11/07/2026
📈 กำไรเทรดทอง 80,000 บาท...แต่ทำไมภาษีอาจคำนวณได้สูงกว่านั้น? 📱
มีผู้ติดตามส่งเคสมาให้ดู
ปี 2567 เทรดทองออนไลน์เก็งกำไรทั้งปี
เมื่อเปิดรายงานจากแอปฯ พบว่าทั้งปี กำไรสุทธิหลังหักต้นทุนประมาณ 80,000 บาท
สรรรพากรประเมินภาษีหลักเเสน ... ผู้มีเงินได้ สงสัยว่า.. "กำไรแค่นี้ ต้องเสียภาษีด้วยหรือ?"
คำตอบคือ...
หากข้อเท็จจริงเข้าลักษณะเป็น เงินได้ตามมาตรา 40(8) (เมื่อเงินได้40(2)-40(8) เกิน 120,000/ปี) กฎหมายให้คำนวณเปรียบเทียบ 2 วิธี เเล้วเสียภาษีในวิธีที่คำนวณได้มากกว่า :
✅ วิธีที่ 1 คำนวณจากเงินได้สุทธิ = นำรายรับ หักค่าใช้จ่ายก็คือต้นทุน และหักค่าลดหย่อน
ในตัวอย่างนี้ กำไรสุทธิ 80,000 บาท หากไม่มีเงินได้ประเภทอื่น เมื่อหักค่าลดหย่อนส่วนตัว และยังอยู่ในช่วงเงินได้สุทธิ 150,000 บาทแรก ย่อมไม่มีภาษีตามวิธีเงินได้สุทธิ
⚖️ แต่ยังไม่จบ...
สำหรับผู้มีเงินได้ตามมาตรา 40(2)–40(8) ที่มีเงินได้พึงประเมินตั้งแต่ 120,000 บาทขึ้นไป กฎหมายกำหนดให้คำนวณ ภาษีขั้นต่ำตามมาตรา 48(2) ไว้ด้วย
โดยคิด 0.5% ของเงินได้พึงประเมิน ก็คือ ยอดรายรับก่อนหักต้นทุน
อย่างไรก็ตาม ภาษีขั้นต่ำจะมีผลเอามาใช้เปรียบเทียบกับวิธีเเรกต่อเมื่อ 0.5% ของเงินได้พึงประเมินเกิน 5,000 บาท ซึ่งโดยทั่วไปจะเริ่มเห็นผลเมื่อเงินได้พึงประเมิน 1,000,000 บาทขึ้นไป
เมื่อนำไปเปรียบเทียบแล้ว หากภาษีขั้นต่ำสูงกว่าภาษีที่คำนวณจากเงินได้สุทธิ จึงต้องเสียภาษีตามวิธีนั้น
💰 ดังนั้น แม้กำไรจริงจะเหลือเพียง 80,000 บาท แต่หากมียอดขายหมุนเวียนสูง ก็ทำให้เกิดภาษีขั้นต่ำตามกฎหมายได้
❗แต่ไม่ได้หมายความว่า ขายทองทุกคนต้องเสียภาษี
หากเป็นการขายทองที่ถือครองเป็นทรัพย์สินส่วนตัว เช่น ทองที่สะสมไว้ หรือได้รับมรดก และ ไม่ได้มุ่งในทางการค้าหรือหากำไร ไม่ได้มีพฤติการณ์ซื้อขายถี่ๆเพื่อเก็งกำไร = กรณีดังกล่าว เข้าข่ายได้รับยกเว้นตามมาตรา 42(9) ทั้งนี้ ต้องพิจารณาจากข้อเท็จจริงเป็นรายกรณี
📑 หากซื้อขายทองออนไลน์เป็นประจำ ควรเก็บเอกสารให้ครบ ได้แก่
- รายงานการซื้อขายจากแพลตฟอร์ม
- หลักฐานการซื้อและต้นทุน ทุกครั้งที่ส่งคำสั่งซื้อ&ขาย
- หลักฐาน Statement บัญชีที่ใช้ลงทุนเทรดทอง
เอกสารเหล่านี้จะช่วยพิสูจน์ข้อเท็จจริงและต้นทุน หากมีการตรวจสอบภาษีในอนาคต
#ภาษีทอง #เทรดทองออนไลน์ #รายได้ขายทอง #ภาษีเทรดทอง #ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา