Tax Story by CPA Jan

Tax Story by CPA Jan Tax Story by CPA Jan : ภาษีมีเรื่องเล่า กับ CPA เเจน
"ภาษีที่ใช่ เข้าใจง่าย ใช้ได้จริง" "ภาษีที่ใช่ เข้าใจง่าย ใช้ได้จริง"

11/04/2026

#หนี้สูญต้องห้าม
#เงื่อนไขการตัดหนี้สูญ
#ปิดงบการเงิน
#วางแผนภาษี
#ภาษีเงินได้นิติบุคคล

หนี้สูญทางบัญชีที่ต้องบวกกลับ คือรายการหนี้สูญที่บันทึกเป็นค่าใช้จ่ายทางบัญชี ในงบกำไรขาดทุนแล้ว แต่ไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ของกรมสรรพากร (กฎกระทรวงฉบับที่ 374) จึงต้องบวกกลับเป็นรายได้ (บวกกลับกำไรสุทธิ) ในแบบ ภ.ง.ด.50 เพื่อคำนวณภาษีเงินได้นิติบุคคล

ส่วนใหญ่
- เป็นหนี้กรณีที่ไม่มีการทวงถาม/ ไม่มีการฟ้องศาล/ ศาลพิพากษาไม่ถึงที่สุด
- ลูกหนี้ที่ไม่ได้ดำเนินการ 3 ขั้น ตามเกณฑ์ที่ประกาศในกฎกระทรวง ฉบับที่ 374
- หนี้ขาดอายุความ
- หนี้กรรมการ

เหล่านี้ เมื่อทางบัญชีตัดจำหน่ายลูกหนี้เป็นรายจ่ายทางบัญชีเเล้ว ตอนคำนวณภ.ง.ด.50 ในทางภาษี ต้องบวกกลับรายจ่ายนี้มาด้วย เนื่องจากในทางภาษีไม่ให้ถือเป็นรายจ่าย // เเละเมื่ออนาคต ได้รับชำระคืนหนี้กลับมา ก็ไม่ต้องถือเงินที่ได้รับกลับคืนจากหนี้สูญในทางภาษี เป็นรายได้ทางภาษีอีกเเล้ว (เพราะตอนตัดหนี้ทางบัญชี ได้บวกกลับมาคำนวณภาษีในภ.ง.ด.50เเล้ว)

10/04/2026

#ติดตามทวงถามหนี้ทางอิเล็กทรอนิกส์
#เงื่อนไขการตัดหนี้สูญ
#จำหน่ายหนี้สูญจากบัญชีลูกหนี้
#ภาษีเงินได้นิติบุคคล
#ปิดงบการเงิน

อ้างถึง https://www.rd.go.th/64968.html
ข้อหารือ สรรพากร เลขที่ กค 0702/1388

ภาษีเงินได้นิติบุคคล กรณีหลักฐานการติดตามทวงถามให้ชำระหนี้ด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์เพื่อการจำหน่ายหนี้สูญจากบัญชีลูกหนี้

สรุปเเนววินิจฉัย :

1. กรณีได้กำหนดวิธีการติดตามทวงถาม ให้ชำระหนี้ทางโทรศัพท์ หรือการส่ง SMS ไปยังหมายเลขโทรศัพท์ที่ลูกค้าได้แจ้งไว้ หรือการส่งอีเมลติดตามทวงถาม ให้ลูกหนี้ชำระหนี้ไปยังชื่ออีเมลที่ลูกค้าได้แจ้งไว้ รวมจำนวนไม่น้อยกว่า 2 ครั้ง แทนวิธีการส่ง จดหมายในรูปแบบกระดาษทางไปรษณีย์

2. ซึ่งการดำเนินการติดตามทวงถามด้วยวิธีการ ดังกล่าวจะมีผลผูกพันและสามารถบังคับใช้ทางกฎหมายได้
หากได้กระทำตามกฎกระทรวงฉบับที่ 374 เเละปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขตามพระราชบัญญัติว่าด้วยธุรกรรม ทางอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. 2544

