Business Loan - เสริมสภาพคล่องให้ธุรกิจคุณ

Business Loan - เสริมสภาพคล่องให้ธุรกิจคุณ ยินดีให้คำปรึกษาปัญหาด้านการเงิน
ธุรกิจประเภทโรงงาน บริษัท ห้างหุ้นส่วน
ธุรกิจของคุณต้องการสภาพคล่องเพิ่ม?
ขาดเงินทุนหรือหาทุนสำรองไม่ได้?

“การ์ดโปเกมอน” จากของสะสมราคาหลักร้อย สู่ขุมทรัพย์หลักล้าน เปิดเรื่องที่ต้องรู้ก่อนลงทุนเมื่อพูดถึงการลงทุนหลายคนอาจนึกถ...
25/12/2025

“การ์ดโปเกมอน” จากของสะสมราคาหลักร้อย สู่ขุมทรัพย์หลักล้าน เปิดเรื่องที่ต้องรู้ก่อนลงทุน

เมื่อพูดถึงการลงทุนหลายคนอาจนึกถึง หุ้น พันธบัตร คริปโต หรืออสังหาริมทรัพย์ แต่เชื่อไหมว่าคนรุ่นใหม่กำลังสนใจกับการลงทุนในของเล่นเด็กที่คุ้นหูกันอย่าง “การ์ดโปเกมอน”

แต่ทำไมการ์ดใบน้อยอาจถึงกลายเป็นขุมทรัพย์ที่ต่อยอดได้อีก ในมุมมองของคนรุ่นใหม่ล่ะ? Thairath Money จะพาผู้อ่านไปหาคำตอบกัน

“การ์ดโปเกมอน” การลงทุนและมรดกในยุคใหม่
หลายคนคงคิดว่าการสะสมการ์ดโปเกมอนเหมือนจะเป็นแค่ “เรื่องของเด็ก” แต่ใครจะรู้ว่านี่กลายเป็นเครื่องมือปั้นเงินเข้ากระเป๋าของเราได้ นับจากปี 2004 (แม้การ์ดเหล่านี้จะออกสู่ตลาดช่วงปลาย 1990) มาถึงตอนนี้การ์ดโปเกมอนมีมูลค่าเพิ่มขึ้นมาก บางใบถ้าเราคิดเป็นผลตอบแทนก็สูงกว่า 3,000% ซึ่งตัวเลขนี้ถือว่าสูงกว่าการเติบโตของดัชนี S&P 500 เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกัน

Recommended
"โครงการ AMC" เริ่ม 5 ม.ค. ปีหน้า ถ้าแก้หนี้เสีย-จ่ายครบ ล้างประวัติในเครดิตบูโรได้ง่ายขึ้น
"โครงการ AMC" เริ่ม 5 ม.ค. ปีหน้า ถ้าแก้หนี้เสีย-จ่ายครบ ล้างประวัติในเครดิตบูโรได้ง่ายขึ้น
“หมุนเงินกันทั้งเมือง”คนไทยแห่เข้าโรงจำนำ Easy Money แลกทรัพย์เป็นทุนธุรกิจ-ช้อนหุ้น-เสี่ยงคริปโตฯ
“หมุนเงินกันทั้งเมือง”คนไทยแห่เข้าโรงจำนำ Easy Money แลกทรัพย์เป็นทุนธุรกิจ-ช้อนหุ้น-เสี่ยงคริปโตฯ
ความจริงของคนไทยวันนี้ "เงินเดือนลด" แต่ค่าใช้จ่ายเพิ่มทุกปี 1 ใน 3 ครัวเรือนไทยยังไม่พ้นวงจรหนี้
ความจริงของคนไทยวันนี้ "เงินเดือนลด" แต่ค่าใช้จ่ายเพิ่มทุกปี 1 ใน 3 ครัวเรือนไทยยังไม่พ้นวงจรหนี้
"สถิติที่ไม่เคยถูกนับ" น้ำท่วมหาดใหญ่ ที่ลึกกว่า 25,000 ล้าน เมื่อความเสียหายถึง "กระเป๋าคนธรรมดา"
"สถิติที่ไม่เคยถูกนับ" น้ำท่วมหาดใหญ่ ที่ลึกกว่า 25,000 ล้าน เมื่อความเสียหายถึง "กระเป๋าคนธรรมดา"
Rod Crochiere เจ้าของ Pokémon Trainer Universe ร้านการ์ดในแฟรงคลิน รัฐแมสซาชูเซตส์ กล่าวว่า แต่ก่อนคนซื้อการ์ดโปเกมอนเพื่อนำไปเล่นโดยจ่ายเพียง 4 - 5 ดอลลาร์สหรัฐ (ราว 129-162 บาท) สำหรับการ์ดสักแพ็ก แต่ในอีก 25 ปีต่อมา การ์ดเหล่านั้นกลับมีมูลค่าหลายพันดอลลาร์สหรัฐ

ตัวอย่างราคาที่พุ่งแรงของการ์ดโปเกมอนนั้น เห็นได้จากในปี 2020 ที่ Logan Paul ยูทูบเบอร์รายหนึ่งจ่ายเงิน 150,000 ดอลลาร์สหรัฐ (ราว 4,869,750 บาท) เพื่อซื้อการ์ด “Charizard” ฉบับพิมพ์ครั้งแรกที่ได้ 10-grade ซึ่งขึ้นชื่อว่าเป็นของแรร์ในวงการ

และถ้าถามว่าทำไมราคาของการ์ดพุ่งขึ้นสูงขนาดนั้น จริง ๆ แล้วขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น

ความหายาก : การ์ดโปเกมอนภาษาญี่ปุ่นมีการพิมพ์จำนวนจำกัด และหาได้ยาก ทำให้มูลค่าตลาดระยะยาวสูงขึ้นตามไปด้วย
คุณภาพของภาพวาดบนการ์ด : การ์ดโปเกมอนภาษาญี่ปุ่นขึ้นชื่อเรื่องคุณภาพการพิมพ์ที่คมชัด, การจัดวางภาพที่สมมาตร ฯลฯ

Advertisements
การประเมินคะแนนหรือให้เกรดโดยผู้รับรองที่น่าเชื่อถือ : ถ้าการ์ดที่ได้เกรดสูงสุดอย่าง PSA 10 ซึ่งเป็นระดับสูงสุดของ Professional Sports Authenticator (PSA บริษัทที่รับรองคุณภาพการ์ด) ที่นักสะสมให้การยอมรับ ย่อมทำให้มูลค่าของการ์ดพุ่งสูงขึ้นอย่างมหาศาล แต่ทั้งนี้ ถ้าการ์ดมีรอยยับหรือรอยขีดข่วนเล็กน้อยก็อาจทำให้ราคาดิ่งลงได้ทันที
นักลงทุนมอง “เป็นมรดกได้” แต่นักวิจารณ์ห่วง “ฟองสบู่แตก”
จากของเล่นเด็กกลายเป็นของมูลค่าสูงจนนักลงทุนต่างสนใจ และบางคนมองว่านี่คือมรดกที่ควรส่งต่อให้คนในครอบครัว เช่น Matthew Griffin วัย 43 ปีจากรัฐอาร์คันซอ เขากำลังสร้างคอลเลกชันการ์ดโปเกมอนที่เปรียบเสมือน “พอร์ตการลงทุน” เพื่อส่งต่อให้ลูกทั้งห้าคนของเขา

แต่ในอีกมุม ก็มีการถกเถียงกันว่า ราคาของการ์ดโปเกมอนผันผวนสูงมาก ไม่มีราคาที่แน่นอน และจำนวนการ์ดที่หมุนเวียนในตลาดก็ไม่สามารถระบุได้อย่างชัดเจน ดังนั้นเมื่อ “ราคา” พุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็วในช่วงที่ผ่านมา ทำให้คนกังวลว่า “ภาวะฟองสบู่” ที่เกิดขึ้นนี้อาจแตกได้ทุกเมื่อ คล้ายกับวิกฤตราคาการ์ดเบสบอลที่เคยร่วงลงอย่างหนักหลังการผลิตจำนวนมากในช่วงปลายทศวรรษ 1980

ดังนั้น ถึงการ์ดโปเกมอนจะพิสูจน์ตัวเองว่าเป็นสินทรัพย์ที่น่าสนใจในยุคใหม่ด้วยผลตอบแทนที่สูงกว่า 3,000% แต่ก็ยังคงมีความผันผวนและความเสี่ยงเช่นเดียวกับการลงทุนรูปแบบอื่น ๆ นักลงทุนจึงควรศึกษาข้อมูลและประเมินความเสี่ยงอย่างรอบด้านให้ดีก่อน

