TSK. GROUP รับทำบัญชี ตรวจสอบบัญชี

เส้นทาง เว็บไซต์

TSK. GROUP รับทำบัญชี ตรวจสอบบัญชี บริการรับทำบัญชี ภาษีอากร ตรวจสอบบัญชี
โดยผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง
TSK.

GROUP ACCOUNTING CO., LTD.
รับทำบัญชี ตรวจสอบความถูกต้อง งบการเงินรายเดือน ยื่นภาษีรายเดือน ปิดงบปลายปี ตรวจสอบบัญชี วางแผนภาษี เงินเดือนและประกันสังคม ง่ายครบจบในที่เดียว

📊 หมดกังวลเรื่องบัญชี ให้ผู้เชี่ยวชาญดูแลแทนคุณไม่ว่าธุรกิจของคุณจะเพิ่งเริ่มต้น หรือกำลังเติบโตTSK GROUP พร้อมดูแลด้านบ...
05/10/2026

📊 หมดกังวลเรื่องบัญชี ให้ผู้เชี่ยวชาญดูแลแทนคุณ
ไม่ว่าธุรกิจของคุณจะเพิ่งเริ่มต้น หรือกำลังเติบโต
TSK GROUP พร้อมดูแลด้านบัญชีและภาษีแบบครบวงจร
✅ รับทำบัญชี
✅ ตรวจสอบความถูกต้องของบัญชี
✅ งบการเงินรายเดือน
✅ ยื่นภาษีรายเดือน
✅ ปิดงบปลายปี
✅ วางแผนภาษี
✅ เงินเดือนและประกันสังคม
✅ จดทะเบียนบริษัท
✅ นับสต๊อกสินค้า
✨ ทำบัญชีถูกต้อง มีมาตรฐาน พร้อมให้คำปรึกษา
เพื่อให้คุณโฟกัสกับการขยายธุรกิจได้เต็มที่
📞 สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม : Tel. 098-256-8418
Website : https://www.tskadvisoryservice.com/
#รับทำบัญชี #สำนักงานบัญชี #บริการบัญชี #วางแผนภาษี #ยื่นภาษี #ปิดงบการเงิน #จดทะเบียนบริษัท #เงินเดือนและประกันสังคม #ตรวจสอบบัญชี #ที่ปรึกษาภาษี #บัญชีธุรกิจ #ธุรกิจ

⚠️ 5 ข้อผิดพลาดคลาสสิกตอนปิดบัญชีรายเดือน ที่ทำให้งบการเงินบิดเบือน! 📊❌"ขายดี แต่ทำไมตัวเลขในงบดูแย่?" หรือ "ทำไมกำไรในง...
04/10/2026

⚠️ 5 ข้อผิดพลาดคลาสสิกตอนปิดบัญชีรายเดือน ที่ทำให้งบการเงินบิดเบือน! 📊❌

"ขายดี แต่ทำไมตัวเลขในงบดูแย่?" หรือ "ทำไมกำไรในงบกับเงินสดในบัญชีธนาคารไม่เคยตรงกันเลย?"

คำถามยอดฮิตของเจ้าของธุรกิจหลายท่าน ปัญหาใหญ่เหล่านี้มักไม่ได้เกิดจากการทุจริตร้ายแรงเสมอไปครับ แต่เกิดจาก "ข้อผิดพลาดเล็กๆ ในการปิดบัญชีประจำเดือน" ที่ละเลยจนกลายเป็นตัวเลขที่บิดเบือน สะสมจนทำให้ผู้บริหารตัดสินใจผิดพลาด และเสี่ยงต่อการถูกสรรพากรเรียกประเมินภาษีย้อนหลังได้!

⏳ 1. ลืมบันทึก "ค่าใช้จ่ายค้างจ่าย" และ "ค่าใช้จ่ายจ่ายล่วงหน้า" (Accruals & Prepaids)
ข้อผิดพลาด: เกิดขึ้นเมื่อได้รับบริการในเดือนนี้แล้ว (เช่น ค่าไฟ ค่าอินเทอร์เน็ต ค่าคอมมิชชัน หรือค่าบริการ) แต่ใบแจ้งหนี้ยังมาไม่ถึง จึงไม่ได้บันทึกเป็นค่าใช้จ่าย หรือในทางกลับกัน จ่ายค่าเบี้ยประกันภัยรายปีไปแล้วแต่บันทึกเป็นค่าใช้จ่ายของเดือนนี้ทั้งหมดทันที

ผลกระทบ: ทำให้ตัวเลขกำไรสุทธิของเดือนนั้นสูงเกินจริง หรือต่ำเกินจริงอย่างมาก ไม่เป็นไปตาม "เกณฑ์คงค้าง" (Accrual Basis)

ทางแก้: บันทึกเป็น "ค่าใช้จ่ายค้างจ่าย" (Accrued Expenses) สำหรับงานที่เกิดขึ้นแล้ว และทยอยตัดจ่าย "ค่าใช้จ่ายจ่ายล่วงหน้า" (Prepaid Expenses) เป็นรายเดือนให้ตรงงวด

📦 2. ไม่กระทบยอด "สินค้าคงเหลือ" กับคลังสินค้าจริง (Inventory Misstatement)
ข้อผิดพลาด: ฝ่ายบัญชีใช้ตัวเลขการซื้อ-ขายในระบบไปตัดต้นทุน โดยไม่มีการสุ่มนับสต็อกจริง หรือไม่อัปเดตรายการสินค้าชำรุด สินค้าสูญหาย และสินค้าตีกลับ

ผลกระทบ: ต้นทุนขาย (COGS) และ กำไรขั้นต้น (Gross Margin) เพี้ยนทันที และที่น่ากลัวที่สุดคือหากสรรพากรตรวจเจอว่าสต็อกขาด จะถูกมองว่าแอบขายของโดยไม่เปิดบิลภาษีทันที

ทางแก้: ทำการสุ่มนับสต็อกย่อย (Cycle Count) ทุกสิ้นเดือน และนำมาตรวจกระทบยอดกับรายงานสินค้าในระบบบัญชีเป็นประจำ

🏦 3. ละเลยการทำ "กระทบยอดเงินฝากธนาคาร" (Bank Reconciliation)
ข้อผิดพลาด: บันทึกรับ-จ่ายเงินตามเอกสารในมือ โดยไม่ได้นำ Bank Statement จากธนาคารมาเปรียบเทียบกับสมุดบัญชีของบริษัทอย่างละเอียดทุกสิ้นเดือน

