26/01/2026
⚠️
📌ขายหัวบริษัท อันตรายกว่าที่คิด
ช่วงในปีที่ผ่านมา มีผู้ประกอบการหลายท่านที่จดทะเบียนจัดตั้งบริษัทขึ้นมา แต่ไม่ได้ประกอบกิจการ ถึงแม้ว่าจะไม่ได้มีการประกอบกิจการ ไม่มีรายได้และค่าใช้จ่ายใดๆ เลยก็ตาม แต่กฎหมายก็บังคับให้นิติบุคคลจัดทำบัญชีและทำการปิดงบการเงินเพื่อยื่นต่อกรมพัฒน์ และกรมสรรพากร ทำให้ผู้ประกอบการมีค่าใช้จ่ายในส่วนนี้ต่อปีประมาณ 8,000 - 10,000 บาท ในการ "ปิดงบเปล่า"
ผู้ประกอบการหลายท่านเริ่มรู้สึกว่าเป็นภาระ ไม่มีรายได้ แต่ก็ต้องจ่ายค่าปิดงบการเงิน จึงอยากที่จะเลิกกิจการ แต่ปัญหาคือขั้นตอนในการจดทะเบียนเลิกกิจการและชำระบัญชีมีค่าใช้จ่ายที่สูงประมาณ 20,000 - 25,000 บาท
ทำให้หลายคนเลือกที่จะใช้วิธีการที่ง่ายกว่านั้นคือการ "ขายหัวบริษัท" ให้กับคนอื่นไปทำธุรกิจต่อ โดยคนที่รับซื้อก็จะมีเหตุผลคือ อายุบริษัทเกิน 2 ปี สามารถขอสินเชื่อได้, หรืออยากได้อายุบริษัทที่เปิดมานานแล้วจะได้ดูน่าเชื่อถือ ซึ่งการขายหัวบริษัทนอกจากจะไม่ต้องเสียค่าจดทะเบียนเลิกกิจการแล้ว ยังได้รับค่าตอบแทนจากการขายหัวบริษัทอีก ซึ่งบางครั้งก็มีการซื้อขายกันหลักหมื่นจนถึงหลายหมื่น
หายนะของการขายหัวบริษัทเกิดขึ้นจากการที่ผู้ประกอบการไม่รอบคอบในการทำสัญญา และไม่คัดกรองผู้ซื้อ บางคนที่ขายยังไม่เคยเจอหน้าผู้ซื้อเลยก็มีเซ็นเอกสารส่งไปรษณีย์ และเจอกับผู้ซื้อที่เป็นมิจฉาชีพ
❌เหตุการณ์จริงที่เจอจากการขายหัวบริษัท❌
1️⃣ ซื้อบริษัทเพื่อเอาไปออกใบกำกับภาษีปลอม โดยออกใบกำกับภาษีย้อนหลัง 6 เดือน (ย้อนหลังก่อนวันที่ซื้อหัวบริษัท) เนื่องจากใบกำกับภาษีสามารถใช้สิทธิภาษีซื้อย้อนหลังได้ 6 เดือน พอออกใบกำกับภาษีย้อนหลังก่อนวันที่ขายหัวบริษัท ดังนั้นภาระในความรับผิดชอบทั้งหมด ยังตกเป็นของกรรมการบริษัทคนเดิม
2️⃣ ซื้อบริษัทเสร็จ คนที่ซื้อหัวบริษัทไปก็ไปดำเนินการแจ้งกรมพัฒน์ว่างบการเงินที่เคยส่งไปนั้นผิด ขอยื่นแก้ไขงบการเงินในอดีตใหม่ โดยยื่นแก้ไขจากงบการเงินที่ไม่มีรายได้ เป็นงบการเงินที่มีรายได้ 100 ล้านบาท เพื่อนำบริษัทนี้ไปหลอกลวงบุคคลอื่น หรือใช้ยื่นขอสินเชื่อกับทางธนาคาร
3️⃣ มิจฉาชีพหาซื้อหัวบริษัท ที่มีการเปิดบัญชีธนาคารอยู่แล้ว (เคสซื้อหัวบริษัทลักษณะนี้ให้ราคาสูงมาก ผมเคยเห็นประกาศซื้อบัญชีธนาคารละ 30,000 บาทกันเลย) เมื่อซื้อหัวบริษัทสำเร็จก็จะทำการเปลี่ยนแปลงผู้มีอำนาจในการเบิกถอนเงิน จะนำบัญชีธนาคารไปใช้เป็นบัญชีม้าในการรับเงิน พอเป็นชื่อบัญชีบริษัทจะเพิ่มความน่าเชื่อถือได้
จากเหตุการณ์จริงที่ผมยกตัวอย่างจะพบว่าการขายหัวบริษัท มีความเสี่ยงทั้งผู้ซื้อ-ผู้ขาย ที่จะตกเป็นเครื่องมือกระทำผิดกฎหมาย ซึ่งจะต้องเสียเวลาในการขึ้นศาล กรรมการเดิมอาจจะต้องร่วมรับผิดชอบในความเสียหายที่เกิดขึ้นในฐานะผู้ช่วยเหลือหรือสนับสนุนการกระทำความผิดดังกล่าว
🙂 สรุปคิดให้ดีก่อนการขายหัวบริษัท เพราะเงินที่ได้มาเล็กน้อย อาจจะต้องทำคุณต้องเสียเวลาและค่าใช้จ่ายที่มากกว่าเดิมในอนาคตได้