สิ่งที่ควรรู้ก่อนลงทุนกับการ์ดโปเกมอน
อ่านมาถึงตรงนี้ เชื่อว่าหลายคนคงเห็นทั้งโอกาสและข้อควรระวังในการลงทุนกับการ์ดโปเกมอนกันบ้างแล้ว Thairath Money จึงจะอาสาพาไปเจาะลึกสิ่งควรรู้ก่อนลงทุนกับการ์ดโปเกมอน ดังนี้

อย่าซื้อตามกระแสโดยไม่ศึกษาข้อมูล : การ์ดที่มีมูลค่าพุ่งสูงขึ้นในชั่วข้ามคืนจากกระแสที่ขับเคลื่อนโดยเหล่าอินฟลูเอนเซอร์ก็อาจร่วงลงได้ง่าย ๆ ดังนั้นควรตรวจสอบข้อมูลให้รอบด้านเสมอ
ต้องใส่ใจสภาพ และเกรดของการ์ด : การ์ดที่เกรด PSA 10 กับ PSA 8 ราคาอาจต่างกันถึงหลักพันดอลลาร์สหรัฐฯ และเราต้องดู “สภาพจริง” ของการ์ด เพราะทั้ง 2 ปัจจัยนี้ส่งผลต่อราคาของการ์ด
อย่าประเมินความเสี่ยงจากการพิมพ์ซ้ำต่ำเกินไป : การ์ดโปเกมอนยุคใหม่หลายชุด เช่น Hidden Fates, Evolving Skies มักได้รับการพิมพ์ซ้ำ ซึ่งอาจทำให้การ์ดล้นตลาด (หาง่ายขึ้น) และมูลค่าการซื้อ-ขายลดลงได้
อย่าลงทุนโดยที่ไม่มีกลยุทธ์การขายที่ชัดเจน : ไม่ว่าจะเป็นการลงทุนระยะยาวหรือระยะสั้น ควรมีแผนว่าเราจะขายเมื่อไหร่และขายยังไง เช่น ประมูลบน eBay, TCGPlayer หรือขายให้นักสะสมคนอื่นโดยตรง
สุดท้ายนี้ กลยุทธ์ที่ดีที่สุดสำหรับการลงทุนในการ์ดโปเกมอน ต้องผสมผสานทักษะหลายด้าน และที่สำคัญต้องประเมินให้ดีว่าตัวเรารับความเสี่ยงได้แค่ไหนถ้าจะลงทุนการ์ดเหล่านี้

ที่มา https://www.thairath.co.th/money/personal_finance/financial_planning/2897963

ได้แต่สบตากันปะหน้าอดีตรัฐมนตรีกระทรวงเศรษฐกิจหลายคน ส่วนใหญ่เขามักจะทักทายเราก่อนว่า เดี๋ยวนี้ไม่มีใครอยากคุยเรื่องเศรษ...
24/12/2025

ได้แต่สบตากัน

ปะหน้าอดีตรัฐมนตรีกระทรวงเศรษฐกิจหลายคน ส่วนใหญ่เขามักจะทักทายเราก่อนว่า เดี๋ยวนี้ไม่มีใครอยากคุยเรื่องเศรษฐกิจประเทศไทยแล้วใช่ไหมว่าจะเป็นอย่างไร...

เพราะสายตาบอกว่า มัน Beyond ไปไกล เกินกว่าจะกลับไปคิดพึ่งพาฝ่ายการเมือง ซึ่งเป็นเสาหลักของการดำเนินนโยบายต่างๆทั้งเศรษฐกิจ สังคม การศึกษา และอื่นๆ

คำตอบเห็นจะจริงตามนั้น ถึงแม้ฝ่ายการเมืองไทยจะเลอะเทอะเบ๊อะบ๊ะอย่างไร ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่า การเมืองคือหัวใจสำคัญของการวางนโยบายพัฒนาประเทศในทุกด้าน

ที่ผ่านมาไม่ว่าโฆษกทำเนียบรัฐบาล หรือกระทรวงใดจะออกข่าวว่ารัฐบาลเตรียมปรับโครงสร้างเศรษฐกิจ โครงสร้างระบบการจัดเก็บภาษี หรือโครงสร้างการผลิตของภาคอุตสาหกรรมไทยอย่างไร ฯลฯ ก็ตาม

Recommended
“ดีอี”สั่งลบข้อมูลสแกนม่านตาแลกคริปโต
“ดีอี”สั่งลบข้อมูลสแกนม่านตาแลกคริปโต
แบงก์ชาติมองปีหน้ายังหนักหน่วง เร่งแก้หนี้เสียพร้อมเพิ่มความรู้การเงินสกัดคนไทยถูกหลอก
แบงก์ชาติมองปีหน้ายังหนักหน่วง เร่งแก้หนี้เสียพร้อมเพิ่มความรู้การเงินสกัดคนไทยถูกหลอก
ขีดความสามารถการแข่งขันด้านดิจิทัลของไทยร่วงต่อ สิงคโปร์ร่วงตาม
ขีดความสามารถการแข่งขันด้านดิจิทัลของไทยร่วงต่อ สิงคโปร์ร่วงตาม
เมืองไทยประกันชีวิตลุยปรับพอร์ต
เมืองไทยประกันชีวิตลุยปรับพอร์ต
เอาเข้าจริงๆนโยบายเหล่านี้ก็ไม่เคยเกิดผลในทางปฏิบัติเสียที เพราะฝ่ายการเมือง

ต่างพยายามจะเอาตัวเองให้รอดก่อน นโยบายต่างๆที่วางไว้ หรืออยากจะทำให้ประชาชนในกลุ่มต่างๆ จึงต้องรอกันต่อไป และแทบไม่เกิดขึ้นเลยในช่วงที่ผ่านมา...

เท่าที่พอเห็นก็มีนโยบายคนละครึ่ง กับคนละครึ่งพลัสที่รองนายกฯ และ รมว.คลัง ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รีบนำออกมาใช้ให้เศรษฐกิจระดับชาวบ้านกระชุ่มกระชวยหัวใจ พอให้ค้าขายเล็กๆน้อยๆกันได้บ้าง

ขณะที่รัฐมนตรีพาณิชย์จากคนนอกอีกคน คุณศุภจี สุธรรมพันธุ์ เดินสายไปเจรจาการค้ากับทุกประเทศ รวมถึงรัสเซียให้เกิดการคานอำนาจทางการเมืองและการค้าระดับโลกขึ้นบ้าง โดยไม่ต้องรอให้มีจังหวะ หรือใครสั่งการ

จะบอกว่าเอาคนนอกที่มีพื้นฐาน และคุณสมบัติที่ดีมาช่วยบ้านเมืองก็จะได้เห็นความแตกต่างที่ชัดเจนขึ้นอย่างที่เห็น

ทีนี้มาดูเรื่องราวความเป็นไปในบ้านเมืองยามนี้ อย่างที่บอกไว้ตอนต้นว่าพรรคการเมืองต้องเอาตัวเองให้รอดก่อน จึงจะเหลือมาถึงชาวบ้านอย่างเราๆท่านๆก็ตรงที่ถนนทุกสายเวลานี้ วิ่งเข้าไปหาพรรคภูมิใจไทยกันเกือบหมด

ADVERTISEMENT
Network video 2 22.10.25Network video 2 22.10.25

ไม่ว่าจะเป็นพรรคการเมืองบ้านใหญ่ บ้านเล็ก ล้วนพากันไปขอใส่เสื้อสีน้ำเงินกันแทบไม่มีเหลือเป็นติ่งไว้ให้พรรคเพื่อไทยในการเลือกตั้งครั้งหน้าเลย

ด้วยสถานการณ์ทางการเมืองแบบนี้ จึงทำให้เชื่อได้ก่อนเลยว่าการเลือกตั้งครั้งหน้า

ซึ่งนัยว่าจะยุบสภากันในวันที่ 12 ธ.ค.นี้ พรรคภูมิใจไทยจะมาเป็นพรรคอันดับหนึ่ง และได้คะแนนเสียงมากกว่าพรรคประชาชน ของ หัวหน้าเท้ง (เต้ง) ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ เจ้าของสโลแกนที่มักปฏิเสธโลกแห่งความเป็นจริงที่ว่า “มีเรา...ไม่มีเทา”

ทั้งๆที่ประเทศไทยมี “สีเทา” เต็มบ้านเต็มเมือง และพรรคที่ตนเลือกให้เป็นนายกรัฐมนตรี และแกนนำรัฐบาลก็ยังไม่ลงมือปฏิบัติการใดๆอย่างจริงจัง หรือเป็นรูปธรรมในการจัดการกับธุรกิจสีเทาทั้งระบบ

รวมถึงศูนย์กลางอาชญากรรมออนไลน์ สแกมเมอร์ และการค้ามนุษย์ ซึ่งทำให้มีคนไทยเสียชีวิตแล้วหลายรายในเขมร

เมื่อไหร่ที่พรรคการเมืองเอาตัวเองรอดได้สำเร็จ ชาวบ้านอย่างเราๆก็คงจะได้โอกาสลืมตาอ้าปากเสียที จะได้ไม่ต้องมานั่งสบตากันในแบบที่พูดอะไรไม่ออกทั้งที่รู้ว่า คิดอะไรอยู่!!