3. มีหลักฐานที่พิสูจน์ได้ว่า ได้มีการติดตามทวงถามไปถึงลูกหนี้ แต่ละรายตามสมควรแก่กรณีแล้ว แต่ไม่ได้รับชำระหนี้

4. และหากจะฟ้องลูกหนี้จะต้องเสียค่าใช้จ่ายไม่คุ้มกับหนี้ที่จะได้รับชำระ

หากเป็นไปตามข้างต้น ...ก็สามารถใช้หลักฐานดังกล่าวเพื่อประกอบการ "จำหน่ายหนี้สูญจากบัญชีลูกหนี้" ได้ ไม่ต้องห้าม

09/04/2026

#เพดานหนี้สูญทางภาษี
#เงื่อนไขการตัดหนี้สูญ
#ปิดงบการเงิน
#วางแผนภาษี
#ภาษีเงินได้นิติบุคคล

กฎกระทรวง ฉบับที่ 374 (พ.ศ. 2564)
เพดานหนี้สูญทางภาษี เเบ่งตามจำนวนหนี้ของลูกหนี้ 3 ลำดับขั้น ดังนี้

หนี้สูญ ไม่เกิน 200,000 บาท
= ต้องมีหลักฐานการติดตามทวงถามหนี้ตามสมควรแล้ว ทวงถามอย่างน้อย 2 ครั้ง เเละให้มีความเห็นจากกรรมการหรือทนายความว่า ค่าใช้จ่ายในการติดตามทวงถามไม่คุ้มกับหนี้ที่จะได้รับชำระ

หนี้สูญ เกิน 200,000 บาท เเต่ไม่เกิน 2,000,000 บาท
= กิจการได้ฟ้องร้องคดีแพ่ง โดยศาลได้มีคำสั่งรับคำฟ้องเเล้ว หรือรับคำขอเฉลี่ยหนี้ในคดีที่ลูกหนี้ถูกเจ้าหนี้รายอื่นฟ้องแล้ว
ต่อมา ภายใน30วัน นับจากวันสิ้นรอบ กรรมการอนุมัติการตัดหนี้สูญทางภาษี

หนี้สูญ เกิน 2,000,000 บาท
= อย่างใดอย่างหนึ่ง ดังนี้
1. ติดตามทวงถามเเล้ว ลูกหนี้ถึงแก่ความตายหรือสาบสูญ ไม่มีทรัพย์สินใดๆ ชำระหนี้ได้ หรือ ลูกหนี้เลิกกิจการ มีหนี้ของเจ้าหนี้รายอื่นๆที่มีสิทธิเหนือกว่า เป็นจำนวนมากกว่าทรัพย์สิน
2. ต้องฟ้องร้องคดีแพ่ง หรือยื่นคำเฉลี่ยหนี้ โดยมีรายงานเจ้าหน้าที่บังคับคดีแสดงชัดว่า ลูกหนี้ไม่มีทรัพย์สินใดๆ ที่จะชำระหนี้ได้
3. ฟ้องคดีล้มละลาย โดยศาลพิพากษาให้ลูกหนี้เป็นบุคคลล้มละลาย และได้มีการแบ่งทรัพย์สินของลูกหนี้ครั้งแรกหรือศาลได้มีคำสั่งปิดคดีแล้ว

08/04/2026

#จำหน่ายหนี้สูญทางภาษี
#เงื่อนไขการตัดหนี้สูญ
#ปิดงบการเงิน
#วางแผนภาษี
#ภาษีเงินได้นิติบุคคล

การตัดจำหน่ายลูกหนี้ให้เป็นหนี้สูญทางภาษี
ตามกฎกระทรวง ฉบับที่ 374 (พ.ศ. 2564)

1. ต้องเป็นหนี้ที่เกิดจากการประกอบกิจการ หรือเนื่องจากการประกอบกิจการ ซึ่งเป็นหนี้ที่ได้รวมเป็นเงินได้ในการคำนวณกำไรสุทธิเเล้ว

