Kapital Thai Credit - สินเชื่อผู้ประกอบการ SMEs

Kapital Thai Credit - สินเชื่อผู้ประกอบการ SMEs ข้อมูลการติดต่อ, แผนที่และเส้นทาง,แบบฟอร์มการติดต่อ,เวลาเปิดและปิด, การบริการ,การให้คะแนนความพอใจในการบริการ,รูปภาพทั้งหมด,วิดีโอทั้งหมดและข่าวสารจาก Kapital Thai Credit - สินเชื่อผู้ประกอบการ SMEs, ที่ปรึกษาทางการเงิน, Bangkok.
(1)

สินเชื่อเงินทุนหมุนเวียน สำหรับผู้ประกอบการ เจ้าของธุรกิจ โรงงาน บริษัท ห้างหุ้นส่วน SMEsเสริมสภาพคล่องธุรกิจ #สินเชื่อไม่เช็คเครดิต #สินเชื่อธุรกกิจ #สินเชื่อเงินสด #สินเชื่อเจ้าของธุรกิจ #เงินทุนเจ้าของกิจการ #เงินทุนกิจการ

ในแต่ละธุรกิจ แต่ละอุตสาหกรรม จะมีการแบ่งช่วงวัยที่แตกต่างกันไป แต่โดยทั่วไปจะแบ่งออกเป็น 4 ช่วง แล้วในแต่ละช่วงธุรกิจ ต...
17/04/2025

ในแต่ละธุรกิจ แต่ละอุตสาหกรรม จะมีการแบ่งช่วงวัยที่แตกต่างกันไป แต่โดยทั่วไปจะแบ่งออกเป็น 4 ช่วง แล้วในแต่ละช่วงธุรกิจ ต้องเจออะไรบ้าง และควรหยิบกลยุทธ์ไหนมาใช้
1. ช่วงเริ่มต้น (Startup) เปรียบเสมือนวัยทารก-วัยเด็กของธุรกิจ
2. ช่วงเติบโต (Growth) เปรียบเสมือนวัยเด็ก-วัยรุ่นของธุรกิจ
3. ช่วงอิ่มตัว (Maturity) เปรียบเสมือนวัยผู้ใหญ่ของธุรกิจ
4. ช่วงเสื่อมถอย (Decline) เปรียบเสมือนวัยชราของธุรกิจ

สรุปกลยุทธ์การเติบโต ในแต่ละช่วงชีวิตของธุรกิจ แบบเข้าใจง่าย ๆ /โดย ลงทุนแมน
ในชีวิตของคนเรา ตั้งแต่เกิดมา ผ่านวัยเด็ก วัยรุ่น วัยผู้ใหญ่ ไปจนถึงวัยสูงอายุ แน่นอนว่าในแต่ละวัยนั้น ก็ล้วนมีเส้นทางการดำเนินชีวิต ที่แตกต่างกันไป

สำหรับธุรกิจนั้น แม้จะไม่มีชีวิต แต่ก็สามารถแบ่งเป็นช่วงชีวิตได้เช่นเดียวกัน ซึ่งแน่นอนว่า ในแต่ละช่วงวัยของธุรกิจนั้น ก็จะมีแนวทางการดำเนินธุรกิจ และวิธีบริหารจัดการ ที่ไม่เหมือนกัน

แล้วกลยุทธ์การเติบโต ที่เหมาะสมกับแต่ละช่วงวัยของธุรกิจ มีอะไรบ้าง ?
ลงทุนแมนจะเล่าให้ฟัง

ก่อนอื่นเราลองมาแบ่ง ช่วงวัยของธุรกิจกันก่อน..

