05/03/2025
ภาพรวมผลประกอบการบริษัทอสังหาริมทรัพย์ ปี 2567 รายได้หดตัวจากภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว
ปี 2567 เป็นอีกปีที่ภาคอสังหาริมทรัพย์ต้องเผชิญกับภาวะตลาดที่ท้าทาย โดยผลประกอบการของบริษัทอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่ที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ สะท้อนให้เห็นถึงการชะลอตัวของเศรษฐกิจ ภาพรวมรายได้ของหลายบริษัทลดลงเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า
อย่างไรก็ตาม มีบางบริษัทที่ยังสามารถรักษาการเติบโตของรายได้ได้ท่ามกลางปัจจัยเสี่ยงหลายอย่าง
ข้อมูลจากศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ระบุว่า มูลค่าการโอนกรรมสิทธิ์ที่อยู่อาศัยในปี 2567 ลดลงประมาณ 6.3% เมื่อเทียบกับปี 2566 โดยมีปัจจัยหลักจากมาตรการสินเชื่อที่เข้มงวดของสถาบันการเงิน ทำให้ผู้บริโภคมีข้อจำกัดในการเข้าถึงสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย ส่งผลต่อยอดขายของบริษัทอสังหาริมทรัพย์ที่ต้องเผชิญกับความท้าทายในการกระตุ้นตลาด
[ศุภาลัยกำไรเพิ่มขึ้นสูงสุด ขณะที่แสนสิริกวาดรายได้อันดับหนึ่ง]
นายสุรเชษฐ กองชีพ หัวหน้าฝ่ายวิจัยและที่ปรึกษา คุชแมน แอนด์ เวคฟีลด์ ประเทศไทย มองว่า ผู้ประกอบการส่วนใหญ่ในตลาดหลักทรัพย์มีรายได้รวมในปี 2567 ลดลงคิดเป็นสัดส่วนมากกว่า 15% เมื่อเทียบกับปี 2566 แต่ก็มีผู้ประกอบการบางรายเช่นกันที่มีรายได้เพิ่มขึ้น หรือลดลงจากปีก่อนหน้านี้ไม่มาก หรือลดลงประมาณ 2 – 3% เท่านั้น
ซึ่งแสดงให้เห็นว่าตลาดที่อยู่อาศัยยังมีกำลังซื้ออยู่ในตลาดต่อเนื่อง ขึ้นอยู่กับว่าผู้ประกอบการรายใดจะเข้าถึงและสามารถดึงดูดให้ผู้ซื้อจองและโอนกรมสิทธิ์ได้มากกว่ากัน
สำหรับผู้ประกอบการที่มีรายได้มากที่สุดในปี 2567 ใน 5 อันดับแรก คือ แสนสิริ มีรายได้รวมทั้งปี 2567 ประมาณ 39,204 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 2566 ประมาณ 2%
ตามมาด้วย เอพี (ไทยแลนด์) มีรายได้รวมประมาณ 37,460 ล้านบาท และ ศุภาลัย มีรายได้ประมาณ 31,985 ล้านบาท ส่วน แลนด์แอนด์เฮ้าส์ มีรายได้รวม 28,151 ล้านบาท และ พฤกษาฯ มีรายได้รวม 20,996 ล้านบาท
ทั้งนี้ใน 5 อันดับแรกนี้ ครองผู้นำตลาดที่อยู่อาศัยมาต่อเนื่องทั้งรายได้และยอดขาย โดยผู้ประกอบการบางรายอาจเคยครองตำแหน่ง อันดับที่ 1 หรือ อันดับ 2 ต่อเนื่องมายาวนาน แต่ด้วยภาวะตลาดที่เปลี่ยนแปลงไป รวมไปถึงโฟกัสของผู้ประกอบการที่เปลี่ยนไปมีผลต่อรายได้รวมเช่นกัน
ส่วนของกำไรสุทธิในกลุ่ม 5 อันดับแรก มีเพียง ศุภาลัย เท่านั้นที่มีผลกำไรเป็นบวกเมื่อเทียบกับกำไรสุทธิของปี 2566 ขณะที่ผู้ประกอบการรายอื่นๆ มีกำไรลดลงไม่มากหรือมีนัยสำคัญอะไรต่อผลประกอบการมากนัก
โดยเฉพาะ แสนสิริ และ เอพี (ไทยแลนด์) ที่ลดลง 13.3% และ17.1% ตามลำดับ เนื่องจากผลกำไรยังมีมูลค่าเกิน 5 พันล้านบาท ซึ่งกำไรที่ลดลงในปีที่ผ่านมาอาจจะชดเชยกลับมาในปี 2568 นี้ก็เป็นไปได้ แม้ว่าสภาวะตลาดอสังหาริมทรัพย์ในปีนี้จะยังไม่ฟื้นตัว และมีทิศทางที่ต้องจับตามองอยู่ก็ตาม
[แนวโน้มปี 68 การแข่งขันรุนแรงขึ้น ผู้ประกอบการเร่งเปิดโครงการใหม่]
ในปี 2568 บริษัทอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่เตรียมเปิดตัวโครงการใหม่อย่างต่อเนื่อง โดย เอพี (ไทยแลนด์) มีแผนเปิดตัวโครงการใหม่ 42 โครงการ มูลค่ารวม 65,000 ล้านบาท
ขณะที่แสนสิริจะเปิดตัว 29 โครงการ มูลค่ารวม 52,000 ล้านบาท โดยเน้นเจาะกลุ่มตลาดระดับบน-ลักชัวรีมากขึ้น
ส่วนศุภาลัย วางแผนเปิดตัวโครงการใหม่ 36 โครงการ มูลค่ารวม 46,000 ล้านบาท
อย่างไรก็ตาม ปัจจัยเสี่ยงยังคงมีอยู่ โดยเฉพาะการขอสินเชื่อที่ยังเผชิญกับข้อจำกัด แม้ว่าธนาคารแห่งประเทศไทยได้ปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลงมาเหลือ 2% แล้วก็ตาม
นอกจากนี้ ผู้ประกอบการยังคงเรียกร้องให้มีมาตรการกระตุ้นอสังหาริมทรัพย์เพิ่มเติมจากภาครัฐ เช่น การผ่อนปรนเกณฑ์ LTV ชั่วคราว เพื่อกระตุ้นกำลังซื้อที่อยู่อาศัย ซึ่งจะเป็นปัจจัยสำคัญต่อทิศทางตลาดอสังหาริมทรัพย์ในปี 2568 นี้