วางแผนการเงินกับช่างเครื่องบิน

วางแผนการเงินกับช่างเครื่องบิน ข้อมูลการติดต่อ, แผนที่และเส้นทาง,แบบฟอร์มการติดต่อ,เวลาเปิดและปิด, การบริการ,การให้คะแนนความพอใจในการบริการ,รูปภาพทั้งหมด,วิดีโอทั้งหมดและข่าวสารจาก วางแผนการเงินกับช่างเครื่องบิน, นักวางแผนทางการเงิน, Amphoe Pathum Thani.

ขนาดไม่เกษียณ และสุขภาพยังแข็งแรงยังลำบากเลยครับ😅ขอบคุณข้อความโดนๆจากเพจ Rich-Habits ครับ
20/11/2020

ขนาดไม่เกษียณ และสุขภาพยังแข็งแรงยังลำบากเลยครับ😅

ขอบคุณข้อความโดนๆจากเพจ Rich-Habits ครับ

"การออม" เรื่องที่เราเหมือนจะรู้จักดี แต่บางทีอาจจะไม่ค่อยรู้จักมันเลย ที่ผมพูดแบบนี้เพราะถ้าพูดถึงการออม บางคนก็มักจะนึ...
26/10/2020

"การออม" เรื่องที่เราเหมือนจะรู้จักดี แต่บางทีอาจจะไม่ค่อยรู้จักมันเลย

ที่ผมพูดแบบนี้เพราะถ้าพูดถึงการออม บางคนก็มักจะนึกถึงเอาเงินหยอดกระปุกเก็บไปเรื่อยๆ แล้วนำไปฝากใส่ในธนาคาร จนได้ครบตามจำนวนเงินที่เราตั้งใจ ซึ่งมันไม่ผิดครับ คนส่วนใหญ่หรือแม้แต่ตัวผมเองก็เริ่มจากการออมแบบนี้เหมือนกัน

มันเหมือนจะไม่มีอะไร แต่จริงๆมันมีรายละเอียดเยอะมาก ถ้าคุณ #อยากออมแบบมีเป้าหมาย และมีประสิทธิภาพครับ

คุณเคยวางเป้าหมายในการออมหรือไม่ครับ??

โดยทั่วไปการออมและการลงทุนมักจะทำควบคู่กันไปครับ (ชั้นที่สองและสามของสามเหลี่ยมทางการเงิน) โดยการออมจะแบ่งเป็นช่วงระยะเวลาของเป้าหมายครับ
• เป้าหมายระยะสั้น ( ไม่เกิน 3 ปี)
• เป้าหมายระยะปานกลาง ( 3 – 7 ปี)
• เป้าหมายระยะยาว ( 7 ปีขึ้นไป )

ผมจะพูดเป็นส่วนๆ โดยวันนี้ผมขอจะเน้นไปที่เป้าหมายระยะสั้นก่อน เพราะไม่อยากให้โพสต์นี้ยาวมากจนเกินไป

มาต่อครับ..
ก่อนที่เราจะเริ่มออมเงิน เราต้องเริ่มที่เป้าหมายการออมก่อนเลยว่า เราจะออมเพื่ออะไร

เพื่อให้เห็นภาพ ผมจะยกตัวอย่างการตั้งเป้าหมายให้ดูนะครับ
🧑ผมตั้งเป้าหมายว่าอีก 3 ปี ผมจะดาวน์รถยนต์ 4 ประตู ด้วยจำนวนเงิน 250,000 บาท เริ่มเก็บเงินตั้งแต่วันที่ 1 พ.ย. 2563 กำหนดเวลาสิ้นสุด 31 ต.ค. 2566

ผมอาจจะ Print รูปรถที่อาจได้มาแปะไว้หน้าประตูเพื่อกระตุ้นไม่ให้ลืมเป้าหมาย แบบนี้โอกาสที่วินัยการออมจะหลุดก็ยิ่งน้อยลงไปอีก เอาจิตวิทยาเข้ามาช่วยครับ😅

*การกำหนดเวลาเป็นตัวเลขที่วัดผลได้ จะช่วยให้เป้าหมายชัดเจน และที่สำคัญก่อนวางแผนดาวน์รถ ผมต้องมีเงินสำรองฉุกเฉินแล้วนะครับ (ใครยังไม่เข้าใจเรื่องเงินสำรองฉุกเฉิน แวะอ่านโพสต์ก่อนหน้านี้ได้ครับ^^)

