จัดระเบียบชีวิตและแผนการเงิน

จัดระเบียบชีวิตและแผนการเงิน จัดระเบียบชีวิตและแผนการเงิน

28/09/2025

[ ] “จ่ายเบี้ยประกันสุขภาพ คือ การจ่ายเบี้ยทิ้ง” รวม 3 เรื่องการเงินที่คนส่วนใหญ่ “เข้าใจผิด” เกี่ยวกับ “ออม-เกษียณ-ประกัน”
ในปัจจุบันความรู้ทางการเงิน มีความจำเป็นอย่างมากในการใช้ชีวิต เนื่องจากเราทุกคนต้องเกี่ยวข้องกับเรื่องการเงิน ตั้งแต่วัยเด็ก จนถึงวัยเกษียณ ไม่ว่าจะเป็น การเก็บออมเงิน การซื้อประกัน การจ่ายภาษี หรือ การวางแผนเกษียณ ฯลฯ ซึ่งในแต่ละคน จะมีความรู้และทัศนคติในเรื่องการเงินที่แตกต่างกันออกไป โดยเฉพาะใน 3 เรื่องการเงิน ที่คนส่วนใหญ่มักเข้าใจผิด
❎เรื่องที่ 1 : “จะออมทั้งที ต้องเลือกผลิตภัณฑ์การเงินที่ให้ผลตอบแทนสูงๆ ถึงจะดี”

ในความเป็นจริง การออมเงินไม่จำเป็นต้องเลือกผลิตภัณฑ์การเงินที่ให้ผลตอบแทนสูงเสมอไป โดยควรเลือกผลิตภัณฑ์การเงินให้สอดคล้องกับ “เป้าหมายการออม” และ “ระยะเวลาการออม” ที่เหมาะสม เช่น

- จะเก็บออมเงินระยะสั้น ควรใช้ผลิตภัณฑ์ออมเงินระยะสั้น เช่น เงินฝากธนาคาร หรือ กองทุนรวมตราสารหนี้ เพราะมี ความเสี่ยงต่ำ และมีสภาพคล่องสูง
- หรือหากจะเก็บออมเงินระยะยาว ควรเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ออมเงินแบบระยะยาว เช่น หุ้น กองทุนรวมหุ้น หรือ ประกันบำนาญ เพราะมีโอกาสได้รับผลตอบแทนที่สูงกว่าผลิตภัณฑ์การเงินชนิดอื่นๆ

ยกตัวอย่าง :
หากเรามีเป้าหมายเก็บออมระยะสั้น (1 ปี) แต่ไปเลือกใช้ผลิตภัณฑ์การเงินระยะยาว คือ กองทุนรวมหุ้น โดยคาดหวังว่าจะได้รับผลตอบแทนที่สูงในระยะเวลาอันสั้น ซึ่งในความเป็นจริงแล้วการลงทุนในกองทุนรวมหุ้นระยะเวลาเพียงแค่ 1 ปีอาจจะทำให้เงินออมของเราขาดทุน และทำให้พลาดเป้าหมายการออมนี้ไป

✅ความเข้าใจที่ถูกต้อง :
การออมเงินไม่ควรมองเฉพาะเรื่องผลตอบแทนเพียงอย่างเดียวเท่านั้น ควรเลือกผลิตภัณฑ์ออมเงินให้เหมาะสมกับเป้าหมายและระยะเวลาการออม
❎เรื่องที่ 2 : “วางแผนเกษียณ เป็นเรื่องของคนแก่”

หนุ่มสาวที่อยู่ในช่วงเริ่มทำงานมักมองว่า เรื่องวางแผนเกษียณ เป็นเรื่องที่ไกลตัว ยังไม่จำเป็นต้องรีบวางแผนเก็บเงิน เพราะยังมีเวลาอีกเยอะ แต่ในความเป็นจริง คนทำงานทุกคนต้องมีวันที่เกษียณจากการทำงาน การเริ่มเก็บเงินตั้งแต่เนิ่นๆ จะทำให้สามารถวางแผนเก็บเงินได้เพียงพอ สำหรับค่าใช้จ่ายตลอดช่วงเกษียณอายุ ในทางกลับกัน หากเริ่มวางแผนเก็บเงินเกษียณช้า ก็จะทำให้มีโอกาสเก็บเงินไม่เพียงพอ ตลอดการใช้ชีวิตหลังเกษียณ