ต้องบอกว่าจริง ๆ แล้ว ในแต่ละธุรกิจ แต่ละอุตสาหกรรม จะมีการแบ่งช่วงวัยที่แตกต่างกันไป แต่โดยทั่วไปจะแบ่งออกเป็น 4 ช่วง

1. ช่วงเริ่มต้น (Startup) เปรียบเสมือนวัยทารก-วัยเด็กของธุรกิจ

2. ช่วงเติบโต (Growth) เปรียบเสมือนวัยเด็ก-วัยรุ่นของธุรกิจ

3. ช่วงอิ่มตัว (Maturity) เปรียบเสมือนวัยผู้ใหญ่ของธุรกิจ

4. ช่วงเสื่อมถอย (Decline) เปรียบเสมือนวัยชราของธุรกิจ

แล้วในแต่ละช่วงธุรกิจ ต้องเจออะไรบ้าง และควรหยิบกลยุทธ์ไหนมาใช้ ?

มาเริ่มกันที่ระยะเริ่มต้น (Startup) กันก่อน

ในระยะนี้ ธุรกิจจะยังไม่มีฐานลูกค้ามากนัก รวมถึงผลิตภัณฑ์ก็ยังไม่ติดตลาด

สิ่งที่ธุรกิจต้องโฟกัสมากที่สุดในระยะนี้ ก็คือโมเดลธุรกิจ ตัวอย่างเช่น

- ใครคือกลุ่มเป้าหมายหรือลูกค้าที่แท้จริงของธุรกิจ

- ผลิตภัณฑ์ของเราจะมอบคุณค่า หรือช่วยแก้ปัญหาให้กับลูกค้าได้อย่างไร

- ทำไมลูกค้าถึงจะต้องเลือกผลิตภัณฑ์ของเรา แทนที่จะเป็นของคู่แข่ง

- ช่องทางไหนที่เราจะสื่อสารกับลูกค้า และส่งมอบผลิตภัณฑ์ให้พวกเขา

- ใครคือพาร์ตเนอร์ของเรา เช่น ซัปพลายเออร์, หุ้นส่วน, บริษัทที่ปรึกษา, ร้านค้าปลีก

- อะไรคือตัวทำรายได้ให้แก่ธุรกิจ จะคิดรายได้รูปแบบไหน ขายขาด, เก็บส่วนแบ่งรายได้, ให้เช่า, ให้สมัครสมาชิก, ค่าโฆษณา ฯลฯ

- อะไรคือต้นทุนที่ธุรกิจต้องจ่าย โครงสร้างต้นทุนเป็นอย่างไร

การมีโมเดลธุรกิจที่ชัดเจน เป็นเรื่องที่สำคัญมาก เพราะจะเป็นตัวกำหนดทิศทางการเติบโตของธุรกิจ

เมื่อมีโมเดลธุรกิจที่ชัดเจนแล้ว ในระยะเริ่มต้นนี้ ธุรกิจจะต้องเน้นการสร้างการรับรู้เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ของบริษัท ไปยังกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย

รวมถึงอาจมีการออกแคมเปญดึงดูดลูกค้า เพื่อสร้างฐานผู้ใช้งาน สร้างความน่าเชื่อถือ รวมถึงเก็บ Feedback จากลูกค้าเพื่อนำไปปรับปรุงผลิตภัณฑ์ให้ดีขึ้น

โดยที่ในระยะนี้ แม้จะมีรายได้เติบโตบ้าง แต่ธุรกิจก็มักอยู่ในภาวะขาดทุน รวมถึงต้องมีการใช้เงินเป็นจำนวนมาก ทำให้สภาพคล่องเป็นเรื่องที่ธุรกิจต้องระมัดระวัง

ซึ่งบริษัทใหญ่ ๆ ต่างก็เคยผ่านช่วงเวลานี้มาแล้วทั้งนั้น เช่น Apple, Amazon, Nvidia, Meta

มาถึงระยะที่สอง.. คือระยะเติบโต (Growth)

เมื่อมีฐานลูกค้าและธุรกิจแข็งแรงระดับหนึ่งแล้ว ในระยะเติบโตนี้ เป็นช่วงที่ต้องมุ่งเน้นการขยายธุรกิจ (Scale) ซึ่งอาจมาจาก

