03/08/2026
พัฒนาตัวเองก็ต้องสอบให้ได้ 3/8/69
**IC Plain (หมวดที่ 1: ความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับการเงินและการลงท สำหรับอ่านทบทวนก่อนเข้าห้องสอบ ดังนี้
# # 📌 สรุปสาระสำคัญ หมวด 1 สำหรับเตรียมสอบ IC Plain
# # # 1. ปัจจัยแวดล้อมทางการเงินและตลาดการเงิน (3 ข้อ)
* **กลไกการเคลื่อนย้ายเงินทุน:**
* **ทางตรง:** ผู้มีเงินออมซื้อหลักทรัพย์จากธุรกิจโดยตรง
* **ทางอ้อม:** ผ่านตัวกลางทางการเงิน เช่น ธนาคารพาณิชย์
* **ตลาดการเงิน:** มีวาณิชธนกิจ (Investment Banking) ช่วยอำนวยความสะดวก
* **โครงสร้างตลาดการเงิน:**
* **ตลาดเงิน (Money Market):** อายุไม่เกิน 1 ปี (สภาพคล่องสูง เช่น ตั๋วเงินคลัง, ตั๋วแลกเงิน, ตั๋วสัญญาใช้เงิน)
* **ตลาดทุน (Capital Market):** อายุตั้งแต่ 1 ปีขึ้นไป (หุ้นกู้, พันธบัตร, หุ้นสามัญ, หุ้นบุริมสิทธิ)
* **ตลาดแรก (Primary Market):** เสนอขายครั้งแรก (IPO / PP)
* **ตลาดรอง (Secondary Market):** ซื้อขายเปลี่ยนมือ สร้างสภาพคล่อง (SET, mai, LiVEx)
* **จุดจำ ตลาดหุ้นไทย:**
* **SET:** ทุนจดทะเบียน \ge 300 ล้านบาท
* **mai:** ทุนจดทะเบียน \ge 20 ล้านบาท
* **LiVEx:** สำหรับ SME/Startup อนุญาตเฉพาะผู้ลงทุนรายใหญ่/VC/PE ซื้อขายแบบ AOM และ Trade Report (ไม่มี Ceiling/Floor, ไม่มี Circuit Breaker, ห้าม Short Sale)
# # # 2. ตราสารทางการเงินและการตัดสินใจลงทุน (3 ข้อ)
* **สิทธิและผลตอบแทนตามประเภทตราสาร:**
* **ตราสารหนี้:** สถานะ = **เจ้าหนี้** | ผลตอบแทน = ดอกเบี้ย + ส่วนต่างราคา | ความเสี่ยง = การผิดนัดชำระหนี้ (Default Risk)
* **ตราสารทุน:** สถานะ = **เจ้าของ** | ผลตอบแทน = เงินปันผล + ส่วนต่างราคา
* **กองทุนรวม:** รวมเงินไปลงทุนตามนโยบาย มีผู้จัดการกองทุนดูแล
* **ตราสารอนุพันธ์ (Derivatives):** สัญญาทางการเงินที่อ้างอิงราคาจากสินทรัพย์อื่น
* *TFEX (ทางการ):* Futures, Options
* *OTC (ไม่เป็นทางการ):* Forwards, Swaps
* **วิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐาน vs เทคนิค:** ทั้งสองแนวคิดเชื่อว่า **"ตลาดไม่มีประสิทธิภาพ"**
* **จรรยาบรรณ IC:** IC มีหน้าที่ให้คำแนะนำซื้อขาย ไม่ใช่ผู้กำหนดนโยบายพอร์ต (IP), ออกบทวิเคราะห์ (นักวิเคราะห์) หรือนำหุ้นเข้าตลาด (วาณิชธนกิจ)
# # # 3. การวิเคราะห์เศรษฐกิจและอุตสาหกรรม (4 ข้อ)
* **Top-down Analysis:** เศรษฐกิจ \rightarrow อุตสาหกรรม \rightarrow บริษัท
* **Bottom-up Analysis:** เจาะจงเลือกบริษัทก่อน
* **นโยบายการเงินและการคลัง:**
* **กระตุ้นเศรษฐกิจ (เศรษฐกิจซบเซา):**
* *การคลัง:* แบบขาดดุล (ใช้จ่าย > รายได้)
* *การเงิน:* แบบผ่อนคลาย (ลดดอกเบี้ยนโยบาย \downarrow, ลดเงินสำรองธนาคารพาณิชย์)
* **ชะลอเศรษฐกิจ (เงินเฟ้อสูง/เศรษฐกิจร้อนแรง):**
* *การคลัง:* แบบเกินดุล (รายรับ > รายจ่าย)
* *การเงิน:* แบบตึงตัว (ขึ้นดอกเบี้ยนโยบาย \uparrow, เพิ่มเงินสำรอง)