ยกตัวอย่าง :
หากเราเริ่มวางแผนเก็บเงินเกษียณตอนอายุ 50 ปี ตั้งใจว่าจะเกษียณอายุจากการทำงานตอนอายุ 60 ปี ซึ่งวางแผนใช้ชีวิตช่วงหลังเกษียณอายุ 61-80ปี จะสังเกตว่า กรณีนี้เรามีระยะเวลาเก็บเงินเหลืออีกประมาณ 10 ปี เพื่อให้มีเงินพอใช้ต่อไปอีก 20 ปี ซึ่งเป็นเรื่องที่ทำได้ยาก และอาจจะเก็บเงินไม่พอสำหรับการใช้จ่ายช่วงหลังเกษียณ

✅ความเข้าใจที่ถูกต้อง : วางแผนเกษียณ เป็นเรื่องสำคัญมาก ที่ควรเริ่มวางแผนตั้งแต่ช่วงที่เริ่มทำงาน
❎เรื่องที่ 3 : “การจ่ายเบี้ยประกันสุขภาพ คือ การจ่ายเบี้ยทิ้ง”

หลายคนมักมองว่าการซื้อประกันสุขภาพ เป็นการจ่ายเบี้ยทิ้ง ถ้าหากเราไม่ป่วยจะไม่คุ้มค่ากับเงินที่เสียไป แต่ในความเป็นจริง การจ่ายเบี้ยประกันสุขภาพ คือ การซื้อคุ้มครองสำหรับค่าใช้จ่ายการรักษาพยาบาลที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคต

ยกตัวอย่าง :
ในวันที่ใกล้เกษียณอายุจากการทำงาน หากว่าเราเก็บเงินก้อน เพื่อเกษียณได้ตามเป้าหมายสำเร็จแล้ว แต่เกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันขึ้น คือ เจ็บป่วยเป็นโรคร้ายแรง ซึ่งต้องใช้ค่ารักษาพยาบาลจำนวนมาก และต้องมีการรักษาอย่างต่อเนื่อง จึงจำเป็นต้องถอนเงินก้อนที่เราเตรียมไว้ใช้สำหรับเกษียณ มาจ่ายเป็นค่ารักษาพยาบาล ทำให้เราแผนที่เราเตรียมเงินไว้ใช้ ช่วงหลังเกษียณอายุผิดพลาดไป

✅ความเข้าใจที่ถูกต้อง :
ประกันสุขภาพ คือการวางแผนความคุ้มครองค่ารักษาพยาบาล เป็นการใช้ “เงินก้อนเล็ก เพื่อปกป้องเงินก้อนใหญ่”
จะเห็นได้ว่า 3 เรื่องการเงินนี้ เป็นเพียงส่วนหนึ่งที่คนมักเข้าใจผิดกัน อย่างไรก็ตามเราทุกคน ควรศึกษาหาความรู้เกี่ยวกับการเงินอยู่ตลอดเวลา เพื่อให้เรามีสุขภาพทางการเงินที่ดีขึ้น ดั่งคำว่า “สุขภาพการเงินดี ชีวิตดี”
เขียนโดย: สิรภัทร เกาฏีระ นักวางแผนการเงิน CFP®
#สมาคมนักวางแผนการเงินไทย #วางแผนการออม #ลงทุน #ประกัน

27/08/2025

[ สิ่งที่คนไทยกังวลมากที่สุดเกี่ยวกับ ‘การเกษียณ’ | Wealth Me Up ]

เมื่อพูดถึงเรื่องเกษียณ...อะไรคือสิ่งที่คุณกังวลมากที่สุด?