ที่มา https://www.thairath.co.th/money/economics/thai_economics/2897755

เมื่อบริษัทฯ เบี้ยวหนี้หุ้นกู้ ผู้บริหารหายตัว-บินไปเมืองนอก นักลงทุนรายย่อยควรทำอย่างไร ?บริหารสูงสุดของ JKN ได้หายตัวไ...
23/12/2025

เมื่อบริษัทฯ เบี้ยวหนี้หุ้นกู้ ผู้บริหารหายตัว-บินไปเมืองนอก นักลงทุนรายย่อยควรทำอย่างไร ?

บริหารสูงสุดของ JKN ได้หายตัวไปต่างประเทศ พร้อมถูกกล่าวหาว่าอาจมีการโยกย้ายทรัพย์สินจำนวนหลายพันล้านบาทออกนอกประเทศไปยังเม็กซิโก

นอกจากนี้ ยังมีการปิดอินสตาแกรมแบบกะทันหัน (ก่อนเปิดใช้อีกครั้งในวันที่ 24 พฤศจิกายน) ทำให้นักลงทุนจำนวนมากเกิดคำถามว่าความเคลื่อนไหวที่เกิดขึ้นนี้ อาจกระทบต่อผู้ถือหุ้นกู้หรือไม่ เพราะปัญหาการผิดนัดชำระหนี้ของ JKN ก็ยังคงคาราคาซัง และอยู่ระหว่างกระบวนการฟื้นฟูกิจการ

ความไม่แน่นอนต่างๆ ที่เกิดขึ้นทำให้เราต้องกลับมาทบทวนคำถามเดิมอีกครั้งว่า “เราควรเลือกหุ้นกู้แบบไหน” หลังจากเพิ่งเจอเคส STARK และ THG ไปหมาดๆ ถ้าเจอเหตุการณ์เลวร้ายที่เกิดขึ้นแบบซ้ำแล้วซ้ำเล่านี้ ควรทำอย่างไร

Recommended
เปิดใจ รองผู้จัดการ ตลท. วิกฤติหุ้น IPO ต่ำจอง ย้ำไม่ใช่การแสวงกำไรข้ามคืน คาดปี 2569 ตลาดฟื้น
เปิดใจ รองผู้จัดการ ตลท. วิกฤติหุ้น IPO ต่ำจอง ย้ำไม่ใช่การแสวงกำไรข้ามคืน คาดปี 2569 ตลาดฟื้น
เจาะเบื้องหลัง Webull โบรกเกอร์ชั้นนำจากสหรัฐฯ ที่เลือกเปิด “เทรดหุ้นไทย” ตอนนี้!
เจาะเบื้องหลัง Webull โบรกเกอร์ชั้นนำจากสหรัฐฯ ที่เลือกเปิด “เทรดหุ้นไทย” ตอนนี้!
ซื้อหุ้นตัวไหนดี? จับตา “คนละครึ่งเฟส 2” หวังเงินสะพัดอีก 8 หมื่นล้าน โบรกฯ คาดดัน GDP โตอีก 0.3%
ซื้อหุ้นตัวไหนดี? จับตา “คนละครึ่งเฟส 2” หวังเงินสะพัดอีก 8 หมื่นล้าน โบรกฯ คาดดัน GDP โตอีก 0.3%
FETCO เผยผลสำรวจนักลงทุนเชื่อมั่นหุ้นไทย “ร้อนแรง” ชี้กองทุน-ต่างชาติ สนใจ “หุ้นคอมเมิร์ซ”
FETCO เผยผลสำรวจนักลงทุนเชื่อมั่นหุ้นไทย “ร้อนแรง” ชี้กองทุน-ต่างชาติ สนใจ “หุ้นคอมเมิร์ซ”
รับมืออย่างไร เมื่อเจอเหตุการณ์ไม่คาดฝัน
เสริมศักดิ์ วงศ์สิทธิโชค ผู้ช่วยกรรมการผู้อำนวยการ ฝ่ายค้าตราสารการเงิน บริษัทหลักทรัพย์ บัวหลวง จำกัด (มหาชน) ให้ความเห็นกับ “Thairath Money” ว่า เมื่อหุ้นกู้มีสัญญาณผิดปกติ เช่น งบล่าช้า ผู้บริหารลาออก หรือมีข่าวลือต่างๆ นักลงทุนควรควรตรวจสอบข้อเท็จจริงจากแหล่งข่าวเช่น ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) , สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) หรือสถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือก่อน

หากออกมาในเชิงลบต้องมาประเมิน เช่น สถานะทางการเงิน อันดับความน่าเชื่อถือ หากถูกปรับด้านมุมมอง หรือถูกปรับอันดับความน่าเชื่อถือ แต่ยังไม่ถึงขั้นมีโอกาสผิดนัดชำระ ก็อาจจะพิจารณาถือได้

ทั้งนี้ หากหุ้นกู้เริ่มผิดนัดชำระ ผู้ถือหุ้นกู้ ควนดำเนินการติดต่อผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้ เพื่อเป็นผู้ติดตามดูแลสิทธิ์ของผู้ถือหุ้นกู้ และสอบถามแนวทางการดำเนินการเช่นการประชุมผู้ถือหุ้นกู้ หรืออาจติดต่อบริษัทผู้ออกหุ้นกู้ถือสาเหตุการผิดนัดชำระ และแนวทางการแก้ปัญหา

ไทยรัฐยานยนต์ EP 1 _ ขับกระบะตะลุยเมืองกรุง เข้าซอยแคบ ขึ้นที่จอดรถสุดหวาดเสี (1)
ไทยรัฐยานยนต์ EP 1 _ ขับกระบะตะลุยเมืองกรุง เข้าซอยแคบ ขึ้นที่จอดรถสุดหวาดเสี (1)ไทยรัฐยานยนต์ EP 1 _ ขับกระบะตะลุยเมืองกรุง เข้าซอยแคบ ขึ้นที่จอดรถสุดหวาดเสี (1)

หากผู้ลงทุนเจอเหตุการณ์หรือกรณีอย่าง STARK หรือ JKN ผู้ถือหุ้นกู้ควรติดตามประกาศอย่างใกล้ชิด จาก ก.ล.ต. ตลาดหลักทรัพย์ และบริษัทผู้ออก ว่ากระบวนการขั้นตอนเป็นอย่างไร

นอกจากนี้ ให้พิจารณาแผนการฟื้นฟูกิจการ หรือจะดำเนินคดี โดยแนะนำให้ติดตามผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้เพื่อสอบถามความคืบหน้า อย่างไรก็ตาม การติดตามขั้นตอนการฟื้นฟูซึ่งอาจจะใช้เวลานานพอควร

เสริมศักดิ์ ยังให้มุมมองอีกว่า บริษัทที่ผิดนัดชำระจะมีจำนวนหนึ่งที่กลับตัวมีแผนฟื้นตัวได้ แต่กับบริษัทขนาดเล็กๆ มีโอกาสทีจะผิดนัดชำระและล้มละลายได้

แจก คาถา 4 ข้อ ก่อนตัดสินใจซื้อหุ้นกู้
“เลือกบริษัทใหญ่ ได้อันดับเครดิตดี มีกระแสเงินสดสูง กระจายความเสี่ยงการลงทุน”

เสริมศักดิ์ ให้คำแนะนำว่า ก่อนลงทุนหุ้นกู้ให้เริ่มจากการพิจารณาผู้ออก เป็นบริษัทที่นักลงทุนรู้จักหรือไม่ เพราะการลงทุนหุ้นกู้ผู้ลงทุนเปรียบเสมือนเป็นผู้ปล่อยกู้

หากไม่รู้จักบริษัทเลยอาจจะเป็นความเสี่ยงในการลงทุน ควรรู้จักธุรกิจ ผู้บริหาร เจ้าของ ผลประกอบการ มีประวัติการเปิดเผยข้อมูลที่โปร่งใส มีธรรมาภิบาล และควรเป็นผู้นำหรือเป็นบริษัทขนาดใหญ่ เพื่อให้มีความมั่นใจในการลงทุน

ต่อมาพิจารณาอันดับความน่าเชื่อถือของผู้ออก ควรพิจารณาอันดับความน่าเชื่อถือระดับ Investment grade ขึ้นไป (ตั้งแต่ BBB-BBB+ ขึ้นไป) จากสถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือ เพื่อให้มั่นใจในการลงทุน และถ้านักลงทุนยังไม่มีความชำนาญ ควรหลีกเลี่ยง non investment grade หรือหุ้นกู้ High yield ซึ่งมีความเสี่ยงสูง

นอกจากนี้ ต้องพิจารณาสภาพคล่องของผู้ลงทุนด้วย แม้ว่าหุ้นกู้จะสามารถซื้อขายได้ในตลาดรอง แต่การถือจนครบอายุจะช่วยให้ได้ผลตอบแทนตามที่ต้องการได้ ดังนั้น หากผู้ลงทุนต้องการสภาพคล่องก็ไม่ควรจะลงหุ้นกู้อายุยาวมาก และทำการกระจายการลงทุนที่เหมาะสมด้วย

ศาลสั่งออกหมายจับ “แอน จักรพงษ์”
ล่าสุดวันที่ 25 พ.ย. 2568 ศาลแขวงพระนครใต้ ได้นัดฟังคำพิพากษาคดีหมายเลขดำที่ อ.1440/2566 ในข้อหาร่วมกันฉ้อโกงที่มี นายจักรพงษ์ จักราจุฑาธิบดิ์ (จำเลยที่ 2) หรือ "แอน จักรพงษ์" ถูกฟ้องร่วมกับบริษัท เจเคเอ็น โกลบอล กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) (จำเลยที่ 1)

อย่างไรก็ตาม เมื่อถึงเวลานัด "แอน จักรพงษ์" ไม่ได้เดินทางมาศาลและไม่ได้แจ้งเหตุขัดข้องใดๆ ศาลพิจารณาจากพฤติการณ์นี้แล้วเห็นว่าเป็นการจงใจหลบหนี จึงมีคำสั่งให้ออกหมายจับจำเลยที่ 2 เพื่อนำตัวมาฟังคำพิพากษาต่อไป พร้อมทั้งกำหนดนัดฟังคำพิพากษาใหม่อีกครั้งในวันที่ 26 ธ.ค. 2568

นอกจากคำสั่งออกหมายจับจำเลยที่ 2 แล้ว ศาลยังได้พิจารณาโทษต่อนายประกันด้วย เนื่องจากไม่สามารถนำตัวจำเลยมาส่งศาลได้ตามกำหนดนัด จึงมีคำสั่งให้ปรับนายประกันเต็มตามสัญญาประกันภายใน 15 วัน

เหตุการณ์นี้ยิ่งตอกย้ำถึงความไม่แน่นอนและสร้างแรงสั่นสะเทือนครั้งใหม่ต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุนในตลาดทุน โดยเฉพาะผู้ถือหุ้นกู้ที่กำลังติดตามสถานการณ์ของบริษัทอย่างใกล้ชิด

ที่มา https://www.thairath.co.th/money/investment/capital_market/2897887

ความจริงของคนไทยวันนี้ "เงินเดือนลด" แต่ค่าใช้จ่ายเพิ่มทุกปี 1 ใน 3 ครัวเรือนไทยยังไม่พ้นวงจรหนี้เหมือนว่าวิธีเอาตัวรอดใ...
22/12/2025

ความจริงของคนไทยวันนี้ "เงินเดือนลด" แต่ค่าใช้จ่ายเพิ่มทุกปี 1 ใน 3 ครัวเรือนไทยยังไม่พ้นวงจรหนี้

เหมือนว่าวิธีเอาตัวรอดในยุคนี้ ไม่ได้อยู่ที่การ “ประหยัดให้สุด” อีกต่อไป แต่คือการ “หาเงินเพิ่ม” ควบคู่กับ “ลดหนี้เสี่ยง” ให้เร็วที่สุดด้วย เพราะหลายปัจจัยกำลังกดดันรายได้ของคนไทย จนเกิดช่องว่างระหว่างรายได้ และ รายจ่ายกว้างขึ้นเรื่อย ๆ

หลังจากเทรนด์ ลดคน - ลดชั่วโมงทำงาน ในภาคธุรกิจไทยเริ่มเด่นชัดจากภาวะเศรษฐกิจที่โตต่ำต่อเนื่อง อัตราการว่างงานในระบบประกันสังคม ม.33 และ ม.39 สูงขึ้นตั้งแต่ต้นปี 2568 โดยเฉพาะกลุ่มอายุน้อยที่จบปริญญาตรีขึ้นไป ซึ่งมีสัดส่วนว่างงานพุ่งขึ้น มาอยู่ที่ 18.9%

ข้อมูลจาก สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สภาพัฒน์) ล่าสุด ยังสะท้อนภาพเดียวกัน ว่าปัจจุบันมีผู้ว่างงานสูงถึง 310,000 คน

ขณะที่ค่าจ้างเฉลี่ยของอาชีพอิสระในไตรมาส 3/2568 ลดลงถึง 2.9% ส่งผลให้ค่าจ้างแรงงานโดยรวมลดลง และยิ่งบีบความสามารถในการใช้จ่ายของประชาชน

Recommended
10 วิธีใช้เงินอย่างฉลาด เคล็ดลับออมเงิน ลงทุน และวางแผนการเงินสำหรับคนทำงาน
10 วิธีใช้เงินอย่างฉลาด เคล็ดลับออมเงิน ลงทุน และวางแผนการเงินสำหรับคนทำงาน
ไขกลยุทธ์คนรวย ทำไม“เศรษฐี”ถึงชอบบริจาคเงิน ให้กับ รพ. หรือ นี่คือวิธีจัดการความเสี่ยงที่ฉลาดกว่า
ไขกลยุทธ์คนรวย ทำไม“เศรษฐี”ถึงชอบบริจาคเงิน ให้กับ รพ. หรือ นี่คือวิธีจัดการความเสี่ยงที่ฉลาดกว่า
"โครงการ AMC" เริ่ม 5 ม.ค. ปีหน้า ถ้าแก้หนี้เสีย-จ่ายครบ ล้างประวัติในเครดิตบูโรได้ง่ายขึ้น
"โครงการ AMC" เริ่ม 5 ม.ค. ปีหน้า ถ้าแก้หนี้เสีย-จ่ายครบ ล้างประวัติในเครดิตบูโรได้ง่ายขึ้น
โสดอย่างมีคุณภาพ อย่าลืมวางแผนการเงินกับ 3 ความเสี่ยงที่ห้าม "มองข้าม" พร้อมจัดพอร์ตเพื่อวัยเกษียณ
โสดอย่างมีคุณภาพ อย่าลืมวางแผนการเงินกับ 3 ความเสี่ยงที่ห้าม "มองข้าม" พร้อมจัดพอร์ตเพื่อวัยเกษียณ
สอดคล้องกับรายงานของ SCB EIC (ธนาคารไทยพาณิชย์) ในหัวข้อ “ซื้อง่าย จ่ายไหวไหม?” ที่สะท้อนปัญหา รายได้ลด - รายจ่ายสูง และภาระหนี้ที่หนักขึ้นของคนไทยอย่างชัดเจน

จากการสำรวจกลุ่มตัวอย่าง 1,631 คน พบว่า รายได้เฉลี่ยครัวเรือนช่วงครึ่งแรกปี 2568 ลดลงจาก 29,502 บาท/เดือน (ปี 2566) เหลือ 28,151 บาท/เดือน

รายได้ที่ลดลง ทำให้แม้กลุ่มรายได้ปานกลาง - สูง ซึ่งส่วนใหญ่ยังชำระหนี้ได้ปกติ เริ่มมีความกังวลเรื่องภาระหนี้เพิ่มขึ้น และขยับเข้าใกล้ “กลุ่มเสี่ยงผิดนัดชำระ” มากขึ้น ซึ่งอาจส่งผลกดดันต่อการบริโภคในช่วงต่อไป

ในขณะที่กลุ่มรายได้น้อยเผชิญปัญหารุนแรงกว่า ทั้งเข้าไม่ถึงสินเชื่อ และ เข้าถึงมาตรการช่วยแก้หนี้ได้น้อยกว่า เนื่องจาก “ไม่เข้าเงื่อนไข”ตัวเลขชี้ชัดว่า

คนกลุ่มรายได้น้อยกว่า 15,000 บาท กว่า 60% มีปัญหาเข้าถึงสินเชื่อ (เกือบครึ่งไม่สามารถกู้ได้เลย)
กลุ่มรายได้ 15,000 - 30,000 บาท กว่า 40% เข้าถึงสินเชื่อลำบาก (1 ใน 3 กู้ไม่ได้)
ADVERTISEMENT

ผู้ที่เข้าถึงสินเชื่อยากเหล่านี้ ส่วนใหญ่ยังเข้าไม่ถึงมาตรการช่วยเหลือจากรัฐหรือสถาบันการเงิน เพราะ ไม่เข้าเกณฑ์, ขั้นตอนซับซ้อน หรือไม่รู้ว่าจะเริ่มอย่างไร

ในระยะปานกลาง SCB EIC ประเมินว่า 1 ใน 3 ของครัวเรือนไทยที่มีหนี้ จะยังหลุดพ้นจากปัญหา “รายได้ไม่พอรายจ่าย” ไม่ได้ โดยเฉพาะกลุ่มที่มีความเสี่ยงสูง ได้แก่

ครัวเรือนรายได้ น้อยกว่า 30,000 บาท/เดือน เสี่ยงสูงมากที่จะไม่ฟื้นตัวใน 5 ปีข้างหน้า ราว 3 ล้านครัวเรือน
ครัวเรือนที่ทำกิจการเอง (มีลูกจ้าง) กลายเป็นกลุ่มเสี่ยงฟื้นตัวยากที่สุด
อาชีพอิสระในภาคบริการ - อุตสาหกรรม รายได้ต่ำและฟื้นตัวช้า
จะเห็นได้ว่า ปัญหาเหล่านี้ยิ่งชัดเจนขึ้นในบริบทเศรษฐกิจไทยปัจจุบัน หนี้ครัวเรือนสูงแก้ยาก, เศรษฐกิจโตช้า, รายได้เพิ่มไม่ทันรายจ่าย และ “หนี้นอกระบบ” ที่ยังไม่มีแนวโน้มถูกจัดการจริงจัง

ทำให้โจทย์ใหญ่ของรัฐบาล คือ การออกแบบมาตรการช่วยเหลือที่ ตรงจุดและเข้าถึงง่ายขึ้น เช่น

การช่วยปรับโครงสร้างหนี้ให้ลูกหนี้รายย่อยยังไม่ครอบคลุมลูกหนี้ NPL ทั้งหมด
NPL ที่กลับมาชำระปกติหลังปรับโครงสร้าง มีเพียง 15% ของ NPL ทั้งหมด เท่านั้น
มาตรการช่วยเหลือส่วนใหญ่กระจุกในกลุ่มเกษตรกร ขณะที่ลูกหนี้นอนแบงก์ได้รับการช่วยเหลือ น้อยมาก และผลสำเร็จต่ำ
ขณะเดียวกัน ในฝั่งลูกหนี้เองก็ต้อง “เปลี่ยนพฤติกรรมการเงิน” ควบคู่กัน ไม่ว่าจะเป็น

วางแผนชำระหนี้อย่างเป็นระบบ
ใช้กลยุทธ์ปิดหนี้ Debt Snowball (จ่ายหนี้ก้อนเล็กที่สุดก่อน ) หรือ Debt Avalanche (เน้นชำระหนี้ที่มีอัตราดอกเบี้ยสูงสุดก่อน)
ตั้งเพดานภาระผ่อนต่อรายได้
เพิ่มรายได้เสริม
และสร้างเงินออมฉุกเฉินเป็นกันชนทางการเงิน

ที่มา https://www.thairath.co.th/money/personal_finance/financial_planning/2897751

แบงก์ชาติประกาศตามหา “เงินเทา”จากการสืบเสาะหาเหตุผลการแข็งค่าของเงินบาทในช่วงเดือน ก.ย.ที่ผ่านมา คณะกรรมการร่วมภาคเอกชน ...
21/12/2025

แบงก์ชาติประกาศตามหา “เงินเทา”

จากการสืบเสาะหาเหตุผลการแข็งค่าของเงินบาทในช่วงเดือน ก.ย.ที่ผ่านมา คณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) ได้ตั้งข้อสังเกตถึง “การส่งออกทองคำจากไทยไปกัมพูชาจำนวนมากผิดปกติ” และตั้งข้อสงสัยว่า “ทองคำ” เหล่านี้ น่าจะเป็นคำสั่งซื้อของกลุ่มบรรดาทุนสีเทาที่ต้องการฟอกขาว “เงินเทา” ที่ได้มาด้วยการซื้อ “ทองคำ”

และเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมาการแถลงข่าวการตั้งคณะทำงาน Zero Corruption : กกร.และเพื่อนไม่ทน ยังระบุว่า หากปล่อยให้เกิดการคอร์รัปชันอย่างต่อเนื่อง ประเทศไทยจะกลายเป็นหนึ่งในฐานฟอกเงินใหญ่ที่สุดในภูมิภาค หรืออาจติดระดับโลก รวมทั้งตั้งข้อสังเกตถึงธุรกิจสีเทาจำนวนมากที่ตั้งอยู่ในประเทศไทย

ทำให้มีเสียงเรียกร้องให้รัฐแก้ไขปัญหา “ธุรกิจสีเทา” ทั้งการปราบเว็บพนันออนไลน์ แก๊งสแกมเมอร์ แก๊งคอลเซ็นเตอร์อย่างเร่งด่วน และมักมีข้อความฝากถึงแบงก์ชาติให้เร่งตามรอยเส้นทางเงินเทาๆที่ไม่อาจระบุที่มา ติดตามบัญชีต้องสงสัย เพื่อเชื่อมโยงไปยัง เครือข่ายทุนสีเทาที่ซ่อนตัวอยู่ในระบบเศรษฐกิจ

ล่าสุด เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ธปท.ได้พยายามแก้ปัญหาดังกล่าว โดยระบุว่าตั้งแต่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ได้สั่งให้แบงก์พาณิชย์ส่งรายงานธุรกรรมการเงินต้องสงสัย เช่น การโอนเงินเกินกว่า 500,000 บาทต่อบัญชี ธุรกรรมเงินสด หรือการฝากเงินเข้าบัญชี เกิน 2 ล้านบาท ธปท.ก็ไม่ได้รับรายงานเหล่านี้ แต่เพื่อให้ติดตามเส้นเงินสีเทาต้องสงสัยได้มากขึ้น

Recommended
เศรษฐกิจไทยในจังหวะหัวเลี้ยวหัวต่อ 3 ผู้บริหารสะท้อนภาพประสบการณ์ตรงในสนาม
เศรษฐกิจไทยในจังหวะหัวเลี้ยวหัวต่อ 3 ผู้บริหารสะท้อนภาพประสบการณ์ตรงในสนาม
ขีดความสามารถการแข่งขันด้านดิจิทัลของไทยร่วงต่อ สิงคโปร์ร่วงตาม
ขีดความสามารถการแข่งขันด้านดิจิทัลของไทยร่วงต่อ สิงคโปร์ร่วงตาม
ระวัง! อีเมลหลอกลงทุน
ระวัง! อีเมลหลอกลงทุน
เมืองไทยประกันชีวิตลุยปรับพอร์ต
เมืองไทยประกันชีวิตลุยปรับพอร์ต
ผู้ว่าการแบงก์ชาติ “วิทัย รัตนากร” กล่าวว่า “ธปท.จะกลับมาเข้มงวดการรายงานข้อมูลการโอนเงินที่ผิดปกติ โดยออกกฎเกณฑ์การกำกับสถาบันการเงินเพิ่มเติมให้ธนาคารพาณิชย์กลับมารายงานธุรกรรมที่ต้องสงสัยมาให้ ธปท.เพื่อใช้ดำเนินการเป็นกรณีพิเศษ เช่น กรณีมีเงินก้อนใหญ่ถูกโอนเข้าและออกจากบัญชีเกือบจะทันที หรือบัญชีที่ปรากฏอยู่บนเว็บไซต์พนันออนไลน์”

ADVERTISEMENT

ธปท.ยังเตรียมออกหลักเกณฑ์ยกระดับการทำความรู้จักลูกค้า (KYC/CDD) ของธนาคารพาณิชย์และสถาบันการเงินเฉพาะกิจให้เข้มข้นขึ้น ยกระดับการกำกับผู้ให้บริการ e-Wallet และ Money Transfer Agent ให้เทียบเท่าธนาคารพาณิชย์ ซึ่งต้องมีระบบการตรวจจับและรายงานบัญชีต้องสงสัยอย่างเข้มข้นรวดเร็ว ขณะที่ผู้ให้บริการแลกเงินตราต่างประเทศก็ต้องเพิ่มศักยภาพการตรวจสอบธุรกรรมผิดปกติ และมาตรฐานการให้บริการลูกค้า ให้ตามหารอยได้ง่ายขึ้นด้วย และหากเป็นไปได้อาจจะให้สถาบันการเงินหน่วงเงิน ไปจนถึงอายัดบัญชีในลักษณะใกล้เคียงกับบัญชีม้า

ส่วนการตามหา “เงินเทา” ในการซื้อขายทองคำนั้น ธปท.กำลังหาหนทางที่จะมีข้อมูลธุรกรรมซื้อขายทองคำต่างประเทศ เช่น การซื้อขายทองคำระหว่างต่างประเทศด้วยกันเอง การทำธุรกรรมแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศเพื่อซื้อขายทองคำ ผ่านบริษัทในเครือของบริษัทไทยที่ตั้งในต่างประเทศ รวมทั้งการซื้อขายทองคำด้วยเงินคริปโต จากที่รู้ข้อมูลแค่การซื้อขายทองคำในต่างประเทศผ่านธนาคารในไทย โดยเฉพาะเมื่อการซื้อขายทองคำทำผ่านแอปพลิเคชันมากขึ้นๆ

ทั้งหมดนี้ “ไม่ง่าย แต่ต้องหาทางที่จะทำ” และหากทำได้บางส่วนก็ถือว่าดีกว่า “วางเฉย “ปล่อยให้ระบบเศรษฐกิจไทยกลายเป็นฐาน “ฟอกขาวให้เงินเทา” ทั่วโลก.

ที่มา https://www.thairath.co.th/money/economics/thai_economics/2897573

บทเรียนราคาแพง 400 ล้าน! สู่ 3 กฎเหล็กการเงินที่ต้องรู้ กู้นอกระบบ-ธุรกิจเกินตัว-หนี้กับคู่ชีวิตจากข่าวลือประเด็นร้อนของ...
20/12/2025

บทเรียนราคาแพง 400 ล้าน! สู่ 3 กฎเหล็กการเงินที่ต้องรู้ กู้นอกระบบ-ธุรกิจเกินตัว-หนี้กับคู่ชีวิต

จากข่าวลือประเด็นร้อนของดาราอักษรย่อ “น.” ว่าชวนเพื่อนลงทุนแล้วมีหนี้รวมกว่า 400 ล้านบาท ล่าสุดทาง “นานา - ไรบีนา อินทชัย” ออกมายอมรับด้วยตัวเองว่าเป็นคนในข่าว และต้นตอปัญหาไม่ได้มาจากการพนัน แต่มาจากการทำธุรกิจที่เกินตัว

แม้ นานา จะออกมาแถลงผ่านไลฟ์สดหลายครั้งเพื่ออธิบายสถานการณ์ต่างๆ ทว่าหลายคนยังมีข้อสงสัยกับเรื่องเหล่านี้ ว่า ถ้าเกิดกับตนเองต้องรับมือยังไงดี

“กู้ดอกเบี้ย 48% ต่อปี” เจ้าหนี้-ลูกหนี้ต้องรู้เรื่องอะไร?
ยอดหนี้รวมดอกเบี้ยกว่า 400 ล้านบาท หลายคนอาจสงสัยว่า “ใช้เวลานานเท่าไร” หนี้ถึงพอกพูนมาถึงจุดนี้ แต่พอ นานา - ไรบีนา เล่าว่าเธอยืมเงินจากเพื่อนๆ และพยายามจ่ายคืนหนี้ด้วยอัตราดอกเบี้ย 4% ต่อเดือน หรือคิดเป็น 48% ต่อปี ก็ทำให้เห็นภาพว่าหนี้โตมาถึงหลักร้อยล้านได้อย่างไร

Recommended
กรุงเทพฯ แพงจัง! ถึงค่าแรงปรับขึ้นบ้าง แต่รายจ่าย-ค่าครองชีพ “สูงกว่า” เงิน 400 บาท/วัน พอไหม?
กรุงเทพฯ แพงจัง! ถึงค่าแรงปรับขึ้นบ้าง แต่รายจ่าย-ค่าครองชีพ “สูงกว่า” เงิน 400 บาท/วัน พอไหม?
กู้ไม่ผ่าน-หนี้ท่วม-รายได้ไม่มั่นคง เหตุผล ที่คนไทยไม่มี “บ้าน” ร้องรัฐฟื้นสินเชื่อบ้านหลังแรก
กู้ไม่ผ่าน-หนี้ท่วม-รายได้ไม่มั่นคง เหตุผล ที่คนไทยไม่มี “บ้าน” ร้องรัฐฟื้นสินเชื่อบ้านหลังแรก
"สถิติที่ไม่เคยถูกนับ" น้ำท่วมหาดใหญ่ ที่ลึกกว่า 25,000 ล้าน เมื่อความเสียหายถึง "กระเป๋าคนธรรมดา"
"สถิติที่ไม่เคยถูกนับ" น้ำท่วมหาดใหญ่ ที่ลึกกว่า 25,000 ล้าน เมื่อความเสียหายถึง "กระเป๋าคนธรรมดา"
ไขกลยุทธ์คนรวย ทำไม“เศรษฐี”ถึงชอบบริจาคเงิน ให้กับ รพ. หรือ นี่คือวิธีจัดการความเสี่ยงที่ฉลาดกว่า
ไขกลยุทธ์คนรวย ทำไม“เศรษฐี”ถึงชอบบริจาคเงิน ให้กับ รพ. หรือ นี่คือวิธีจัดการความเสี่ยงที่ฉลาดกว่า
แต่อย่างที่ทุกคนรู้กันดี ไม่ว่าจะการกู้ยืมกันเองกับเพื่อน หรือกู้หนี้นอกระบบ กฎหมายกำหนดไว้ว่า อัตราดอกเบี้ยต้องไม่เกิน 15% ต่อปี หรือ 1.25% ต่อเดือน ถ้าใครคิดเกิน 15% ต่อปีก็จะถือว่าฝ่าฝืนพระราชบัญญัติห้ามเรียกดอกเบี้ยเกินอัตรา พ.ศ. 2475 “ดอกเบี้ย” ที่เกินจาก 15% แรกมาก็จะเป็นโมฆะไป (ตัวอย่างจาก คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 96/2563)

ในฐานะลูกหนี้ ถ้าใครต้องเจอเจ้าหนี้ดอกเบี้ยโหด ไม่ว่าจะกู้รายเดือน รายปี หรือรายวัน ต้องรีบแก้ไข เรามีคำแนะนำจากสภาองค์กรของผู้บริโภคกล่าวว่า 4 ขั้นตอนเพื่อรับมือปัญหานี้ คือ
1. หยุดจ่ายเงินก่อน
2. ตรวจสอบยอดหนี้ หากดอกเบี้ยเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด ให้หยุดจ่าย
3. รวบรวมหลักฐานการกู้เพื่อไปแจ้งความ เช่น ข้อความแชต, ชื่อแอปฯ สลิป, รายการเดินบัญชีตั้งแต่กู้เงินมา
4. ลบแอปฯ กู้เงินออกทั้งหมด ป้องกันโดนรีดเงินเพิ่ม

ฝั่งเจ้าหนี้เองต้องคิดให้รอบด้านเช่นกัน เพราะการให้กู้ยืมดอกเบี้ยเกิน 15% ต่อปี เป็นความผิดทางอาญาอีกด้วย แม้ในไทยจะมีคนหัวหมอที่ระบุ “ดอกเบี้ยส่วนเกิน” ในชื่ออื่นๆ เช่น ค่าธรรมเนียมเรียกใช้วงเงิน ฯลฯ แต่ศาลก็อาจพิจารณาว่าเป็นการเรียกเก็บอัตราดอกเบี้ยเกินอัตราเช่นกัน

อยากเติบโต แต่ต้องไม่ทำ “ธุรกิจเกินตัว”
อีกหนึ่งเรื่องที่หลายคนโฟกัสคือ การทำธุรกิจของเหล่าดารา ที่ดูจะเติบโตเร็ว แต่นี่อาจเป็นกับดักถ้าเราไม่วางแผนให้ดี โดยเฉพาะเรื่องเงินว่าจะบริหารยังไงให้ธุรกิจไปรอด และไม่สร้าง “หนี้มหาศาล” ตามมา ดังนั้นเราอยากจะชวนคิดใน 4 เรื่องสำหรับคนที่กำลังเริ่มหรือมีธุรกิจเป็นของตัวเอง

1. “กำไร” เป็นสิ่งสำคัญ แต่ “กระแสเงินสด” สำคัญกว่า: อย่าดูแค่ตัวเลขกำไรทางบัญชี แต่ต้องบริหารเงินสดให้พอจ่ายค่าของ ค่าแรง และหนี้สิน สิ่งสำคัญคือ “ห้ามใช้เงินปนกัน” อย่าดึงเงินร้านไปใช้ส่วนตัว เช่น ไปจ่ายค่าเทอมลูก เพราะอาจส่งผลถึงสภาพคล่องของธุรกิจ จึงควรแยกบัญชีส่วนตัวออกจากบัญชีธุรกิจให้ชัดเจน

2. ไม่ทำบัญชี 2 เล่ม เพื่อให้เห็นภาพรวมที่แท้จริง: พื้นฐานของธุรกิจต้องทำบัญชีรายรับ-รายจ่ายอยู่เสมอ ในทุกยอดการใช้จ่ายเพื่อให้รู้สถานะการเงินของเรา แต่ที่สำคัญกว่าคือ ไม่ทำบัญชี 2 เล่ม (เล่มนึงไว้ยื่นกรมสรรพากร, เล่มนึงไว้ดูเอง) เพราะนี่อาจเป็นช่องโหว่ให้เกิดการรั่วไหลของเงินก็เป็นได้

3. แบ่งเงินสำรอง ไว้รับมือทุกเรื่อง: เมื่อมีกำไรควรแบ่งเงินส่วนหนึ่งเป็น “เงินทุนสำรอง” เพราะการทำธุรกิจต้องเตรียมเงินสำหรับขยับขยาย ไปจนถึง ถ้าเจอเรื่องไม่คาดคิดก็สามารถใช้แก้ปัญหาเฉพาะหน้าได้ดีกว่า ถึงวันที่เดือดร้อนขึ้นมาแต่ไม่มีเงิน เราอาจต้องกู้ยืมดอกเบี้ยสูง และกลายมาเป็นภาระทีหลัง

4. ธุรกิจจะดี เจ้าของต้องมีเงินอย่างมั่นคง: มีสักกี่คนที่ธุรกิจดี แต่ชีวิตการเงินส่วนตัวไม่ดี? ดังนั้น เมื่อเราขีดเส้นเงินส่วนตัวกับธุรกิจอย่างชัดเจน ก็ควรบริหารการเงินส่วนตัวไว้ด้วยเพราะเป้าหมายของเงินก้อนนี้จะต่างจากธุรกิจ เราต้องวางแผนถึงคนที่เรารัก เราอาจกันเงินส่วนหนึ่งไว้ซื้อประกันภัย หรือวางแผนเกษียณส่วนตัวไว้

ภรรยามีหนี้จากการยืมเงิน สามีต้องร่วมจ่ายไหม?
เรื่องของ “หนี้สิน” หลายคนอาจสงสัยว่าเมื่อ นานามีหนี้ก้อนโตที่เกิดจากการกู้ยืมนั้น สามีอย่าง เวย์ ไทเทเนียม หรือ ปริญญา อินทชัย จะต้องรับผิดชอบหนี้ส่วนนี้ด้วยไหม? แม้เราจะไม่มีรายละเอียดในเรื่องนี้ แต่ Thairath Money อยากชวนมาเข้าใจพื้นฐานกฎหมายเรื่องสินสมรสตามบริบทของไทยกัน

อย่างแรก เมื่อแต่งงานจดทะเบียนกันแล้ว ทรัพย์สมบัติที่เกิดขึ้นหลังแต่งงาน เช่น เงินเดือน เงินบำนาญ เงินค่าเช่าจากทรัพย์สินที่มีอยู่ ฯลฯ ก็ต้องแชร์กัน รวมไปถึงขา “หนี้” ก็ต้องรับผิดชอบร่วมกันด้วย

ข้อมูลจากสำนักงานกิจการยุติธรรม แจกแจงไว้ว่า การเป็นลูกหนี้ร่วมกันของคู่สมรส เกิดได้จากหลายกรณี เช่น
- หนี้เกี่ยวกับการจัดการบ้านเรือน
- หนี้จากการรักษาคนในครอบครัว
- หนี้ที่เกี่ยวกับสินสมรส
- หนี้จากการอุปการะเลี้ยงดู
- หนี้ที่เกิดขึ้นจากงานที่ทำด้วยกัน
- ฯลฯ
นอกจากนี้ แม้จะเป็นหนี้ของสามี หรือภรรยา คนใดคนหนึ่ง แต่ถ้าอีกฝ่ายเห็นชอบ ก็ถือเป็นหนี้ที่ต้องร่วมกันรับผิดชอบ ซึ่งหลายเคสการกู้ยืมจะต้องได้รับความยินยอมเป็นหนังสือจากอีกฝ่าย เช่น ให้เช่าอสังหาริมทรัพย์, กู้ยืมเงิน เป็นต้น

ทั้ง 3 เรื่องนี้ เป็นกฎเหล็กเรื่องเงินที่ใกล้ตัวเราทุกคน แม้ว่าเราอาจผิดพลาดไปบ้าง แต่การ “ยอมรับความจริง” และ “แสดงความรับผิดชอบ” อาจเป็นทางออกที่ช่วยให้ทุกคนเดินหน้าต่อไปได้ เพราะการมีหนี้สินไม่ใช่จุดจบของชีวิต แต่อาจเป็นจุดเปลี่ยนให้เราได้กลับมาทบทวนข้อผิดพลาด เพื่อเริ่มต้นใหม่ได้อย่างมั่นคงกว่าเดิม

ที่มา https://www.thairath.co.th/money/personal_finance/financial_planning/2897665

เที่ยวแบบมีหนี้! ผลสำรวจเผยคนสหรัฐฯ ใช้จ่ายเยอะ 31% ยังจ่ายหนี้บัตรเครดิตจากการเที่ยวปีก่อนไม่หมดเมื่อเข้าสู่ช่วงปลายปี ...
19/12/2025

เที่ยวแบบมีหนี้! ผลสำรวจเผยคนสหรัฐฯ ใช้จ่ายเยอะ 31% ยังจ่ายหนี้บัตรเครดิตจากการเที่ยวปีก่อนไม่หมด

เมื่อเข้าสู่ช่วงปลายปี หลายคนเริ่มวางแผนเดินทางไปพักผ่อนกับเพื่อน ครอบครัว หรือคนรัก ไม่ว่าจะเป็นการออกทริปเก็บเกี่ยวประสบการณ์ใหม่ หรือเดินทางเพื่อกลับบ้านไปเจอคนทางไกลที่รอเราอยู่ ซึ่งสิ่งที่ตามมานั้นไม่ใช่แค่ความรู้สึก “ใจฟู” แต่อาจนำมาซึ่ง “กระเป๋าเงินที่ฟีบ” ได้เช่นกัน เพราะระหว่างเดินทางนั้นเราต้องใช้ “เงิน” เป็นตัวขับเคลื่อนให้ไปจนถึงปลายทาง

ค่าใช้จ่ายท่องเที่ยวแพง คนเลือกประหยัด แต่ยังไป
สำหรับชาวอเมริกันจำนวนมาก ช่วงวันหยุดเทศกาลคือการสานสัมพันธ์กับครอบครัวและเพื่อนฝูง ไม่ใช่แค่การเฉลิมฉลอง แต่ในอีกมุมหนึ่ง ดูเหมือนว่าการรวมญาติเหล่านั้นต้องแลกมาด้วยค่าใช้จ่ายที่สูงลิ่วด้วย

ผลสำรวจของ The Harris Poll for NerdWallet ชี้ให้เห็นตัวเลขที่น่าสนใจว่า ในสหรัฐอเมริกามีชาวอเมริกันถึง 45% ที่เตรียมควักกระเป๋าจ่ายค่าเดินทางและโรงแรมในช่วงเทศกาล เฉลี่ยแล้วตกคนละ 2,586 ดอลลาร์สหรัฐ (ราว 84,000 บาท/คน) ซึ่งเมื่อรวมยอดการใช้จ่ายทั้งหมดที่เกิดขึ้นจากการท่องเที่ยวในช่วงเทศกาลแล้วนั้น จะมีมูลค่ามหาศาลแตะระดับ 3.11 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 10 ล้านล้านบาท)

