BMK Wealth Investment Advisory

BMK Wealth Investment Advisory บริษัทที่ปรึกษาด้านวางแผนการเงิน

21/07/2026

BMK Retirement Income planning Concept แตกต่างจาก Traditional Retirement Planning อย่างไร อ่านได้ที่ link ใต้ comment

เกษียณ ไม่ใช่ตัวเลขก้อนเดียว แต่คือกระแสเงินสดที่ต้องอยู่ได้ตลอดชีวิตทำไมกรอบคิดวางแผนเกษียณแบบเดิมถึง "ไม่พอ" และ BMK ม...
21/07/2026

เกษียณ ไม่ใช่ตัวเลขก้อนเดียว แต่คือกระแสเงินสดที่ต้องอยู่ได้ตลอดชีวิต
ทำไมกรอบคิดวางแผนเกษียณแบบเดิมถึง "ไม่พอ" และ BMK มองเรื่องนี้ต่างออกไปอย่างไร

ถ้าปีแรกที่คุณเกษียณ ตลาดหุ้นร่วง 20% พอร์ตที่วางแผนไว้อย่างดีจะยังพอใช้ไปได้อีก 30 ปีจริงไหม?

คำถามนี้ไม่มีใครถามตอนวางแผนเกษียณด้วย Framework ที่ใช้กันทั่วไปในไทย เพราะวิธีคิดแบบเดิมสนใจแค่ "ตัวเลขก้อนเดียว ณ วันเกษียณ" — คำนวณเงินเฟ้อ ~3%, ผลตอบแทนหลังเกษียณ ~4%, เทียบกับทรัพย์สินในอนาคต แล้วหา Gap ที่ต้องลงทุนเพิ่มด้วยผลตอบแทนสมมติ 7-8% ต่อปี

ฟังดูเป็นระบบดี แต่ปัญหาคือ ค่าเฉลี่ยไม่ใช่ความจริง ตลาดไม่เคยเดินเป็นเส้นตรง และเงินก็ไม่ได้ถูกถอนออกมาเท่ากันทุกปีตามที่โมเดลสมมติไว้

===============
จุดที่ Framework เดิมมองไม่เห็น
>> มองเกษียณเป็น "ตัวเลขก้อนเดียว" ไม่ใช่แผนที่มีชีวิต
>> ไม่แยก Income, Spending และ Risk ออกจากกัน
>> สมมติว่า "ค่าเฉลี่ย = ความจริง" ทั้งที่ Sequence Risk (ลำดับผลตอบแทน) และ Longevity Risk (อายุยืนกว่าที่คิด) ส่งผลต่อความอยู่รอดของเงินมากกว่าตัวเลขเฉลี่ย

>> ไม่ผูกกับพฤติกรรมการถอนเงินจริงของแต่ละคน
>>Asset Allocation ตามอายุ (Life Path) อาจใช้ไม่ได้อีกแล้วในโลกที่คนเกษียณยาวขึ้นเรื่อยๆ

===============
BMK Wealth มองว่าปัญหาไม่ได้อยู่ที่ตัวเลข แต่อยู่ที่ วิธีคิด — และนี่คือจุดเริ่มต้นของ BMK Retirement Income Framework

Traditional Retirement Planning / BMK Retirement Income Framework

เริ่มจากเงินก้อนที่ต้องมีวันเกษียณ / เริ่มจากค่าใช้จ่ายและรายได้ที่ต้องใช้ตลอดชีวิต

ใช้เงินก้อนเป็นเป้าหมายหลัก /ใช้กระแสเงินสดหลังเกษียณเป็นเป้าหมายหลัก

ใช้สมมติฐานผลตอบแทนเฉลี่ย / ทดสอบทั้งผลตอบแทน ความผันผวน และลำดับผลตอบแทน

มองค่าใช้จ่ายเป็นก้อนเดียว / แยก Mandatory และ Discretionary Spending

ใช้ Asset Allocation ตามอายุ /จัดพอร์ตตามวัตถุประสงค์ของเงินแต่ละส่วน

คำนวณว่าเงิน "น่าจะพอ" /ทดสอบว่าเงินจะอยู่รอดในหลายสถานการณ์

เน้นการสะสมก่อนเกษียณ / ครอบคลุมทั้ง Accumulation และ Withdrawal

มองทรัพย์สินรวม /แยก Income Floor, Growth และ Reserve

ถอนเงินตามอัตราคงที่ทุกปี (เช่น 4% Rule) /ถอนแบบ Dynamic ตาม Guardrails

================

กรอบคิดนี้ยืนอยู่บน 5 หลักที่ BMK ยึดถือในทุกคำแนะนำ (5C)

