10/05/2026
เมื่อตรวจเจอโรคต่างๆ
เมื่อเคลมประกันได้แล้ว
เราต้องโน้ตกับตัวเองไว้ด้วยว่า ถ้าจะทำประกันสุขภาพเพิ่ม
ตัวเรา มี "โรคที่เป็นมาก่อนทำประกัน (เล่มใหม่)" แล้วนะ
และการทำประกันสุขภาพเพิ่ม อาจไม่คุ้มครองโรคเหล่านั้นนะ
มีเรื่องนึงที่คนส่วนใหญ่ยังไม่ค่อยรู้
และแอดคิดว่าแม่งโคตรสำคัญกับ
“อนาคตในการทำประกัน” ของหลายๆคนเลย
นั่นคือการพยายาม “ทำให้เคลมได้”
ทั้งๆ ที่จริงอาจไม่ได้มีความจำเป็นทางการแพทย์
ตัวอย่างเช่น
อยากส่องกล้อง
อยาก check-up
แต่ไม่อยากเสียเงินเอง
สุดท้ายก็เริ่มหาวิธี
“เขียนยังไงให้เบิกได้”
“ทำยังไงให้นอนรพ.ได้”
“ใส่อาการแบบไหนถึงเคลมผ่าน”
บางเคสลูกค้าขอเอง
บางเคสตัวแทนแนะนำ
บางเคสหมอก็ช่วย
โดย mindset หลักคือ
“ก็เรามีประกัน จะใช้ยังไงให้คุ้ม”
ปัญหาคือ…
คนส่วนใหญ่มองแค่ “วันนี้เบิกได้”
แต่ไม่มองว่า “อนาคตจะติดอะไรไว้”
เพราะทันทีที่มีการเคลม
มันจะเริ่มมี ประวัติทางการแพทย์
เริ่มมี diagnosis มีข้อมูลค้างในระบบ
แล้ววันหนึ่งถ้าคุณต้องการที่จะ “ซื้อประกันเพิ่ม”
บริษัทประกันอาจหยิบประวัติเหล่านี้ขึ้นมาดูหมด
และบางครั้ง สิ่งที่เคยคิดว่า
“แค่ตรวจเล่นๆ” อาจกลายเป็น
📌ถูกยกเว้น
📌เพิ่มเบี้ย
📌ขอเอกสารเพิ่ม
📌หรือเลวร้ายที่สุด คือ โดนปฏิเสธ
อันนี้แหละที่หลายคนไม่คิดตอนแรก
แอดไม่ได้บอกว่าอย่าตรวจสุขภาพนะ
ถ้ามีความเสี่ยง มีอาการ มีความจำเป็นทางการแพทย์จริง
อันนั้นตรวจไปเลย
แต่สิ่งที่แอดไม่เห็นด้วย คือ
การพยายาม “สร้างเหตุผล”
เพื่อให้บริษัทจ่าย
ทั้งๆที่จริงมันไม่ได้จำเป็น
เพราะสุดท้าย
ค่าใช้จ่ายมันไม่ได้หายไปไหน
คนที่ทำถูกต้องก็ซวยไปด้วย
เพราะเวลาบริษัทปรับเบี้ย เขาปรับทั้งพอร์ต
แล้วที่สำคัญ
คนที่เสียประโยชน์ระยะยาวที่สุด
ก็คือตัวลูกค้าเอง
อันนี้อยากฝากไว้จริงๆ
โดยเฉพาะทั้งฝั่งลูกค้า และตัวแทน
เพราะแก่นของประกัน
มันควรเป็นเครื่องมือใช้บริหารความเสี่ยง
ไม่ใช่เกมแข่งกินบุฟเฟต์
ที่ใครกินได้มากสุด คือ ผู้ชนะ
#ประกันสุขภาพ
#ประกันสายDark
#ใครไม่DarkกูDark