Recommended
น้ำท่วม “บ้าน-รถ” เคลมประกันได้ไหม? อยากได้เงินไวต้องยื่นเอกสารยังไง
น้ำท่วม “บ้าน-รถ” เคลมประกันได้ไหม? อยากได้เงินไวต้องยื่นเอกสารยังไง
เมื่อลูกโตเป็นผู้ใหญ่ แต่พ่อแม่ยังต้องให้เงินช่วยเหลือ ถ้าอยากเริ่มสอน "การเงิน" ต้องคุยอย่างไร
เมื่อลูกโตเป็นผู้ใหญ่ แต่พ่อแม่ยังต้องให้เงินช่วยเหลือ ถ้าอยากเริ่มสอน "การเงิน" ต้องคุยอย่างไร
ไขกลยุทธ์คนรวย ทำไม“เศรษฐี”ถึงชอบบริจาคเงิน ให้กับ รพ. หรือ นี่คือวิธีจัดการความเสี่ยงที่ฉลาดกว่า
ไขกลยุทธ์คนรวย ทำไม“เศรษฐี”ถึงชอบบริจาคเงิน ให้กับ รพ. หรือ นี่คือวิธีจัดการความเสี่ยงที่ฉลาดกว่า
สรุปมาตรการธนาคารช่วยน้ำท่วมภาคใต้ “พักชำระหนี้-ลดดอกเบี้ย-ให้กู้ซ่อมบ้าน”
สรุปมาตรการธนาคารช่วยน้ำท่วมภาคใต้ “พักชำระหนี้-ลดดอกเบี้ย-ให้กู้ซ่อมบ้าน”
แม้ต้นทุนของการออกไปเที่ยวจะมีราคาที่สูง แต่หลายคนก็ยังยืนยันที่จะออกเดินทาง และพยายามหาวิธีที่จะประหยัดเงินไปพร้อมกับออกทริปเที่ยว เพราะนักเดินทางในปีนี้ไม่ยอมให้รายจ่ายมาหยุดการเที่ยวของพวกเขา สอดคล้องกับข้อมูลจากชุดเดียวกันมีการระบุว่า 91% ของผู้ตอบแบบสอบถามกำลังใช้กลยุทธ์เพื่อประหยัดเงิน อาทิ

เลือกบินในวันที่คนเดินทางน้อย (30%)
เลือกพักกับญาติหรือเพื่อนแทนการจองโรงแรม (26%)
การใช้คะแนนสะสมหรือรางวัลเพื่อลดค่าใช้จ่าย (25%)
ADVERTISEMENT

นอกจากนี้ เทคโนโลยีก็กำลังเข้ามามีบทบาทมากขึ้นในการควบคุมงบประมาณการท่องเที่ยว โดยเกือบ 29% ของผู้ตอบแบบสำรวจ ระบุว่า พวกเขามีแผนจะใช้เครื่องมือ AI เพื่อช่วยวางแผนและจัดทำงบประมาณการเดินทาง และ 16% จะใช้แอปพลิเคชันเพื่อค้นหาดีลต่าง ๆ เพื่อประหยัดค่าใช้จ่าย

ในขณะเดียวกัน ข้อมูลจากผลสำรวจก็ยังมีสิ่งที่น่ากังวลอยู่เช่นกัน คือ 31% ของคนที่รูดบัตรเครดิตเพื่อเที่ยวช่วงวันหยุดในปีก่อน (ปี 2024) ยังคงชำระหนี้ก้อนนั้นไม่หมด และอีก 17% ยอมรับว่ายังมีหนี้สะสมค้างคามาจากเทศกาลวันหยุดในหลายฤดูกาลก่อนหน้านี้ด้วย

พฤติกรรมเหล่านี้สะท้อนว่าเหล่านักเดินทางในปัจจุบัน มีการผสมผสานความสะดวกสบายทางดิจิทัลเข้ากับวินัยทางการเงินเพื่อให้ได้แผนการท่องเที่ยวที่ดีที่สุด แต่ทั้งนี้ ตัวเลขหนี้ค้างเก่าและค่าใช้จ่ายเฉลี่ยที่สูงลิ่วที่ผลสำรวจชี้ให้เราเห็นนั้นก็เป็นเครื่องเตือนใจให้ตระหนักว่า การออกเดินทางไม่ควรมีแค่แผนเที่ยว แต่ต้องมี “แผนการเงิน” ติดตัวไปด้วย เพื่อให้การออกทริปนั้นสนุกสนานโดยไม่ต้องกังวลกับภาระหนี้สินในภายหลัง

8 แนวทางการเงินที่ต้องเตรียมก่อนออกทริปช่วงเทศกาล
อ่านมาถึงตรงนี้ หลายคนคงเห็นแล้วว่า “แผนการเงิน” คือสิ่งจำเป็นที่เราต้องเตรียมไปเที่ยวในช่วงเทศกาล เพื่อป้องกันปัญหาหนี้สินหรือค่าใช้จ่ายบานปลาย โดยสิ่งที่ต้องเตรียมพร้อมนั้น มีดังนี้

กำหนดงบเที่ยวให้ชัดเจน ไม่ให้เกินตัว : หลักการสำคัญคือการตั้งงบประมาณไว้เท่าไหร่ ให้ใช้จ่ายอยู่ภายใต้กรอบนั้น เพื่อควบคุมไม่ให้เกิดการใช้จ่ายที่ฟุ่มเฟือย ควรวางแผนและมีสติในการใช้เงินเสมอ
วางแผนล่วงหน้าและรีบจองเพื่อราคาที่คุ้มค่า : เมื่อตั้งงบได้แล้ว ให้เริ่มวางแผนประหยัดตั้งแต่ก่อนเดินทาง ไม่ว่าจะเป็นการจองที่พัก, ตั๋วเดินทาง หรือบริการต่าง ๆ เพราะการจองก่อนมักจะได้ราคาที่ดีกว่า และการวางแผนไว้ล่วงหน้าจะช่วยให้จัดการงบได้ง่ายมากขึ้น
เลือกรูปแบบการเดินทางที่มีโปรโมชัน : แม้ใจเราอยากจะกดจองตั๋วไปเที่ยวทันที แต่จริง ๆ แล้วเราควรรอก่อนเพื่อเปรียบเทียบราคากับเจ้าอื่น ๆ ที่มีโปรโมชันหรือส่วนลด เพราะนี่ช่วยลดค่าใช้จ่ายในการเดินทางให้เบาลงไปได้มาก
เตรียมของใช้ส่วนตัวให้พร้อม : อุปกรณ์และของใช้ส่วนตัวที่จำเป็นต่อชีวิตประจำวัน ควรเตรียมไปให้ครบ หากเราเอาไปเองทั้งหมดก็จะช่วยประหยัดได้เพราะไม่ต้องซื้อใหม่
เปลี่ยนบรรยากาศ พัก Hostel เพื่อประหยัด : แทนที่จะพักในโรงแรมหรูหราซึ่งมีราคาสูง ลองเปลี่ยนมาเลือกที่พักแบบ Hostel สไตล์คนรุ่นใหม่ที่มีราคาถูกลง แถมยังได้พบปะผู้คน และเพิ่มประสบการณ์การท่องเที่ยวให้น่าตื่นเต้นมากขึ้นด้วย
หลีกเลี่ยง High Season ไปช่วง Low Season เพื่อความคุ้มค่า : ควรหลีกเลี่ยงการเดินทางในช่วงที่มีคนจำนวนแห่ไปเที่ยวเยอะ ๆ เพราะค่าเดินทางและที่พักมักจะแพงขึ้น อาจเปลี่ยนไปเที่ยวช่วง Low Season แทน เพราะแม้บรรยากาศอาจจะไม่คึกคักมากนัก แต่ค่าใช้จ่ายจะถูกลงอย่างมาก เหมาะสำหรับคนที่ต้องการไปเที่ยวแต่ประหยัดไปในตัว
เปิดประสบการณ์ ลองลิ้มรสอาหารท้องถิ่น: ลดจำนวนมื้ออาหารในภัตตาคารหรูหรา แล้วหันมาลองลิ้มรสชาติอาหารท้องถิ่นดูบ้าง นอกจากจะช่วยประหยัดเงินแล้ว ยังได้ซึมซับบรรยากาศ และสร้างประสบการณ์การท่องเที่ยวที่น่าประทับใจมากขึ้น
เพิ่มเพื่อนร่วมทริป ช่วยกันหารยิ่งประหยัด : การเดินทางคนเดียวอาจทำให้ต้องแบกรับค่าใช้จ่ายทั้งหมด แต่ถ้าไปกันหลายคน จะช่วยกันหารค่าใช้จ่ายต่าง ๆ และประหยัดได้มากขึ้น ทั้งยังไม่ต้องเที่ยวแบบเหงา ๆ เพราะเรามีคนไปด้วย

สุดท้ายนี้ การไปเที่ยวของเราควรตามมาด้วยความสุข และเพื่อหลีกเลี่ยงความทุกข์ที่เกิดจากการใช้จ่ายมากเกินไปหลังจบทริป ผู้อ่านสามารถนำเอา 8 แนวทางนี้ไปปรับใช้ในชีวิตประจำวันได้ โดยเฉพาะเมื่อใกล้จะถึงช่วงท่องเที่ยวท้ายปีที่อาจนำมาซึ่งรายจ่ายพุ่งสูงเช่นนี้

หมายเหตุ: อัตราแลกเปลี่ยนที่ 32.47 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ

ที่มา https://www.thairath.co.th/money/personal_finance/financial_planning/2896536

ที่อยู่

44/8
Bangkok

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Business Loan - เสริมสภาพคล่องให้ธุรกิจคุณผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง Business Loan - เสริมสภาพคล่องให้ธุรกิจคุณ:

แชร์