มั่วหุ้น : การวิเคราะห์หุ้นมั่วๆ

Cómo llegar Contactar con la empresa

มั่วหุ้น : การวิเคราะห์หุ้นมั่วๆ เพจมั่วหุ้นนะครับ ไม่ใช่ศาลเจ้า ไม?

เคยติดดอยไหม เคยตกรถไหม เคยเล่นรถไฟเหาะไหม หุ้น VI สนใจปะ
เรามาช่วยนักลงทุนรายย่อยในการตัดสินใจลงทุนครับ เราจะพาทุกคนสนุกกับการลงทุนไปพร้อมๆกัน
เราไม่ได้มีชื่อเสียงหรือโด่งดังะอไร แต่เราก็พร้อมที่จะพาคุณผ่านไปทุกวิกฤตและช่วยเสริมสร้างโอกาส
ให้โอกาสเว็บเพจเล็กๆอย่างมั่วหุ้นร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการตัดสินใจลงทุนที่ยิ่งใหญ่ของคุณด้วยนะครับ :)

รับทราบครับ
09/10/2026

รับทราบครับ

เจอโอกาส 10 เด้ง แต่ถ้าผิดแค่เท่าทุน ทำไมยังไม่กล้าใส่เยอะ ?

หากการลงทุนหนึ่งมีโอกาสสร้างผลตอบแทน 10 เท่า ขณะที่ในกรณีผิดทางอาจเสียหายเพียงระดับเท่าทุน คำถามจึงอาจไม่ได้อยู่ที่ว่า “ควรลงทุนหรือไม่” แต่อยู่ที่ว่า เมื่อเจอโอกาสลักษณะนี้ เหตุใดจึงยังไม่กล้าให้น้ำหนักกับมันมากพอ

คุณเฉลิมเดช ลีวงศ์เจริญ อดีตนายกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า (ประเทศไทย) หรือ Thai VI มองเรื่องนี้ผ่านแนวคิดการจัดพอร์ต และความสัมพันธ์ระหว่างความเสี่ยงกับผลตอบแทน โดยเฉพาะสถานการณ์ที่ Downside หรือความเสี่ยงขาลงมีจำกัด แต่ Upside หรือโอกาสขาขึ้นอยู่ในระดับสูง

คุณเฉลิมเดชกล่าวว่า “ที่ใส่เยอะเพราะถ้าถูกได้ 10 เด้ง ถ้าผิดอาจจะแค่เท่าทุน… ถ้าเจอเหตุการณ์แบบนี้ ก็ใส่ไปเลยเยอะๆ คำถามคือ ทำไมถึงไม่ใส่เยอะๆ ล่ะ? เพราะถ้าใส่แค่ 10% คุณก็ไม่รวยอยู่ดี”

แก่นของแนวคิดนี้จึงไม่ได้หมายถึงการทุ่มเงินโดยไม่ประเมินความเสี่ยง แต่เป็นการให้น้ำหนักกับการลงทุนในกรณีที่ประเมินแล้วว่า ความเสียหายมีข้อจำกัด ขณะที่ผลตอบแทนมีโอกาสสูงมาก หรือเป็นลักษณะของ Asymmetric Risk/Reward ซึ่งเชื่อมโยงกับแนวคิด Dhandho Investing

ในกรณีที่เลวร้ายที่สุด หากราคายังมี Margin of Safety หรือส่วนเผื่อเพื่อความปลอดภัยและมูลค่าพื้นฐานรองรับ ความเสียหายอาจอยู่ในระดับจำกัด ขณะที่หากสถานการณ์เป็นไปตามที่ประเมินไว้ ผลตอบแทนอาจเพิ่มขึ้นถึงระดับ 10 เท่า ความแตกต่างของผลลัพธ์ทั้งสองด้านจึงเป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้การจัดสรรเงินลงทุนมีความหมาย

แนวคิดดังกล่าวยังสะท้อนว่า นักลงทุนไม่จำเป็นต้องตัดสินใจถูกทุกครั้ง เพราะการพบ “หุ้นเปลี่ยนชีวิต” เพียง 2–5 ครั้งตลอดชีวิต อาจเพียงพอที่จะยกระดับพอร์ตให้เติบโตอย่างมาก คุณเฉลิมเดช ยกตัวอย่างผู้ก่อตั้งอย่าง Bill Gates, Jeff Bezos และ Elon Musk ที่เดิมพันมหาศาลกับสิ่งที่ตัวเองรู้จริง จนสามารถเปลี่ยนชีวิตได้