2.ต้องเป็นหนี้ที่ไม่ขาดอายุความ และมีหลักฐานโดยชัดแจ้งที่สามารถฟ้องลูกหนี้ได้

3. ไม่เป็นหนี้จากกรรมการหรือหุ้นส่วน (เงินให้กู้ยืมแก่กรรมการ/หุ้นส่วน ไม่สามารถตัดหนี้สูญได้) ไม่ว่าหนี้นั้นจะเกิดขึ้นก่อนหรือหลังเป็นกรรมการหรือหุ้นส่วน ก็ตาม

4. จะตัดหนี้สูญทางภาษีได้ ต้องดำเนินการตามประกาศในกฎกระทรวง ฉบับที่ 374 (3 ลำดับขั้น เเบ่งตามมูลหนี้ของลูกหนี้นั้น)

07/04/2026

#รับเหมาก่อสร้าง
#เงินจ่ายล่วงหน้าเงินประกันผลงาน
#ภาษีธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง
#วางแผนภาษี
#บันทึกบัญชี
#ปิดงบการเงิน

1) เงินจ่ายล่วงหน้า (ADVANCE PAYMENT)

- ณ วันรับเงินล่วงหน้า
หัก ณ ที่จ่าย 3%
บวก ภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% เลย เพราะเกิดความรับผิดเเล้ว

- ต่อมา ในเเต่ละงวดที่ได้รับค่างวด หักเงินจ่ายล่วงหน้า สุทธิเเล้วเหลือเท่าไหร่ ค่อยหัก ณ ที่จ่าย 3% เเละยื่นภาษีมูลค่าเพิ่ม 7%

2) เงินประกันผลงาน (RETENTION) กิจการจะถูกหักเงินประกันผลงานไว้ในเเต่ละงวดเพื่อเป็นหลักประกันผลงาน

- ผู้จ่ายได้ หัก ณ ที่จ่าย 3% ของค่างวดเต็มจำนวนไปแล้ว
เเละภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% ก็ได้เกิดความรับผิดขณะได้รับเงินค่าจ้างเเต่ละงวดไปเเล้วเหมือนกัน = จึงถือว่าเงินประกันผลงาน ก็คือ ค่าจ้างที่ได้หัก ณ ที่จ่ายไปเรียบร้อยแล้วและได้เกิดภาษีซื้อไปเรียบร้อยแล้ว

- ดังนั้น ตอน หักเงินประกันไว้ ก็คำนวณแบบเดิม แบบนี้ไม่เปลี่ยนแปลง สุทธิหักประกันไว้เท่าไหร่ ก็โอนเงินจ่ายผู้รับเหมา

- เเละเมื่อ ต่อมา บริษัทได้คืนเงินประกันผลงานคืนให้แก่ผู้รับเหมา = ก็ไม่ต้องนำเงินประกันผลงานดังกล่าวมาหัก ณ ที่จ่าย อีกเเล้ว เเละภาษีมูลค่าเพิ่มก็ไม่เกิดอีกเล้ว เพราะถือว่าภาระทางภาษีทั้งสองได้เกิดขึ้นไปแล้ว

06/04/2026

#สัญญาก่อสร้างหาขั้นความสำเร็จของงาน
#ปิดงบธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง
#บันทึกบัญชีรับเหมาก่อสร้าง
#ปิดงบการเงิน
#บันทึกบัญชี
#ก่อสร้าง
#ธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง

ข้อดีมากๆ คือ บัญชี + ภาษี หลักการเดียวกัน ไม่ต้องปรับปรุง

- NPAE บริษัท เปิดรายการย่อ ประกาศกรมพัฒน์ ที่บังคับใช้ 1/1/67
- รับจ้าง รับเหมาก่อสร้าง ไม่ได้ขายโอนกรรมสิทธิ์
- รับรู้รายได้ตามขั้นความสำเร็จของงาน Percentage of Completion
- % ขั้นความสำเร็จของงาน : กำหนดจาก ต้นทุนที่จ่ายไปหารประมาณการต้นทุนรวม / วิศวกรประเมินหน้างาน / ดูจากโครงสร้างงานก่อสร้างทางกายภาพ
- แสดงว่า กิจการต้องจัดทำข้อมูล Job Cost Sheet เเต่ละ site งาน