ผลกระทบ: มองไม่เห็นค่าธรรมเนียมธนาคารที่โดนหักไป, ดอกเบี้ยรับที่ยังไม่ได้ลงบัญชี, เช็คขัดข้อง (เช็คเด้ง) หรือแม้กระทั่งยอดเงินโอนเข้าที่ยังตามหาเอกสารไม่เจอ

ทางแก้: จัดทำรายงาน Bank Reconciliation ทุกสิ้นเดือนเพื่อเคลียร์รายการตั้งค้างให้หมดจดก่อนปิดงบ

📅 4. ตัดยอดรายได้และค่าใช้จ่ายผิดงวด (Cut-off Errors)
ข้อผิดพลาด: ส่งสินค้าหรือให้บริการเรียบร้อยแล้วในวันที่ 30 ของเดือน แต่ไปออกใบกำกับภาษี/ใบเสร็จรับเงินในวันที่ 2 ของเดือนถัดไป แล้วลงบัญชีตามวันที่ในเอกสาร

ผลกระทบ: รายได้และต้นทุนถูกจับคู่ไม่ตรงกัน (Matching Principle) ทำให้ผลการดำเนินงานประจำเดือนนั้นๆ ไม่สะท้อนความจริง

ทางแก้: กำหนดวัน Cut-off ทางบัญชีให้ชัดเจน และยึด "วันที่เกิดภาระภาษี/วันที่ส่งมอบสินค้าจริง" เป็นหลักในการบันทึกรายได้และค่าใช้จ่าย

💸 5. ปล่อย "เงินยืมทดรองจ่าย / เงินยืมกรรมการ" ค้างไว้โดยไม่เคลียร์เอกสาร (Uncleared Advances)
ข้อผิดพลาด: พนักงานหรือกรรมการเบิกเงินสดไปใช้ในกิจการ แต่เมื่อจบเดือนแล้วยังนำใบเสร็จหรือเงินทอนมาคืนไม่ครบ ฝ่ายบัญชีจึงตั้งค้างไว้ในบัญชีพักหรือเงินยืมทดรอง

ผลกระทบ: สินทรัพย์ในงบการเงินบวมขึ้นด้วยตัวเลขที่ไม่มีเอกสารรองรับ พอสะสมไปเรื่อยๆ จนถึงสิ้นปี จะกลายเป็นปัญหาใหญ่ที่ผู้สอบบัญชีต้องปรับปรุงรายการ หรือถูกมองว่าเป็นเงินกู้ยืมที่ต้องคิดดอกเบี้ย

ทางแก้: วางระบบให้มีกำหนดวันเคลียร์เงินยืมทดรองจ่ายที่แน่ชัดทุกสิ้นเดือน หากเกินกำหนดต้องไม่อนุมัติการเบิกครั้งใหม่

🚨 สรุป: งบการเงินรายเดือนไม่ใช่แค่เอกสารส่งสรรพากรครับ แต่คือ "เข็มทิศในการบริหารธุรกิจ" หากเข็มทิศเบี้ยว เจ้าของธุรกิจก็มีโอกาสนำพาบริษัทไปผิดทิศทางได้ง่ายๆ

หากบริษัทของคุณกำลังเจอปัญหางบการเงินบิดเบือน ปิดบัญชีไม่ลงตัว หรือต้องการวางระบบการจัดการบัญชีสิ้นเดือนให้เป๊ะและมีมาตรฐาน ทักมาปรึกษา TSK. GROUP ได้เลยครับ
ทีมผู้เชี่ยวชาญของเราพร้อมช่วยรีเซ็ตระบบหลังบ้านให้แข็งแกร่งและถูกต้องครับ 🤝✨

#ปิดบัญชีรายเดือน #งบการเงินบิดเบือน #ทำบัญชี #วางระบบบัญชี #ที่ปรึกษาธุรกิจ #บัญชีภาษี #ตรวจสอบบัญชี #ผู้สอบบัญชี #บริหารการเงิน #ข้อผิดพลาดทางบัญชี

การจัดการบัญชีสต็อกตอนสิ้นเดือน สำหรับธุรกิจ E-commerce ที่ขายหลายแพลตฟอร์ม 📊⚡ขายทั้ง Shopee, Lazada, TikTok Shop, LINE ...
04/10/2026

การจัดการบัญชีสต็อกตอนสิ้นเดือน สำหรับธุรกิจ E-commerce ที่ขายหลายแพลตฟอร์ม 📊⚡
ขายทั้ง Shopee, Lazada, TikTok Shop, LINE Shopping แถมมีหน้าร้าน... ยอดขายปังจนแพ็กของกันแทบไม่ทัน! แต่พอถึง "วันสิ้นเดือน" ที่ต้องเคลียร์ตัวเลขและปิดบัญชี เจ้าของธุรกิจหลายคนกลับต้องกุมขมับ 🤦‍♂️

"ทำไมสต๊อกในระบบกับของจริงในโกดังไม่เคยตรงกันเลย?"

"สินค้าตีกลับยังไม่ได้บันทึกเข้าคลัง หรือขายตัดซ้อนไปแล้ว?"

"สรรพากรขอดูรายงานสินค้าคงเหลือ (ภ.พ.30 / รายงานสินค้าและวัตถุดิบ) แล้วจะดึงตัวเลขจากไหนมาโชว์?"

ในทางบัญชีและภาษี "สินค้าคงเหลือ = เงินสดที่แปลงร่างเป็นสินค้า" การจัดการสต๊อก multi-channel จึงไม่ใช่แค่เรื่องของคลังสินค้า แต่คือหัวใจสำคัญในการคำนวณ "กำไรสุทธิที่แท้จริง" และป้องกันความเสี่ยงทางภาษีครับ

วันนี้ TSK. GROUP สรุป 5 ขั้นตอนจัดการบัญชีสต็อก E-commerce ตอนสิ้นเดือนให้เป๊ะ ถูกต้อง และตรวจสอบได้ มาฝากครับ 👇