1. Considered — เตรียมพร้อมสำหรับวันนี้ และวันข้างหน้า
2. Credible — ไม่เดา แต่ทดสอบ
3. Client-Centric — พอร์ตแบ่งตามหน้าที่ของเงิน ไม่ใช่แบ่งตามอายุ
4. Connected — เชื่อมทุกช่วงของชีวิตทางการเงินเข้าด้วยกัน
5. Committed — อยู่เคียงข้างตลอดเส้นทาง ไม่ใช่แค่วันคำนวณตัวเลข

BMK ไม่ได้เริ่มต้นจากการขายผลิตภัณฑ์ แต่เริ่มจากคำถามว่า เงินของคุณจะอยู่ได้จริงไหม ในสถานการณ์จริง — นี่คือความหมายของการเป็น "Your Trusted Lifetime Wealth Partner"

20/07/2026

หาไม่เจอใช่ไหม?
หลายคน Inbox มาถามว่า
"BMK Smart Port อยู่ตรงไหนใน Webull?"

เราเลยทำคลิปสั้น ๆ ความยาวไม่ถึง 1 นาที พาเข้าไปตั้งแต่เปิดแอป จนถึง Power Dynamic Global ETF

ดูจบแล้วสามารถเข้าไปติดตามพอร์ตได้ทันที

🎥 ลองทำตามในคลิปได้เลยครับ

หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับ Smart Portfolio หรือการลงทุนผ่าน Global ETF ฝากคำถามไว้ใต้โพสต์ได้เลยครับ

ลิงก์สำหรับเปิดบัญชี Webull อยู่ในคอมเมนต์แรก 👇

Weekly Market State Report (17 กรกฎาคม 2026)สัปดาห์นี้ทีม BMK อัปเดต Weekly Market State Report แบบ Quant-Driven ครอบคลุ...
20/07/2026

Weekly Market State Report (17 กรกฎาคม 2026)
สัปดาห์นี้ทีม BMK อัปเดต Weekly Market State Report
แบบ Quant-Driven ครอบคลุมทุก Asset Class ให้ดูกันแบบเจาะลึก 👇

📊 ตลาดหุ้นโลกยังไปต่อ แต่สินทรัพย์แต่ละกลุ่มเริ่ม "แยกทาง" กันชัดเจนขึ้น

🌍 ภาพรวมตลาดโลก: ACWI ยังอยู่ในแนวโน้มขาขึ้นต่อเนื่อง แต่ความผันผวนเริ่มสูงขึ้นอีกครั้งในช่วงปลายเดือนที่ผ่านมา

🥇 ทองคำเปลี่ยนสถานะ: ทั้งราคาและ Relative Strength เทียบหุ้นโลกหลุดเข้าสู่ขาลง (Bear) เป็นครั้งแรกในรอบปี หลังทำจุดสูงสุดไปเมื่อต้นปี

🚀 ผู้นำ Sector:

Semiconductor ยังแรงสุดในตลาด ผลตอบแทน 6 เดือน +50.8% (12 เดือนพุ่ง +118.4%) แต่เริ่มเข้าสู่โซน "ร้อนแรงเกินไป" ราคาปรับขึ้นมาไกล ต้องระวังจังหวะพักฐาน

Cyber Security ตามมาเป็นอันดับ 2 ผลตอบแทน 6 เดือน +34.1% โมเมนตัมยังแข็งแกร่ง
Nasdaq-100, Health Care, Consumer Staples เริ่มมีความผันผวนสูงขึ้นทั่วกลุ่ม แม้แนวโน้มหลักยังเป็นบวกอยู่

🌏 ภูมิภาค:

Top 50 Asia ยังคงนำตลาดด้วยผลตอบแทน 6 เดือน +19.4%
แต่เริ่มชะลอตัวลงจากภาวะร้อนแรงเกินไป สู่ช่วงที่ต้องจับตาความผันผวนแทน

สหรัฐฯ และยุโรป ความผันผวนเริ่มลดลง มีเสถียรภาพมากขึ้นกว่าสัปดาห์ก่อน
จีน กลายเป็นจุดอ่อนที่สุดในทุก Asset Class ของสัปดาห์นี้ ผลตอบแทน 6 เดือนติดลบ -14.6%

📐 Factor Strategies (มุมมองใหม่):

Commodity นำอันดับ 1 ในกลุ่ม ผลตอบแทน 6 เดือน +18.6%
US Dividend และ US Small Momentum ยังมีสถานะแข็งแรง (Healthy)
ทองคำในมุมนี้ก็อ่อนแอสุดเช่นกัน ผลตอบแทน 6 เดือน -17.2%