- ใบวางบิลที่เรียกเก็บตามงวดตามสัญญา & เงินที่ลูกค้าจ่ายชำระมา เป็นการบันทึกลูกหนี้คู่เงินเรียกเก็บตามสัญญาก่อสร้าง โดยเมื่อรับชำระ ก็รับชำระเข้าเเบงก์ ตัดกับลูกหนี้ ในทางบัญชี

- ในระหว่างปี ที่ได้จ่ายค่าใช้จ่ายไป dr.เข้างานระหว่างก่อสร้างทั้งหมด ตามเงินที่จ่ายออก
- เเต่สิ้นปี เอาขั้นความสำเร็จของงานมาคูณกับรายได้ค่าก่อสร้างตามหน้าสัญญา ได้รายได้ตามสัญญาก่อสร้างที่คิดตาม % ขั้นความสำเร็จของงานเเล้ว
ให้รับรู้รายได้ตามสัญญาก่อสร้าง (ตามขั้นความสำเร็จของงานที่คำนวณได้) เเละต้นทุนก่อสร้าง (ตามจ่ายจริง) ส่วนต่างเข้า dr.งานระหว่างก่อสร้าง

- จัดประเภทในงบ ณ สิ้นปี จะ Net กันก่อน (งานระหว่างก่อสร้าง - เงินเรียกเก็บตามสัญญาก่อสร้างที่ได้เปิดใบวางบิลให้ลูกค้าตามงวด)

เเล้วเเสดงเป็น :
ก. ถ้าคงเหลือ dr. เป็นสินทรัพย์ = มูลค่าของงานส่วนที่เสร็จแต่ยังไม่ถึงกำหนดเรียกชำระเงิน
ข. ถ้าคงเหลือ cr. เป็นหนี้สิน = เงินรับล่วงหน้าจากลูกค้าส่วนที่เกินกว่างานส่วนที่เสร็จ


ดังนั้น ในงบการเงินจะเเสดง
- ลูกหนี้จากสัญญาก่อสร้าง (ตามการวางบิลเเละรับเงิน)
- เเละสินทรัพย์หรือหนี้สินจากสัญญาก่อสร้าง ขึ้นอยู่กับว่า ปิดยอดออกมาเเล้ว กิจการค้างรับหรือรับล่วงหน้า ถ้าค้างรับเป็นสินทรัพย์ ถ้ารับล่วงหน้าเปิดเป็นหนี้สิน ชื่อตามประกาศกรมพัฒน์เลย

05/04/2026

#เงินกู้กรรมการมีที่มา
#เจ้าหนี้เงินกู้กรรมการ
#เลิกกิจการ
#บริษัทกู้ยืมเงินจากกรรมการ
#วิธีล้างเงินกู้ยืมกรรมการ

เงินกู้กรรมการ ในงบการเงิน มีประเด็นน้อยกว่าเงินให้กู้กรรมการเยอะ เพราะบริษัทได้ประโยชน์ ได้สภาพคล่องจากกรรมการ

เจ้าหนี้เงินกู้กรรมการ

เกิดเมื่อ ...บริษัทขาดเงิน ขาดสภาพคล่อง บริษัทจึงยืมเงินกรรมการมาใช้จ่าย เมื่อบริษัทรับเงินมาจากกรรมการเข้าบัญชีบริษัท ถือว่าบริษัทมีหนี้สิน กรรมการมีฐานะเป็นเจ้าหนี้

ผลที่เกิด ...เมื่อบริษัทยืมเงินจากกรรมการ บริษัทมีหนี้สิน ถือว่า บริษัทได้ประโยชน์ กฎหมายไม่ได้กำหนดชัดเจนว่าจะต้องมีการคิดดอกเบี้ยต่อกัน แล้วแต่นโยบายบริษัทว่า กำหนดให้มีการคิดดอกเบี้ยต่อกันหรือไม่ก็ได้

