Finsure นักบินอินประกัน

Finsure นักบินอินประกัน วางแผนการเงินอย่างมืออาชีพ โดยตัวแทนมืออาชีพคุณวุฒิระดับสากล

 # ลูกค้าไม่ท้อ..ตัวแทนไม่ทิ้ง  #เคสที่อยากเล่าให้ฟังวันนี้ เป็นประสบการณ์เคลมที่ไม่ได้เจอบ่อยนัก ตลอดระยะเวลาที่เราทำงา...
13/05/2025

# ลูกค้าไม่ท้อ..ตัวแทนไม่ทิ้ง #

เคสที่อยากเล่าให้ฟังวันนี้ เป็นประสบการณ์เคลมที่ไม่ได้เจอบ่อยนัก ตลอดระยะเวลาที่เราทำงานนี้มา 5 ปี และเคลมค่ารักษาพยาบาลให้ลูกค้าไปหลายร้อยเคส..

ปกติแล้ว การเคลมจะเป็นแบบ Fax claim ผ่านระบบของโรงพยาบาลเลย ซึ่งที่ผ่านมาเนื่องจากเราทำงานโดยถือหลักของความ “สุจริตใจอย่างยิ่ง” (Utmost Good Faith) มาตลอด คือ ชี้แจงข้อเท็จจริงที่เป็นประวัติสุขภาพของลูกค้าไปอย่างครบถ้วน ไม่เคยปกปิดข้อมูลสำคัญอะไรเลย เราจึงค่อนข้างมั่นใจว่าการเคลมทุกครั้งจะผ่านได้แบบฉลุย หรือถ้าบริษัทต้องการจะตรวจสอบย้อนหลังเราก็ยินดี เพราะทำทุกอย่างด้วยความถูกต้องครบถ้วนแล้ว



แต่มันก็มีอยู่บางกรณีเช่นกัน ที่การอนุมัติเคลมอาจจะสะดุดไปบ้าง (เช่นเคสตัวอย่างนี้) ซึ่งโดยมากจะเป็นเคสที่มีความคาบเกี่ยวกับข้อยกเว้นในกรมธรรม์ หรือ กฏเกณฑ์บางอย่างที่ไม่เข้าเงื่อนไขความคุ้มครอง



เคสนี้ ลูกค้าแอดมิทด้วยอาการโควิด ไข้ไม่สูงเนื่องจากทานยาลดไข้ก่อนมา รพ. ลูกค้าเป็นบุคลากรทางการแพทย์ ดังนั้นจึงเข้าใจดีถึงเงื่อนไขของความจำเป็นทางการแพทย์ จึงพยายามดูแลตัวเอง รักษาตัวเองอยู่ 3 วัน ก่อนจะพบว่าอาการไม่ดีขึ้น ยังคงมีไข้สูง และมีอาการแทรกซ้อนอื่นๆ จึงตัดสินใจเข้ามาแอดมิทที่ รพ.

ตอนแรกสุด ลูกค้ามีความกังวล เนื่องจากพยาบาลแจ้งว่า อาการป่วยของลูกค้าไม่เข้าเงื่อนไขความคุ้มครองของบริษัทประกัน เพราะถือเป็นความเจ็บป่วยเล็กน้อยทั่วไป (Simple disease) แต่ตอนนั้นคุณหมอประเมินอาการในภาพรวมแล้ว ตัดสินใจเซ็นให้ลูกค้านอนแอดมิท

(ตรงนี้จึงเป็นประเด็นว่าความเจ็บป่วยครั้งนี้จะเข้าเงื่อนไขเบิกได้หรือไม่?)

เราแจ้งลูกค้าไปว่า ขอให้พี่สบายใจได้ ให้พักผ่อนและรักษาตัวไปตามกระบวนการของ รพ. ในส่วนของการเคลมให้เป็นหน้าที่ของผมเอง ผมยังเชื่อว่าบริษัทมีเหตุผลมากพอและจะอนุมัติความคุ้มครองให้ในท้ายที่สุด



ลูกค้านอนพักรักษาตัวไป 2 วัน เมื่ออาการดีขึ้น หมอจึงแจ้งว่าให้กลับบ้านได้ การเคลมรอบแรกเป็นการยื่น Fax Claim ผ่านระบบของ รพ.

ปรากฏว่าเคลม “ไม่ผ่าน” บริษัทแจ้งผลกลับมาว่า ขอให้ตัวแทนนำเอกสารเพิ่มเติมไปยื่นเบิกอีกครั้งหลังลูกค้าออกจาก รพ.

ตอนที่รู้ข่าวว่าเคลมไม่ผ่านในรอบแรก ลูกค้ารู้สึกกังวลใจพอสมควร เหตุผลเพราะประกันฉบับนี้ลูกค้าตั้งใจทำไว้ให้ตัวเองเป็นสวัสดิการดูแลเรื่องความเจ็บป่วยหลังหยุดทำงานแล้ว การเคลมไม่ผ่าน ก็ส่งผลกับความเชื่อมั่นเรื่องนี้ไปเหมือนกัน..

แต่ส่วนตัว ยังเชื่อมั่นในกระบวนการพิจารณา และความมีเหตุผลของบริษัทนะ เราจึงรีบโทรไปหาฝ่ายการเงินผู้ป่วยในของ รพ. แจ้งเจ้าหน้าที่ไปว่า ขอให้ยื่นเคลมให้อีกรอบได้ไหม โดยที่รอบนี้ขอให้ รพ.รวบรวมเอกสารที่จำเป็นให้ครบถ้วน คือ..