🏦 Bond Market (มุมมองใหม่):

High Yield แข็งแกร่งสุดในกลุ่มตราสารหนี้ สะท้อนความเชื่อมั่นในสินทรัพย์เสี่ยงที่ยังดีอยู่
Short Treasury, TIPS, Core Bond ยังคงมีสถานะดี ผันผวนต่ำ
กลุ่ม Duration ยาวอย่าง Long Bond ยังอ่อนแอต่อเนื่องจากแรงกดดันอัตราดอกเบี้ยระยะยาว

รายงานฉบับเต็มมีทั้งกราฟ ตารางข้อมูล
และกรอบกลยุทธ์การจัดพอร์ตแบบ Cross-Asset ให้ดูละเอียดทุกมิติ

📥 ดาวน์โหลดรายงานฉบับเต็มได้ที่คอมเมนต์แรกด้านล่างเลยครับ 👇
หรือ ถ้าใครสนใจเปิดพอร์ตลงทุนใน Power Dynamic Global ETF ผ่าน Webull
ก็เปิดบัญชีได้เช่นกัน

ข้อมูลนี้จัดทำขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ในการให้ข้อมูลเท่านั้น มิได้เป็นคำแนะนำการลงทุน ผลการดำเนินงานในอดีตไม่ได้เป็นเครื่องยืนยันผลตอบแทนในอนาคต การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลก่อนตัดสินใจลงทุน

18/07/2026

Client Centric 🤍ทุกการทำงานของเรา เริ่มจากเป้าหมายของลูกค้า

ความรู้และการพัฒนา คือหัวใจของการเป็นที่ปรึกษาทางการเงินที่ดี

🔎 อะไรทำให้ FA ประสบความสำเร็จ?

ที่ BMK เราเชื่อว่าการลงทุนที่คุ้มค่าที่สุด คือการลงทุนใน “คน”ทุกเดือน เรามีการอบรมและพัฒนาทีมที่ปรึกษาอย่างต่อเนื่อง เพื่อส่งมอบคำแนะนำที่เหมาะสมที่สุดให้กับลูกค้า

ที่ BMK เราเชื่อว่าการลงทุนที่คุ้มค่าที่สุด คือการลงทุนใน “คน”เราจึงพัฒนาทีมที่ปรึกษาอย่างต่อเนื่องทุกเดือน เพื่อส่งมอบคำแนะนำที่ดีที่สุดให้ลูกค้า

เพราะเมื่อที่ปรึกษาเติบโต ลูกค้าก็ได้รับการดูแลที่ดียิ่งขึ้น 🎯💙

✨ แล้วเคล็ดลับที่ทำให้ FA เติบโตอย่างยั่งยืนคืออะไร?

✨ เคล็ดลับที่ทำให้ FA เติบโตอย่างยั่งยืนคืออะไร?

คุณแบงค์มีคำตอบในคลิปนี้








HNW ไม่ได้เลือกเพียงสินทรัพย์ แต่ต้องเลือก Location ด้วยเมื่อคำถามสำคัญไม่ใช่แค่ "ควรลงทุนในอะไร"การบริหารความมั่งคั่งระ...
17/07/2026

HNW ไม่ได้เลือกเพียงสินทรัพย์ แต่ต้องเลือก Location ด้วย

เมื่อคำถามสำคัญไม่ใช่แค่ "ควรลงทุนในอะไร"
การบริหารความมั่งคั่งระดับสากลไม่ได้มีเพียงคำถามว่า

"ควรลงทุนในสินทรัพย์อะไร"
แต่ยังต้องตอบคำถามอีกชั้นหนึ่งว่า

"สินทรัพย์นั้นควรถูกถือครองอยู่ที่ไหน อยู่ในสกุลเงินอะไร
และอยู่ภายใต้ระบบกฎหมายและโครงสร้างทางการเงินแบบใด"

โลกการเงินไม่ได้มีศูนย์กลางเดียว

=== Global Financial Centres Index หรือ GFCI 37
ได้ประเมินศูนย์กลางทางการเงิน 119 แห่งทั่วโลก
โดยใช้ปัจจัยเชิงปริมาณกว่า 140 ปัจจัย
ร่วมกับความเห็นจากผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมการเงิน

ได้ Top 5 ดังนี้ และแต่ละที่ก็มีบทบาทไม่เหมือนกัน

แต่ละศูนย์กลาง มีบทบาทไม่เหมือนกัน

1) New York
โดดเด่นด้านตลาดทุน การซื้อขาย
และ Investment Management รวมถึง FinTech