1) ถ้ามีดอกเบี้ยจ่าย
- ถือเป็นรายจ่ายทางภาษีของกิจการ กำไรลดลง ภาษีน้อยลง
- เป็นอัตราดอกเบี้ยจ่ายที่สมเหตุสมผลตามอัตราตลาด ไม่สูงเกินไป
- กิจการที่จ่ายดอกเบี้ย หัก ณ ที่จ่าย 15% ด้วยแบบภ.ง.ด.2
- กรรมการผู้มีเงินได้ดอกเบี้ยจากบริษัท ถือเป็นเงินได้ 40(4)(ก) มีทางเลือก จบที่ final tax หรือนำยื่นรวมในภ.ง.ด.90 ก็ได้

2) ถ้าไม่กำหนดดอกเบี้ยจ่าย ก็ไม่เป็นประเด็นทางภาษี

หนทางเคลียร์ออก ที่ไปของบัญชีนี้...
1) เมื่อบริษัทมีสภาพคล่อง ก็ถอนคืนเงินกรรมการ แนะนำให้กิจการมีกระแสเงินสดพอ ทยอยคืนเงินกรรมการ
2) จุดสุดท้าย หากไม่เคลียร์ ณ วันเลิกกิจการ ก็ต้องล้างออกอยู่ดี
- ขายสินทรัพย์เป็นเงิน นำเงินบริษัทคืนกรรมการ
- ให้กรรมการยกหนี้ให้ ซึ่งหนี้สินที่กิจการได้รับยกหนี้ ไม่ต้องคืนกรรมการ ต้องถือเป็นรายได้เพื่อคำนวณ ภาษี ณ วันเลิกกิจการด้วย

คำแนะนำเพิ่มเติม...
- กู้ยืมควรมีการจัดทำสัญญากู้ยืมเงินหรือตั๋วสัญญาใช้เงิน เพื่อเป็นหลักฐานในการจัดทำบัญชีให้ชัดเจนสามารถตรวจสอบได้
- เงินกู้ยืมกับกรรมการเป็นเรื่องที่ทำได้ แต่ต้องโปร่งใสและรัดกุม
- และไม่ให้บัญชีเจ้าหนี้เงินกู้ถูกกระทบจากธุรกรรมที่ไม่ได้กู้จริง เช่น กรรมการสำรองเงินส่วนตัวไปจ่ายรายจ่ายต่างๆ แทนบริษัท ให้เคลียร์บิล ภายในเดือน

04/04/2026

#เงินให้กู้กรรมการมีที่มา
#ลูกหนี้เงินให้กู้กรรมการ
#ปิดงบการเงิน
#จุดเสี่ยงภาษี
#วิธีล้างเงินให้กู้กรรมการ

เงินให้กู้กรรมการ ในงบการเงิน บัญชีที่ควรระมัดระวัง เป็นบัญชีที่สรรพากรเพ่งเล็ง และเป็นจุดเสี่ยงที่ถูกตรวจสอบสูง

วิธีล้างบัญชี + หยุดวงจร “ลูกหนี้เงินให้กู้ยืมแก่กรรมการ”

หนทางเคลียร์ออก (ค่อยๆ ล้างออก อาจใช้เวลา ไม่จบในปีเดียว วางแผนล่วงหน้า) :

1.กรรมการนำเงินมาชำระคืน กรรมการโอนเงินคืนบริษัท

2.จ่ายปันผลให้ผู้ถือหุ้น ตัดกลบกับเงินให้กู้กรรมการ หัก ณ ที่จ่าย 10% เกิดภาระทางภาษี 10% ทางผู้มีเงินได้ปันผลเลือกได้ ว่า จะจบที่ถูกหัก Final Tax หรือนำมารวมคำนวณภ.ง.ด.90 หากได้ประโยชน์มากกว่า

3.จ่ายโบนัสล้างหนี้ ตัดกลบกับเงินให้กู้กรรมการ กรรมการถือเป็นเงินได้บุคคลธรรมดา มีข้อดีตรงที่ ประหยักภาษีบริษัทด้วย เพราะเป็นรายจ่ายทางภาษี แต่เข้าภาษีกรรมการแทน