- รายละเอียดประวัติการรักษาทั้งหมดในครั้งนี้ของลูกค้า
- ใบรับรองแพทย์ ที่เขียนอธิบายเพิ่มเติมถึงเหตุผลความจำเป็นในการพักรักษาตัวใน รพ.ของลูกค้าครั้งนี้

เราขอร้องให้เจ้าหน้าที่ช่วยยื่นโต้แย้งไปอีกรอบ เพราะไม่อยากให้ลูกค้าต้องสำรองจ่ายไปก่อน อีกทั้งยังต้องการให้เกิดความสบายใจของลูกค้าอีกด้วย

เจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงินน่ารักมาก รีบดำเนินการให้อย่างรวดเร็ว เราบอกเขาไปว่า ถ้ารอบนี้ไม่ผ่านอีกเราจะขอนำใบเสร็จและเอกสารทั้งหมดมาตั้งเบิกให้ลูกค้าด้วยตัวเองอีกครั้งหนึ่ง จะขอรบกวนเจ้าหน้าที่รอบนี้แค่รอบเดียว..

——

เวลาผ่านไปประมาณ 1 ชม. บริษัทก็แจ้งผลการพิจารณากลับมาว่า ”อนุมัติความคุ้มครองให้เรียบร้อย“ ตามที่ได้เรียกร้องไป ลูกค้าดีใจและโล่งใจมากที่ในที่สุดก็เคลมได้จริง และกล่าวขอบคุณเราที่คอยอยู่เคียงข้างตลอดเวลา พร้อมยังพิมพ์ข้อความที่เป็นแรงใจให้เรามากๆว่า ”เลือกตัวแทนถูกคนจริงๆ“

=====

โดยสรุปเคสนี้ สำหรับเราเป็นข้อคิดว่า

- เมื่อตัวแทนทำงานอย่างสุจริตใจ และด้วยความตั้งใจจริง คนที่ได้รับประโยชน์มากที่สุด คือ ลูกค้าที่เรารักนี่เองครับ
- บริษัทที่มีธรรมาภิบาลมากพอ จะพร้อมรับฟังเหตุผลเสมอ การเลือกบริษัทประกันจึงเป็นเรื่องสำคัญ เพราะคุณค่าของประกันไม่ได้อยู่ตอนซื้อ แต่อยู่ที่ตอนจะใช้แล้วใช้ได้จริง
- เมื่อทำงานด้วยการถือเอาประโยชน์ของลูกค้าเป็นที่ตั้ง ความดีและความสุจริตใจ จะเป็นเกราะคุ้มกันภัยให้ตัวแทนเสมอ �
ขอเป็นกำลังใจให้เพื่อนตัวแทนมุ่งมั่นทำงานด้วยความดีและความสุจริตใจเป็นที่ตั้งนะครับ มาช่วยยกระดับอุตสาหกรรมประกันชีวิตไปด้วยกันครับ


“ค่าตัวเรา” อาจสูงกว่าที่คิด… ถ้ารู้จักวางแผน(เริ่มต้นแค่วันละ 230 บาท ก็เปลี่ยนอนาคตครอบครัวได้แล้ว)เคยคิดเล่นๆ ไหม… ถ้...
10/05/2025

“ค่าตัวเรา” อาจสูงกว่าที่คิด… ถ้ารู้จักวางแผน

(เริ่มต้นแค่วันละ 230 บาท ก็เปลี่ยนอนาคตครอบครัวได้แล้ว)

เคยคิดเล่นๆ ไหม… ถ้าพรุ่งนี้เราไม่อยู่แล้ว ชีวิตคนข้างหลังจะเดินต่อยังไง?

ไม่ใช่เรื่องเศร้า… แต่คือเรื่องจริง และโชคดีที่วันนี้ยัง “มีเวลาวางแผนอยู่”

ผมอยากชวนคุณมาลองดูทางเลือกง่ายๆ ที่จะเพิ่ม “ค่าตัวคุณ” ให้กลายเป็น 10 ล้านบาทได้ทันที



*ตัวอย่างแผน ชาย อายุ 35 สุขภาพมาตรฐาน

ตัวเลือกที่ 1 : Issara Prestige Plus

เหมาะกับคนอยากเริ่มต้นจริงจัง แต่ยังต้องการความยืดหยุ่น

• เก็บเงินเดือนละ 7,000 บาท (ตกวันละ 230)
• ได้ทุนประกัน 10 ล้านบาททันที
• ถ้าพิการ-ติดเตียง รับอีก 10 ล้าน
• พอร์ตลงทุนโตได้ (ถ้าโตตามเป้า เวรคืนได้เงินคืนเท่าที่จ่าย)
• ได้สิทธิเป็นลูกค้า V.I.P. (ตรวจสุขภาพฟรี, ส่วนลดสินค้า, Lounge สนามบิน ฯลฯ)

จุดเด่น: ใช้เงินน้อย ได้คุ้มครองสองต่อ มีพอร์ตเงินโต
จุดพิจารณา: ไม่การันตีผลตอบแทนการลงทุน ต้องวางแผนลดทุนในอนาคต



ตัวเลือกที่ 2 : Legacy Prestige Plus

คุ้มครองทันที - คุ้มทุนไว -ไม่มีความเสี่ยง

• เก็บเงินปีละ 255,700 บาท
• ได้ทุนประกัน 10 ล้านเต็มๆ ตั้งแต่วันแรก
• ถ้าเจ็บป่วยหนัก > ไม่ต้องจ่ายเบี้ยต่อ > รับ 9 ล้านทันที
• มีโปรฟรีเบี้ยปีสุดท้ายอยู่ตอนนี้ (และส่วนลดอีก 10% ถ้าทำทุนถึง 20 ล้าน)
• เวรคืนคุ้มทุนไว (ครบ 20 ปี เวรคืนตอนอายุ 61 ไม่ขาดทุน)
• สิทธิ์ V.I.P. จัดเต็มเหมือนกัน

จุดเด่น: การันตีชัวร์ๆ ไม่มีคำว่า “ขาดทุน”
จุดพิจารณา: เบี้ยสูง ต้องสุขภาพดี ไม่มีทุพพลภาพในตัว (แต่ทำเพิ่มได้)



ตัวเลือกที่ 3 : Infinite Wealth Prestige

สายลงทุนต้องมอง — คุ้มครองแรง พอร์ตโตไว

• เบี้ยปีละ 149,000 บาท
• คุ้มครองถึงอายุ 99 ปี
• พอร์ตการลงทุนบริหารโดย บลจ.ระดับโลก BlackRock / Capital Group ฯลฯ
• มีระบบ Non-Lapse Guarantee (การันตีทุน 20 ปีแรก แม้การลงทุนจะติดลบ)
• ได้สิทธิ์ V.I.P. เหมือนแผนอื่น

จุดเด่น: คุ้มครองแน่น + พอร์ตมีโอกาสโตไวจากทีมงานระดับโลก
จุดพิจารณา: ผลตอบแทนไม่การันตี, ต้องสุขภาพดี, ไม่มีทุพพลภาพ



แล้วคุณล่ะ…อยู่ตรงไหนของชีวิตตอนนี้?

• ถ้าอยากเริ่มต้นแบบเบาๆ : แบบที่ 1
• ถ้าอยากมั่นใจไม่เสี่ยงเลย : แบบที่ 2
• ถ้าอยากให้เงินทำงานพร้อมคุ้มครอง : แบบที่ 3

บางที… ความมั่นคงในอนาคต ไม่ได้ใช้เงินมากอย่างที่คิด
แต่ต้อง “กล้าคุยเรื่องนี้ตั้งแต่วันนี้”

ลองทักมาคุยกันครับ
ไม่มีข้อผูกมัด ไม่มีค่าใช้จ่าย ให้คำแนะนำแบบเพื่อนที่อยากให้คุณมีแผนชีวิตดีๆ ไว้

สะดวกแชท : http://m.me/pilotfinsure
สะดวกโทร : 064-789-2691

 # # # ‘Wise Guys Finish First’ : ปิดไตรมาสไปด้วยสองคุณวุฒิแห่งปีของบริษัท  # # #ประโยค ‘Wise Guys Finish First’ หรือ ‘ค...
31/03/2025

# # # ‘Wise Guys Finish First’ : ปิดไตรมาสไปด้วยสองคุณวุฒิแห่งปีของบริษัท # # #
ประโยค ‘Wise Guys Finish First’ หรือ ‘คนสำเร็จ..มักทำเสร็จก่อนเสมอ’ เป็นประโยคที่น้องๆในสำนักงานใช้แซวเรา ในความหมายว่า คุณวุฒิที่เป็นเป้าหมายประจำปี เราทำสำเร็จได้ภายในสามเดือน ถ้าไม่ใช่เพราะรีบมาก ก็คงจะกลัวว่าคนอื่นจะแย่งไปละมั้ง😆
✅ คุณวุฒิแรก คือ Annual Convention คุณวุฒิท่องเที่ยวประจำปีของบริษัท ปีนี้เขาพาตัวแทนฯที่ทำคุณวุฒิได้ ไปเที่ยวกรุง Madrid ประเทศสเปน ซึ่งในความทรงจำที่ผ่านมาของเรา เคยบินไปครั้งเดียวตอนเป็นนักบินฝึกหัดใหม่ๆ จำได้ว่าเป็นเมืองที่สวยงาม มีเสน่ห์ ผู้คนน่ารัก รู้สึกตื่นเต้นมากๆที่กำลังจะได้กลับไปอีกครั้งในฐานะนักท่องเที่ยว V.I.P.😁
✅ คุณวุฒิที่สอง คือ MDRT ซึ่งเป็นคุณวุฒิมาตรฐานที่ตั้งใจทำให้ได้ทุกปีอยู่แล้ว ปีนี้พิเศษหน่อยตรงที่ทำได้เร็วที่สุด คือ ปิดจบได้ในไตรมาสแรกเลย และนับเป็นคุณวุฒิที่ทำได้ต่อเนื่องครบ 5 ปีพอดี ปีหน้าก็รอรับโบนัส 5 ล้านบาทจากบริษัท เรียกว่าปิดจบครบถ้วนตามเป้าหมายที่วางไว้ทุกอย่าง ปีนี้ก็เลยท้าทายตัวเองว่าขอไปต่อให้ถึงระดับ COT เลยละกัน 🥰
ใดๆคือ ความสำเร็จที่เกิดขึ้นทั้งหมด ขอยกให้เป็นคุณงามความดีของครอบครัว พ่อ-แม่ ครูบา-อาจารย์ สิ่งศักดิ์สิทธิ์ และลูกค้าที่น่ารักทุกคน ขอบคุณที่ช่วยส่งเสริม-สนับสนุนตัวแทนคนนี้เสมอมา
ต่อไปนี้ขอตั้งปณิธาน ทำงานเพื่อประโยชน์ของลูกค้า เพื่อคนรอบข้าง และทุกชีวิตที่ได้สัมผัส ได้มีบุญสัมพันธ์ต่อกัน อยากเป็นส่วนหนึ่งที่สร้างความมั่นคงให้ฐานะการเงินของผู้คนในสังคม และยกระดับอุตสาหกรรมประกันชีวิตในไทยให้ยั่งยืนต่อไป



 # มองย้อนไปตั้งแต่วันแรกที่ผมเข้าสู่อาชีพนี้..  #ผมเคยชินกับเสียงทัดทานจากคนรอบตัว ผมเจ็บปวดจากคำปฏิเสธมานับครั้งไม่ถ้ว...
23/03/2025

# มองย้อนไปตั้งแต่วันแรกที่ผมเข้าสู่อาชีพนี้.. #

ผมเคยชินกับเสียงทัดทานจากคนรอบตัว ผมเจ็บปวดจากคำปฏิเสธมานับครั้งไม่ถ้วน ผมมองไม่เห็นวี่แววที่ตัวเองจะประสบความสำเร็จในงานนี้ได้เลยจริงๆ..

สิ่งเดียวที่ยึดเหนี่ยวผมไว้ ไม่ให้ออกจากอาชีพ คือ ครอบครัวที่ผมต้องดูแล และคำสัญญาที่ให้ไว้กับภรรยาในวันแรกที่เราตกลงร่วมชีวิตกัน ว่าผมจะไม่ยอมให้เขาต้องลำบาก และลูกชายของผมต้องเป็นเด็กที่ได้รับทุกอย่างที่เขาสมควรได้รับ



มาถึงวันนี้ เมื่อมองย้อนกลับไป ผมคิดว่าตัวเองมาไกลเกินกว่าที่คิดฝันไว้มาก ผมมีความสุขเหลือเกินที่งานนี้ ช่วยให้ครอบครัวของผมสุขสบาย ทำให้พ่อกับแม่รู้สึกภูมิใจ และเหนือสิ่งอื่นใด คือ การที่ผมได้ตระหนักว่างานที่ทำ เป็นประโยชน์กับผู้คนมากมายขนาดไหน

ผมมีความเชื่อว่างานนี้มีคุณค่าในทุกมิติ ตอบโจทย์ความต้องการพื้นฐานของมนุษย์เราได้อย่างครบถ้วน ทั้งเรื่องของรายได้ (Income), เวลา (Independent) และ ผลกระทบเชิงบวกต่อสังคม (Impact) ดังนั้นผมจึงมั่นใจเสมอ ทุกครั้งที่เอ่ยปากชวนใครซักคนมาร่วมทีมกัน

การได้เติบโตขึ้นเป็นผู้บริหารหน่วย (Unit Manager) อย่างเป็นทางการในวันนี้ ทำให้ผมรู้ว่า นอกจากชีวิตและครอบครัวของผมจะดีขึ้นแล้ว ผมยังมีหน้าที่สำคัญ คือ ต้องทำให้ทีมงานของผมทุกคนสำเร็จในงานตามที่เขาปรารถนา ช่วยให้เขาสามารถทำตามความฝันของตัวเองได้จริง



จริงอยู่ที่ว่า งานนี้ไม่ง่าย และไม่ใช่ทุกคนที่เข้ามาทำแล้วจะสุขสมหวังไปทุกอย่าง แต่ผมยังยืนยันเสมอ ว่าหากทำงานด้วยทัศนคติที่ถูกต้อง ด้วยใจที่รักในผู้คน และต้องการยกระดับชีวิตของตัวเองและสังคมรอบตัวจริงๆ ทุกคนเป็นคนสำเร็จได้ และจะได้รับในทุกอย่างที่ปรารถนาอย่างแน่นอน



ขอบคุณหัวหน้าที่ชักชวนเข้าสู่อาชีพ เป็นครูคนแรก และเป็นแรงบันดาลใจที่ผมอยากก้าวไปให้ถึงมาตลอด

ขอบคุณครอบครัวที่เป็นแรงใจในวันที่รู้สึกท้อ หากปราศจากพ่อ,แม่,ภรรยา และลูก ผมคงไม่อาจเติบโตและสร้างความสำเร็จในวันนี้ได้

ขอบคุณลูกค้าทุกคน พวกท่านคือแรงสนับสนุนที่สำคัญยิ่ง โอกาสที่ทุกท่านมอบให้ มีคุณค่ากับผมมากเหลือเกิน สัญญาว่าจะดูแลพวกท่านให้ดีที่สุดตลอดไป


 # ที่หายไป ไม่ได้โพสนาน เพราะกำลังซุ่มทำ MDRT อยู่ฮะ  # #ปีนี้ตั้งเป้าท้าทายตัวเองว่าอยากติดให้ได้ในไตรมาสแรก ซึ่งตอนนี...
26/02/2025

# ที่หายไป ไม่ได้โพสนาน เพราะกำลังซุ่มทำ MDRT อยู่ฮะ # #

ปีนี้ตั้งเป้าท้าทายตัวเองว่าอยากติดให้ได้ในไตรมาสแรก ซึ่งตอนนี้ก็มาได้ 80 กว่าเปอร์เซ็นต์แล้ว..

อันที่จริงก็ลุ้นว่า อยากจะจบให้ได้ในเดือนนี้เลย เพราะยังมีเล่มรออนุมัติคงค้างในระบบอยู่อีกหลายเล่ม แต่เพราะติดประวัติเรื่องสุขภาพ เจ้าหน้าที่กำลังเร่งพิจารณาให้ อาจต้องใช้เวลานานกว่าปกติ เพราะอานิสงส์ของ Copayment แท้ๆเลย 😅



ใดๆ คือ เล่มที่เก็บมาล่าสุด เป็น “เบี้ยล้าน” เล่มแรกในชีวิตการทำงานเข้าปีที่ 5 ของเรา ซึ่งเมื่อก่อนก็คิดนะว่า คนที่จะยอมจ่ายค่าประกันปีละเป็นล้านเลย คงต้องเป็นคนที่มีฐานะมากๆ และเราจะมีโอกาสได้เจอคนเหล่านั้นได้ไหมหนอ?

อันที่จริง หากมุ่งมั่นทำงานอย่างต่อเนื่อง ด้วยทัศนคติที่ ‘ถูกต้อง’ ขับเคลื่อนการทำงานด้วย ‘ความสุข’ หมั่นปลูก ‘ความสัมพันธ์’ ที่ดีกับลูกค้าและคนรอบตัวไปเรื่อยๆ..

เมื่อถึงวันนึง ในเวลาที่เหมาะสม ฟ้าจะส่งลูกค้าที่มีบุญสัมพันธ์มาให้เราดูแลจนได้ ขอเพียงทำตัวเองให้คู่ควรกับการได้รับเกียรติไว้ให้ได้ตลอด



โพสนี้เป็นกำลังใจให้เพื่อนร่วมอาชีพทุกท่านนะครับ เบี้ยใหญ่หรือเบี้ยเล็ก ไม่สำคัญเท่าการที่เรายังทำงานอย่างต่อเนื่อง สม่ำเสมอพอหรือเปล่า? อาชีพเราคืองานสร้างความสัมพันธ์ตลอดชีวิต ดังนั้นขอให้เชื่อมั่นและยืนหยัดในการทำสิ่งที่ถูกไว้เสมอนะครับ เพราะผลตอบแทนที่ได้รับกลับมานั้นคุ้มค่ามากจริงๆครับ


 # เคสนี้อยากเล่ามาก  #ลูกค้าผู้หญิง อายุ 45 ส่งใบสมัครประกันสุขภาพไปตั้งแต่วันที่ 15 ธันวาคม ปีที่แล้ว มีประวัติสุขภาพอ...
01/02/2025

# เคสนี้อยากเล่ามาก #

ลูกค้าผู้หญิง อายุ 45 ส่งใบสมัครประกันสุขภาพไปตั้งแต่วันที่ 15 ธันวาคม ปีที่แล้ว มีประวัติสุขภาพอยู่ 3 รพ. เราก็คัดประวัติแนบส่งไปกับใบสมัครทั้งหมด

ฝ่ายพิจารณาใช้เวลาอยู่พอสมควร แล้วก็ออกข้อเสนอใหม่มาว่า ‘ไม่รับประกันเรื่องสุขภาพให้‘ คงรับไว้ได้เฉพาะ ‘ทุนชีวิต‘ เท่านั้น

พอเห็นข้อเสนอนี้ เราตกใจอยู่เหมือนกัน จึงได้ทำจดหมายชี้แจงจากตัวแทนส่งไป เพื่อขอทราบเหตุผลของการไม่รับประกันให้ลูกค้า

จนทำให้รู้ว่า ลูกค้ามีประวัติการรักษาในเรื่องที่ต้องถูกยกเว้นความคุ้มครองรวมแล้ว 5 เรื่อง ซึ่งเกินกว่าเกณฑ์ที่กำหนด (การยกเว้นความคุ้มครองสูงสุดต่อ 1 กรมธรรม์คือ 3 เรื่องเท่านั้น หากมีมากกว่านี้ บริษัทจะปฏิเสธที่จะรับความคุ้มครองไปเลย)



เราก็เลยเจรจาต่อรอง ขอให้บริษัทช่วยหน่อย เพราะประกันเล่มนี้ สำคัญกับลูกค้ามากเหลือเกิน ยังไงขอให้บริษัทพิจารณารับไว้ก่อนได้ไหม อยากให้ลูกค้าได้รับความคุ้มครองจริงๆ

เจ้าหน้าที่ก็รับเรื่อง แล้วก็หายไปอีกเกือบเดือน จนข้อเสนอใหม่ (ครั้งที่ 2) ออกมา ปรากฏว่าบริษัทยอมรับประกันเรื่องสุขภาพให้ลูกค้าได้ แต่มีเงื่อนไขคือ ขอยกเว้นความคุ้มครอง 3 เรื่อง และขอปรับเพิ่มเบี้ยประกันอีก 50% โดยใช้วิธีคิดคือ จับเอาสองเรื่องที่จะโดนยกเว้นความคุ้มครอง มาเป็นการขอเพิ่มเบี้ย 50% แทน เพื่อที่จะเหลือเรื่องที่จะยกเว้นความคุ้มครองอีก 3 เรื่อง พอดีกับเงื่อนไขที่จะรับประกันได้

- - - -
ตรงนี้ถือเป็นข่าวดีของลูกค้าแล้วนะ เพราะบริษัทยอมรับประกันให้แล้ว แต่ในความคิดของเรา เรามองว่าสามารถช่วยลูกค้าได้อีก..
- - - -

จึงเป็นที่มา ของการขอยื่นอุทธรณ์ไปอีกครั้งเป็นครั้งที่สอง ขอต่อรองว่า จะพอเป็นไปได้ไหมที่จะรับประกันแบบ ‘ไม่มีเงื่อนไขการเพิ่มเบี้ย 50%‘ เพราะเรามองว่า ในมุมลูกค้าก็ถือเป็นค่าใช้จ่ายต่อปีที่เยอะอยู่ และเงื่อนไขนี้ต้องอยู่ติดตัวลูกค้าไปตลอด รวมๆแล้วลูกค้าต้องจ่ายเบี้ยเพิ่มตลอดสัญญาอีกมากทีเดียว..

เจ้าหน้าที่ฝ่ายพิจารณาบอกกับเราว่า สิ่งที่เราขอ น่าจะเป็นเงื่อนไขที่มากเกินไป เกินกว่าที่บริษัทจะยอมผ่อนปรนให้ได้..

เราก็ขอโต้แย้งและให้เหตุผลไปว่า เรื่องที่ลูกค้าโดนยกเว้นความคุ้มครอง 5 เรื่องนี้ พอจะจับเอา 3 เรื่อง มารวบเป็นการยกเว้นความคุ้มครองเรื่องเดียวเลยได้ไหม เพราะมี 3 เรื่องที่เป็นความเจ็บป่วยในระบบเดียวกัน ถ้ารวบ 3 เรื่องมาเป็นเรื่องเดียวกันได้ ลูกค้าจะเหลือเรื่องที่จะถูกยกเว้นความคุ้มครองแค่ 3 เรื่องพอดี เข้าเงื่อนไขของการไม่ต้องถูกเพิ่มเบี้ย จะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งกับลูกค้าในระยะยาว

ฝ่ายพิจารณารับเอาหลักการและเหตุผลที่เราเสนอไป และขอเวลาไปปรึกษากับคณะกรรมการของบริษัทในเรื่องนี้อีกครั้ง แล้วจะแจ้งผลกลับให้ทราบอีกที



ผ่านไปอีกเกือบสัปดาห์ ในที่สุดฝ่ายพิจารณาก็ออกข้อเสนอสุดท้ายออกมาว่า ยินยอมให้ความคุ้มครองเรื่องสุขภาพให้ลูกค้า โดยขอยกเว้นความคุ้มครองโรคที่ลูกค้าเป็นมาก่อน 3 เรื่อง และตัดสินใจ ‘ไม่เพิ่มเบี้ยประกัน‘ กับลูกค้าตลอดสัญญา

พอได้เห็นข้อเสนอล่าสุดนี้ เรารู้สึกดีและโล่งใจมาก ดีใจแทนลูกค้าที่จะได้ข้อเสนอความคุ้มครองที่ดีที่สุด โดยไม่ถูกเพิ่มเบี้ย แปลว่า ลูกค้าจะจ่ายค่าเบี้ยน้อยที่สุดเท่าที่ต้องจ่าย และได้ความคุ้มครองที่ครบถ้วน แบบที่โดนยกเว้นแค่ 3 เรื่อง (ซึ่งอนาคตสามารถปลดล็อก 3 เรื่องนี้ออกได้อีก) และที่สำคัญคือ ไม่ต้องโดนข้อกำหนดเรื่อง Copayment อีกด้วย

=====

โดยสรุปเรื่องนี้ สำหรับเรามี 3 ข้อคิดที่สำคัญ

1. คือ ควรทำประกันในตอนที่สุขภาพยังแข็งแรง ไม่เจ็บป่วย ไม่มีโรคประจำตัว เพราะบอกตามตรงว่าถ้ามีประเด็นเหล่านี้แล้ว บริษัทรับพิจารณายากมากจริงๆ

2. ข้อเสนอใหม่ (CNTOF) ที่ออกมาตอนแรก สามารถโต้แย้งได้ หากเห็นว่าจะพอมีมุมที่เป็นประโยชน์กับลูกค้าได้ เพียงแต่ว่าตัวแทนฯ อาจจะต้องเหนื่อยเพิ่มขึ้นอีกหน่อย แต่หากทำได้สำเร็จ ผลลัพธ์ที่ตามมาคุ้มค่าแน่นอน

3. ’ซื้อประกันสำคัญที่ตัวแทน’ คำกล่าวนี้เป็นความจริงเสมอ ตัวแทนที่ดีจะทำงานอย่างสุดความสามารถเพื่อพิทักษ์รักษาและปกป้องผลประโยชน์ของลูกค้าถึงที่สุด มองหาตัวแทนแบบนี้ให้เจอ รักษาเค้าไว้ให้ดี แต่ถ้าหาไม่เจอจริงๆ เราก็พร้อมเป็นตัวแทนคนนั้นให้คุณได้นะ ขอจบแบบไทน์อินแบบนี้แหละ : )

#ตัวแทนสายเสก

 # ลูกค้าคาดหวังอะไรจากการใช้ประกันสุขภาพ?  #คาดหวังว่า..✅ จะได้รับการบริการที่ดี มีห้องผู้ป่วยในพร้อม ไม่ต้องลุ้นรอห้อง...
19/01/2025

# ลูกค้าคาดหวังอะไรจากการใช้ประกันสุขภาพ? #

คาดหวังว่า..

✅ จะได้รับการบริการที่ดี มีห้องผู้ป่วยในพร้อม ไม่ต้องลุ้นรอห้อง?

✅ จะได้รับการรักษาอย่างดีที่สุด ดูแลโดยเจ้าหน้าที่มืออาชีพ และแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ?

✅ จะเคลมได้ครบ ไม่มีส่วนต่างต้องจ่ายเพิ่ม?

✅ จะอนุมัติเคลมไว ไม่ต้องรอนาน?

✅ จะเคลมได้ทันที ไม่ต้องสำรองจ่าย?

ฯลฯ



ไม่ว่าวันนี้ ความคาดหวังของคุณจะเป็นแบบไหน ขอให้รู้ไว้ว่าการมี ‘ตัวแทนมืออาชีพ’ ที่มีประสบการณ์ทำงานมากพอระดับหนึ่งดูแล จะช่วยคุณได้มากกว่าที่คิด



เคสนี้ ติ๊กถูก ✅ ได้ทุกข้อ ลูกค้าได้รับสิ่งที่ดีที่สุดที่ควรได้รับอย่างครบถ้วนแล้ว

เราในฐานะที่ได้รับความไว้วางใจให้ดูแล ก็รู้สึกดีและภูมิใจที่ได้ทำหน้าที่อย่างสมบูรณ์ ไม่ขาดตกบกพร่องใดๆ

อย่าลืมนะครับ “ซื้อประกัน อุ่นใจ ให้นึกถึงเรา Finsure นักบินอินประกัน”

=====

🌈 สนใจติดต่อวางแผนประกันสุขภาพ ติดต่อ inbox หรือ (มี @ ด้วย)

#คุณค่าของประกัน

 # อยากจะเขียนถึงคุณวุฒิที่เพิ่งได้มาหมาดๆนี้ซักนิดนึง  #‘คุณวุฒิ Premier Advisor 2025’…ก่อนหน้านี้เราค่อนข้างเฉยๆนะ ไม่...
17/01/2025

# อยากจะเขียนถึงคุณวุฒิที่เพิ่งได้มาหมาดๆนี้ซักนิดนึง #

‘คุณวุฒิ Premier Advisor 2025’



ก่อนหน้านี้เราค่อนข้างเฉยๆนะ ไม่ได้คิดว่าต้องเร่งทำผลงานเพื่อให้ติดคุณวุฒินี้แต่อย่างใด..เพราะคิดว่าได้คุณวุฒิ MDRT มาแล้วก็น่าจะเพียงพอ..

แต่พอไปลองพิจารณาดูในรายละเอียดจริงๆ ก็พบว่า ‘Premier Advisor’ เป็นคุณวุฒิที่น่าสนใจไม่น้อย เพราะหนึ่งในเงื่อนไขที่ต้องทำเพื่อให้ได้มา คือ ต้องมีการกลับไปขายซ้ำกับลูกค้าเก่าในอัตราส่วนไม่น้อยกว่า 10% ของจำนวนลูกค้ารวมทั้งปี

นั่นแปลว่า ผู้ที่ได้คุณวุฒินี้ ต้องเป็นตัวแทนที่บริหารเรื่องความสัมพันธ์และดูแลลูกค้าเก่าได้ดีระดับนึง (ต้องดีแหละ เพราะไม่งั้นเขาคงไม่ซื้อเพิ่มกับเรา 😁)

มันจึงเป็นอีกหนึ่งตัวชี้วัดคุณภาพการทำงานทั้งปีที่ผ่านมาเลยนะ ถ้าทำงานได้ดี ดูแลลูกค้าดี จนลูกค้ารู้สึกพอใจ เขาก็ยินดีจะซื้อเพิ่ม ยินดีช่วยแนะนำบอกต่อคนในครอบครัวให้มาซื้อกับเราเรื่อยๆ



ว่ากันว่า การจะอยู่รอดได้ในธุรกิจใดๆก็ตาม

‘ลูกค้าใหม่’ จะทำให้เรา‘เติบโต’
แต่‘ลูกค้าเก่า’ จะทำให้เรา ‘มั่นคง’

วันนี้ผมตั้งเป้าหมายการทำงาน โดยมุ่งเน้นไปที่การบริหารความสัมพันธ์ ดูแลลูกค้าเก่าให้มากขึ้น แม้ปริมาณลูกค้าที่มากขึ้นทุกวันจะทำให้ต้องใช้เวลาและทุ่มเทมากขึ้นกว่าเดิมมาก (ซึ่งนับว่าเป็นความท้าทายสำหรับคนทำงานสองอาชีพแบบผมพอสมควร)

แต่ใดๆคือ ยินดีมากๆนะครับที่ได้ทำงานนี้ ไม่ว่าจะเป็นลูกค้าเก่า หรือลูกค้าใหม่ ทุกท่านล้วนเป็นลูกค้าคนสำคัญของผม และผมยังคงยืนยันในคำสัญญาเดิมที่เคยให้ไว้กับท่านในวันแรกเสมอครับ

ขอบคุณที่ไว้วางใจและให้โอกาสครับ สัญญาว่าจะพัฒนาตนเป็นคนเก่ง คนดี และดูแลลูกค้าทุกท่านให้ดีที่สุดเหมือนเดิมครับ

=====


 # ประกาศอย่างเป็นทางการแล้วนะครับ สำหรับ Copayment ของบริษัท AIA  #เริ่มบังคับใช้สำหรับกรมธรรม์ที่ซื้อหลังวันที่ 20 มีน...
16/01/2025

# ประกาศอย่างเป็นทางการแล้วนะครับ สำหรับ Copayment ของบริษัท AIA #

เริ่มบังคับใช้สำหรับกรมธรรม์ที่ซื้อหลังวันที่ 20 มีนาคม 2568 เป็นต้นไป
ไม่มีผลย้อนหลัง สำหรับกรมธรรม์ที่ซื้อก่อนหน้าวันที่ 20 มีนาคม 2568

แปลว่า ใครที่ยังไม่มีประกันสุขภาพ และไม่ต้องการมีเงื่อนไข Copayment ในสัญญา ให้รีบซื้อตั้งแต่ตอนนี้..

และ คนที่มีอยู่แล้ว กรุณารักษากรมธรรม์ตัวเองไว้ให้ดี อย่าขาดส่ง อย่าลืมจ่ายเบี้ย เพราะการทำสัญญาใหม่หลังวันที่ 20 มีนาคม จำเป็นต้องรับเงื่อนไขนี้ไปโดยปริยาย

ด้วยความห่วงใยครับ


15/01/2025

# วันนี้มีโอกาสได้ไปเสนอแผนประกันให้ลูกค้าครอบครัวหนึ่ง.. #



โจทย์ของครอบครัวนี้ คือ สามีเป็นคนหารายได้หลัก ภรรยาเป็นแม่บ้าน ภาระทุกอย่างตกอยู่ที่ฝ่ายสามีหมด

เราพูดคุย ช่วยกันหาความกังวลใจของคนเป็นภรรยา แล้วก็ได้ข้อสรุปว่า เธอต้องการความมั่นคงทางการเงิน หากคนเป็นสามีเกิดเป็นอะไรไปก่อน..ออกจากบ้านแล้วไม่ได้กลับมาอีกเลย อย่างน้อยควรมีหลักประกันเป็นเงินซักก้อน ที่มาช่วยปลดภาระหนี้สินของที่บ้านได้

หากปลดหนี้ได้หมด เธอจะได้ไม่ลำบากเกินไปนัก ในการดูแล รับผิดชอบครอบครัวต่อจากสามี..

ผมลองกดแผน คิดคำนวณจากเงินที่ลูกค้าสามารถเก็บได้ต่อปี โดยเลือกเป็นประกันแบบจ่ายเบี้ยคงที่ ในเรทที่ต่ำที่สุดคือ ปีละ 62,500 บาท

ได้ออกมาเป็นแผนประกันชีวิตควบการลงทุน ที่มีทั้งส่วนที่คุ้มครองกรณี ‘เสียชีวิต’ และกรณี ‘ทุพพลภาพ’ (คุ้มครองทั้งสองเรื่อง)

แปลว่า หากวันดีคืนร้าย คนเป็นสามีเกิดพิการ ติดเตียง ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ ประกันเล่มนี้จะจ่ายเงินค่าเลี้ยงดูออกมาก่อน หนึ่งก้อนประมาณ 5 ล้านบาท

และหากเสียชีวิตหลังจากนั้น จะมีเงินอีกก้อน 5 ล้านบาท จ่ายออกมาให้คนเป็นภรรยา

เท่ากับว่า เงินผลประโยชน์สูงสุดที่คนเป็นภรรยาจะได้รับคือ 10 ล้านบาท

แน่นอนว่า เงินตรงนี้ไม่อาจทดแทนความสูญเสียที่ยิ่งใหญ่ได้ แต่อย่างน้อยๆ มันจะช่วยปลดภาระหนี้สินทั้งหมดให้ครอบครัวได้ ทำให้ภรรยา ไม่ต้องห่วงหน้าพะวงหลัง ไม่ต้องแบกภาระหนี้สินต่อ เป็นเงินตั้งต้นที่จะทำให้ชีวิตเดินหน้า ส่งเสียดูแลลูกๆต่อไปได้อย่างไม่ลำบากเกินไปนัก



เราคุยกันมาถึงตอนท้ายๆ ผมอธิบายเพิ่มไปว่า เนื่องจากประกันฉบับนี้เป็นประกันควบการลงทุน จึงมีความเสี่ยงที่ผลตอบแทนจะติดลบ และเงินปลายทางหลังจ่ายไป 20 ปี จะมีมูลค่าไม่เท่าเงินต้นที่จ่ายไป

ผมลองดีดตัวเลขให้เขาทั้งสองคนดู ก็พบว่า มีโอกาสขาดทุนไปประมาณหกหมื่นนิดๆ เมื่อส่งไปครบ 20 ปี ในพื้นฐานการคิดคำนวณผลตอบแทนเฉลี่ยที่ 5% ต่อปี

ตอนแรกทั้งสองคนมีทีท่าลังเลเล็กน้อย เมื่อเห็นว่ามูลค่าเงินปลายทางดูจะไม่คุ้มทุนเท่าไหร่นัก..

ผมจึงบอกเขาทั้งสองคนไปว่า ชีวิตคนเรามีสองทางที่ต้องเจอแน่นอนหลังจากนี้ คือ..

1. ชีวิตจะราบรื่นไม่ต้องเจอกับเหตุร้ายอะไรไปจนถึงวันเกษียณ

กับ 2.ชีวิตจะเจอกับเหตุไม่คาดฝัน ทั้งทุพพลภาพ และจากไปก่อนวัยอันควร

ถ้าเลือกได้จริงๆ เราทุกคนคงอยากให้ชีวิตเป็นแบบข้อแรก คือ ราบรื่น ไม่สะดุด ไม่เจอโชคร้ายอะไร

หาไม่แล้ว..ถ้าชีวิตต้องเจอกับข้อสอง เราคงไม่คิดว่าการได้เงิน 5 ล้านจากความเจ็บป่วยทุพพลภาพ หรือ การจากไปก่อนนี้ เป็นความโชคดีหรอกจริงไหม?

คำถามสำคัญ คือ การขาดทุนจากการจ่ายเบี้ยประกันไปเพียงไม่กี่หมื่น จะนับเป็นความโชคร้าย หรือ โชคดี กันแน่? เพราะชีวิตได้อยู่ยืนยาวไปจนเกษียณ โดยไม่ต้องประสบกับความโชคร้ายกลางทางเสียก่อน..

ถ้าเรามองเรื่องนี้ในมุมของ ‘กำไร-ขาดทุน’ อาจจะทำให้เรารู้สึก ‘เสียดาย’ เงินอยู่บ้าง..

แต่ผมรับรองได้ว่า ประกันฉบับนี้ ไม่มีทางทำให้ครอบครัวคุณรู้สึก ‘เสียใจ’ ที่ตัดสินใจทำในวันนี้อย่างแน่นอน

ข้อนี้ ผมการันตีให้ได้เลย



ถึงตรงนี้ คงไม่ต้องบอกมั้งครับ ว่าสองสามีภรรยา ตัดสินใจทำประกันฉบับนี้หรือเปล่า?



#คุณค่าของประกัน

 # # # เงื่อนไข Copayment โดยสรุป  # # #- กรณีที่ 1. เจ็บป่วยเล็กน้อยทั่วไป (Simple Disease) เคลม 3 ครั้งขึ้นไปต่อปี ยอด...
14/01/2025

# # # เงื่อนไข Copayment โดยสรุป # # #

- กรณีที่ 1. เจ็บป่วยเล็กน้อยทั่วไป (Simple Disease) เคลม 3 ครั้งขึ้นไปต่อปี ยอดเคลมเกิน 200% ของค่าเบี้ย > โดน Copayment 30% ในปีถัดไป

- กรณีที่ 2. เจ็บป่วยทั่วไป เคลม 3 ครั้งขึ้นไปต่อปี ยอดเคลมเกิน 400% ของค่าเบี้ย > โดน Copayment 30% ในปีถัดไป

- หากเข้าเงื่อนไขทั้งสองกรณี ในรอบปีที่ผ่านมา ปีถัดไปโดน Copayment 50%

- ไม่นับรวมความเจ็บป่วยที่เป็น ‘การผ่าตัด’ และ ‘โรคร้ายแรง’

- ไม่นับรวม การรักษาแบบผู้ป่วยนอก (OPD)

- พิจารณาปีแบบปีต่อปี แปลว่าหากโดน Copayment ไปแล้ว ถ้าปีปัจจุบัน มียอดเคลมไม่เกินเกณฑ์ที่กำหนด สามารถปรับสัญญากลับมาให้เป็นแบบปกติได้ ในปีถัดไป

- ข้อนี้สำคัญมาก **กฏเกณฑ์ Copayment นี้ ไม่มีผลบังคับย้อนหลัง แปลว่า หากซื้อประกันสุขภาพก่อนวันที่ 1 มีนาคม 68 จะไม่โดนเงื่อนไขนี้

……

🌈 หากต้องการทราบเงื่อนไขอย่างละเอียด ยินดีให้ข้อมูลครับ หลังไมค์ได้ตลอด ถ้าตัดสินใจได้ อยากให้ผมดูแล ก็ยินดียิ่งฮะ


ที่อยู่

71 สุขาภิบาล 5 ซอย 64, ออเงิน, สายไหม, กรุงเทพมหานคร
Bangkok
10220

เบอร์โทรศัพท์

+66889536149

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Finsure นักบินอินประกันผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง Finsure นักบินอินประกัน:

แชร์