หลังจากที่เป้าหมายแล้ว เราก็มีวิธีการใช่ไหมครับ

ถ้าพูดถึงวิธีการออมเงินแบบง่ายๆ ที่ผมเห็นเพื่อนในเฟสแชร์บ่อยๆ ก็เช่น ออมด้วยแบงก์ 50 บาท ออมด้วยเหรียญที่เหลือแต่ละวัน ออมแบงค์ตามวันเกิดที่ลงท้ายด้วยเลข... (อันนี้จะมีความเชื่อแผงหน่อยๆ ซึ่งเมียผมจะชอบอะไรทำนองนี้เป็นพิเศษ 555) และอื่น ๆ อีกมากมายแล้วแต่ความชอบของแต่ละคน

แต่ถ้าจะพูดถึงวิธีการออมให้ได้ผลดี และมีประสิทธิภาพที่สุดคือ "ออมก่อนใช้" โดยการทำรายการรายรับ-รายจ่ายล่วงหน้า (ลองคิดว่าเดือนๆนึงได้รายรับเท่าไหร่ รายจ่ายจำเป็นเท่าไหร่ หักลบกันเหลือเท่าไหร่) แล้วหักเงินออมก่อนที่จะนำไปใช้ เพราะถ้าใช้ก่อนรับรองส่วนใหญ่ไม่เหลือครับ 🤣 เงินเดือนได้มาแหมม..ชาบูหมูกระทะต้องมา ฉลองเงินเดือนออกซะหน่อย พอกลางเดือนนึกขึ้นได้ว่าจะออมซะหน่อย ควักเงินที่เหลือน้อยนิดมาดู "เดือนนี้ยังไม่พอใช้เลยไว้ก่อนละกัน" สารพัดเหตุผลในหัวของเรา มันจะพร้อมใจกันผุดขึ้นมาเพื่อหาข้ออ้างเลยครับ ลองเป็นแบบนี้ไปเรื่อยๆ รับรองว่าโอกาสในการออมคือศูนย์แน่นอน

หักเงินออมก่อนใช้ เท่าไหร่ดี??

ตอบคือ อยู่ที่ความสามารถของเราครับ โดยหลักการแล้วการออมจะอยู่ที่ 5 – 20% ของรายรับ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ภาระหน้าที่ของแต่ละบุคคลไม่เท่ากัน เอาเท่าที่ไหว เอาแบบอยู่ได้ ไม่ใช่สุดโต่ง ออมเยอะมากแต่ทุกข์ เป้าหมายสำคัญ แต่ชีวิตระหว่างทางนั้นก็สำคัญไม่แพ้กัน ให้รางวัลตัวเองบ้างเล็กๆน้อยๆตามสมควรครับ

ผมจะขออนุญาติเล่าถึงเป้าหมายการออมของเพื่อนผมคนนึงให้ฟัง ซึ่งผมว่าน่าสนใจดี
เพื่อนผมกับแฟน เป็นสายเที่ยวธรรมชาติ ชอบทะเล ชอบดำน้ำ ออกทริปดำน้ำบ่อยมาก
เค้าเล่าให้ผมฟังว่า เค้ากับแฟนเก็บเงินคนละ 5,000 ต่อเดือนสำหรับเที่ยวโดยเฉพาะ เพราะมี Passion ที่อยากจะไปดำน้ำให้ครบทุกที่ในไทย การปักหมุดเวลาและที่ที่เขาอยากไป ยิ่งช่วยให้เค้ามีวินัยมากพอที่จะออมให้สำเร็จ
ที่เจ๋งกว่านั้นคือ เค้าสามารถนำความชื่นชอบนั้นมาทำเพจแนะนำการท่องเที่ยว ซึ่งในอนาคตอาจเป็นอีกช่องทางในการสร้างรายได้ก็ได้ครับ👍