🔄 1. เชื่อมระบบคลังสินค้ากลาง (OMS / WMS Integration)
การแยกสต๊อกกองไว้ตามแพลตฟอร์มต่างๆ มักทำให้เกิดปัญหา "เงินจม" และ "สินค้าขาดมือ" (Overselling) การใช้ระบบ Order Management System (OMS) ดึงข้อมูลสต๊อกกลางมาผูกกับทุกช่องทางขาย จะช่วยให้เมื่อมีการสั่งซื้อจากแพลตฟอร์มใดก็ตาม สต๊อกในระบบจะตัดโดยอัตโนมัติ ช่วยให้ฝ่ายบัญชีดึงรายงานการเคลื่อนไหวของสินค้า (Stock Movement) ตอนสิ้นเดือนไปใช้บันทึกต้นทุนขาย (COGS) ได้อย่างแม่นยำ

📑 2. เคลียร์สถานะ "สินค้าตีกลับ" (Return & Refund) ให้เป็นปัจจุบัน
จุดหลุดคลาสสิกของร้านค้าออนไลน์คือ "สินค้าตีกลับ" ที่ค้างอยู่ในขนส่งหรือลูกค้าส่งคืน

สินค้าที่นำกลับมาขายได้: ต้องบันทึกรับคืนเข้าสต๊อกกลางในระบบ เพื่อให้สินค้าพร้อมขายและมีมูลค่าในบัญชีตามเดิม

สินค้าชำรุด/สูญหายระหว่างขนส่ง: ต้องตัดออกจากสต๊อกขาย และตัดเป็น "สินค้าชำรุด/ค่าใช้จ่าย" พร้อมตัดจ่ายตามหลักเกณฑ์ทางภาษีให้ถูกต้อง เพื่อไม่ให้มูลค่าสต๊อกในงบการเงินสูงเกินจริง

📊 3. กระทบยอดขายกับรายงานจากแพลตฟอร์ม (Platform Reconciliation)
แต่ละแพลตฟอร์มมีเงื่อนไขการตัดสต๊อกและโอนเงินเข้าบัญชีร้านค้าไม่เหมือนกัน (เช่น ตัดสต๊อกทันทีที่กดสั่ง หรือตัดเมื่อขนส่งมารับสินค้า)
ฝ่ายบัญชีจะต้องนำ Sales Report จาก Shopee, Lazada, TikTok มารวมกระทบยอดกับรายงานการจ่ายสินค้าออกจากคลังตอนสิ้นเดือน เพื่อตรวจสอบว่า "จำนวนสินค้าที่ตัดขายไป ตรงกับยอดเงินและรายได้ที่เกิดขึ้นจริงหรือไม่"

💰 4. คำนวณต้นทุนสินค้าคงเหลือให้ถูกหลักการบัญชี (FIFO / Moving Average)
การขายออนไลน์มักมีแคมเปญ ส่วนลด Flash Sale และการปรับราคาสินค้าอยู่ตลอดเวลา การบันทึกบัญชีสิ้นเดือนจะต้องเลือกใช้วิธีคำนวณต้นทุนที่ชัดเจน เช่น:

วิธีเข้าก่อน-ออกก่อน (FIFO): สินค้าที่ซื้อมาก่อน จะถูกบันทึกเป็นต้นทุนขายก่อน เหมาะกับสินค้าที่มีอายุหรือตกรุ่นไว

วิธีต้นทุนถัวเฉลี่ย (Moving Average): เหมาะกับสินค้าที่มีการสั่งซื้อเติมตลอดเวลาและราคาผันผวน

การคำนวณต้นทุนที่ถูกต้อง จะช่วยให้ผู้บริหารเห็น "กำไรขั้นต้น (Gross Profit Margin) ที่แท้จริง" ของแต่ละแพลตฟอร์ม

🕵️‍♂️ 5. สุ่มนับสินค้าจริง (Cycle Count) & ปิดรอยรั่วทางภาษี
อย่ารอนับสต๊อกแค่ปีละครั้ง! ควรทำการสุ่มนับสินค้าจริงตอนสิ้นเดือน (Cycle Count) โดยเฉพาะสินค้ากลุ่มที่ขายดีหรือมีมูลค่าสูง เพื่อเปรียบเทียบกับตัวเลขในระบบบัญชี

⚠️ เตือนภัยมุมมองด้านภาษี (กรมสรรพากร):

❌ สต๊อกขาด (สินค้าจริงน้อยกว่าในบัญชี): สรรพากรจะสันนิษฐานทันทีว่า “แอบขายสินค้าไปแล้วแต่ไม่เปิดใบกำกับภาษี” โดนประเมินภาษีขาย 7% + เบี้ยปรับ 2 เท่า + เงินเพิ่ม 1.5% ต่อเดือน!

❌ สต๊อกเกิน (สินค้าจริงมากกว่าในบัญชี): เสี่ยงโดนเพ่งเล็งเรื่องแหล่งที่มาของสินค้า และการบันทึกต้นทุนที่ไม่ถูกต้อง

💡 สรุป: การทำธุรกิจ E-commerce ยุคใหม่ ขายดีอย่างเดียวไม่พอ ระบบหลังบ้านและบัญชีสต็อกต้อง "เป๊ะ" ด้วย เพื่อไม่ให้กำไรที่คุณหามาได้ ต้องละลายไปกับสินค้าหาย สินค้าจม หรือค่าปรับย้อนหลังครับ!

หากธุรกิจ E-commerce ของคุณกำลังขยายตัว และต้องการวางระบบบัญชี ภาษี รวมถึงจัดการสต๊อกสินค้าอย่างมืออาชีพ ทักมาพูดคุยกับ TSK. GROUP ได้เลยครับ พวกเราพร้อมเป็นพาร์ทเนอร์ดูแลหลังบ้านให้คุณเดินหน้าขยายธุรกิจได้อย่างมั่นใจ 🤝✨

#บัญชีEcommerce #จัดการสต๊อก #ขายของออนไลน์ #วางระบบบัญชี #ทำบัญชี #ยื่นภาษี #ผู้สอบบัญชี #ภาษีขายของออนไลน์ #สีกระทบยอดสต๊อก

🚀 ภาษีสินทรัพย์ดิจิทัล (Digital Assets Tax)วิธีบันทึกบัญชีและการคิดภาษีคริปโต สำหรับนิติบุคคล 💼📊ปัจจุบันการนำเงินของบริษ...
28/09/2026