แต่โอกาสในลักษณะนี้ไม่ได้เกิดขึ้นบ่อย และคนส่วนใหญ่อาจมองไม่เห็นศักยภาพของมัน การจะมองเห็นโอกาสดังกล่าวจึงต้องอาศัยความเข้าใจในธุรกิจอย่างลึกซึ้ง จนสามารถเห็นสิ่งที่ยังไม่ถูกมองเห็นในวงกว้าง และเมื่อพบโอกาสที่มีลักษณะเช่นนี้ การให้น้ำหนักกับการลงทุนเพียง 5% หรือ 10% ก็อาจทำให้ผลตอบแทนที่เกิดขึ้นไม่มากพอที่จะสร้างความมั่งคั่งอย่างมีนัยสำคัญ

อย่างไรก็ตาม คุณเฉลิมเดชไม่ได้มองว่าทุกคนจำเป็นต้องลงทุนในรูปแบบเดียวกัน หากไม่ใช่คนที่มีความอดทนต่อความเสี่ยงสูง หรือไม่กล้าทุ่มเงิน 50% ของพอร์ต ก็สามารถเลือกกระจายความเสี่ยงในระดับที่ตัวเองสบายใจได้ และการเลือกเช่นนั้นก็ไม่ใช่เรื่องผิด

โจทย์สำคัญจึงอยู่ที่การรู้จักตัวเองควบคู่ไปกับการประเมินโอกาส เพราะการลงทุนที่ให้น้ำหนักสูงย่อมต้องมาพร้อมกับความมั่นใจว่า Downside อยู่ในระดับที่รับได้ ขณะที่การกระจายความเสี่ยงก็เป็นทางเลือกสำหรับผู้ที่ให้ความสำคัญกับความสบายใจและการควบคุมความเสี่ยงมากกว่า

ท้ายที่สุดแล้ว เรื่องนี้ไม่ได้ขึ้นอยู่กับว่า “ควรทุ่มเงินหรือควรกระจายพอร์ต” เพียงอย่างเดียว แต่ขึ้นอยู่กับว่า เมื่อเจอโอกาสที่มี Upside สูงและ Downside จำกัด เราเข้าใจโอกาสนั้นมากพอ และกล้าตัดสินใจในสัดส่วนที่สอดคล้องกับความมั่นใจของตัวเองหรือไม่

#ทันโลกกับTraderKP #การลงทุน #จิตวิทยาการลงทุน #หุ้นเปลี่ยนชีวิต

สารตั้งต้นคือ กปปส. ครับ
09/10/2026

สารตั้งต้นคือ กปปส. ครับ

งั้นแปลว่า เสนาซื้อที่ดิน 20ไร่ ปี 52 > น้ำท่วมใหญ่ปี 54 > รัฐบาลยิ่งลักษณ์ตั้งโครงการบริหารจัดการน้ำปี 55 > กทม.สมัยผู้ว่าหม่อมสุขุมพันธุ์หาที่ทำแก้มลิงฝั่งตะวันออกภายใต้แนวพระราชดำริแก้มลิงในรัชกาลที่ 9 ปี 55-56 > เสนาซื้อที่เพิ่ม 2 ไร่ ( เมษายน) > มีกปปส.และเกิดรัฐประหารปี 57 (พฤษภาคม) > หม่อมสุขุมพันธ์โดนปลดจากผู้ว่ากทม.ด้วยมาตรา 44 และคุณอัศวินเข้ามาแทนที่ในปี 59 > เกิดประชาพิจารณ์บึงคู้บอนและปักป้ายในปี 60 >มติ.ครม.มีในปี 62 > ไม่มีพรฏ.กำหนดเขตที่ดินอย่างน้อยจนถึงปีปลายปี 64 (ไม่มีการสลักหลังโฉนดจากกรมที่ดิน) > ชัชชาติเป็นผู้ว่าสมัยแรกตอนปี 65 > ใช้กระบวนการราชการปกติ มีการประชุม มีการสั่งให้ศึกษา มีการทำรายงานทางวิชาการประกอบ มีเหตุผลทางเทคนิคและนโยบายที่เปลี่ยนแปลงไป และสภาพบ้านเมืองที่เปลี่ยนไปแล้วตั้งแต่ปี 60 ที่ทำประชาพิจารณ์ ปี 67-68 > ยกเลิกคลองคู้บอนและอีกคลอง ในปี 69
ประชาพิจารณ์ 60 - ปลายปี 64 - กลางปี 68 : ไม่มี พ.ร.ฎ.เวนคืนประกาศในราชกิจจานุเบกษา อยู่ในขั้น "ร่าง" พ.ร.ฎ. เท่านั้น ที่ดินทั้งหมดควรยังอยู่ในมือเอกชนและชาวบ้านและเมื่อโครงการถูกเสนอให้ยกเลิกในปี 68 ที่ดินแปลงดังกล่าวก็หลุดจากแนวเวนคืนโดยสมบูรณ์
แปลว่า โครงการนี้ไม่ได้ถูกยกเลิกด้วยลายเซ็นเดียวของคุณชัชชาติ แต่ด้วยรายงานวิชาการเปรียบเทียบอุโมงค์กับแก้มลิงและด้วยหนังสือราชการ 2 ปี 3 ฉบับ หากจะเอาผิดว่าผู้ว่าฯชัชชาติที่ สั่งให้ทบทวนโครงการที่กระทบชาวบ้านหลายพันครัวเรือนเพื่อให้ใช้งบอย่างคุ้มค่าที่สุด เป็นความผิดตามมาตรา 157 ต่อไปผู้ว่าฯทุกคนก็จะไม่กล้าตั้งคำถามกับโครงการใดเลย คนกรุงเทพอยากได้แบบนั้นไหม?
เอาจริงๆนะ เอกสารเหล่านี้คือหลักฐานแก้ต่างให้คุณชัชชาติอย่างดีว่า เป็นการใช้อำนาจโดยชอบตามหน้าที่ผู้บริหารและโครงการที่เลือกแทนคืออุโมงค์ระบายน้ำ ซึ่งเป็นโครงการที่ กทม. ได้รับจัดสรรงบประมาณอยู่แล้วในเชิงระเบียบงบประมาณ คือมีโครงการอยู่ในเล่มงบ 69 ครับ
จะขอพูดอีกครั้ง คนกรุงเทพโชคดีแล้วจริงๆที่ได้คุณชัชชาติเป็นผู้ว่า กทม. รักษาเอาไว้นะครับ
ภาพจะอยู่ในส่วนคอมเม้นต์