2) London
ยังคงเป็นศูนย์กลางสำคัญของระบบธนาคาร
และธุรกรรมการเงินระหว่างประเทศ

3) Hong Kong
มีบทบาทสูงด้าน Investment Management
และเป็นจุดเชื่อมต่อสำคัญระหว่างเงินทุนโลกกับจีน

4) Singapore
มีความแข็งแกร่งด้าน Professional Services
และเป็นหนึ่งในศูนย์กลางหลักของเอเชีย

5) San Francisco
เชื่อมโยงระบบการเงินเข้ากับ Technology,
Venture Capital และนวัตกรรมทางการเงิน

อันดับไม่ได้บอกผลตอบแทน แต่บอกคุณภาพของโครงสร้างพื้นฐาน

=== สิ่งที่ HNW ควรมองให้ไกลกว่าตัวเลขอันดับ

คือความเข้าใจว่าอันดับเหล่านี้ไม่ได้สะท้อนว่าเมืองใด
จะให้ผลตอบแทนจากการลงทุนสูงที่สุด
แต่สะท้อนคุณภาพของ Financial Infrastructure ในมิติต่าง ๆ ได้แก่

>>ความลึกและสภาพคล่องของตลาดทุน
>>การเข้าถึงผลิตภัณฑ์และผู้จัดการกองทุนระดับโลก
>>ระบบธนาคารและบริการรับฝากทรัพย์สิน
>>คุณภาพของกฎหมายและกฎเกณฑ์กำกับดูแล
>>บุคลากรด้านการเงิน ภาษี และกฎหมาย
>>ความสามารถในการบริหารเงินหลายสกุล
>>ความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์และข้อจำกัดในการเคลื่อนย้ายเงินทุน

สำหรับครอบครัวที่มีความมั่งคั่งกระจายอยู่หลายประเทศ
คำถามนี้ไม่ใช่เรื่องรอง
แต่เป็นส่วนหนึ่งของการวางแผนที่สำคัญไม่แพ้การเลือกสินทรัพย์เอง

== สำหรับ HNW คำถามที่ควรถามจึงไม่ใช่เพียง

"เราควรซื้ออะไร"

แต่ควรขยายไปถึง

"เราถือสินทรัพย์นี้ผ่านใคร อยู่ในประเทศใด
ภายใต้กฎหมายใด และโครงสร้างนี้ยัง
สามารถทำงานได้หรือไม่เมื่อโลกเกิดความผันผวน"

===Location of Assets สำคัญไม่แพ้ Selection of Assets

ในโลกของการบริหารความมั่งคั่งที่ซับซ้อนขึ้นทุกวัน
การเลือก "จะลงทุนในอะไร" เป็นเพียงจุดเริ่มต้น

ส่วน "จะถือครองสินทรัพย์นั้นที่ไหน"
คือสิ่งที่จะกำหนดว่าความมั่งคั่งนั้นจะถูกปกป้อง เติบโต
และส่งต่อไปยังคนรุ่นถัดไปได้อย่างมั่นคงเพียงใด

Power Dynamic Global ETF ไม่ใช่ "พอร์ตปลอดภัย" แต่คือ Equity Portfolio ที่มีระบบป้องกันในตัวเข้าใจให้ถูกก่อนลงทุนหนึ่งใน...
16/07/2026

Power Dynamic Global ETF ไม่ใช่ "พอร์ตปลอดภัย" แต่คือ Equity Portfolio ที่มีระบบป้องกันในตัว

เข้าใจให้ถูกก่อนลงทุน

หนึ่งในความเข้าใจผิดที่พบบ่อยที่สุดเกี่ยวกับ Power Dynamic Global ETF คือการคิดว่านี่คือพอร์ต Global Asset Allocation (GAA) ที่กระจายความเสี่ยงข้าม asset class เพื่อลดความผันผวนโดยรวม

ความจริงคือไม่ใช่

Power Dynamic Global ETF คือพอร์ตที่ควรเทียบเคียงกับการ ถือ Equity 100% ไม่ใช่พอร์ตแบบ 60/40 หรือ Risk Parity ที่ผสมตราสารหนี้ สินค้าโภคภัณฑ์ หรือสินทรัพย์ทางเลือกในสัดส่วนคงที่เพื่อลดความผันผวนตลอดเวลา

พอร์ตนี้ถือหุ้นในระดับสูงเป็นค่าเริ่มต้น — ประมาณ 95% ในสภาวะตลาดปกติ — และมีระบบบริหารความเสี่ยง (Risk Management Overlay) ฝังอยู่ในตัว แต่ระบบนี้จะ "ทำงานเมื่อจำเป็นเท่านั้น" ไม่ใช่ทำงานตลอดเวลาเพื่อลดความผันผวนแบบพอร์ต GAA

====================

แล้วทำไมบางเดือนถึงติดลบมากกว่าตลาด?