#ให้เงินทำงาน #เกษียณ

21/08/2025

ทุกๆการเรียนรู้เพื่องานที่ชอบ

หากเงินคือศิลปะของการใช้ชีวิต แล้วอะไรคือเครื่องมือป้องกันความเสี่ยง
20/08/2025

หากเงินคือศิลปะของการใช้ชีวิต แล้วอะไรคือเครื่องมือป้องกันความเสี่ยง

[ 10 บทเรียนที่เปลี่ยนวิธีมองเงินไปตลอดกาล | Wealth Me Up ]

เคยรู้สึกหรือไม่ “ทำไมเรารู้จักวิธีคำนวณดอกเบี้ย ดูกราฟการลงทุนเป็น แต่เมื่อถึงเวลาจริงๆ กลับใช้เงินไม่เป็น” หรืออาจจะใช้เงินเป็น แต่กลับรู้สึกไม่มั่นคงทางการเงิน

หนังสือ The Psychology of Money เขียนโดย Morgan Housel ไม่ได้มาแนะนำการจัดพอร์ตลงทุนหุ้น หรือเทคนิคการเลือกสินทรัพย์ลงทุน แต่จะพาไปดูใจคนเวลาเจอเงินว่า “ทำไมบางครั้ง บางคนถึงใช้เงินแบบที่ตัวเองก็รู้ว่าไม่ค่อยเหมาะ?” คำถาม คือ จะทำอย่างไรเพื่อให้การใช้เงินมีความเหมาะสมมากขึ้น

๐ ทำไมพฤติกรรมถึงสำคัญกว่าความเก่ง

ผู้เขียนบอกตรงๆ ว่า การจะรวยหรือมีความมั่นคงทางการเงิน ไม่ได้ขึ้นอยู่กับว่าเราเก่งแค่ไหน หรือจำสูตรได้กี่สูตร แต่ขึ้นอยู่กับว่าสามารถควบคุมอารมณ์และนิสัยตัวเองได้มากแค่ไหน เช่น เวลาเห็นเพื่อน 2 คนตัดสินใจเรื่องเงินต่างกัน อาจคิดว่าคนหนึ่งเก่งกว่า แต่จริงๆ อาจจะเป็นเพราะประสบการณ์ชีวิตต่างกัน หรือสิ่งที่แต่ละให้ความสำคัญต่างกัน

๐ 10 บทเรียนที่เปลี่ยนวิธีมองเงินของตัวเองไปตลอดกาล

1. จริงๆ แล้วไม่มีใคร “บ้า” เรื่องเงิน

สมมติว่ามีเพื่อนชอบเก็บเงินสด ไม่ยอมเอาไปลงทุน ตอนแรกคิดว่าเขาระแวงเกินไป แต่พอได้คุยถึงรู้ว่าพ่อแม่เขาเคยล้มละลาย และเขาเคยเห็นครอบครัวลำบากเพราะเอาเงินไปลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยง แปลว่าทุกการตัดสินใจเรื่องเงินล้วนมีเหตุผล แม้ว่าจะดูไม่สมเหตุสมผลสำหรับคนอื่นก็ตาม ผู้ที่เคยเจอวิกฤตการเงินก็จะระมัดระวังมากกว่า ส่วนผู้ที่เติบโตมากับความมั่งคั่งก็อาจจะกล้าเสี่ยงมากกว่า

2. โชคและความเสี่ยง คือ เพื่อนคู่กันตลอดกาล

บางครั้งเราทำทุกอย่างถูกต้อง แต่สถานการณ์กลับไม่เป็นใจ เช่น คนแรกลงทุนหุ้น A ในช่วงการแพร่ระบาดเชื้อโควิด กับคนที่ 2 ลงทุนหุ้น A หลังการแพร่ระบาดก็จะได้ราคาแตกต่างกัน แต่ไม่ได้หมายความว่าใครตัดสินใจเก่งกว่ากัน ตัวอย่างนี้จะบอกว่าการลงทุนมีทั้งโชคและความเสี่ยง เพราะความสำเร็จและความล้มเหลวทางการเงินจะได้รับอิทธิพลจากโชคและปัจจัยภายนอกที่ควบคุมได้ยาก

3. “พอ คือ พอ” คำง่ายๆ ที่ยากจะทำ

ปัจจุบันกำลังอยู่ในยุคที่มีต้องการมากขึ้นเรื่อยๆ รายได้ต้องเพิ่ม ทรัพย์สินต้องมากขึ้น แต่จริงๆ แล้วเราต้องการแค่ไหนถึงจะพอใจกันแน่ อาจแปลได้ว่าความโลภ คือ ศัตรูของความมั่นคง หลายคนที่มีเงินเยอะแล้วแต่ยังอยากได้มากกว่านี้ จนนำไปลงทุนเสี่ยงมากขึ้น สุดท้ายกลับสูญเสียทุกอย่าง ดังนั้น ถ้ากำหนดขอบเขตของความต้องการก็จะเหมือนการสร้างเกราะป้องกันตัวเองจากความโลภ

4. พลังแห่งการทบต้น ที่เกิดจากความอดทน

ผู้เขียนได้ยกตัวอย่างเรื่องของวอร์เรน บัฟเฟตต์ ที่เริ่มลงทุนตั้งแต่อายุยังน้อย แล้วปล่อยให้เวลาทำงานแทนยาวนานกว่า 70 ปี ผลลัพธ์ คือ ความมั่งคั่ง นี่คือเหตุผลว่าทำไมควรเริ่มลงทุนเร็วๆ เพราะยิ่งเริ่มต้นลงทุนเร็ว มีเวลาลงทุนนาน ดอกเบี้ยทบต้นก็จะยิ่งทวีคูณ

5. “สร้างเงินกับรักษาเงิน” คือคนละเรื่อง

การจะสร้างเงินให้ได้เยอะๆ ต้องมีความกล้า กล้าเสี่ยง กล้าลองสิ่งใหม่ แต่เมื่อสร้างเงินได้แล้ว การจะรักษาไว้กลับต้องใช้ความระมัดระวัง ต้องลดอีโก้ลง และต้องรู้ว่าเมื่อไหร่ควรชะลอ ซึ่งผู้ที่มีความมั่งคั่งยั่งยืนจะรู้จักจังหวะ รู้ว่าช่วงไหนควรเร่งและช่วงไหนควรหยุดเพื่อปกป้องความมั่งคั่งที่สร้างมา

6. “รวยกับมั่งคั่ง” แตกต่างกัน

ความร่ำรวย คือการมีรายได้สูง จากนั้นก็จะใช้จ่ายฟุ่มเฟือย แต่ความมั่งคั่ง คือการมีทรัพย์สินและการลงทุนที่เหมาะสม มีวินัย ดังนั้น การเข้าใจความแตกต่างนี้ทำให้มุ่งสร้างความมั่นคงจริงๆ แทนการใช้จ่ายเพื่อภาพลักษณ์

7. ออมก่อนที่จะรู้ว่าจะเอาไปทำอะไร

บางคนอาจถามว่า “ออมเงินทำไม ถ้าไม่รู้ว่าจะเอาไปทำอะไร” แต่ผู้เขียนหนังสือเล่มนี้บอกว่า การออม คือ การซื้อ “ทางเลือกในอนาคต” ไม่ว่าจะเป็นโอกาสลงทุนที่ดี มีเงินให้ลูกเรียนสูงๆ มีเงินไปท่องเที่ยว หรือการรับมือกับเหตุฉุกเฉิน พูดง่ายๆ เมื่อมีเงินออมและถ้ามีโอกาสดีๆ เกิดขึ้น ก็พร้อมที่จะคว้าโอกาสนั้นได้ทันที โดยไม่ต้องไปกู้เงิน