เห็นมั้ยครับ..การออมกับการตั้งเป้าหมายเป็นของคู่กัน ถ้าเรามีเป้าหมายว่าออมเงินเพื่ออะไร เราก็จะมีแรงกระตุ้น เราจะเริ่มมองหาวิธีการออมที่สามารถไปถึงเป้าหมายได้ และโอกาสที่การออมของเราจะสำเร็จมันก็เป็นไปได้สูงครับ

สำหรับใครที่มีเป้าหมายหรือวิธีการออมเจ๋ง ๆ ก็ลองมาแชร์กันได้นะครับ
ครั้งหน้าเราจะมาต่อในส่วนของการออมระยะกลางกับระยะยาวกันนะครับ ฝากติดตามด้วยนะครับ🙏😊

#วางแผนการเงินดีมีชัยไปกว่าครึ่ง

ชอบกดไลค์ เข้าใจกดว้าว และถ้าเห็นว่ามีประโยชน์กดแชร์ให้ด้วยนะครับ

Part 4: สามเหลี่ยมการเงิน

26 Oct 2020

"อยากอุดรอยรั่ว ต้องรู้จักจัดการความเสี่ยง" เชื่อไหมครับว่าไอ้เจ้า"ความเสี่ยง" เนี่ยมันชอบเซอร์ไพรส์มาก มันชอบเกิดขึ้นแบ...
18/10/2020

"อยากอุดรอยรั่ว ต้องรู้จักจัดการความเสี่ยง"

เชื่อไหมครับว่าไอ้เจ้า"ความเสี่ยง" เนี่ยมันชอบเซอร์ไพรส์มาก มันชอบเกิดขึ้นแบบไม่ทันตั้งตัว ไม่บอกกล่าวเราล่วงหน้า ใช้ชีวิตเพลินๆอยู่ดีๆ มันก็มาเคาะหน้าบ้านแล้วครับ โชคดีหน่อยมันก็เซอร์ไพรส์เราแบบเล็กๆ แต่บางวันโชคร้ายมันก็จัดชุดใหญ่ไฟกระพริบให้ มนุษย์อย่างเราทำได้อย่างเดียวคือตั้งรับครับ

อยากตั้งรับแบบคูลๆ ต้องรู้จัก "บริหารความเสี่ยง"

เรามาดูแนวทางในการบริหารความเสี่ยงกันครับว่ามีอะไรบ้าง

• หลีกเลี่ยงความเสี่ยง (ต้นเหตุ)
คือ การไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับกิจกรรมหรืองาน ที่จะก่อให้เกิดความเสี่ยงภัยนั้น เช่น กลัวเครื่องบินตก ก็ไม่ไปนั่งเครื่องบิน กลัวขับรถชน ก็มันต้องขับมันซะเลย (ใช้ชีวิตลำบากน่าดูเลย😅)

หรือในทางธุรกิจ ไม่กล้านำเงินไปลงทุนทำธุรกิจเพราะกลัวขาดทุน ก็นำไปฝังตุ่ม ไปฝากธนาคาร หรือลงทุนในสิ่งที่มีความเสี่ยงภัยน้อยกว่า

แต่การหลีกเลี่ยงความเสี่ยงบางครั้งอาจให้เสียโอกาสได้นะครับ เช่น ถ้าเราต้องไปทำงานต่างจังหวัดไกลๆ แต่ไม่เลือกนั่งเครื่องบินเพราะกลัวเครื่องบินตก เราจะเสียเวลาในการเดินทางเยอะมาก แถมพอไปถึงก็มีเวลาทำงานได้น้อย
หรือการเอาเงินไปฝังตุ่มเพราะกลัวโจรมาขโมย ฝังไม่ดีกองทัพปลวกมากิน งานนี้เงินก็ไม่ได้ใช้อยู่ดีครับ ดังนั้นการจัดการความเสี่ยงภัยโดยวิธีนี้ควรเป็น #วิธีสุดท้าย เพราะนอกจากจะใช้ชีวิตยากแล้ว ก็อาจจะหลีกเลี่ยงความเสี่ยงไม่ได้ทั้งหมดด้วย