ถ้าดูกราฟ Monthly Excess Return (ผลตอบแทนส่วนต่างระหว่างพอร์ตกับ ACWI รายเดือน) จะเห็นแถบสีแดงกระจายอยู่ทุกปี — ไม่ใช่ปีวิกฤตอย่างเดียว แต่รวมถึงเดือนธรรมดาที่ตลาดโดยรวมเป็นบวก

นี่คือสิ่งที่ต้องเข้าใจให้ตรงกัน: เพราะพอร์ตนี้คือ Equity Portfolio ความผันผวนรายเดือนของมันจึงใกล้เคียงหรือมากกว่าตลาดหุ้นทั่วไป ไม่ใช่พอร์ตที่ถูกออกแบบมาให้ "นิ่ง" แบบ GAA

ระบบ Risk Management ในพอร์ต ไม่ได้ถูกออกแบบมาให้ลดความผันผวนของทุกเดือน แต่ถูกออกแบบมาให้เข้าป้องกันเฉพาะช่วงที่ระบบตรวจพบสัญญาณการเปลี่ยน regime ของตลาดอย่างมีนัยสำคัญเท่านั้น — เช่น ตลาดหมีที่ยืดเยื้อ ไม่ใช่การแกว่งตัวปกติรายวันรายเดือน

พูดง่ายๆ คือ: ระบบจะไม่ตื่นตระหนกไปกับทุกความผันผวน เพราะถ้าตื่นตระหนกง่ายเกินไป พอร์ตจะเสียโอกาสรับผลตอบแทนระยะยาวจากตลาดหุ้นไปมาก — ซึ่งขัดกับเป้าหมายหลักของพอร์ตที่ต้องการ "จับการเติบโตของหุ้นโลก" เป็นแกนหลัก

=========

สิ่งที่นักลงทุนควรตั้งความคาดหวังให้ถูกต้อง

1) อย่าคาดหวังความนิ่งแบบพอร์ต GAA — พอร์ตนี้จะมีความผันผวนใกล้เคียงตลาดหุ้นโลกในภาวะปกติ เพราะถือหุ้นสัดส่วนสูงเกือบตลอดเวลา

2) อย่าคาดหวังว่าระบบจะป้องกันทุกการปรับฐาน — ระบบออกแบบมาเพื่อรับมือกับการเปลี่ยน regime ที่มีนัยสำคัญ ไม่ใช่ทุกความผันผวนระยะสั้น

3) มองผลตอบแทนรายเดือนที่ติดลบมากกว่าตลาดเป็นเรื่องปกติ ตราบใดที่ผลตอบแทนสะสมระยะยาวและการป้องกันในช่วงวิกฤตจริงยังทำงานตามที่ออกแบบไว้

4) ประเมินพอร์ตนี้เทียบกับดัชนีหุ้นโลก (เช่น ACWI) ไม่ใช่เทียบกับพอร์ตผสมสินทรัพย์แบบ 60/40 หรือกองทุนความเสี่ยงต่ำ

====== สรุป

Power Dynamic Global ETF ถูกออกแบบมาให้เป็น "หุ้นโลกที่ฉลาดขึ้น" ไม่ใช่ "พอร์ตสมดุลที่นิ่งขึ้น" ระบบ Risk Management ที่ฝังอยู่ในพอร์ตทำหน้าที่เหมือนประกันภัยที่จ่ายเบี้ยเพื่อแลกกับการป้องกันในสถานการณ์ที่จำเป็นจริงๆ เท่านั้น ไม่ใช่เกราะป้องกันทุกความผันผวนรายวัน

การเข้าใจธรรมชาติที่แท้จริงของพอร์ตตั้งแต่ต้น จะช่วยให้นักลงทุนตั้งความคาดหวังได้ถูกต้อง และไม่ตกใจเมื่อเห็นเดือนที่พอร์ตแพ้ตลาดในภาวะปกติ

ใครสนใจเปิดพอร์ต เข้าที่ได้ทีี https://www.webull.co.th/en/ko-yield/1728549266343-c4311b?invite_source=MKTB-TH-KOL&inviteSource=MKTB-TH-KOL&irclickid=BMKWealth_7gAMvl&inviteCode=7gAMvl&source=BMKWealth