#ชัชชาติ #น้ำท่วม #สนธิ #ผังเมืองกรุงเทพ #น้ำท่วมกรุงเทพ

Fake news ปะครับ
08/10/2026

Fake news ปะครับ

ทำไมจะเอาไม่ได้ ก็ กปปส. เก่าอะครับ
08/10/2026

ทำไมจะเอาไม่ได้ ก็ กปปส. เก่าอะครับ

ก่อนจะพูดว่า “ชัชชาติล้มแก้มลิงตามพระราชดำริ” ผมคิดว่าเราต้องแยกข้อเท็จจริงออกจากวาทกรรมทางการเมืองเสียก่อน

ผมติดตามการถกเถียงเรื่อง “บึงรับน้ำคู้บอน” มาหลายวัน และยิ่งมีการนำคำว่า “พระราชดำริ” เข้ามาเกี่ยวข้อง ผมยิ่งคิดว่าเรื่องนี้ควรพูดกันด้วยความรอบคอบที่สุด

เพราะพระราชดำริไม่ควรถูกทำให้กลายเป็นเครื่องมือเอาชนะกันทางการเมือง

ข้อแรก ต้องแยกให้ออกระหว่าง
“โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ”
กับ
“การนำแนวพระราชดำริเรื่องแก้มลิงมาประยุกต์ใช้”

บึงรับน้ำคู้บอนและบางชันเป็นโครงการที่กรุงเทพมหานครศึกษาและกำหนดพื้นที่ขึ้นภายหลังเหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่ปี 2554 โดยนำหลักการเรื่องพื้นที่หน่วงน้ำหรือ “แก้มลิง” มาประยุกต์ใช้

ไม่ได้หมายความว่ามีพระราชดำริกำหนดโดยตรงว่า “ต้องสร้างบึงรับน้ำที่คู้บอนแห่งนี้”

และนี่เป็นความแตกต่างที่สำคัญมาก

ที่สำคัญกว่านั้น การกล่าวว่า “ชัชชาติยกเลิกแก้มลิง” ก็ไม่ตรงกับสิ่งที่ กทม.กำลังดำเนินการ

ข้อมูลจากสำนักการระบายน้ำระบุว่า ปัจจุบัน กทม.มีพื้นที่รับและหน่วงน้ำตามแนวคิดแก้มลิง 38 แห่ง ความจุรวมกว่า 13.7 ล้านลูกบาศก์เมตร เพิ่มจาก 34 แห่งเมื่อเดือนพฤษภาคม 2565 และกำลังเดินหน้าอีก 7 แห่ง

หากดำเนินการครบ จะมีพื้นที่รับน้ำรวม 45 แห่ง ความจุมากกว่า 14 ล้านลูกบาศก์เมตร

ดังนั้นจะบอกว่า ผู้ว่าฯ ชัชชาติ “ล้มแนวทางแก้มลิง” คงพูดได้ยากเมื่อดูจากข้อเท็จจริงเหล่านี้

คำถามที่แท้จริงจึงไม่ใช่

“เอาแก้มลิงหรือไม่เอาแก้มลิง?”