4.ตัดหนี้สูญทางบัญชี / ยกหนี้ให้กรรมการ ทำเรื่องขอยกหนี้ในที่ประชุมผู้ถือหุ้น ในทางภาษีถือเป็นรายจ่ายต้องห้าม และกรรมการที่ได้รับการยกหนี้ให้ถือเป็นเงินได้บุคคลธรรมดา 40(2)

หยุดวงจรเงินให้กู้ :

1.ทุกรายจ่ายมีบิลใบเสร็จ เบิกเงินออกจากบริษัทตรงยอดตามบิล

2.เงินทดรองจ่ายที่เบิกออกไปก่อนในเดือน ให้เคลียร์บิลใบเสร็จมาเบิก และคืน/โอนคืนส่วนต่าง ให้จบในเดือน

3.ไม่เบิกเงินเข้าบัญชีตนเอง แบบไม่มีที่มาที่ไป

4.รับ-จ่าย ทุกธุรกรรม ผ่านบัญชีบริษัททั้งหมด ไม่เกินปะปนเข้าบัญชีส่วนตัวกรรมการ ให้ statement ตรงตามเอกสารบัญชี จะไม่มียอดกระทบเข้าไปที่เงินสด หรือเงินให้กู้กรรมการ

03/04/2026

#เงินให้กู้กรรมการมีที่มา
#ลูกหนี้เงินให้กู้กรรมการ
#ปิดงบการเงิน
#จุดเสี่ยงภาษี
#วิธีล้างเงินให้กู้กรรมการ

เงินให้กู้กรรมการ ในงบการเงิน บัญชีที่ควรระมัดระวัง เป็นบัญชีที่สรรพากรเพ่งเล็ง และเป็นจุดเสี่ยงที่ถูกตรวจสอบสูง

“ลูกหนี้เงินให้กู้ยืมแก่กรรมการ” พอกพูน สะสม ทบไปทบมา

ผลที่เกิด

1.มุมมองกรรมการ : ทำธุรกิจอยู่ดีๆ กรรมการเป็นหนี้บริษัทเฉยเลย

2.มุมมองกระแสเงินสด : เงินบริษัทไหลออกไปอยู่ในมือกรรมการ อาจทำให้บริษัทขาดสภาพคล่อง

3.มุมมองแบงก์ : งบไม่สะท้อนตามจริง เงินเข้าออกแบงก์ไม่ได้สะท้อนตามธุรกรรมรายการค้า มีการดึงเงินไปมาระหว่างบัญชีบริษัทกับบัญชีกรรมการ แบงก์พิจารณาถึงกระแสเงินสดที่กิจการทำมาหาได้แล้วมีภาระต้องคืนแบงก์

4.มุมผู้มีส่วนได้เสีย/ ผู้ถือหุ้น /หุ้นส่วน : อาจตั้งข้อสงสัย ไม่เชื่อมั่น ส่งผลถึงความน่าเชื่อถือทางบัญชีและการเงิน

5.ท้ายสุด มุมสรรพากร :

a.กรมสรรพากรอาจมองว่า ประโยชน์ที่กรรมการได้รับจากบริษัท ถือเสมือนการหลบเลี่ยงภาษี (โดยอาจไม่เสียดอกเบี้ย หรือเสียดอกเบี้ยต่ำกว่าตลาดมาก และไม่มีกำหนดชำระคืน) ซึ่งผลประโยชน์ที่กรรมการได้รับไป ถือเป็น “เงินปันผลจ่าย” หรือ “เงินได้พึงประเมินของกรรมการ”

b.สรรพากรมีอำนาจประเมิน “รายได้ดอกเบี้ยที่ควรจะได้รับ” เป็นรายได้ที่ต้องเสียภาษีเงินได้นิติบุคคล (2 กรณีคือ บริษัทไปกู้ยืมมาให้คิดดอกเบี้ยไม่ต่ำกว่าดอกเบี้ยเงินกู้ หรือหากบริษัทไม่ได้มีการกู้ยืมหนี้สินใดๆ ให้คิดดอกเบี้ยตามอัตราเงินฝากประจำ) และเมื่อคิดดอกเบี้ยรับแล้ว ภาระภาษีเกี่ยวข้อง คือ ภาษีเงินได้นิติบุคคล และภาษีธุรกิจเฉพาะ 3.3% ของดอกเบี้ยรับ