8. ควบคุมเวลา คือความหรูหราที่แท้จริง

หลายคนอาจคิดว่าความหรูหรา คือ ของแพงๆ แต่ความจริงแล้วความหรูหราที่แท้จริง คือ การเลือกใช้เวลาในแบบที่เราต้องการ เช่น การได้ใช้เวลาอยู่กับครอบครัว การได้ทำงานที่เรารัก การได้พักผ่อนอย่างเต็มที่โดยไม่ต้องกังวลเรื่องเงิน นี่คือความสุขที่เงินช่วยซื้อให้เราได้

9. เลือกพอประมาณ ดีกว่าผลลัพธ์ทางตัวเลข

การลงทุนที่ให้ผลตอบแทนสูงสุดอาจทำให้เครียดจนนอนไม่หลับ กังวลว่าเงินจะสูญหายไป ในกรณีนี้การเลือกลงทุนที่ให้ผลตอบแทนเหมาะสมและเพียงพอ แต่ทำให้นอนหลับสบายจะยั่งยืนกว่า เพราะเงินไม่ใช่แค่ตัวเลข แต่เป็นเครื่องมือที่ช่วยให้เราอยู่ในโลกนี้ได้อย่างสบายใจ

10. เผื่อพื้นที่ให้ความผิดพลาด

ไม่มีความแน่นอน ไม่มีใครรู้อนาคต ดังนั้น การวางแผนการเงินที่มีกันชน เช่น เงินสำรองฉุกเฉิน การกระจายความเสี่ยง จะช่วยให้อยู่ในเกมได้นานพอที่จะให้พลังของดอกเบี้ยทบต้นทำงาน

๐ วิธีนำไปใช้จริงในชีวิตประจำวัน

หนังสือ The Psychology of Money ไม่ได้เขียนแค่ในเชิงทฤษฎี แต่บอกด้วยว่าเราจะเอาไปใช้จริงอย่างไร

เริ่มจากการโฟกัสแค่สิ่งที่เราควบคุมได้ เช่น เก็บออมเท่าไร การจัดสรรเงินลงทุน และการใช้จ่าย โดยไม่ต้องไปพยายามคาดเดาตลาดทุกวัน

นอกจากนี้ควรใช้เวลาเป็นเพื่อนด้วยการลงทุนระยะยาว ปล่อยให้พลังดอกเบี้ยทบต้นทำงาน อย่าเข้าออกตลาดบ่อยๆ จนเสียค่าธรรมเนียมตลอดเวลา

ที่สำคัญต้องสร้างเงินสำรองฉุกเฉิน 3-6 เดือนของค่าใช้จ่าย หยุด Lifestyle Inflation ที่ทำให้ใช้เงินตามรายได้ที่เพิ่มขึ้น เมื่อรายได้เพิ่ม ไม่จำเป็นต้องเพิ่มรายจ่ายทันที เก็บส่วนต่างมาลงทุนหรือออมก่อน แยกอีโก้ออกจากการตัดสินใจ อย่าลงทุนเพื่อพิสูจน์ว่าเราถูกหรือเก่งกว่าใคร แต่ให้ตัดสินใจตามข้อมูลและเป้าหมายที่แท้จริง

ยอมรับความผิดพลาด อย่าลืมว่าการลงทุนมีความเสี่ยงและความไม่แน่นอน เตรียมใจไว้และพร้อมปรับกลยุทธ์ตามสถานการณ์

“เงิน คือศิลปะของการใช้ชีวิต” การจัดการเงินไม่ใช่แค่เรื่องตัวเลข แต่คือศิลปะของการเข้าใจตัวเอง การรู้ว่าเราต้องการอะไร กลัวอะไร และยอมยกเว้นได้แค่ไหน ถ้ามีความอดทน ถ่อมตัว และรู้จักพอ ไม่เพียงแต่รวยขึ้นแต่ยังมั่งคั่งในความหมายที่แท้จริง มีเวลา มีอิสระ และมีความสุขในแบบของตัวเอง ที่น่าสนใจคือ หนังสือเล่มนี้ไม่ได้สัญญาว่าจะทำให้เราร่ำรวยชั่วข้ามคืน แต่จะช่วยให้เข้าใจตัวเองและเงินมากขึ้น แล้วก็จะสามารถใช้ชีวิตได้มั่นคงและมีความสุขมากขึ้น