แต่คือ

“แก้มลิงควรอยู่ตรงไหน และลงทุนแบบใดจึงจะแก้ปัญหาน้ำได้คุ้มค่าที่สุด?”

สำหรับคู้บอนและบางชัน กทม.ประเมินว่าหากดำเนินการทั้งระบบ ตั้งแต่การเวนคืนที่ดิน การสร้างพื้นที่รับน้ำ ระบบสูบน้ำ ประตูระบายน้ำ ไปจนถึงระบบนำน้ำเข้าและออก จะใช้งบประมาณประมาณ 11,000 ล้านบาท

ขณะที่อีกทางเลือกคือการเพิ่มประสิทธิภาพคลองสายหลักและระบบลำเลียงน้ำ เชื่อมต่อไปยังระบบบึงหนองบอนและอุโมงค์ระบายน้ำ ใช้งบประมาณประมาณ 6,500 ล้านบาท

เพราะ “แก้มลิง” ไม่ได้หมายความเพียงแค่ขุดบ่อไว้หนึ่งบ่อแล้วจบ

น้ำต้องเข้าได้
ต้องมีพื้นที่ให้พัก
และที่สำคัญ น้ำต้องออกได้เร็วพอ เพื่อพร่องพื้นที่รองรับฝนรอบต่อไป

นี่เป็นหลักการบริหารน้ำที่ต้องคิดเป็นระบบ

และถ้าเราจะกล่าวถึงพระราชดำริ ผมอยากชวนกลับไปมองอีกหลักคิดหนึ่งที่สำคัญไม่แพ้กัน คือ ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง

ความพอประมาณ
ความมีเหตุผล
การมีภูมิคุ้มกันในตัวที่ดี

ภายใต้เงื่อนไขของ
ความรู้ และคุณธรรม

สำนักงาน กปร. อธิบายหลักดังกล่าวไว้ชัดว่า การตัดสินใจต้องอาศัยความรอบรู้ ความรอบคอบ และความระมัดระวัง

เพราะฉะนั้น สำหรับผม การน้อมนำพระราชดำริมาใช้ในการบริหารเมือง ไม่ได้หมายความว่า เมื่อมีโครงการหนึ่งเคยถูกเสนอไว้แล้ว ทุกฝ่ายจะต้องดำเนินโครงการนั้นต่อไปโดยไม่สามารถตั้งคำถามเรื่องต้นทุน ประสิทธิภาพ หรือบริบทที่เปลี่ยนไปได้

ตรงกันข้าม

การศึกษาเปรียบเทียบทางเลือก
ดูความคุ้มค่าของเงินภาษี
ประเมินประสิทธิภาพทางวิศวกรรม
เตรียมระบบให้รับมือฝนที่รุนแรงขึ้น
และพร้อมทบทวนเมื่อมีข้อมูลใหม่

ผมเห็นว่านี่ต่างหากคือการใช้ เหตุผล ความพอประมาณ ภูมิคุ้มกัน และความรู้ มาประกอบการตัดสินใจอย่างเป็นรูปธรรม

และผมเห็นด้วยอย่างยิ่งว่า ความเดือดร้อนของประชาชนในคันนายาว คลองสามวา และพื้นที่โดยรอบเป็นเรื่องจริงที่ กทม.ต้องรับผิดชอบแก้ไข

ใครมีข้อมูลว่าคู้บอนสามารถทำได้ถูกกว่า ดีกว่า หรือมีประสิทธิภาพมากกว่าทางเลือกที่ กทม.ศึกษาไว้ ก็ควรนำข้อมูลมาเปิดบนโต๊ะ

ผู้ว่าฯ ชัชชาติเองก็ระบุเมื่อวันที่ 7 ตุลาคมว่า หากมีข้อมูลใหม่พิสูจน์ได้ว่าโครงการมีความคุ้มค่าและเพิ่มประสิทธิภาพการแก้ปัญหาน้ำท่วมได้จริง ก็พร้อมนำกลับมาศึกษาใหม่