- การขยายไปยังลูกค้ากลุ่มใหม่ เช่น แบรนด์สตรีตแฟชั่น Supreme เริ่มแรกจับกลุ่มนักเล่นสเกตบอร์ด แต่ต่อมาได้ขยายฐานลูกค้าไปยังกลุ่มคนรุ่นใหม่ ที่สนใจแฟชั่นสไตล์สตรีต

- การออกผลิตภัณฑ์ใหม่ เช่น แบรนด์สกินแคร์ไทย MizuMi สินค้าแรกที่แบรนด์ทำออกมาคือ ครีมกันแดด ซึ่งผลตอบรับดี จึงขยายไลน์สินค้า ไม่ว่าจะเป็น ครีมกันแดดสูตรใหม่ ๆ รวมไปถึงผลิตภัณฑ์อื่น ๆ เช่น คลีนซิง, เซรั่ม

นอกจากนี้ ธุรกิจอาจเลือกที่จะพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่มีอยู่ของบริษัทให้มีลูกเล่นใหม่ ๆ เพื่อตอบโจทย์ลูกค้า ซึ่งจะทำให้ธุรกิจมีรายได้มากขึ้น โดยที่ไม่จำเป็นต้องเสี่ยงลงทุนใหม่ทั้งหมด เช่น แบรนด์น้ำดื่ม ที่ออกฉลากลวดลายพิเศษ ให้ลูกค้าได้สะสม

- การขยายตลาด ไปยังพื้นที่ใหม่ ๆ โดยอาจนำสินค้าหรือโมเดลที่สำเร็จ ไปใช้ในพื้นที่ใหม่ได้ เพื่อมุ่งสร้างส่วนแบ่งตลาดให้ได้มากที่สุด เช่น ร้านสุกี้ตี๋น้อย ที่พอขยายสาขาครอบคลุมในกรุงเทพฯ​ ได้แล้ว ก็เริ่มขยับไปขยายสาขาในต่างจังหวัด

ในระยะนี้ ธุรกิจอาจเริ่มทำกำไรได้ แต่ก็จะต้องมีการลงทุนที่มากขึ้น และทำการตลาดเชิงรุก เพื่อสร้างการเติบโต

นอกจากนี้ ธุรกิจในระยะเติบโต อาจต้องมีการใช้เงินทุนจากภายนอกเข้ามาหมุนเวียนในธุรกิจมากขึ้น

ไม่ว่าจะเป็นการกู้เงินจากธนาคาร การออกหุ้นกู้ หรือแม้แต่การระดมทุนผ่านการออกเป็นหุ้นสามัญ ซึ่งถ้าหากเป็นการนำธุรกิจเข้าตลาดหลักทรัพย์ เราก็จะเรียกว่า IPO นั่นเอง

อย่างไรก็ตาม ถ้าหากธุรกิจไหน สามารถขยายการเติบโตได้ โดยไม่จำเป็นต้องใช้เงินทุนหรือลงทุนมากนัก
และมีโครงสร้างต้นทุน เป็นต้นทุนคงที่ (Fixed Cost) ในสัดส่วนที่สูง เมื่อเทียบกับต้นทุนผันแปร

ทุกรายได้ที่เพิ่มขึ้น ก็มักจะไหลลงไปเป็นกำไร ตัวอย่างธุรกิจประเภทนี้ มักจะเป็นธุรกิจแพลตฟอร์ม ที่สามารถ Scale ไปได้ทั่วประเทศ ทั่วโลกอย่างรวดเร็ว และมีต้นทุนต่อหน่วยที่ต่ำ เช่น TikTok, Facebook, YouTube

มาถึงระยะที่สาม.. ระยะอิ่มตัว (Maturity)