ประเด็นที่น่าสนใจ
19/08/2025

ประเด็นที่น่าสนใจ

[ ] “ตลาดหุ้นมีโอกาสมากกว่าอสังหาริมทรัพย์”
วอร์เรน บัฟเฟตต์ กับมุมมองการลงทุนอสังหาริมทรัพย์
ที่งานประชุมผู้ถือหุ้นประจำปีของ Berkshire Hathaway มีผู้เข้าร่วมประชุมชื่อแจ็คกี้ ฮาน (Jackie Han) ได้มีโอกาสถามคำถามกับ วอร์เรน บัฟเฟตต์ ประธานและซีอีโอของบริษัท เขาเล่าว่า “ครอบครัวชาวจีนของผมให้ความสำคัญกับการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์มาโดยตลอด”
และไม่ใช่แค่ครอบครัวของฮานเท่านั้น เพราะชาวอเมริกันจำนวนมากก็คิดเช่นเดียวกัน จากผลสำรวจของ Gallup พบว่าเป็นเวลามากกว่า 12 ปีติดต่อกันแล้วที่ “อสังหาริมทรัพย์” เป็นคำตอบยอดนิยมในการลงทุนระยะยาว โดยปีนี้มากกว่า 37% ของผู้ตอบแบบสอบถามเลือกอสังหาฯ เป็นอันดับแรก ขณะที่หุ้นมีเพียง 16% เท่านั้น
ฮาน จึงถามบัฟเฟตต์ว่า “ทำไมคุณยังเลือกลงทุนในหุ้น มากกว่าอสังหาริมทรัพย์?”
บัฟเฟตต์ตอบว่า แม้ชาร์ลี มังเกอร์ หุ้นส่วนคนสำคัญของเขาจะชื่นชอบการลงทุนในอสังหาฯ โดยเฉพาะช่วงบั้นปลายชีวิต แต่สำหรับเขามันเป็นเพียง “งานอดิเรก” เท่านั้น และหากย้อนกลับไปเมื่อตอนมังเกอร์อายุ 21 ปี หากต้องเลือกลงทุนทั้งชีวิตระหว่างหุ้นกับอสังหาริมทรัพย์ เขาเชื่อว่ามังเกอร์ก็จะเลือก “หุ้น” เช่นกัน
“เพราะตลาดหลักทรัพย์ โดยเฉพาะในสหรัฐฯ มีโอกาสมากมายกว่าการลงทุนในอสังหาฯ อย่างเห็นได้ชัด” บัฟเฟตต์กล่าว
[ 📍ตัวเลขก็สะท้อนสิ่งที่บัฟเฟตต์พูด ]
ตั้งแต่ปี 1988 ราคาที่อยู่อาศัยในสหรัฐฯ (S&P CoreLogic Case-Shiller Index) เพิ่มขึ้น 374%
ขณะที่ดัชนี S&P 500 เพิ่มขึ้น 2,218%
หากรวมเงินปันผลที่นำกลับไปลงทุน ผลตอบแทนรวมจะสูงถึง 5,006% 🚀
แม้จะไม่มีใครการันตีได้ว่าผลตอบแทนในอนาคตจะเหมือนอดีต แต่ความเชื่อมั่นของบัฟเฟตต์ใน “การเติบโตของธุรกิจอเมริกัน” ก็ยังไม่เปลี่ยน และเขายังเคยพูดติดตลกไว้ด้วยว่า
“ถ้าเลือกได้ตั้งแต่ในท้อง ผมคงต่อรองขอเกิดในสหรัฐฯ ให้ได้”
[ 🏡ทำไมอสังหาริมทรัพย์ถึงไม่ใช่คำตอบหลักของบัฟเฟตต์ ]