* **อัตราแลกเปลี่ยน:**
* **บาทแข็งค่า:** ผู้**นำเข้า**ได้ประโยชน์ / ผู้**ส่งออก**เสียประโยชน์
* **บาทอ่อนค่า:** ผู้**ส่งออก**ได้ประโยชน์ / ผู้**นำเข้า**เสียประโยชน์
* **Five Forces Model (วิเคราะห์อุตสาหกรรม):** ธุรกิจที่มีอำนาจการต่อรองสูง มีอุปสรรคการเข้าถึงของคู่แข่งใหม่สูง หรือเป็นธุรกิจผูกขาด/ได้สัมปทาน จะน่าลงทุนที่สุด
# # # 4. การวิเคราะห์บริษัท (4 ข้อ)
* **อัตราส่วนทางการเงินที่สำคัญ:**
* \text{Current Ratio} = \frac{\text{สินทรัพย์หมุนเวียน}}{\text{หนี้สินหมุนเวียน}} (วัดสภาพคล่อง)
* \text{D/E Ratio} = \frac{\text{หนี้สินรวม}}{\text{ส่วนของผู้ถือหุ้น}} (วัดภาระหนี้สิน หากก่อหนี้เพิ่ม D/E จะสูงขึ้น)
* \text{ROE} = \frac{\text{กำไรสุทธิ}}{\text{ส่วนของผู้ถือหุ้น}} (วัดความสามารถทำกำไรจากเงินทุนเจ้าของ)
* * **Common-Size Analysis:** แปลงงบการเงินเป็น % เพื่อเปรียบเทียบบริษัทที่มีขนาดต่างกันได้
* **แนวคิด ESG:**
* *ESG Screening:* คัดกรองหุ้น (Negative = ไม่ลงทุนในธุรกิจอาวุธ/อบายมุข, Positive = เลือกลื่นหุ้น ESG เด่น)
* *ESG Integration:* นำปัจจัย ESG มาวิเคราะห์ร่วมกับปัจจัยทางการเงิน
# # # 5. การวิเคราะห์หลักทรัพย์โดยใช้ปัจจัยทางเทคนิค (2 ข้อ)
* **สมมติฐานหลัก:** ราคาตลาดสะท้อนข่าวสารทั้งหมดแล้ว, เคลื่อนไหวเป็นแนวโน้ม, และ **"ประวัติศาสตร์ย่อมซ้ำรอย"**
* **ความสัมพันธ์ ราคา vs ปริมาณซื้อขาย (Volume):**
* หุ้นขึ้น + ปริมาณซื้อขายเพิ่ม \rightarrow **ยืนยันแนวโน้มขาขึ้น**
* หุ้นขึ้น + ปริมาณซื้อขายลด \rightarrow **สัญญาณเตือนการกลับตัว (แนวโน้มสิ้นสุด)**
* หุ้นลง + ปริมาณซื้อขายเพิ่ม \rightarrow **ยืนยันแนวโน้มขาลง**
* **แนวรับ & แนวต้าน:**
* **แนวรับ (Support):** แรงซื้อมากกว่าแรงขาย (รับไม่ให้ลงต่อ) \rightarrow ซื้อที่แนวรับ
* **แนวต้าน (Resistance):** แรงขายมากกว่าแรงซื้อ (ต้านไม่ให้ขึ้นต่อ) \rightarrow ขายที่แนวต้าน
* *หมายเหตุ:* แนวรับเมื่อถูกทะลุผ่านลงไปจะเปลี่ยนเป็นแนวต้าน และแนวต้านเมื่อถูกทะลุขึ้นไปจะเปลี่ยนเป็นแนวรับ
# # # 6. การลงทุนในหลักทรัพย์ต่างประเทศ (2 ข้อ)
* **ความเสี่ยงสำคัญ:** ความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยน (Currency Risk), ความเสี่ยงเฉพาะประเทศ (Country/Political Risk), และสภาพคล่อง
* **การบริหารความเสี่ยงด้วย FX Options:**
* **Call Option (สิทธิซื้อ):** ป้องกันความเสี่ยง **"กลัวเงินบาทอ่อนค่า"** (เช่น ผู้นำเข้าต้องซื้อดอลลาร์ในอนาคต)
* **Put Option (สิทธิขาย):** ป้องกันความเสี่ยง **"กลัวเงินบาทแข็งค่า"** (เช่น ผู้ส่งออกรอรับเงินดอลลาร์มาแลกเป็นบาท)
* **สไตล์ของ Options:**
* *European Option:* ใช้สิทธิได้เฉพาะ **วันหมดอายุสัญญาเท่านั้น**
* *American Option:* ใช้สิทธิ **วันใดก็ได้** ตลอดอายุสัญญา
#ตราสารหนี้ #กองทุนรวม #พัฒนาตัวเอง