ในระยะนี้ เป็นช่วงที่ธุรกิจเริ่มอิ่มตัวแล้ว โดยสังเกตได้จากการมีรายได้ที่ค่อนข้างคงที่ หรือเติบโตอย่างช้า ๆ

ธุรกิจมีผลิตภัณฑ์หรือแบรนด์ที่ติดตลาดมาสักระยะ มีฐานลูกค้าที่ค่อนข้างเหนียวแน่น รวมถึงขนาดของตลาด อาจเริ่มพบกับขีดจำกัดแล้ว

การเติบโตในระยะนี้ จึงต้องมองออกไปด้านข้างของรันเวย์มากขึ้น ซึ่งหนึ่งในวิธีที่น่าสนใจก็คือ การเข้าซื้อกิจการ (M&A) เพื่อสร้างการเติบโต

โดยการเข้าซื้อกิจการนี้ อาจเป็นการซื้อกิจการของคู่แข่ง เพื่อเพิ่มส่วนแบ่งการตลาด และลดการแข่งขันในตลาด

หรือแม้แต่ซื้อกิจการที่ไม่ได้เป็นคู่แข่งโดยตรง แต่เป็นธุรกิจที่นำมา Synergy กับธุรกิจปัจจุบันได้ เช่น การซื้อกิจการคู่ค้า

หรือซื้อกิจการต้นน้ำอย่าง ซัปพลายเออร์ และกิจการปลายน้ำ เช่น ร้านค้าปลีก เพื่อควบคุมซัปพลายเชนให้ครอบคลุม

รวมไปถึงการลดต้นทุน และเพิ่มประสิทธิภาพ โดยไม่ลดคุณภาพ ซึ่งอาจนำเทคโนโลยีต่าง ๆ มาช่วยเสริมตรงนี้ ไม่ว่าจะเป็นระบบ Automation, ระบบ AI เป็นต้น

โดยในระยะอิ่มตัวนี้ สิ่งสำคัญที่ธุรกิจต้องตระหนักคือ การพยายามรักษาส่วนแบ่งตลาดของธุรกิจไว้ โดยอาจเน้นการรักษาความสัมพันธ์ที่ดีกับลูกค้า เช่น การนำเสนอบริการสำหรับสมาชิก โปรแกรมสะสมแต้ม

มาถึงระยะที่สี่.. ระยะถดถอย (Decline)

มนุษย์มีแก่ชราฉันใด ธุรกิจก็มีแก่ชราฉันนั้น
แต่อาจต่างกันตรงที่ ธุรกิจมีโอกาสที่จะฟื้นคืนชีพได้..

ในระยะถดถอยนั้น รายได้ของธุรกิจที่ค่อนข้างคงที่จากเฟสก่อนหน้า เริ่มลดลง ซึ่งอาจมาจากความนิยมในผลิตภัณฑ์ที่ลดลง

การแข่งขันที่มากขึ้น มีคู่แข่งหน้าใหม่ ๆ เข้ามาแย่งส่วนแบ่งตลาด
ไปจนถึงพฤติกรรมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป อุตสาหกรรมถูกดิสรัปต์ ด้วยสิ่งใหม่ ๆ ที่ดีกว่า

ในระยะนี้ เจ้าของหรือผู้บริหาร ควรที่จะควบคุมต้นทุน และพิจารณาตัดธุรกิจที่ไม่ทำกำไรออกไป

รวมถึงต้องมองหาวิธีพลิกฟื้นธุรกิจ เพื่อตอบ Pain Point ใหม่ ๆ ของลูกค้า โดยอาจมาจากการลงทุนในนวัตกรรมใหม่ ๆ หรือการร่วมมือกับธุรกิจอื่น ๆ เพื่อสร้างผลิตภัณฑ์ที่เป็นจุดเด่นให้แก่บริษัท