Power Dynamic Global ETF ใช้ AI ในการลงทุนหรือไม่?คำตอบตรงๆ จากคนสนใจช่วงนี้กระแส AI มาแรงมาก จนหลายคนเข้าใจไปเองว่า "กอ...
15/07/2026

Power Dynamic Global ETF ใช้ AI ในการลงทุนหรือไม่?
คำตอบตรงๆ จากคนสนใจ

ช่วงนี้กระแส AI มาแรงมาก จนหลายคนเข้าใจไปเองว่า
"กองทุนหรือพอร์ตที่ดี ต้องใช้ AI ตัดสินใจให้"
— คำถามที่ลูกค้าหลายท่านถามเข้ามาบ่อยคือ

"Power Dynamic Global ETF ใช้ AI ไหมครับ/คะ?"

คำตอบคือ ใช่และไม่ใช่ ขึ้นอยู่กับว่าถามส่วนไหน
วันนี้ขออธิบายให้ชัดเจน
แยกเป็น 2 ส่วน เพื่อไม่ให้เกิดความเข้าใจผิด

==ส่วนที่ 1: การตัดสินใจลงทุนจริง — "ไม่ใช้ AI"

พอร์ต Power Dynamic Global ETF ไม่ได้ใช้ AI
หรือ Machine Learning ตัดสินใจซื้อขายหรือปรับสัดส่วนพอร์ต

ทุกการตัดสินใจ — ไม่ว่าจะเป็นการสลับ Meta Portfolio,
การปรับน้ำหนักสินทรัพย์, หรือการเปิด/ปิดระบบป้องกันความเสี่ยง

เกิดจากกฎที่กำหนดไว้ล่วงหน้าอย่างชัดเจน (Pre-defined Rules)
เช่น สัญญาณแนวโน้มตลาด และเกณฑ์ความผันผวน
ซึ่งทุกกฎถูกทดสอบย้อนหลังและอนุมัติโดยทีมงานก่อนนำไปใช้จริง

ทำไมถึงเลือกทางนี้แทนที่จะใช้ AI ตัดสินใจ?

ตรวจสอบย้อนหลังได้ : อธิบายได้เสมอว่า
"ทำไมวันนี้พอร์ตถึงปรับสัดส่วน" ไม่ใช่กล่องดำที่ตอบไม่ได้

ผลลัพธ์สม่ำเสมอ:
ใช้ข้อมูลและกฎเดียวกัน จะได้ผลลัพธ์เดิมทุกครั้ง
เหมาะกับการกำกับดูแล: ง่ายต่อการตรวจสอบ
และอธิบายต่อฝ่าย Compliance และหน่วยงานกำกับดูแล

พูดง่ายๆ คือ เราให้ความสำคัญกับ วินัยและความโปร่งใส
มากกว่าความหวือหวาของคำว่า "AI"

===ส่วนที่ 2: งานวิจัยและพัฒนาโมเดล — "ใช้ AI ช่วยงาน"

ในอีกมุมหนึ่ง ทีมงานเบื้องหลัง
Power Dynamic Global ETF
มีการใช้ AI เป็นเครื่องมือช่วยในกระบวนการวิจัย เช่น

ช่วยวิเคราะห์ข้อมูลจำนวนมากให้เร็วขึ้น
ช่วยตั้งสมมติฐานเบื้องต้นเพื่อทดสอบ
ช่วยเร่งกระบวนการค้นคว้าและพัฒนากลยุทธ์

แต่ที่สำคัญคือ AI ในส่วนนี้ไม่เคยได้ "กดปุ่ม"
ตัดสินใจลงทุนจริง ทุกสมมติฐานหรือทุกการเปลี่ยนแปลง
กฎที่ได้จากกระบวนการนี้
ต้องผ่านการทดสอบ ตรวจสอบ
และอนุมัติโดยทีมงานมนุษย์ก่อนเสมอ
(หลักการที่เรียกว่า Human-in-the-loop)

เปรียบเทียบง่ายๆ: AI ในกระบวนการนี้เหมือน
เครื่องคิดเลขที่ฉลาดขึ้น ที่ช่วยให้นักวิจัยทำงานเร็วขึ้น
ไม่ใช่ผู้จัดการกองทุนที่ตัดสินใจแทนคน