c.หนี้กรรมการ จะต้ดเป็นหนี้สูญทางภาษีไม่ได้ เพราะไม่ใช้หนี้ที่เกิดจากการดำเนินธุรกิจตามปกติ จึงไม่ สามารถนำมาตัดเป็นหนี้สูญทางภาษี ในการคำนวณกำไรสุทธิเพื่อเสียภาษีได้

02/04/2026

#เงินให้กู้กรรมการมีที่มา
#ลูกหนี้เงินให้กู้กรรมการ
#ปิดงบการเงิน
#จุดเสี่ยงภาษี
#วิธีล้างเงินให้กู้กรรมการ

เงินให้กู้กรรมการ ในงบการเงิน บัญชีที่ควรระมัดระวัง เป็นบัญชีที่สรรพากรเพ่งเล็ง และเป็นจุดเสี่ยงที่ถูกตรวจสอบสูง

เกิดจาก ตัวเลขนี้มีที่มา

1.เงินออกมีสัญญาเพราะกู้จริง กรรมการกู้ยืมเงินจากบริษัทจริง เช่น กรรมการทำสัญญากู้ยืมเงินจากบริษัท มีเอกสารหลักฐานชัดเจน

2.เงินออกไร้สาเหตุ กรรมการมีการถอนเงินไปใช้ส่วนตัว ถอนออกไป 100,000 จากแบงก์ แต่ไม่ได้นำเงินมาคืนแบงก์ของบริษัท

3.เงินบริษัทไปซื้อทรัพย์สินชื่อกรรมการ แต่เงินออกจากบริษัท แต่ไม่มีทรัพย์สินเข้าบริษัท เพราะเป็นทรัพย์สินส่วนตัวของกรรกรมการ

4.เอาเงินบริษัทไปจ่ายหนี้สินส่วนตัวของกรรมการ เงินออกจากบริษัทไปเฉยๆ

5.เงินออกไร้เอกสาร ถอนออกไปใช้จ่ายเพื่อบริษัท แต่ไม่ได้นำบิลกลับมาเบิก ดังนั้น ฝ่ายบัญชีเห็นแค่เงินออกแบงก์ หรือเบิกเงินทดรองจ่ายไป 150,000 แต่คืนบิลกลับมา 50,000 อีก 100,000 อยู่ในบัญชีของกรรมการ

6.รับเงินทุนเข้ามายังไม่ครบ ทุนจดจัดตั้งระบุชำระแล้ว 250,000 แต่เงินเข้าแบงก์เพียง 150,000 อีก 100,000 บาทยังไม่ได้ใส่เงินลงทุนจริงเข้ามาในแบงก์บริษัท ตามทุนหุ้นสามัญที่ออกและเรียกชำระแล้ว

7.ขายสินค้าเงินสด เปิดบิลบริษัท แต่ลูกค้าสแกนจ่ายเงินเข้ากระเป๋ากรรมการก่อน 100,000 แต่กรรมการไม่ได้นำเงินที่เข้าบัญชีส่วนตัว โอนเข้าบัญชีบริษัท ซึ่งบริษัทรับรู้ขายแล้ว แต่ไม่มีเงินเข้า ลูกหนี้ก็ไม่ใช่ จึงบันทึกรับเงินสด พอเงินสดสิ้นปีเยอะเกินไป ซึ่งตามวิสัยกิจการไม่ได้เก็บเงินสดเยอะ เงินสดส่วนเกินนั้น ก็คือเงินให้กู้กรรมการ

ท้ายสุด ทั้ง 7 สาเหตุนี่ เป็นเงินบริษัทที่พัวพันอยู่ที่บัญชีกรรมการ ตอนสิ้นปี ในงบการเงินที่ต้องชนกระทบแบงก์คงเหลือจริง ณ สิ้นปี ตาม bank statement ของธนาคาร ส่วนต่างก็คือ เงินสด ซึ่งเยอะมากจากสาเหตุข้างต้น