ซึ่งถ้าหากทำสำเร็จ วงจรชีวิตของธุรกิจอาจกลับไปยังระยะเติบโตได้อีกครั้ง

ตัวอย่างเคสธุรกิจจริงคือ Apple ที่เคยวิกฤติจนเกือบล้มละลาย จนต้องเชิญคุณสตีฟ จอบส์ กลับมาบริหารอีกครั้ง ซึ่ง Apple ก็สามารถกลับมาเติบโตได้ ด้วยการเปิดตัวนวัตกรรมใหม่ ๆ ในสมัยนั้น ทั้ง iPod, iPhone และ iPad

อย่างไรก็ตาม ในระยะถดถอยนี้ ถ้าหากว่าไม่สามารถพลิกฟื้นธุรกิจได้
รายได้ หรือส่วนแบ่งตลาดของธุรกิจ ก็ลดลงเรื่อย ๆ และมั่นใจว่า ธุรกิจไปต่อไม่ได้แล้ว

การไม่ฝืน และพิจารณาที่จะขายธุรกิจอย่างสมเหตุสมผล ก็อาจเป็นหนึ่งในทางเลือกที่ดีเช่นกัน

มาถึงตรงนี้ เราก็คงจะเห็นภาพกันแล้วว่า ในแต่ละช่วงชีวิตของธุรกิจนั้น ก็ล้วนมีกลยุทธ์การเติบโต ที่แตกต่างกันไป
ไม่ต่างกับชีวิตของคนที่วัยเด็ก ก็เน้นเรียนรู้
วัยรุ่นเน้นหาประสบการณ์ ค้นหาตัวเอง
วัยผู้ใหญ่ เน้นสร้างความมั่งคั่ง

และต้องบอกว่า การที่มีบางธุรกิจที่ไม่สามารถปรับตัวได้ และล้มหายตายจากไป ถือเป็นเรื่องปกติของการทำธุรกิจ

ซึ่งเราอาจมองสิ่งที่เกิดขึ้นนี้ว่า Creative Destruction หรือการทำลายล้างอย่างสร้างสรรค์

เพราะเมื่อมีธุรกิจเก่า ๆ หายไป ก็มักจะมีธุรกิจใหม่ ๆ ที่มีประสิทธิภาพกว่า มีนวัตกรรมที่เหนือกว่า ขึ้นมาแทนที่ สุดท้ายก็จะทำให้ภาพรวมของประเทศ ของโลก รวมถึงอารยธรรมมนุษย์ ก้าวหน้าขึ้นนั่นเอง..
╔═══════════╗
ติดตามข่าวเศรษฐกิจแบบเน้น ๆ จากหลายเพจได้ใน Blockdit - คอนเทนต์แพลตฟอร์มที่มีผู้ใช้งานเป็นประจำ 2 ล้านคน ลองใช้ฟรี blockdit.com/download
╚═══════════╝
ติดตามลงทุนแมนได้ที่
Website - longtunman.com
Blockdit - blockdit.com/longtunman
Facebook - facebook.com/longtunman
Twitter - twitter.com/longtunman
Instagram - instagram.com/longtunman
YouTube - youtube.com/longtunman
TikTok - tiktok.com/
Spotify - open.spotify.com/show/4jz0qVn1AL7tRMHiTvMbZH
Apple Podcasts - podcasts.apple.com/th/podcast/ลงทุนแมน/id1543162829
Soundcloud - soundcloud.com/longtunman

10/04/2025
แก้ปัญหาสภาพคล่องทางธุรกิจอย่างเป็นระบบ ให้ธุรกิจคุณก้าวไปข้างหน้าอย่างมั้นใจ ด้วยแหล่งเงินทุนที่เชื่อถือได้ # เงินทุนพร...
06/04/2025

แก้ปัญหาสภาพคล่องทางธุรกิจอย่างเป็นระบบ ให้ธุรกิจคุณก้าวไปข้างหน้าอย่างมั้นใจ ด้วยแหล่งเงินทุนที่เชื่อถือได้
# เงินทุนพร้อม # เครดิตคุณแรกเงินหมุนเวียนธุรกิจ # สินเชื่อเจ้าของธุรกิจ

# เงื่อนไขของสินเชื่อ #
✅พิเศษดอกเริ่มต้น 1.68 % ต่อเดือน
✅วงเงินกู้สูงถึง 10 ล้าบบาท
✅ฟรีไม่มีค่าธรรมเนียม
✅ไม่เช็คเครดิตบูโร
✅ไม่ต้องใช้หลักทรัพย์ค้ำประกัน
# สำหรับเจ้าของธุรกิจ บริษัท , ห้างหุ้นส่วนจำกัด ,จดทะเบียนพาณิชย์ #
ประเมินสินเชื่อและปรึกษาฟรีไม่มีค่าธรรมเนียม เพียงพิมพ์ว่าสนใจใต้โพสต์หรือกดติดตามเพจ
# บริษัทไม่มีนโยบายเรียกเก็บค่าธรรมเนียม #

คำพูดของคุณ คุณสุวัฒน์ เชาว์ปรีชา หนึ่งในผูุ้ก็ตั้งบริษัทรับเหมาก่อสร้าง ฤทธา ที่มีรายได้ 10,000 ล้านต่อปี  สร้างตึกได้แ...
05/04/2025

คำพูดของคุณ คุณสุวัฒน์ เชาว์ปรีชา หนึ่งในผูุ้ก็ตั้งบริษัทรับเหมาก่อสร้าง ฤทธา ที่มีรายได้ 10,000 ล้านต่อปี สร้างตึกได้แข็งแรงสมชื่อ
“ผมไม่ใช่เป็นคนเห็นแก่เงิน เงินไม่ใช่กุญแจสู่ความสำเร็จ แต่เงินก็เอาไว้ซื้อกุญแจได้”

“ฤทธา RITTA” บริษัทรับเหมาก่อสร้าง รายได้ 10,000 ล้าน /โดย ลงทุนแมน
ฤทธา RITTA คือหนึ่งในบริษัทรับเหมาก่อสร้างชั้นนำของประเทศไทย ที่ให้บริการงานวิศวกรรมและก่อสร้างแบบครบวงจร ตั้งแต่งานศึกษาความเป็นไปได้ของโครงการ การออกแบบ ก่อสร้าง และบำรุงรักษา ซึ่งบริษัทมีผลงานที่โดดเด่นมากมาย และขึ้นชื่อเรื่องงานก่อสร้างที่มีคุณภาพ

และหนึ่งในผู้ร่วมก่อตั้ง ฤทธา ก็คือคุณสุวัฒน์ เชาว์ปรีชา

“ผมไม่ใช่เป็นคนเห็นแก่เงิน เงินไม่ใช่กุญแจสู่ความสำเร็จ แต่เงินก็เอาไว้ซื้อกุญแจได้”

คำพูดของคุณสุวัฒน์ ที่ลาออกจากราชการเพื่อมุ่งหน้าไปสู่งานเอกชน ก่อนที่เขาจะหันมาตั้งบริษัทรับเหมาก่อสร้าง “ฤทธา” ที่วันนี้มีรายได้กว่า 10,000 ล้านบาท

เขาคือใคร
ฤทธา RITTA มีผลงานอะไรบ้าง ?
ลงทุนแมนจะมาเล่าให้ฟัง

คุณสุวัฒน์ เชาว์ปรีชา เกิดที่นครสวรรค์ เดิมทีนั้นครอบครัวของเขา มีรายได้จากการเดินเรือรับส่งทั้งผู้โดยสารและขนส่งสินค้า

อย่างไรก็ตาม วิวัฒนาการของการเดินทางที่ทำให้คนเดินทางทางบกมากขึ้น ทำให้รายได้ตรงนี้ของครอบครัวเขาเริ่มลดลง จนทำให้ครอบครัวเขาต้องเลิกกิจการเดินเรือโดยสารและรับส่งสินค้าไปในที่สุด