🚀 ภาษีสินทรัพย์ดิจิทัล (Digital Assets Tax)
วิธีบันทึกบัญชีและการคิดภาษีคริปโต สำหรับนิติบุคคล 💼📊
ปัจจุบันการนำเงินของบริษัทไปลงทุนใน "คริปโทเคอร์เรนซี (Cryptocurrency)" หรือโทเคนดิจิทัล ไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่ครับ แต่ประเด็นที่สร้างความปวดหัวให้เจ้าของธุรกิจและนักบัญชีมากที่สุดคือ "จะลงบัญชีอย่างไร?" และ "เสียภาษีแบบไหน?" 🤔

💻 1. นิติบุคคลบันทึกบัญชีคริปโตอย่างไร?
ในทางบัญชี คริปโทเคอร์เรนซีไม่มีรูปร่างให้จับต้องได้ จึงอ้างอิงตามมาตรฐานการบัญชี TAS 38 โดยทั่วไปสามารถจัดประเภทได้ดังนี้ครับ:

สินทรัพย์ไม่มีตัวตน (Intangible Assets): หากบริษัทถือคริปโตไว้เพื่อลงทุนระยะยาวหรือเก็งกำไร สามารถวัดมูลค่าด้วย "วิธีราคาทุน" (Cost Model) หรือ "วิธีตีราคาใหม่" (Revaluation Model) ให้สะท้อนมูลค่ายุติธรรม.

สินค้าคงเหลือ (Inventory): หากบริษัทของคุณมีลักษณะธุรกิจคือการซื้อขายคริปโตเป็นประจำ (Active Trading) จะถูกมองเป็นสินค้าและต้องบันทึกเป็นสินค้าคงเหลือเพื่อการขาย

📊 2. ภาษีเงินได้นิติบุคคล (Corporate Income Tax)
เมื่อบริษัทมีการขาย หรือแลกเปลี่ยนคริปโต แล้วเกิด "กำไร" (Capital Gain) ส่วนต่างกำไรที่เกินกว่าเงินลงทุนนี้ ถือเป็นเงินได้พึงประเมินที่ต้องนำไปรวมคำนวณภาษีเงินได้นิติบุคคลตอนสิ้นปี (ภ.ง.ด.50).

การคำนวณต้นทุน: บริษัทต้องเลือกวิธีคำนวณต้นทุนให้ชัดเจนและสม่ำเสมอ เช่น เข้าก่อน-ออกก่อน (FIFO) หรือวิธีต้นทุนถัวเฉลี่ย (Moving Average Cost). ทั้งนี้จะต้องรวมค่าใช้จ่ายและค่าธรรมเนียมการโอนเข้าไปในต้นทุนด้วย.

กรณีขาดทุน: หากขายแล้วขาดทุน จะไม่ถือเป็นรายได้ และไม่ต้องนำมาเสียภาษีจากการซื้อขายนั้น.

กรณีถือไว้ยังไม่ขาย: มูลค่าต้นทุนของคริปโตที่ถือไว้จนถึงสิ้นปี โดยไม่มีการจำหน่าย จ่าย โอน จะถือว่ายังไม่มีเงินได้พึงประเมิน และให้ยกมูลค่าต้นทุนนี้ไปใช้เป็นต้นทุนในปีภาษีถัดไป.

✂️ 3. ภาษีหัก ณ ที่จ่าย 15% (Withholding Tax)
ตามกฎหมาย ผลประโยชน์ที่ได้รับจากการโอนคริปโทเคอร์เรนซี เฉพาะส่วนที่ตีราคาเป็นเงินได้เกินกว่าที่ลงทุน จะต้องถูกหักภาษี ณ ที่จ่าย 15%.
แต่มีข้อยกเว้น! หากนิติบุคคลทำการซื้อขายผ่าน Exchange (ศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล) ที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของ ก.ล.ต. ไทย กรมสรรพากรจะ ยกเว้นการเก็บภาษีหัก ณ ที่จ่าย 15% นี้ครับ. ทำให้กระแสเงินสดของบริษัทไม่จมไปกับภาษีระหว่างปี

🛡️ 4. ภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT)
ถือเป็นสิทธิประโยชน์สำคัญ! สรรพากรได้ยกเว้น VAT สำหรับธุรกรรมการโอนคริปโทเคอร์เรนซีและโทเคนดิจิทัลที่กระทำผ่าน Exchange หรือผู้ประกอบธุรกิจที่อยู่ภายใต้การดูแลของ ก.ล.ต. ครับ. ช่วยให้บริษัทไม่ต้องกังวลเรื่องการนำยอดขายคริปโตไปรวมเป็นฐานภาษีเพื่อเสีย VAT ในแต่ละเดือน

💡 สรุปข้อควรระวัง: แม้จะได้รับการยกเว้นหัก ณ ที่จ่ายและ VAT เมื่อเทรดผ่านกระดาน ก.ล.ต. แต่ "กำไรสุทธิ" จากการเทรด ยังไงก็ต้องถูกนำไปรวมเป็นรายได้เพื่อเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลตอนปิดงบสิ้นปีอยู่ดีครับ การเก็บประวัติการทำธุรกรรม (Transaction History) ไว้เป็นหลักฐานจึงสำคัญมาก

โลกการเงินดิจิทัลเปลี่ยนไปไว กฎหมายภาษีก็ปรับตัวตามตลอดเวลา หากบริษัทของคุณมีการทำธุรกรรมด้วยสินทรัพย์ดิจิทัลและต้องการทีมผู้เชี่ยวชาญช่วยดูแลระบบบัญชีและภาษีให้ถูกต้อง ทักมาปรึกษา TSK. GROUP ได้เลยครับ เราพร้อมช่วยให้ธุรกิจคุณก้าวทันยุคดิจิทัลอย่างปลอดภัย ไร้กังวลเรื่องสรรพากร 🤝🌐

#ภาษีคริปโต #คริปโทเคอร์เรนซี #ภาษีนิติบุคคล #วางระบบบัญชี #ทำบัญชี #ที่ปรึกษาธุรกิจ #สรรพากร #ภาษีหักณที่จ่าย #สินทรัพย์ดิจิทัล #ผู้สอบบัญชี

📦 สต๊อกจม สต๊อกหาย สินค้าขาดมือ!แก้ปัญหาคลาสสิกของธุรกิจด้วย "การวางระบบควบคุมสินค้าคงเหลือ (Inventory Control)" 📊🛠️เจ้า...
28/09/2026