ผมคิดว่านี่คือวิธีที่เรื่องนี้ควรเดินต่อ

เอาข้อมูลมาชนกับข้อมูล
เอาแบบจำลองมาชนกับแบบจำลอง
เอาต้นทุนมาชนกับประสิทธิภาพ

ประชาชนจะได้รู้ว่าเงินหลายพันล้านบาทของเขาจะถูกใช้ไปอย่างไร และช่วยป้องกันน้ำท่วมได้มากแค่ไหน

แต่อย่าให้การถกเถียงเรื่องการบริหารน้ำ ถูกยกระดับจากข้อถกเถียงทางวิศวกรรมและงบประมาณ ไปเป็นการกล่าวหาว่าใคร “ล้มพระราชดำริ” เพียงเพราะเลือกวิธีดำเนินงานต่างกัน

ยิ่งเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับพระราชดำริ
ยิ่งต้องพูดด้วยข้อมูลให้ครบ
แยกข้อเท็จจริงให้ชัด
และไม่ทำให้ประชาชนเข้าใจคลาดเคลื่อน

เพราะการถวายความเคารพที่ดีที่สุดอย่างหนึ่ง
คือการศึกษาพระราชดำริให้เข้าใจอย่างถ่องแท้
แล้วนำมาใช้ด้วย เหตุผล ความรู้ ความรอบคอบ และประโยชน์ของประชาชนเป็นที่ตั้ง

ไม่ใช่ทำให้พระราชดำริกลายเป็นเครื่องมือในความขัดแย้งทางการเมือง

เขาซื้อก่อนที่มึงจะทำอีกอะ เอาไงดี
06/10/2026

เขาซื้อก่อนที่มึงจะทำอีกอะ เอาไงดี

เสนาดีเวลลอปเม้นท์แจงกรณีที่ดินบึงรับน้ำคู้บอน พื้นที่ราว 130 ไร่ โดยบริษัทถือครองประมาณ 20 ไร่ ซื้อมาตั้งแต่ปี 2552 จากเจ้าของเดิม 7 ราย
ดร.เกษรา ธัญลักษณ์ภาคย์ ระบุว่า บริษัทรับทราบแนวคิดพัฒนาพื้นที่เป็นบึงรับน้ำจากประชามติ กทม. ปี 2560 แต่หลังจากนั้นไม่มีความคืบหน้าหรือการดำเนินการที่เป็นรูปธรรมต่อเนื่อง บริษัทจึงเดินหน้าพัฒนาที่ดินตามขั้นตอน โดยเริ่มจัดทำผังจัดสรรปี 2561 ปรับผังปี 2568 และเริ่มก่อสร้างปี 2569 ปัจจุบันก่อสร้างแล้วประมาณ 7-8 หลัง
สำหรับอนาคตว่าจะพัฒนาเป็นบึงรับน้ำหรือไม่ ดร.เกษรา ระบุว่าเป็นการตัดสินใจของ กทม. ขณะที่ กทม.ชี้แจงก่อนหน้านี้ว่าไม่ได้ยกเลิกแนวคิดแก้มลิง แต่ทบทวนรูปแบบบริหารจัดการน้ำ โดยพิจารณาความคุ้มค่าและเพิ่มทางเลือก เช่น อุโมงค์ระบายน้ำ การขุดคลองให้ลึกขึ้น และการใช้คลองเป็นพื้นที่หน่วงน้ำ
อ่านต่อ...https://www.thansettakij.com/real-estate/670779
#เสนาดีเวลลอปเม้นท์ #บึงคู้บอน #แก้มลิง #กรุงเทพมหานคร #ฐานเศรษฐกิจ

06/10/2026

โหนกระแสวันนี้หดหู่มาก

06/10/2026

อันนี้คือกูไม่ได้บอกว่าดีนะ
แต่มันคือผิดตรงไหนก่อน

03/10/2026

สมัยผู้ว่าอัศวิน ไม่มีน้ำท่วมครับ

03/10/2026

เรื่องแก้มลิงนี่ขึ้นมาชูเลย
โครงการในพระราชดำริ
อืม .... เพราะอะไร

Dirección

Madrid
99999

Página web

Notificaciones

Sea el primero en enterarse: le enviaremos un correo electrónico cuando มั่วหุ้น : การวิเคราะห์หุ้นมั่วๆ publique novedades y promociones. Su dirección de correo electrónico no se utilizará para ningún otro fin y puede darse de baja en cualquier momento.

Contactar Con La Empresa

Enviar un mensaje a มั่วหุ้น : การวิเคราะห์หุ้นมั่วๆ:

Atajos

Compartir