• รับความเสี่ยงไว้เอง (เตรียมทุน)
คือ การเตรียมความพร้อมทางการเงิน เพื่อรับมือกับสิ่งที่อาจเกิดขึ้นกับเรา เช่น เราไม่ทำประกันรถยนต์ เวลาขับรถไปชนขึ้นมา เราก็เจ็บเองจ่ายเองครับ หรือการที่เราไม่มีสิทธิประโยชน์ในการรักษาพยาบาล เราก็ต้องเก็บเงินไว้สักก้อนเพื่อจ่ายตอนเราป่วยเข้าโรงพยาบาล ส่วนคำถามว่าต้องเก็บเท่าไหร่ถึงจะพอ?? อันนี้ไม่มีใครบอกได้ครับ

• ควบคุมความเสี่ยง
คือ การลดโอกาสในการเกิดความเสี่ยง
ยกตัวอย่างง่ายๆ เช่น
- การที่เราออกกำลังกาย พักผ่อนให้เพียงพอ เพื่อช่วยลดโอกาสที่เราจะไม่สบาย
- การติดป้ายสูบบุหรี่ในที่ห้ามสูบ เพื่อลดโอกาสในการเกิดไฟไหม้
- การติดตั้งเครื่องพ่นน้ำดับเพลิงอัตโนมัติ เพื่อบรรเทาการสูญเสียที่อาจจะเกิดขึ้นจากไฟไหม้
- การเก็บของมีค่าไว้คนละแห่ง เช่น บ้าน ธนาคาร การสร้างโรงงาน และโกดังไว้คนละแห่ง เมื่อเกิดไฟไหม้จะได้ไม่เสียหายทั้งหมด

•โอนความเสี่ยง
คือ การโอนภาระความเสี่ยงให้แก่ผู้อื่น โดยอาจจะหาผู้ร่วมรับภาระความเสี่ยงเพียงบางส่วน หรือทั้งหมดก็ได้

วิธีการที่คนส่วนใหญ่ใช้กันทั่วไปก็คือ #การทำประกันภัย ไม่ว่าจะเป็นประกันรถยนต์ ประกันอัคคีภัย ประกันชีวิต ฯลฯ เราจะทำการโอนความเสี่ยงไปให้บริษัทประกันภัย เมื่อมีความเสียหายเกิดขึ้น เราก็จะได้รับชดเชยจากบริษัทประกันภัยตามเงื่อนไขและทุนประกันที่เราได้ทำไว้นั่นเอง***(ผมจะพูดเพิ่มเติมเรื่องการประกันภัยในภายหลังนะครับ)

การบริหารและการจัดการความเสี่ยงที่ดีจะช่วยอุดรูรั่วของเงินเก็บเราได้อย่างมาก บางคนเก็บเงินเก่งมาก มีรายได้หลายทาง แต่ไม่รู้จักควบคุมและโอนย้ายความเสี่ยง เงินที่สะสมมาก็หมดลงได้ครับ
เหมือนกับการที่เราตักน้ำใส่ถังที่มีรูรั่ว ต่อให้เราตักเท่าไหร่ น้ำก็จะไหลออกไปอยู่ดี

กลับกัน คนที่รู้จักจัดการกับความเสี่ยง เหมือนถังน้ำที่ได้รับการอุดรอยรั่ว แม้ว่าเขาอาจจะตักน้ำได้ไม่เท่าคนแรก แต่น้ำที่เขาตักได้มันก็จะอยู่ในถังเสมอ เมื่อเวลาผ่านไปถังนั้นก็มีโอกาสเต็มได้

พอมองเห็นภาพกันไหมครับ ใครมีไอเดียเกี่ยวกับการจัดการความเสี่ยงเจ๋งๆ มาแชร์กันได้นะครับ ส่วนใครอยากให้อธิบายส่วนไหนเพิ่มเติม ก็มาบอกได้ครับ

ครั้งนี้ก็จบสำหรับสามเหลี่ยมทางการเงินชั้นที่ 1 ไปแล้ว ครั้งหน้าเราจะต่อกันที่ชั้นที่ 2 ของสามเหลี่ยมเรื่อง "การออม" ฝากติดตามกันด้วยนะครับ🙏😊

#วางแผนการเงินดีมีชัยไปกว่าครึ่ง

ชอบกดไลค์ เข้าใจกดว้าว และถ้าเห็นว่ามีประโยชน์กดแชร์ให้ด้วยนะครับ

Part 3: สามเหลี่ยมการเงิน

18 Oct 2020

12/10/2020

สวัสดีแฟนเพจและทุกคนที่ผ่านมาเห็นโพสต์นี้นะครับ 😊 ตามสัญญาวันนี้เรามาต่อกันเรื่อง "สามเหลี่ยมการเงินในชั้นแรก" กันครับ

อย่างที่ผมบอกไปใน Part 1 แล้วว่าชั้นแรกเป็นชั้นที่สำคัญที่สุด ยิ่งวางรากฐานดี ชีวิตก็ยิ่ง "มั่นคง" ครับ💪

•สิ่งแรกที่เราต้องมีเลยก็คือ "สภาพคล่อง"

“สภาพคล่อง” (Liquidity) ทางการเงิน คือ

ความสามารถของสินทรัพย์ทางการเงิน ในการเปลี่ยนเป็นเงินสดโดยไม่สูญเสียมูลค่ามาก นี่คือความหมายอย่างเป็นทางการ

แต่จะให้พูดง่ายๆ ก็คือ การที่เราสามารถหาเงินให้เพียงพอต่อการกิน การจับจ่ายใช้สอย และมีเหลือเพียงพอต่อการเก็บออมเพื่อต่อยอดต่อไป

แต่ถ้าเรายังหาได้ไม่พอกิน หรือมีกินมีใช้ แต่ไม่มีเหลือเก็บ หรือแม้แต่มีเหลือเก็บ แต่เก็บได้ไม่ถึง 10 เปอร์เซ็นต์ของรายได้ แบบนี้ก็ถือว่า การเงินเรายังไม่มีสภาพคล่อง ต้องรีบจัดการแก้ไขด่วนนนนนน

เริ่มแรกเราอาจจะทำบันทึกรายรับ-จ่าย

เพื่อให้เห็นภาพว่าจริงๆ มีค่าใช้จ่ายที่จำเป็น และไม่จำเป็นเท่าไหร่ อันไหนไม่จำเป็นก็วงไว้ พอสิ้นเดือนก็สรุปออกมาครับ

ถ้าเดือนๆนึงคุณมีค่าใช้จ่ายฟุ่มเฟือยเยอะ ต้องถามตัวเองครับว่าลดส่วนนี้ได้ไหม หรือตั้งงบสำหรับค่าใช้จ่ายฟุ่มเฟือยไปเลยครับว่าใช้ได้เดือนเท่าไหร่ เพราะบางทีชาบู หมูกระทะก็ยังจำเป็นอยู่ครับ 😁

ผมแนะนำวิธีง่ายๆ คือเอาเงินสดใส่กระปุกใสๆไว้ พอมีของที่อยากซื้อแต่เข้าข่ายฟุ่มเฟือยก็มาหยิบส่วนนี้ออกไปใช้ พอเราเห็นว่ามันเหลือน้อย เราจะเริ่มคิดก่อนซื้อเยอะขึ้น เพราะต้องบริหารจัดการให้ครบเดือน แต่มีเงื่อนไขคือ ❌ต้องไม่เอาเงินส่วนอื่นมาเติมนะครับ ไม่งั้นมีเท่าไหร่ก็ไม่พอแน่ครับ

แต่ในกรณีที่สรุปค่าใช้จ่ายมาแล้ว พบว่าเป็นค่าใช้จ่ายจำเป็นซะส่วนใหญ่ เช่น ผ่อนบ้าน ผ่อนรถ ค่าน้ำมัน ค่ากินแบบปกติไม่ได้หรูหรา อาจจะหาทางปรับลดค่าใช้จ่ายได้ยากเพราะมีแต่ fixed cost แบบนี้มีทางเดียวคือต้องหารายได้เพิ่มเติม กับอย่าพยายามก่อหนี้เพิ่มอีกครับ

• เมื่อชีวิตเริ่มสดใส มีสภาพคล่องมากขึ้น

เรื่องที่ต้องคิดต่อมาก็คือ "เงินสำรองฉุกเฉิน"

เงินสำหรับสำรองฉุกเฉินถูกเตรียมไว้สำหรับเหตุการณ์ไม่คาดฝัน เช่น ตกงาน ประสบอุบัติเหตุ โรคระบาด ฯลฯ ซึ่งเหตุการณ์เหล่านี้มีผลกระทบกับการเงินของเราไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง เราไม่สามารถหลีกหนี หรือหยุดไม่ให้เหตุการณ์นั้นๆเกิดขึ้นได้ เราทำได้เพียงเตรียมตัวให้พร้อม เพราะเมื่อเหตุการณ์เหล่านั้นมาถึง การมีเงินสำรองจะช่วยให้เราผ่านช่วงเวลาวิกฤตเหล่านั้นไปได้ ไม่มากก็น้อย

แล้วจะรู้ได้ยังไงว่าต้องมีเท่าไหร่??

โดยปกติหลักการในการวางแผนเก็บเงินสำรองฉุกเฉินคือ 3 - 12 เท่าของรายจ่ายรวมต่อเดือน

ทั้งนี้จำนวนเท่าที่นำมาคิดก็ขึ้นอยู่กับการพิจารณาความเสี่ยงทางการเงินของแต่ละบุคคล

เช่น อาชีพเราตกงานง่ายหรือเปล่า ในแต่ละเดือนมีรายได้สม่ำเสมอไหม สวัสดิการที่เรามีซัพพอร์ตเราได้แค่ไหน นอกจากตัวเราแล้วยังต้องดูแลบุคคลอื่นในครอบครัวอีกหรือเปล่า ฯลฯ

ถ้าประเมินดูแล้วความเสี่ยงต่ำ ก็อาจจะเก็บที่ 3-6 เดือน แต่ถ้าความเสี่ยงสูงอย่างเช่นอาชีพฟรีแลนซ์ ก็อาจจะต้องเก็บสำรองให้มากขึ้น (แต่ถ้าเจอสถานการณ์แบบ covid 19 ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ในขณะนี้ ตัวผมก็คิดว่า 3 เดือนนี่ยังเอาไม่อยู่เลยครับ 😅)

ในส่วนของรายจ่ายรวมต่อเดือนสำหรับแผนเงินเก็บสำรองฉุกเฉิน จะแบ่งเป็นสองประเภทหลักๆ คือ

รายจ่ายคงที่ หมายถึง รายจ่ายประจำ หรือรายจ่ายที่เป็นภาระผูกพันจากภาระหนี้สิน เช่น ภาษี ค่าเช่าหรือค่าผ่อนบ้าน ค่าผ่อนรถ ค่าน้ำ ค่าไฟ เบี้ยประกัน เงินเลี้ยงดูคุณพ่อคุณแม่ หรือลูกที่ต้องส่งให้เป็นประจำทุกเดือน เป็นต้น (ไม่มีรายได้ก็ต้องหามาจ่าย)

รายจ่ายผันแปร หมายถึง รายจ่ายที่เราสามารถบริหารจัดการได้ ยกตัวอย่างเช่น การเดินทางไปทำงาน เราอาจเลือกได้ทั้งนั่งแท็กซี่ รถไฟฟ้า หรือรถเมล์ ซึ่งราคาของแต่ละประเภทก็จะแตกต่างกัน

สมมติปกติเรานั่งแท็กซี่ แต่พอช่วงไหนที่เราอยากประหยัด เราก็อาจจะเลือกนั่งรถเมล์แทนเพื่อมีเงินเหลือเก็บหรือพอใช้สำหรับเดือนนั้นๆ

เมื่อเราได้ยอดค่าใช้จ่ายในแต่ละเดือน และนำมาคูณจำนวนเท่าแล้ว จำนวนมันอาจจะดูเยอะหน่อยแต่อย่าเพิ่งท้อนะครับ ค่อยๆเก็บสะสมไป ที่สำคัญคือ #ออมก่อนใช้ครับ ส่วนถ้าใครคิดว่าเก็บเงินไม่อยู่ ก็แนะนำให้หักเงินเข้าไปในบัญชีที่เปิดมาเพื่อเป็นเงินฉุกเฉินโดยเฉพาะ หรือจะหักเข้าบัญชีฝากประจำทุกเดือนก็ได้ครับ จะได้เป็นการบังคับตัวเองไปในตัว

สำหรับใครที่กำลังอยู่ขั้นนี้ มาแชร์ไอเดียกันได้นะครับว่า เจอปัญหาตรงไหน หรือมีเทคนิคอะไรที่ช่วยให้เก็บเงินส่วนนี้ได้เร็วขึ้น จะได้เป็นประโยชน์แก่เพื่อนๆคนอื่นด้วยครับ

โพสต์นี้อธิบายยาวมากแล้ว ในส่วนของ “การบริหารความเสี่ยง” ผมจะขอยกไปพูดในครั้งหน้า ฝากติดตามด้วยนะคร้าบบ🙏

#วางแผนการเงินดีมีชัยไปกว่าครึ่ง

ชอบกดไลค์ เข้าใจกดว้าว และถ้าเห็นว่ามีประโยชน์กดแชร์ให้ด้วยนะครับ

Part 2: สามเหลี่ยมการเงิน

12 Oct 2020

เมื่อพูดถึงการวางแผนการเงินเบื้องต้นแบบง่ายๆ ก็ต้องเจ้าตัวนี้เลยครับ "สามเหลี่ยมการเงิน" ซึ่งบางคนอาจจะไม่เคยรู้ หรือบาง...
08/10/2020

เมื่อพูดถึงการวางแผนการเงินเบื้องต้นแบบง่ายๆ
ก็ต้องเจ้าตัวนี้เลยครับ "สามเหลี่ยมการเงิน"
ซึ่งบางคนอาจจะไม่เคยรู้ หรือบางคนก็พอรู้มาบ้างแล้ว

สำหรับคนที่ยังไม่เคยรู้ ผมขอบอกว่ามันโคตรรรสำคัญ ศึกษาด่วนนน ส่วนคนที่รู้บ้างแล้ว ก็เข้ามาแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันได้นะครับ😊

เอาหล่ะ...มาเริ่มกันเลย!!

สำหรับนิยามของสามเหลี่ยมการเงินของผมคือ
ภาพรวมของการวางแผนการเงิน ว่าควรจะเริ่มต้นอย่างไรดี จะต้องวางแผนเรื่องไหนก่อน - หลัง
โดยเรียงตามลำดับความสำคัญของการวางแผนการเงิน เพื่อให้เราไปสู่เป้าหมายทางการเงินที่เราต้องการ

อย่างที่เราเห็นในภาพ สามเหลี่ยมทางการเงินจะแบ่งเป็น 3 ชั้น

ชั้นแรก - ถ้าเป็นบ้านชั้นนี้ก็เหมือนโครงสร้าง
สำหรับผมผมคิดว่าสำคัญมากที่สุด
เพราะบ้านจะแข็งแรงหรือไม่ ทนต่อสภาพแวดล้อมได้ดีขนาดไหน ขึ้นอยู่กับชั้นนี้ครับ
ถ้าวางรากฐานไม่ดี งานนี้อาจมีพังได้ครับ

ชั้นสอง - การออม💰 เพื่อแบ่งเงินให้มีใช้ในทุกๆช่วงของชีวิต เปรียบได้กับห้อง และสิ่งอำนวยความสะดวกในบ้าน อยากได้แบบธรรมดา หรือหรูหรา
ก็ขึ้นอยู่กับจำนวน และรูปแบบการออมของคุณละครับ

ชั้นบนสุด - เป็นส่วนของการต่อยอดดอกผล 📈
ควรเกิดขึ้นหลังจากที่เราได้สร้างรากฐานมั่นคงให้การเงินเรียบร้อยแล้ว มองดีๆในส่วนนี้ก็เหมือนคาหลังบ้าน
โดยปกติแล้วงานก่อสร้าง มักจะขึ้นหลังคาเป็นลำดับท้ายๆ การวางแผนทางการเงินก็เช่นกัน
แต่คนที่ไม่เข้าใจส่วนใหญ่จะเลือกทำเป็นอย่างแรก เพราะอยากให้เงินโตไวๆ โดยลืมนึกไปว่าหากเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันขึ้นมา เราอาจจะต้องดึงส่วนนี้มาใช้จนหมด (หุ้นที่ไม่อยากขายก็ต้องขายกันละครับทีนี้😭)

พอจะเห็นภาพบ้างไหมครับ
และถึงแม้จะใช้ concept แบบเดียวกัน
แต่ในส่วนดีเทลย่อยๆ ของแต่ละคน
อาจต่างกันขึ้นอยู่กับช่วงอายุ ไลฟ์สไตล์
และการรับความเสี่ยงครับ