📦 สต๊อกจม สต๊อกหาย สินค้าขาดมือ!
แก้ปัญหาคลาสสิกของธุรกิจด้วย "การวางระบบควบคุมสินค้าคงเหลือ (Inventory Control)" 📊🛠️
เจ้าของธุรกิจหลายท่านอาจเคยเจอปัญหา "ขายดีแทบตาย แต่สุดท้ายไม่มีเงินสดเหลือ" 💸 พอไปดูงบการเงินถึงรู้ว่ากำไรทั้งหมดไปจมอยู่กับ "สินค้าคงเหลือ" ในโกดัง! บางชิ้นก็หาไม่เจอสูญหายไปเฉยๆ หรือบางชิ้นลูกค้าต้องการด่วนแต่ของกลับขาดสต๊อกจนเสียโอกาสการขายไปอย่างน่าเสียดาย

ในทางบัญชี สินค้าคงเหลือ = เงินสดที่เปลี่ยนรูปร่าง ครับ การไม่มีระบบจัดการที่ดีก็เหมือนการปล่อยให้เงินสดรั่วไหล วันนี้ TSK. GROUP ขอนำเสนอ 5 หัวใจสำคัญในการวางระบบ Inventory Control เพื่อปิดรอยรั่วให้ธุรกิจคุณครับ 👇

📊 1. จัดกลุ่มความสำคัญด้วย "ABC Analysis"
สินค้าทุกตัวไม่ได้มีความสำคัญเท่ากัน! เราควรแบ่งเกรดสินค้าเพื่อการควบคุมที่แม่นยำ:

กลุ่ม A (มูลค่าสูง/ขายทำกำไรหลัก): ต้องควบคุมเข้มงวด ตรวจนับบ่อยที่สุด และห้ามขาดสต๊อกเด็ดขาด

กลุ่ม B (มูลค่าปานกลาง): ควบคุมและตรวจนับตามรอบปกติ

กลุ่ม C (มูลค่าน้อย/ขายช้า): สั่งซื้อทีละล็อตใหญ่ได้เพื่อประหยัดต้นทุน และไม่ต้องตรวจนับถี่จนเสียเวลาทำงาน

📉 2. กำหนดจุดสั่งซื้อ (Reorder Point) และ Min-Max Stock
ป้องกันปัญหา "สต๊อกบวม" และ "สต๊อกขาด" ด้วยการกำหนดตัวเลขในระบบให้ชัดเจน

Min (จุดต่ำสุด): เมื่อของลดลงมาถึงจุดนี้ ระบบต้องแจ้งเตือนให้สั่งซื้อทันที (Reorder Point) เพื่อให้ของมาส่งพอดีก่อนที่จะหมด

Max (จุดสูงสุด): เพดานการเก็บสินค้า เพื่อไม่ให้สั่งของเข้ามาตุนมากเกินไปจนเงินจม

🔄 3. ใช้หลักการเข้าก่อน-ออกก่อน (FIFO)
First-In, First-Out เป็นกฎเหล็กของการจัดคลังสินค้า ของลอตไหนเข้ามาก่อน ต้องถูกเบิกไปขายก่อนเสมอ เพื่อป้องกันปัญหาสินค้าเสื่อมสภาพ หมดอายุ หรือตกรุ่น (Dead Stock) ซึ่งสุดท้ายจะต้องกลายมาเป็นต้นทุนสูญเปล่าของบริษัท

💻 4. นำเทคโนโลยีมาเชื่อมต่อบัญชี (POS/ERP Integration)
เลิกใช้สมุดจดมือหรือ Excel ที่ต้องมานั่งคีย์ซ้ำ! ควรใช้ระบบ Barcode หรือซอฟต์แวร์ที่เชื่อมต่อหน้าร้านเข้ากับระบบหลังบ้าน เมื่อมีการขายหรือเบิกสินค้า ระบบจะต้องไป "ตัดสต๊อก" และ "บันทึกบัญชีต้นทุน" ทันทีแบบ Real-Time ช่วยลด Human Error ได้มหาศาล

🕵️‍♂️ 5. ตรวจนับสต๊อกสม่ำเสมอ (Cycle Count)
อย่ารอให้นับสต๊อกแค่ "ปีละครั้ง" ตอนผู้สอบบัญชีมาตรวจ! ควรวางระบบสุ่มนับย่อยๆ (Cycle Count) เช่น นับสินค้ากลุ่ม A ทุกสัปดาห์ หรือกลุ่ม B ทุกเดือน เพื่อให้รู้ตัวทันทีหากมีของหาย (Shrinkage) หรือมีการทุจริตเกิดขึ้น

🚨 มุมมองด้านภาษีที่ต้องระวัง:
สรรพากรเพ่งเล็งเรื่อง "สต๊อกสินค้า" เป็นอันดับต้นๆ หากตรวจพบว่า "สต๊อกขาด" (ของจริงน้อยกว่าในบัญชี) สรรพากรจะมองว่าคุณขายของแล้วไม่เปิดบิล โดนประเมินภาษีขายย้อนหลัง! หรือถ้า "สต๊อกเกิน" ก็อาจถูกมองว่าซื้อของมาโดยไม่มีบิลใบกำกับภาษีที่ถูกต้องครับ

อย่าปล่อยให้ปัญหาคลังสินค้ามาฉุดรั้งการเติบโต หากธุรกิจของคุณกำลังมองหาทีมที่ปรึกษาเพื่อวางระบบบัญชี ภาษี และการควบคุมภายในแบบครบวงจร ทักมาพูดคุยกับ TSK. GROUP ได้เลยครับ เราพร้อมช่วยอุดรอยรั่วและสร้างระบบที่แข็งแกร่งให้คุณ 🤝🏢

#ระบบสต๊อกสินค้า #บริหารคลังสินค้า #สินค้าคงเหลือ #สต๊อกจม #ทำบัญชี #วางระบบบัญชี #ที่ปรึกษาธุรกิจ #บัญชีภาษี #ตรวจสอบภายใน #ผู้สอบบัญชี

🏢 การทำบัญชีและภาษีสำหรับธุรกิจ Holdings Companyบริหารเงินปันผลและโครงสร้างอย่างไรให้คุ้มค่าที่สุด? 💰หมุนเวียนเงินราบรื่...
22/09/2026