เงินสดที่เยอะถือว่า ผิดปกติวิสัยของการทำธุรกิจ จึงปรับไว้ที่บัญชี “ลูกหนี้เงินให้กู้ยืมแก่กรรมการ” พอกพูน สะสม ทบไปทบมา

01/04/2026

#กว่าจะมาเป็นงบการเงิน
#รายงานทางบัญชี
#ปิดงบการเงิน
#รายการย่อที่ต้องมีในงบการเงิน


รายงานทางบัญชี จุดเริ่มต้น และจุดจบ กว่าจะมาเป็นงบการเงิน

1.สมุดรายวัน (Journal) เปิด Dr. Cr. ทุกธุรกรรมรายการค้าที่ได้บันทึกเข้าโปรแกรม เช่น รับ ขาย ซื้อ จ่าย ทั่วไป

2.บัญชีแยกประเภท (Ledger) เมื่อบันทึกรายการค้าในสมุดรายวันแล้ว Dr. Cr. จะผ่านรายการ Posting ไปที่บัญชีแยกประเภท แยกตามแต่ละบัญชี ไล่ไปตามหมวด ถูกกระทบด้วย Dr. Cr. เพิ่มขึ้นลดลง จากรายการค้าอะไรบ้าง มองแต่ละบัญชี เพื่อหายอดคงเหลือในแต่ละบัญชี

3.งบทดลอง Trial Balance ต่อมา รายงานสรุปยอดคงเหลือของบัญชีทุกบัญชี เพื่อตรวจสอบยอดยกมา ยอดเคลื่อนไหว (เดบิต = เครดิต) และยอดยกไป ก่อนปิดบัญชี เราจะปรับปรุงรายการตามมาตรฐานบัญชีและรายการข้ามปี ที่เรียกว่า “รายการปรับปรุงบัญชี (Adjusting Entries)” เราก็จะได้ “งบทดลองหลังปรับปรุง (Adjusted Trial Balance)”

4.ออกงบการเงิน NPAE ประกาศกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เรื่อง กำหนดรายการย่อที่ต้องมีในงบการเงิน พ.ศ. 2566 (ฉบับเต็ม) ซึ่งให้ใช้บังคับตั้งแต่ 1 ม.ค. 2567 เป็นต้นไป มี 4 ส่วน ดังนี้
งบฐานะการเงิน (Statement of Financial Position)
งบกำไรขาดทุน (Statement of Income)
งบการเปลี่ยนแปลงส่วนของผู้ถือหุ้น (Statement of Changes in Equity) และ
หมายเหตุประกอบงบการเงิน (Notes to the Financial Statements)

31/03/2026

#จุดโฟกัสก่อนเซ็นงบการเงิน
#ปิดงบการเงิน
#งบการเงินบอกอะไร
#ภาษีเงินได้นิติบุคคล
#ผู้ประกอบการต้องรู้

- ความเห็นผู้สอบ : ไม่มีเงื่อนไข
- รายได้ ตรง ครบถ้วน ชนกระทบ ภ.พ.30 ได้
- กำไรก่อนภาษี สมเหตุสมผล
- อัตรากำไรก่อนภาษี / ยอดขาย เปรียบเทียบได้ เหมาะสมกับธุรกิจ
- ลูกหนี้ค้างนาน
- Stock มีอยู่จริง
- ที่ดิน อาคาร อุปกรณ์ มีอยู่จริง
- ลูกหนี้เงินให้กู้กรรมการ (*ติดตาม คลิปถัดไป)
- เจ้าหนี้เงินกู้กรรมการ (**ติดตาม คลิปถัดๆ ไป)
- ทุนชำระเเล้ว ตรงตาม บอจ.5 ที่อัพเดทล่าสุด
- กำไรสะสม (หักปันผลจ่ายทั้งหมดเเล้ว)

ที่อยู่

ติวานนท์
Nonthaburi
11000

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Tax Story by CPA Janผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

แชร์