คราวหน้าผมจะค่อยๆไล่อธิบายรายละเอียดของโครงสร้างสามเหลี่ยมการเงินในแต่ละชั้นต่อไปนะครับ ฝากติดตามด้วยนะคร้าบบ🙏

#วางแผนการเงินดีมีชัยไปกว่าครึ่ง
ชอบกดไลค์ เข้าใจกดว้าว และถ้าเห็นว่ามีประโยชน์กดแชร์ให้ด้วยนะครับ

Part 1: สามเหลี่ยมการเงิน
8 Oct 2020

05/10/2020

นี่คือโพสแรกของเพจ “วางแผนการเงินกับช่างเครื่องบิน” โพสนี้ผมเลยขอเล่าที่มาของเพจนี้ก่อนเลยนะครับ

อันดับแรกเพจ “วางแผนการเงินกับช่างเครื่องบิน” คือเพจอะไร???
คือเพจที่จะมาแชร์ มาแบ่งปัน มาแลกเปลี่ยนความรู้ เกี่ยวกับการวางแผนการเงิน ประกันชีวิต และการลงทุน

ช่างเครื่องบินอย่างผมมาเกี่ยวข้องกับการวางแผนการเงินได้ไง???
ก่อนอื่นเลยคงต้องเกริ่นกันก่อน ผมทำงานเป็นช่างเครื่องบินให้กับบริษัทแห่งหนึ่งที่สนามบินดอนเมือง เนื่องด้วยผลกระทบจาก Covid-19 ตัวผมเองก็ได้รับผลกระทบโดยตรง ทำให้ช่วงนั้นมีเวลามานั่งคิดว่าถ้าไม่ใช่ช่างเครื่องบิน ผมจะสามารถทำอะไรได้บ้าง ที่จะมาจุนเจือครอบครัว เลยลองดูงานประกันชีวิต (หลายคนลงสงสัยว่างานประกันชีวิตเกี่ยวอะไรกับการวางแผนการเงิน แล้วจะอธิบายต่อไปว่าเกี่ยวข้องกันอย่างไรครับ)

หลังจากที่ได้เข้าสู่งานประกันชีวิต ผมก็เริ่มเรียนรู้เรื่องการเงินการลงทุน ทำให้ผมเห็นความ(โคตรรรรร)สำคัญของการวางแผนการเงิน ซึ่งเป็นพื้นฐานของการดำรงชีวิต และด้วย Covid-19 ก็แสดงให้เห็นแล้วว่าการวางแผนการเงินเพื่อเตรียมพร้อมกับเหตุการณ์ไม่คาดฝันมันสำคัญมากแค่ไหน

อย่างตัวผมที่คิดว่าตัวเองเก็บออมมาดีแล้วก็ยังเป๋ๆ อยู่เหมือนกัน ส่วนนึงอาจจะเพราะก่อนหน้าที่ยังไม่ค่อยเข้าใจการวางแผนการเงินดีพอ มันก็เลย inspire ให้ผมผลักดันตัวเองให้เก่งขึ้นเพื่อจะได้แชร์ความรู้ ความเข้าใจนี้ออกไป เพราะผมเชื่อว่ายังมีคนอีกมาก ที่ยังไม่ค่อยเข้าใจเรื่องการเงิน

โพสแรกของเพจ “วางแผนการเงินกับช่างเครื่องบิน” ก็ขอจบลงเพียงเท่านี้ก่อนแล้วเจอกันใหม่นะครับ ใครผ่านมาทางเพจนี้ก็ทักทายกันได้นะครับ คุยคนเดียวมันเหงา 555

ขอบคุณครับที่อ่านจนจบ สวัสดีครับ🙏

#วางแผนการเงินดีมีชัยไปกว่าครึ่ง
ชอบกดไลค์ เข้าใจกดแชร์ให้ด้วยนะคร้าบ

5 Oct 2020 🛩

ที่อยู่

Amphoe Pathum Thani
12000

เบอร์โทรศัพท์

+66894534969

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ วางแผนการเงินกับช่างเครื่องบินผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง วางแผนการเงินกับช่างเครื่องบิน:

แชร์