🏢 การทำบัญชีและภาษีสำหรับธุรกิจ Holdings Company
บริหารเงินปันผลและโครงสร้างอย่างไรให้คุ้มค่าที่สุด? 💰หมุนเวียนเงินราบรื่น ไร้ภาระภาษีซ้ำซ้อน!
เมื่อธุรกิจเริ่มเติบโต การขยายสายปานผ่านการจัดตั้ง Holdings Company (บริษัทถือหุ้น) ถือเป็นโมเดลยอดฮิตของนักลงทุนและเจ้าของกิจการยุคใหม่ครับ เพราะนอกจากจะช่วยกระจายความเสี่ยง (Risk Management) และจัดสรรการบริหารให้เป็นสัดส่วนแล้ว อีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญคือ "สิทธิประโยชน์ทางภาษีในการบริหารเงินปันผล" นั่นเอง

🌐 1. โครงสร้างบริษัทแม่-ลูก (Parent-Subsidiary Structure)
Holdings Company (บริษัทแม่) จะไม่ได้เน้นการทำธุรกิจขายสินค้าหรือบริการโดยตรง แต่จะเน้น "การถือหุ้นในบริษัทอื่น (บริษัทลูก)" เพื่อรับเงินปันผลและควบคุมนโยบายบริหาร
- บริษัทลูก (Subsidiary): ทำหน้าที่ดำเนินธุรกิจหลัก (Operating Company) มีรายได้จากการขาย/บริการ คำนวณกำไรสุทธิ และเสียภาษีเงินได้นิติบุคคล (15%-20%) ตามปกติ
- บริษัทแม่ (Holdings): รับเงินปันผล (Dividend) จากบริษัทลูก เพื่อนำเงินก้อนนั้นไปลงทุนต่อ ขยายกิจการใหม่ หรือจ่ายปันผลกลับคืนให้ผู้ถือหุ้นใหญ่

🎁 2. ไฮไลต์เด็ด! สิทธิประโยชน์ยกเว้นภาษีเงินปันผล (ตามประมวลรัษฎากร มาตรา 65 บิ๊ก)
โดยปกติแล้ว เวลาบริษัทจ่ายเงินปันผล จะต้องมีการหักภาษี ณ ที่จ่าย 10% แต่หากวางโครงสร้างผ่าน Holding Company ให้ถูกต้อง จะได้รับยกเว้นภาษีดังนี้ครับ:

✅ ยกเว้นภาษีเงินปันผล 100%
(ไม่ต้องเสียภาษีเลยสักบาท) :
บริษัทแม่ (Holdings) ถือหุ้นในบริษัทลูก ไม่น้อยกว่า 25% ของจำนวนหุ้นที่มีสิทธิออกเสียงทั้งหมด
- บริษัทลูกที่จ่ายเงินปันผล ต้องไม่ถือหุ้นกลับ ในบริษัทแม่
- ต้องถือหุ้นนั้นไว้ ไม่น้อยกว่า 3 เดือนก่อนวันจ่ายปันผล และ ถือต่ออีกไม่น้อยกว่า 3 เดือนหลังวันจ่ายปันผล
✅ ยกเว้นภาษีเงินปันผล 50%
(นำเงินปันผลมารวมคำนวณรายได้แค่ครึ่งเดียว):
- กรณีที่บริษัทแม่ถือหุ้นในบริษัทลูก น้อยกว่า 25% แต่ถือครองหุ้นตาม
- เงื่อนไขระยะเวลา 3 เดือน (ก่อน-หลัง) เช่นกัน

🔄 3. การถ่ายโอนกำไรและการทำบัญชีอย่างถูกวิธี
นอกจากเรื่องเงินปันผลแล้ว Holdings Company ยังมีจุดสำคัญที่ต้องระวังในการทำบัญชีและภาษี ดังนี้:

🏢 การบริหารค่าใช้จ่ายส่วนกลาง (Management Fee): หากบริษัทแม่ให้บริการด้านบริหารจัดการ ออฟฟิศ หรือกฎหมายแก่บริษัทลูก ต้องมีการคิดราคาโอนที่สมเหตุสมผล (Transfer Pricing) และมีเอกสารสัญญาชัดเจน เพื่อให้บริษัทลูกนำไปเป็นรายจ่ายทางภาษีได้จริง

💸 การกู้ยืมเงินระหว่างกัน (Intercompany Loan): หากมีการโอนเงินหรือให้บริษัทลูกกู้ยืม จะต้องมีการคิดดอกเบี้ยตามราคาตลาด (Market Rate) และต้องยื่นภาษีธุรกิจเฉพาะ (SBT) รวมถึงหักภาษี ณ ที่จ่ายเรื่องดอกเบี้ยให้ถูกต้อง

📊 การทำงบการเงินรวม (Consolidated Financial Statements): หากเข้าเกณฑ์มาตรฐานการบัญชี บริษัทแม่จะต้องจัดทำงบการเงินรวมเพื่อสะท้อนภาพรวมฐานะการเงินของทั้งกลุ่มบริษัทให้โปร่งใส

การจัดตั้ง Holdings Company ไม่ใช่แค่เรื่องของการจัดโครงสร้างองค์กร แต่คือ "เครื่องมือบริหารภาษีและเงินสด" ที่ช่วยให้คุณย้ายเงินกำไรจากธุรกิจ A ไปต่อยอดในธุรกิจ B ได้เต็มเม็ดเต็มหน่วยโดยไม่ถูกตัดทอนด้วยภาษีซ้ำซ้อน!

#บริษัทโฮลดิ้ง #บริหารเงินปันผล #วางระบบบัญชี #วางแผนภาษี #โครงสร้างบริษัทแม่ลูก #ภาษีนิติบุคคล #ยกเว้นภาษีเงินปันผล #ที่ปรึกษาธุรกิจ

🔒 กฎหมาย PDPA กับข้อมูลบัญชีและภาษีจัดเก็บหลักฐานอย่างไรให้ถูกทั้งสรรพากร และไม่ขัดต่อกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล? 📄⚖️...
21/09/2026

🔒 กฎหมาย PDPA กับข้อมูลบัญชีและภาษี
จัดเก็บหลักฐานอย่างไรให้ถูกทั้งสรรพากร และไม่ขัดต่อกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล? 📄⚖️
"สรรพากรบอกให้เก็บเอกสารไว้ 5-10 ปี แต่ PDPA บอกว่าห้ามเก็บข้อมูลเกินความจำเป็น... แล้วสรุปฝ่ายบัญชีต้องทำยังไง?" 🤔