แม้ Berkshire จะมีศักยภาพพอที่จะลงทุนในอสังหาฯ ได้ทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นที่ดินเชิงพาณิชย์หรือที่อยู่อาศัย แต่สิ่งที่ทำให้บัฟเฟตต์ไม่ชอบมากนักคือ #ความยุ่งยาก
เขาอธิบายว่า “การซื้อขายหุ้นทำได้ง่าย รวดเร็ว และเสร็จสิ้นในไม่กี่นาที แต่การซื้ออสังหาฯ โดยเฉพาะจากผู้ให้กู้ที่มีปัญหา แค่เซ็นสัญญาก็เป็นเพียงจุดเริ่มต้น ยังต้องต่อรองเงื่อนไขอีกมากมายกับผู้คนที่ชอบเล่นเกมแบบนี้”
บัฟเฟตต์กล่าวว่า ในการทำข้อตกลงอสังหาริมทรัพย์ เมื่อมีการลงนามในข้อตกลงแล้ว กระบวนการเจรจาต่อรองจะเข้าสู่เฟสอื่นที่ต้องมีการเจรจาต่อรองเพิ่มเติมไปเรื่อยๆ และ #อาจใช้เวลานานมาก สำหรับคนอายุ 94 ปี การมีส่วนร่วมในเรื่องที่การเจรจาอาจใช้เวลาหลายปีไม่ใช่เรื่องที่น่าสนใจที่สุด ในขณะที่การตกลงราคาหุ้นหากบรรลุข้อตกลงแล้ว การซื้อขายก็แทบจะสำเร็จ 100%
บัฟเฟตต์ยอมรับตรงไปตรงมาว่าเขาชอบความ “ง่ายและเร็ว” ของตลาดหุ้น
“ผมชินกับการยกหูโทรศัพท์ แล้วปิดดีลได้เป็นร้อยล้านดอลลาร์ในวันเดียว และผมก็ชอบความสบายแบบนี้ เราก็จะทำต่อไปเรื่อยๆ”
👉 สรุป: สำหรับบัฟเฟตต์ ตลาดหุ้นมีทั้งโอกาสที่กว้างกว่าและความสะดวกในการลงทุนมากกว่าอสังหาฯ แม้เขาจะไม่ได้ปฏิเสธคุณค่าของอสังหาฯ แต่สิ่งที่เขาเลือกอย่างมั่นใจตลอดมาก็คือ “หุ้น”
#อสังหาริมทรัพย์ #หุ้น #การลงทุน #การเงิน #การเงินส่วนบุคคล

28/05/2025

ความสำคัญของประกันชีวิต
จะมากหรือน้อยก็ขึ้นอยู่กับวิธีคิด
ที่เรามีต่อความมั่นคงในชีวิตคนที่รัก
#ประกันชีวิต #ชีวิตที่รัก #ประกันสุขภาพ #ความมั่นคงในชีวิต

10/05/2025

ไม่ทำประกัน ไม่ใช่เรื่องผิด
แต่ต้องไม่ลืมคิด..
วางแผนการเงินทางอื่น
เพื่อความมั่นคงในชีวิต

09/05/2025

ในเมื่อความตาย
คือ ที่สุดของความแน่นอน
ทำไมเราจึงไม่สร้างมรดกที่แน่นอน
ให้คนที่รักผ่านกรมธรรม์ประกันชีวิต

09/05/2025

ร่างกายอาจเคียงข้างไม่ได้ตลอดไป
แต่ความรักและความห่วงใย
จะยังคงอยู่ต่อไป
ผ่านกรมธรรม์ประกันชีวิต

ที่อยู่

Bangkok
10520

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ จัดระเบียบชีวิตและแผนการเงินผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ทางลัด

แชร์