การเลือกใช้แนวทาง Systematic / Rule-Based
ไม่ได้แปลว่าดีกว่า AI ในทุกมิติเสมอไป

ข้อจำกัดของแนวทางนี้คือ ระบบจะไม่ปรับตัวเองโดยอัตโนมัติ
หากตลาดเกิดพฤติกรรมใหม่ที่กฎเดิมไม่เคยครอบคลุม
ทีมวิจัยต้องเป็นผู้ทบทวนและปรับกฎด้วยกระบวนการ
ที่มีการทดสอบอย่างรอบคอบ ซึ่งใช้เวลามากกว่าโมเดล AI
ที่ปรับตัวเองได้ทันที (แต่ก็แลกมาด้วยความเสี่ยงที่ตรวจสอบได้ยากกว่า)

พูดง่ายๆ เราใช้ AI ช่วยสร้าง model แต่เราแท้จริงเป็นผู้สร้างและพัฒนา

เวลาตลาดเปลี่ยน คุณต้องปรับพอร์ตเองทุกครั้งหรือไม่?ตลาดหุ้นขึ้นแรง — ควรเพิ่มน้ำหนักหุ้นหรือไม่?ตลาดเริ่มผันผวน — ถึงเวล...
14/07/2026

เวลาตลาดเปลี่ยน คุณต้องปรับพอร์ตเองทุกครั้งหรือไม่?

ตลาดหุ้นขึ้นแรง — ควรเพิ่มน้ำหนักหุ้นหรือไม่?
ตลาดเริ่มผันผวน — ถึงเวลาลดความเสี่ยงหรือยัง?
ข่าวร้ายเข้ามา — ควรขายออกก่อน หรือควรถือต่อ?

คำถามเหล่านี้เกิดขึ้นกับนักลงทุนแทบทุกคน
แต่หลายครั้งคำตอบไม่ได้มาจากข้อมูลหรือกระบวนการที่ชัดเจน
หากมาจากความกังวลและความรู้สึก ณ ขณะนั้น

ปัญหาไม่ได้อยู่ที่นักลงทุนไม่มีความรู้

แต่เป็นเพราะการตัดสินใจลงทุนที่สำคัญ
ไม่ควรขึ้นอยู่กับว่าเรารู้สึกอย่างไรในวันนั้น

นี่คือจุดเริ่มต้นของแนวคิด
พอร์ตที่สามารถปรับสัดส่วนตามสภาวะตลาดอย่างเป็นระบบ

เปิดตัว Power Dynamic Global ETF

วันนี้ Power Dynamic Global ETF
พร้อมให้บริการอย่างเป็นทางการบน Webull Smart Portfolio

พอร์ตลงทุน Global ETF ที่พัฒนาโดย BMK Wealth
เพื่อช่วยให้นักลงทุนสามารถเข้าถึงการลงทุนทั่วโลก
โดยไม่ต้องคัดเลือก ETF กำหนดสัดส่วน
และตัดสินใจปรับพอร์ตด้วยตนเองทุกครั้งที่ตลาดเปลี่ยนแปลง

พอร์ตนี้ออกแบบอยู่บน 3 หลักการสำคัญ

1) กระจายการลงทุนทั่วโลก

2) ไม่จำกัดการลงทุนอยู่เพียงประเทศ อุตสาหกรรม หรือสินทรัพย์ประเภทเดียว

3) บริหารความเสี่ยงอย่างเป็นระบบ

ให้ความสำคัญทั้งกับผลตอบแทนและ
ความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นในช่วงตลาดปรับตัวลง

ปรับสัดส่วนตามสภาวะตลาด

ใช้ข้อมูลและกฎของโมเดลในการกำหนดระดับความเสี่ยงของพอร์ต
แทนการตัดสินใจจากข่าวหรืออารมณ์ระยะสั้น

ผลการทดสอบย้อนหลังเป็นอย่างไร

ตั้งแต่ปี 2011 ตลาดโลกเผชิญทั้งวิกฤตหนี้ยุโรป
การปรับฐานในปี 2018 วิกฤตโควิด-19
และภาวะเงินเฟ้อพร้อมการปรับขึ้นดอกเบี้ยในปี 2022

BMK Wealth จึงนำ Power Dynamic Global ETF
ไปทดสอบย้อนหลังตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2011 ถึง 30 มิถุนายน 2026
และเปรียบเทียบกับดัชนีหุ้นโลก ACWI และ S&P 500

ผลจากแบบจำลองย้อนหลังแสดงว่า

ผลตอบแทนทบต้นเฉลี่ย 18.38% ต่อปี
เทียบกับ ACWI ประมาณ 10.3% ต่อปี

Maximum Drawdown -13.04%
เทียบกับ ACWI ที่ -33.53% และ S&P 500 ที่ -33.72%

Sharpe Ratio 1.29
เทียบกับ ACWI ที่ 0.54 และ S&P 500 ที่ 0.74

ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนว่า ในช่วงเวลาที่นำมาทดสอบ
โมเดลไม่ได้มุ่งสร้างผลตอบแทนเพียงด้านเดียว
แต่ยังให้ความสำคัญกับการควบคุมความเสี่ยง
และลดความเสียหายในช่วงตลาดปรับตัวลง