นี่คือคำถามยอดฮิตที่สร้างความสับสนให้ผู้ประกอบการและนักบัญชีมาโดยตลอดครับ! เพราะในใบเสร็จ, ใบกำกับภาษี, ใบสำคัญรับ-จ่าย หรือเอกสารหัก ณ ที่จ่าย ต่างก็มี "ข้อมูลส่วนบุคคล" (เช่น ชื่อ-นามสกุล, เลขบัตรประชาชน, ที่อยู่, เบอร์โทรศัพท์) ของลูกค้าและซัพพลายเออร์อยู่เต็มไปหมด

⚖️ 1. จัดเก็บตามข้อกฎหมาย = มี "ฐานกฎหมาย" รองรับ
(Legal Obligation)
ตาม พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA) การประมวลผลหรือจัดเก็บข้อมูลไม่จำเป็นต้องขอความยินยอม (Consent) เสมอไป หากเรามี "ฐานทางกฎหมาย" รองรับครับ

พ.ร.บ. การบัญชี พ.ศ. 2543: กำหนดให้ผู้มีหน้าที่จัดทำบัญชีต้องเก็บรักษาเอกสารประกอบการลงบัญชีไว้ ไม่น้อยกว่า 5 ปี (และอาจขยายได้ถึง 7 ปีตามคำสั่งกรมพัฒนาธุรกิจการค้า)

ประมวลรัษฎากร (สรรพากร): กำหนดให้อธิบดีกรมสรรพากรมีอำนาจสั่งให้เก็บรักษาบัญชีและเอกสารไว้อย่างน้อย 5 ปี ถึง 10 ปี (กรณีมีประเด็นความเสี่ยงทางภาษี)

บริษัทสามารถเก็บเอกสารที่มีข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อการบัญชีและภาษีได้ตามระยะเวลาที่กฎหมายบัญชี/สรรพากรกำหนด โดยไม่ต้องกลัวผิด PDPA เพราะเป็นการปฏิบัติตามกฎหมายที่เหนือกว่าครับ

🛡️ 2. 4 สเตปการจัดเก็บเอกสารหลังบ้านให้ปลอดภัย 100%
🔒 1) กำหนดสิทธิ์การเข้าถึง (Access Control):
เอกสารบัญชีไม่ควรวางเกลื่อนกลาด! ตู้เก็บเอกสารสำคัญต้องล็อก และไฟล์เอกสารในคอมพิวเตอร์ต้องจำกัดสิทธิ์ให้เฉพาะ "ฝ่ายบัญชีและผู้บริหาร" ที่เกี่ยวข้องเข้าถึงได้เท่านั้น

📝 2) ทำนโยบายความเป็นส่วนตัว (Privacy Notice):
ระบุไว้ใน Privacy Notice ของบริษัทอย่างชัดเจนว่า “มีการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อวัตถุประสงค์ในการจัดทำบัญชี นำส่งภาษี และปฏิบัติตามกฎหมายเป็นระยะเวลา 5-10 ปี” เพื่อแจ้งให้เจ้าของข้อมูลทราบตั้งแต่ต้น

✂️ 3) ใช้ข้อมูลเฉพาะเท่าที่จำเป็น (Data Minimization):
เอกสารการเงินควรใช้เฉพาะข้อมูลที่จำเป็นต่อการกำกับภาษี เช่น ชื่อ-ที่อยู่-เลขประจำตัวผู้เสียภาษี ส่วนข้อมูลที่ไม่เกี่ยวข้อง (เช่น วันเกิด, ศาสนา, รูปถ่ายบัตรประชาชนที่ไม่ได้คาดดำ) ไม่จำเป็นต้องเก็บสะสมไว้

🗑️ 4) วางระบบการทำลายเอกสารเมื่อครบกำหนด (Data Destruction):
เมื่อพ้นระยะเวลา 5-10 ปีตามที่กฎหมายภาษีบังคับแล้ว เอกสารเหล่านั้นจะต้องถูก "ทำลายอย่างปลอดภัย" (เช่น สับย่อยเอกสาร หรือลบไฟล์ดิจิทัลถาวร) ไม่นำไปขายซาเล้งโดยไม่สับย่อย เพราะจะทำให้ข้อมูลส่วนบุคคลรั่วไหลและผิด PDPA ทันทีครับ!

การทำบัญชีและยื่นภาษียังคงต้องยึดระยะเวลาตามกฎหมายสรรพากรเป็นหลัก เพียงแต่ต้องเพิ่ม "ระบบความปลอดภัยในการจัดเก็บและการทำลายข้อมูล" ตามมาตรฐาน PDPA เข้ามาเสริมครับ

หากองค์กรของคุณต้องการวางระบบบัญชี ภาษี และเอกสารหลังบ้านให้ถูกต้องตามกฎหมาย และปลอดภัยไร้รอยต่อ ทักมาปรึกษาทีมงาน TSK. GROUP ได้เลยครับ พวกเราพร้อมดูแลให้ธุรกิจคุณเดินหน้าได้อย่างมั่นใจ 🤝💙

ับงานบัญชี #ระยะเวลาเก็บเอกสาร #ภาษีและPDPA #วางระบบบัญชี #ทำบัญชี #กฎหมายภาษี #ที่ปรึกษาธุรกิจ #สรรพากร

📊 หมดกังวลเรื่องบัญชี ให้ผู้เชี่ยวชาญดูแลแทนคุณไม่ว่าธุรกิจของคุณจะเพิ่งเริ่มต้น หรือกำลังเติบโตTSK GROUP พร้อมดูแลด้านบ...
12/09/2026

📊 หมดกังวลเรื่องบัญชี ให้ผู้เชี่ยวชาญดูแลแทนคุณ
ไม่ว่าธุรกิจของคุณจะเพิ่งเริ่มต้น หรือกำลังเติบโต
TSK GROUP พร้อมดูแลด้านบัญชีและภาษีแบบครบวงจร
✅ รับทำบัญชี
✅ ตรวจสอบความถูกต้องของบัญชี
✅ งบการเงินรายเดือน
✅ ยื่นภาษีรายเดือน
✅ ปิดงบปลายปี
✅ วางแผนภาษี
✅ เงินเดือนและประกันสังคม
✅ จดทะเบียนบริษัท
✅ นับสต๊อกสินค้า
✨ ทำบัญชีถูกต้อง มีมาตรฐาน พร้อมให้คำปรึกษา
เพื่อให้คุณโฟกัสกับการขยายธุรกิจได้เต็มที่
📞 สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม : Tel. 098-256-8418
#รับทำบัญชี #สำนักงานบัญชี #บริการบัญชี #วางแผนภาษี #ยื่นภาษี #ปิดงบการเงิน #จดทะเบียนบริษัท #เงินเดือนและประกันสังคม #ตรวจสอบบัญชี #ที่ปรึกษาภาษี #บัญชีธุรกิจ #ธุรกิจ