ต่อมาคุณสุวัฒน์ เข้ามาเรียนในกรุงเทพ จนเรียนจบวิศวกรรมโยธา จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และเริ่มทำงานรับราชการกับกรมทางหลวง ด้วยเงินเดือนเริ่มต้นที่ 1,250 บาท

เขาได้ไปทำงานก่อสร้างทางแถวภาคตะวันออกเฉียงเหนือประมาณ 1 ปี ช่วงนั้นตัวคุณสุวัฒน์บอกว่า เป็นช่วงชีวิตที่มีความสุขและสนุกกับงานมาก แต่แล้วมาวันหนึ่ง เขาจำเป็นต้องตัดใจลาออกจากราชการเพื่อไปทำงานเอกชน

เพราะเงินเดือนของที่ใหม่ที่เสนอมาให้เขานั้นคือ 6,000 บาท ประมาณ 5 เท่า ของที่เขารับอยู่ ทำให้เขาไม่ลังเลที่จะต้องลาออก เพราะเงินเดือนช่วงที่รับราชการนั้น เขาบอกว่าไม่เพียงพอกับค่าใช้จ่ายของครอบครัว

แม้แต่รุ่นพี่ที่ทำงานมาด้วยกัน พอรู้ว่าคุณสุวัฒน์ลาออก จึงมาถามเขาว่าเพราะอะไร ซึ่งคุณสุวัฒน์ตอบแบบทีเล่นทีจริงไปว่า ขอลาออกไปรวย..

นับแต่นั้นเขามาทำงานเอกชน และสั่งสมประสบการณ์ทำงานอีกกว่า 20 ปี จนมาในช่วงปี 2532 ตอนนั้นคุณสุวัฒน์อายุประมาณ 40 ปี เขานั่งคิดว่า

“ถ้าเราออกมาตั้งบริษัทเอง น่าจะมีรายได้มากกว่าการทำงานประจำเป็นมนุษย์เงินเดือน”

เขาจึงชวนเพื่อนร่วมงาน ที่เคยร่วมงานกันมา มาทำงานด้วยกันที่ฤทธา โดยแม้จะได้รับเงินเดือนกันไม่เยอะเมื่อเทียบกับการไปทำงานกับบริษัทเอกชนแห่งอื่น

แต่คุณสุวัฒน์บอกตัวเองและเพื่อนร่วมงานว่า ฤทธาต้องเติบโตขึ้นจากวันนี้อย่างแน่นอน

โดยโลโกของฤทธา คือ หนุมาน ซึ่งเป็น “วานรเทพ” ในวรรณคดีไทย ที่สื่อถึงความกล้าหาญ อุดมด้วยพลัง ปัญญา และความภักดี สอดคล้องกับความตั้งใจของคุณสุวัฒน์ ที่อยากจะยึดมั่นในความแข็งแกร่งและคุณธรรมในการทำงาน

ช่วงแรกฤทธา เริ่มรับงานเป็นผู้รับเหมาช่วง (Subcontract) ซึ่งเป็นผู้รับเหมาที่รับงานต่อมาจากผู้รับเหมาหลักอีกต่อหนึ่ง โดยมูลค่าโครงการละไม่กี่ล้าน

ช่วงนั้น เวลาที่บริษัทมีรายได้เข้ามานั้น เขาจะไม่นำไปใช้ในสิ่งที่ไม่มีประโยชน์แก่บริษัท เพราะเขาอยากเก็บเงินไปใช้ในการทำงานโครงการต่อ ๆ ไปในอนาคต

ซึ่งสิ่งนี้ถือว่าเป็นหนึ่งในวินัยทางการเงินที่สำคัญที่ติดตัวบริษัทมาจนทุกวันนี้

จากวันนั้นถึงวันนี้ ฤทธา เติบโตเรื่อยมา จนมีประสบการณ์ในงานก่อสร้างยาวนานกว่า 38 ปี ได้รับการรับรองมาตรฐาน ISO9001 และ ISO14001