อย่างไรก็ตาม ผลลัพธ์ทั้งหมดเป็นเพียง
ผลการจำลองย้อนหลังของโมเดล
ไม่ใช่ผลตอบแทนจากบัญชีลงทุนจริง
และไม่ได้รับประกันว่าโมเดลจะให้ผลลัพธ์เช่นเดียวกันในอนาคต

เบื้องหลังพอร์ตนี้ทำงานอย่างไร

Power Dynamic Global ETF
ไม่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อทำนายว่าตลาดจะขึ้นหรือลงในวันพรุ่งนี้

แต่ถูกออกแบบมาเพื่อให้พอร์ตมีกระบวนการตอบสนอง
ต่อการเปลี่ยนแปลงของตลาดอย่างมีหลักเกณฑ์
และลดการตัดสินใจที่เกิดจากอารมณ์ของนักลงทุน

ตอนต่อไป เราจะพาไปดู 5 หลักการเบื้องหลัง Power Dynamic Global ETF
และเหตุผลที่แต่ละหลักการมีความสำคัญต่อการบริหารพอร์ตระยะยาว

"ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่คอมเมนต์แรก 👇"

⚠️ BACKTEST SIMULATION

ข้อมูลดังกล่าวเป็นผลการจำลองย้อนหลังของแบบจำลอง เพื่อประกอบการอธิบายแนวทางการลงทุนเท่านั้น ไม่ใช่ผลตอบแทนจากบัญชีลงทุนจริง ผลการจำลองอาจแตกต่างจากผลการลงทุนที่เกิดขึ้นจริง เนื่องจากสภาวะตลาด สภาพคล่อง ราคาในการซื้อขาย ค่าธรรมเนียม และปัจจัยอื่นที่เกี่ยวข้อง

การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูล เงื่อนไข ค่าธรรมเนียม และความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องก่อนตัดสินใจลงทุน ผลการดำเนินงานในอดีตและผลการทดสอบย้อนหลัง ไม่ได้เป็นสิ่งยืนยันผลการดำเนินงานในอนาคต

BMK Wealth Investment Advisory Securities — Sustainable Wealth for All

Market State Report (12 กรกฎาคม 2026)1)  ตลาดหุ้นโลกยังคงเป็น "ขาขึ้น" แต่ต้องจับตาความผันผวนที่เพิ่มขึ้นสรุปภาพรวมตลาดโ...
13/07/2026

Market State Report (12 กรกฎาคม 2026)

1) ตลาดหุ้นโลกยังคงเป็น "ขาขึ้น" แต่ต้องจับตาความผันผวนที่เพิ่มขึ้น

สรุปภาพรวมตลาดโลกประจำสัปดาห์จากทีม BMK Investment Advisory

🌍 ภาพรวม:
Global Bull Market with Elevated Volatility —
ดัชนี ACWI ยังเคลื่อนไหวเหนือแนวโน้มหลักชัดเจน
แต่ความผันผวนเริ่มสูงขึ้นเป็นระยะตั้งแต่เดือนมีนาคม

🚀 ผู้นำตลาด:
กลุ่ม Semiconductor, Quantum, Technology
ให้ผลตอบแทน 6 เดือนแตะ +30-68% แต่ราคาปรับขึ้นมาไกล
ต้องระวังจังหวะพักฐาน

🌏 ภูมิภาคเด่น:
เอเชียยังคงนำตลาดด้วยผลตอบแทนโดดเด่น
ขณะที่สหรัฐฯ และญี่ปุ่นมีโครงสร้างความเสี่ยงที่สมดุลกว่า

✅ กลยุทธ์หลัก:
เน้นการกระจายความเสี่ยง ควบคุมขนาดการลงทุน
และ Rebalance พอร์ตอย่างสม่ำเสมอ
มากกว่าการไล่ราคาสินทรัพย์ที่ปรับขึ้นแรง

อยากรู้รายละเอียดเชิงลึกทั้งหมด
Market Trend, Sector Rotation
และ Regional Strategy ฉบับเต็ม
พร้อมกราฟและตารางข้อมูล
download ได้ที่ link

ที่อยู่

อาคาร Amigo Tower ชั้น 27 ถนนสี่พระยา
Bangkok
10500

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ BMK Wealth Investment Advisoryผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

แชร์