที่มีต่อทฤษฎีการค้าดั้งเดิม ที่เชื่อว่าทุกประเทศ ไม่ว่ารวยหรือจน จะได้ประโยชน์จากการค้าเสรีทั้งสิ้น – ซึ่งเป็นทฤษฎีที่มีช่องโหว่ร้ายแรงเพราะเชื่อว่าตลาดจะทำงานสมบูรณ์ เทคโนโลยีจะไม่เปลี่ยนแปลง

การออกแบบกติกาการค้าขององค์การการค้าโลก (WTO) จึงขัดกับโลกแห่งความจริงตั้งแต่ต้น

เมื่อรวมกับความไม่เท่าเทียมของ “อำนาจต่อรอง” ระหว่างประเทศร่ำรวยกับประเทศยากจน จึงทำให้ระเบียบการค้าโลกสร้างความขัดแย้งเพิ่มขึ้นตามเวลา เช่นกติกาด้านเกษตรของ WTO เปิดพื้นที่ให้สหรัฐฯ และสหภาพยุโรปสามารถคงเงินอุดหนุนเกษตรกรตัวเองไว้ในระดับสูง ขณะที่ประเทศกำลังพัฒนาถูกจำกัดด้วยเพดานที่อิงกับระดับเดิม

อย่างไรก็ดี ไม่ใช่แค่ประเทศกำลังพัฒนาเท่านั้นที่ไม่พอใจ คนจำนวนมากในประเทศร่ำรวยเองก็มองว่ากติกาหลายอย่างของ WTO ไม่เป็นธรรมเช่นกัน เพราะกลไกการเจรจาการค้ามักเลือกฟัง “เสียง” ของตัวแทนจากกลุ่มธุรกิจใหญ่มากกว่าเสียงของแรงงาน ในขณะที่เรื่องสำคัญอย่างผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมหรือการกระจายรายได้ กลับไม่เคยอยู่ในกลไกการตัดสินใจ

ความเชื่อมั่นต่อกติกาการค้าง่อนแง่นอยู่แล้ว เมื่อทรัมป์ใช้ความเป็นมหาอำนาจกดดันประเทศอื่นๆ ให้เดินตามอีก ความเชื่อมั่นในระเบียบการค้าโลกจึงล่มสลายอย่างเป็นทางการ

🔴 ควรทิ้งระเบียบโลกไปเลย หรือจะหาทางสร้างใหม่?

Guzman น่าจะเข้าใจหัวอกประเทศกำลังพัฒนาเป็นอย่างดี เพราะช่วงที่เป็นรัฐมนตรีคลัง เขาเป็นผู้นำการเจรจาปรับโครงสร้างหนี้ให้กับอาร์เจนติน่า ทั้งหนี้กับเอกชนในปี 2020 และกับ IMF ในปี 2022

ประสบการณ์ดังกล่าวทำให้เขาเข้าใจดีว่า ผู้คนในประเทศกำลังพัฒนาอยากจะฉีกระเบียบการค้าโลกทิ้งไปเลย เพราะเต็มไปด้วยความไม่เป็นธรรม

แต่ Guzman ก็ย้ำว่า ยิ่งปล่อยให้โลกไร้กฎเกณฑ์ ก็ยิ่งทำให้ประเทศมหาอำนาจใช้อำนาจตามอำเภอใจง่ายกว่าเดิม และจะทำให้เศรษฐกิจโลกอ่อนแอ ไร้ประสิทธิภาพ ส่งผลเสียกับคนธรรมดาในประเทศกำลังพัฒนา ยิ่งกว่าประเทศมหาอำนาจเอง

เขาจึงมีข้อเสนอ 8 ประการ เพื่อการออกแบบกติกาการค้าใหม่ ดังนี้ครับ

🔴 8 ข้อเสนอเปลี่ยนกติกาการค้าโลก

1. Well-being: การค้าระหว่างประเทศต้องมีเป้าหมายปลายทางเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตและสวัสดิการของประชาชน ไม่ใช่การค้าเพื่อเพิ่มอำนาจการเมืองหรือผลประโยชน์ของภาคธุรกิจ