🚨 ปิดงบปีนี้ไม่มีสะดุด!5 ขั้นตอนการเตรียมตัวร่วมกับทีมบัญชีและผู้สอบบัญชีครบวงจร 📊📁ใกล้ช่วงสิ้นปีทีไร เจ้าของธุรกิจและที...
01/09/2026

🚨 ปิดงบปีนี้ไม่มีสะดุด!
5 ขั้นตอนการเตรียมตัวร่วมกับทีมบัญชีและผู้สอบบัญชีครบวงจร 📊📁
ใกล้ช่วงสิ้นปีทีไร เจ้าของธุรกิจและทีมหลังบ้านหลายคนมักจะต้องปวดหัวกับมหกรรม "ปิดงบประจำปี" ใช่ไหมครับ? ทั้งเอกสารไม่ครบ ตัวเลขไม่ตรง หรือผู้สอบบัญชีขอข้อมูลเพิ่มจนวุ่นวายไปหมด! ปัญหาเหล่านี้จะลดลงไปอย่างมาก หากเรามีการเตรียมความพร้อมอย่างเป็นระบบ

เพื่อให้กระบวนการสอบบัญชีผ่านไปอย่างราบรื่น ลองดูภาพประกอบไฟล์ "8.jpg" ที่สรุปหัวใจสำคัญไว้ แล้วมาเจาะลึกกันครับว่าแต่ละสเตปต้องเตรียมตัวอย่างไรบ้าง 👇

🗓️ 1. วางแผนล่วงหน้า (Pre-Planning)
ไม่ควรเร่งทำทุกอย่างในเดือนสุดท้าย! ผู้บริหาร ทีมบัญชีภายใน และผู้สอบบัญชี (Auditor) ควรนัดประชุมร่วมกันตั้งแต่ไตรมาส 3 หรือ 4 เพื่อกำหนด Timeline การทำงานร่วมกัน เช่น กำหนดวันตรวจนับสต๊อกสินค้า วันตัดรอบเอกสาร และวันส่งมอบข้อมูล เพื่อให้ทุกฝ่ายเห็นเป้าหมายตรงกัน

🔍 2. ตรวจสอบข้อมูล (Data Verification)
ด่านสำคัญในการเตรียมความพร้อม คือการเคลียร์ความถูกต้องของข้อมูลเบื้องต้นให้เป๊ะที่สุด

- กระทบยอดเงินฝากธนาคาร (Bank Reconcile) ทุกบัญชีให้ตรงกับ Statement
- เตรียมพร้อมสำหรับการตรวจนับสินค้าคงเหลือ (Physical Count) เพื่อป้องกันปัญหาสต๊อกดิฟ
- ยืนยันยอดลูกหนี้และเจ้าหนี้การค้าให้เป็นปัจจุบัน

⚙️ 3. ปรับปรุงบัญชี (Adjusting Entries)
ทีมบัญชีจะต้องทำการบันทึกรายการปรับปรุงที่จำเป็นก่อนปิดงบให้ครบถ้วน เช่น การบันทึกค่าเสื่อมราคา ตั้งค้างรับ-ค้างจ่าย ตัดจำหน่ายค่าใช้จ่ายล่วงหน้า รวมถึงการเคลียร์ "บัญชีพัก" ต่างๆ ให้ถูกต้องตามมาตรฐานการบัญชี เพื่อไม่ให้ยอดคงค้างไปโผล่ในงบปลายปี

📈 4. สรุปและวิเคราะห์ (Summarize & Analyze)
เมื่อรวบรวมและปรับปรุงตัวเลขเสร็จสิ้น ทีมบัญชีจะจัดทำร่างงบการเงิน (Draft Financial Statements) เพื่อให้ผู้บริหารตรวจสอบและวิเคราะห์เปรียบเทียบกับปีก่อนหน้า หากพบรายการที่กระโดดผิดปกติ จะได้เตรียมข้อมูลและหาเหตุผลชี้แจงผู้สอบบัญชีได้อย่างรวดเร็ว

📁 5. ปิดงบการเงิน (Finalize & Close)
ขั้นตอนสุดท้ายคือการให้ผู้สอบบัญชีรับอนุญาต (CPA) เข้ามาตรวจสอบและแสดงความเห็นต่องบการเงิน เมื่อทุกกระบวนการโปร่งใสและถูกต้อง ก็พร้อมสำหรับการอนุมัติงบ นำส่งกรมพัฒนาธุรกิจการค้า (DBD) และยื่นเสียภาษีประจำปี (พ.ง.ด.50) ต่อกรมสรรพากรได้อย่างตรงเวลา ไร้ค่าปรับ

การปิดงบจะไม่ใช่เรื่องน่ากลัวอีกต่อไป ถ้าบริษัทของคุณมีระบบการทำงานที่ชัดเจนและมีทีมที่ปรึกษาที่เชี่ยวชาญครับ หากองค์กรของคุณกำลังมองหาทีมงานมืออาชีพมาช่วยดูแลงานบัญชีและสอบบัญชีแบบครบวงจร ทักมาพูดคุยกับ TSK. GROUP ได้เลยครับ เราพร้อมเคียงข้างธุรกิจคุณให้เติบโตอย่างมั่นคง 🤝💼

#ปิดงบการเงิน #สอบบัญชี #ผู้สอบบัญชี #วางระบบบัญชี #ทำบัญชี #ที่ปรึกษาธุรกิจ #บัญชีภาษี #เตรียมปิดงบ #ภาษีนิติบุคคล

ที่อยู่

44/448 ซอยบางกระดี่ 35/1 แขวงแสมดำ เขตบางขุนเทียน
Bangkhunthien
10150

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

เป็นคนแรกที่รู้ข่าว: เราจะส่งอีเมลแจ้งเมื่อ TSK. GROUP รับทำบัญชี ตรวจสอบบัญชี โพสต์ข่าวสารและโปรโมชั่น อีเมลของคุณจะไม่ถูกนำไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์อื่น และคุณสามารถยกเลิกการรับข่าวสารได้ทุกเมื่อ

ทางลัด

แชร์