14/08/2026
📚 เจาะลึกความรู้เพิ่มเติม: กฎหมาย VAT ธุรกิจขนส่ง
1. ทำไมธุรกิจขนส่งถึงได้รับยกเว้น VAT?
ตามประมวลรัษฎากร มาตรา 81 (1) (ณ) ได้กำหนดให้การให้บริการขนส่งในราชอาณาจักรได้รับยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม เพื่อไม่ให้เป็นภาระต้นทุนที่ซ้ำซ้อนกับประชาชนและภาคธุรกิจในการเดินทางและการขนส่งสินค้าอุปโภคบริโภค
2. ขนส่งแบบไหนเข้าข่าย "ได้รับยกเว้น"?
ขนส่งสินค้า: รถกระบะรับจ้าง, รถบรรทุก 6 ล้อ/10 ล้อ, มอเตอร์ไซค์ส่งของ (Delivery), เรือขนส่งสินค้าภายในประเทศ, การขนส่งทางรถไฟ
ขนส่งคน: รถแท็กซี่, รถตู้โดยสารประจำทาง/ไม่ประจำทาง, รถเมล์, เรือโดยสาร, รถไฟฟ้า (บริการขนส่งสาธารณะทั่วไป)
3. เคสไหน "ต้องระวัง" และอาจต้องจด VAT?
มีบริการเสริม (Value-Added Services): เช่น รับจ้างขนส่งด้วย แต่มีบริการ "รับแพ็กสินค้า", "บริการยกของขึ้นตึกสูงโดยผู้เชี่ยวชาญพิเศษ", หรือ "บริการเก็บเงินปลายทาง (COD)" แล้วมีการคิดค่าธรรมเนียมส่วนนี้เพิ่ม รายได้ในส่วนของบริการเสริมเหล่านี้ ถือเป็นการให้บริการทั่วไป ไม่ได้รับยกเว้น VAT
ข้อแนะนำ: หากทำธุรกิจผสมผสาน ควรแยกใบแจ้งหนี้หรือใบเสร็จระหว่าง "ค่าขนส่ง" กับ "ค่าบริการเสริม" ให้ชัดเจน เพื่อจะได้คำนวณรายได้ส่วนที่เกิน 1.8 ล้านบาทเฉพาะตัวบริการเสริมได้อย่างถูกต้อง
4. หน้าที่ทางภาษีที่ผู้ประกอบการขนส่งต้องรู้
ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา / นิติบุคคล: แม้จะได้รับการยกเว้น VAT แต่คุณยังมีหน้าที่ต้องยื่นแบบภาษีเงินได้ประจำปี (ภ.ง.ด. 90/91 สำหรับบุคคลธรรมดา หรือ ภ.ง.ด. 50/51 สำหรับนิติบุคคล) ตามปกติ
ภาษีหัก ณ ที่จ่าย (WHT):
ถ้าคุณเป็นผู้ให้บริการขนส่ง และลูกค้าเป็น นิติบุคคล ลูกค้าจะมีหน้าที่หักภาษี ณ ที่จ่าย 1% ทุกครั้งที่มีการจ่ายค่าจ้าง
ถ้าคุณจ้างซับคอนแทค (Subcontractor) ช่วงต่อในการขนส่ง คุณเองก็อาจมีหน้าที่ต้องหักภาษี ณ ที่จ่ายเช่นกัน ขึ้นอยู่กับประเภทผู้รับจ้าง