2. National autonomy: ต้องเคารพอธิปไตยของแต่ละประเทศในการออกแบบกฎหมาย ให้รัฐมีอำนาจบริหารจัดการความเสี่ยงเพื่อลดการพึ่งพาประเทศอื่นในอุตสาหกรรมสำคัญ และคุ้มครองอธิปไตยทางดิจิทัลและข้อมูล

3. Progressive national policy: นโยบายการค้าต้องทำงานร่วมกับนโยบายภายในประเทศ รัฐบาลต้องปรึกษาหารือกับแรงงานและภาคสังคมอย่างเป็นทางการเตรียมความพร้อมให้ประชาชนรับมือกับความเสี่ยงจากการเชื่อมโยงกับเศรษฐกิจโลก

4. Global collective action: ระเบียบการค้าใหม่ต้องสนับสนุนให้ประเทศต่างๆ ร่วมกันสร้างและดูแลสินค้าสาธารณะที่ส่งผลกับเราทุกคนบนโลก โดยเฉพาะการลดความรุนแรงของปัญหาสภาพภูมิอากาศ และระบบสาธารณสุขโลกในการรับมือโรคระบาด

5. Fairness: ระบบการค้าต้องเปิดโอกาสให้ประเทศกำลังพัฒนาสามารถใช้นโยบายอย่างเป็นธรรม เพื่อลดความเหลื่อมล้ำทั้งระหว่างประเทศและภายในแต่ละประเทศ

6. Knowledge diffusion: สนับสนุนให้ประเทศกำลังพัฒนาสามารถลดช่องว่างทางเทคโนโลยีกับประเทศร่ำรวยได้ ผ่านการใช้นโยบายอุตสาหกรรม มาตรการจัดซื้อจัดจ้างโดยรัฐ ต้องมีข้อบังคับให้ประเทศพัฒนาแล้วถ่ายทอดความรู้และสนับสนุนการเงินให้กับประเทศผู้รับการลงทุน

7. Power asymmetries: การออกแบบกติกาการค้าต้องยอมรับว่าอำนาจต่อรองปัจจุบันเต็มไปด้วยความไม่เท่าเทียม จึงต้องมีกลไกเสริมเพื่อป้องกัน หยุดยั้ง และสร้างแรงจูงใจในการต่อต้านการใช้อำนาจมิชอบของประเทศมหาอำนาจ

8. Most-Favored-Nation (MFN): ควรยึดหลัก MFN ที่ประเทศสมาชิกต้องปฏิบัติต่อคู่ค้าทุกประเทศเท่าเทียม เพื่อป้องกันการเลือกปฏิบัติอย่างอำเภอใจซึ่งก่อให้เกิดการคอร์รัปชัน อย่างไรก็ตาม ต้องแยกแยะระหว่าง “การเลือกปฏิบัติตามอำเภอใจ” กับ “การเลือกปฏิบัติแบบมีหลักการ” เช่น การให้สิทธิพิเศษทางการค้าแก่ประเทศที่ยากจนกว่าตามเกณฑ์การพัฒนาที่ชัดเจนและโปร่งใส พื่อลดช่องว่างทางเศรษฐกิจและเทคโนโลยีระหว่างประเทศร่ำรวยกับประเทศยากจน

ทั้ง 8 ข้อนี้คือข้อเสนอเปลี่ยนกติกาการค้าโลกเพื่อความก้าวหน้าและความเป็นธรรม จากเวทีคู่ขนานกับงาน IMF–World Bank Meetings ที่ควรได้รับการถกเถียง ทั้งเพื่อการกำหนดบทบาทของประเทศไทยในเกมภูมิรัฐศาสตร์ใหม่ และการทำนโยบายเศรษฐกิจภายในของเราเอง

คุยสดกับ Standard Wealth หน้างาน IMF-World Bank Meetings ครับ🟠  ดึงดูดการลงทุน อย่าลืมมองคู่แข่ง อย่าทิ้งปัญหาพื้นฐาน🟠  ...
14/10/2026

คุยสดกับ Standard Wealth หน้างาน IMF-World Bank Meetings ครับ

🟠 ดึงดูดการลงทุน อย่าลืมมองคู่แข่ง อย่าทิ้งปัญหาพื้นฐาน

🟠 ข้อเสนอ Pro-worker AI และ Strategic Data Center

🟠 ยุทธศาสตร์ Renew ใช้เทคโนโลยีใหม่ "ชุบชีวิต" เศรษฐกิจเก่า

https://www.youtube.com/watch?v=AzkR9tDUGbY

การจัดประชุม World Bank - IMF ที่กรุงเทพฯ ช่วยให้นักลงทุนทั่วโลกได้...

[ แก้สารพิษปราจีนขั้นต่อไป ต้องให้ "กรมควบคุมมลพิษ" กับ "กรมโรงงาน" เดิน 2 ขาคู่ขนาน ]อย่างน้อยเสียงของประชาชนก็ไม่สูญเป...
13/10/2026

[ แก้สารพิษปราจีนขั้นต่อไป ต้องให้ "กรมควบคุมมลพิษ" กับ "กรมโรงงาน" เดิน 2 ขาคู่ขนาน ]


อย่างน้อยเสียงของประชาชนก็ไม่สูญเปล่า

ทีมงานจังหวัดปราจีนบุรีของพรรคประชาชนทำงานร่วมกับภาคประชาสังคมและสื่อมวลชน ช่วยกันส่งเสียงให้หน่วยงานรัฐลงไปตรวจสอบปัญหากากสารพิษมายาวนานตั้งแต่ก่อนน้ำท่วม จนในที่สุด กรมควบคุมมลพิษก็ลงไปเก็บตัวอย่างน้ำมาตรวจเมื่อสัปดาห์ก่อน

วันนี้ผลตรวจออกมาชัดเจนว่า พบสารพิษกลุ่มปิโตรเลียมไฮโดรคาร์บอนรั่วไหลสูงผิดปกติ

การเดินหน้าในขั้นต่อไป ต้องใช้ 2 หน่วยงานของ 2 กระทรวงเดินหน้าทำ 2 เรื่องคู่ขนานกัน

1. กรมควบคุมมลพิษ (คพ.) กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม → เดินหน้ารวบรวมหลักฐาน เพื่อดำเนินคดีกับโรงงานฝังกลบกากพิษ

2. กรมโรงงานอุตสาหกรรม (กรอ.) กระทรวงอุตสาหกรรม → ใช้อำนาจตาม พ.ร.บ.วัตถุอันตราย เข้าไปกำจัดกากสารพิษและฟื้นฟูพื้นที่ทันที

ทั้งนี้ จากการพูดคุยในคณะกรรมาธิการการอุตสาหกรรมเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว เราได้รับทราบจากกรมโรงงานอุตสาหกรรมว่า แม้จะมีประสบการณ์ในการดำเนินงาน "เคลียร์สารพิษ" มาแล้ว แต่มีความจำกัดด้านงบประมาณหากจำเป็นต้องทำในพื้นที่ใหม่

ดังนั้น หากรัฐบาลจริงจังกับการแก้ปัญหาสารพิษใน จ.ปราจีนบุรี ต้องรีบจัดสรรงบประมาณจากกระทรวงอุตสาหกหรรมที่มีอยู่ หรือนำงบกลาง (โดยเฉพาะรายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น) มาใช้ เพราะนี่คือเรื่องเร่งด่วนฉุกเฉิน ที่ส่งผลโดยตรงกับประชาชนและพื้นที่เกษตรของปราจีนบุรี

Address

สี่แยกเกียกกาย แขวงนครไชยศร

10300

Website

Alerts

Be the first to know and let us send you an email when วีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร - Veerayooth Kanchoochat posts news and promotions. Your email address will not be used for any other purpose, and you can unsubscribe at any time.

Contact The Business

Send a message to วีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร - Veerayooth Kanchoochat:

Shortcuts

Share

Nearby accountants