บริษัทได้ก่อสร้างสิ่งปลูกสร้างมาหลากหลายประเภท ไม่ว่าจะเป็น อาคารโรงงาน คลังสินค้า สำนักงาน ที่พักอาศัย โรงแรม รีสอร์ต โรงเรียนนานาชาติ โรงพยาบาล สิ่งก่อสร้างสาธารณะที่สำคัญ

ตัวอย่างโครงการที่กำลังก่อสร้าง เช่น
- อาคารมหาวิหารพระพุทธศรีสัพพัญญู พุทธอุทยานนครสวรรค์
- ปรับปรุงอาคาร เอ็มโพเรียม ทาวเวอร์ เฟส 2 (ส่วนงานผนังและงานภายนอกด้านหน้าอาคารชั้น 1)
- โรงเรียนนานาชาติ เซนต์แอนดรูว์สกรุงเทพ
- โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ อาคารบี และอาคารซี
- โครงการดุสิต เซ็นทรัล พาร์ค

ส่วนผลงานที่สร้างเสร็จไปแล้ว ก็มีมากมาย

-คอนโดมิเนียม เช่น One Bangkok-อาคารสำนักงานและห้องตัวอย่าง, เดอะลอฟท์ อโศก, คอนโด ชิดลม 28, คิวคอนโด สุขุมวิท 6 และศาลาแดง วัน

-อาคารสำนักงาน เช่น โครงการก่อสร้าง ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) อาคารริมน้ำ, โครงการก่อสร้างอาคารสำนักงาน เมืองไทยประกันชีวิต ถนนสุขุมวิท 66 และเอไอเอ คอมเมอร์เชียล มาร์เก็ต เซ็นเตอร์

-ห้างสรรพสินค้า เช่น คิง เพาเวอร์ คอมเพล็กซ์ ศรีวารี และเดอะ พรอมานาด

-โรงพยาบาล เช่น โรงพยาบาลพริ้นซ์ ฮอสพิทอล-บางนา, ทีพีพี เฮลท์แคร์ อินเตอร์เนชั่นแนล และโรงพยาบาลบำรุงเมือง

-โรงแรมและรีสอร์ต เช่น ดับบลิว โฮเต็ล กรุงเทพ, คาร์ลตัน โฮเทล แบงคอก และโรงแรมโรสวู้ด แบงคอก

-สถาบันการศึกษา เช่น โครงการก่อสร้างอาคาร ค.ส.ล.6 ชั้น โรงเรียนนานาชาติเวลลิงตันคอลเลจ กรุงเทพฯ และโรงเรียนนานาชาติ บางกอกเพรพ (วิทยาเขตใหม่)

นอกจากนี้ ก็ยังมีโรงงาน โกดัง และโครงการอื่น ๆ อีกหลายแห่งที่ฤทธา เป็นผู้รับผิดชอบในการก่อสร้าง

สำหรับรายได้และกำไรของ บริษัท ฤทธา จำกัด

ปี 2564 รายได้ 7,068 ล้านบาท กำไร 252 ล้านบาท
ปี 2565 รายได้ 9,929 ล้านบาท กำไร 484 ล้านบาท
ปี 2566 รายได้ 11,283 ล้านบาท กำไร 380 ล้านบาท

จากบริษัทที่เริ่มต้นรับงานหลักล้านบาท มาตอนนี้ บริษัทฤทธา สามารถรับงานขนาดใหญ่ หลักร้อยล้านบาท ไปจนถึงพันล้านบาท
และมีรายได้หลัก 10,000 ล้านบาทต่อปีได้

ซึ่งปัจจุบัน กลุ่มฤทธา มีบริษัทในเครือหลายแห่ง จึงได้มีการจัดตั้ง บริษัท ฤทธา โฮลดิ้งส์ จำกัด ขึ้นมา เพื่อกำกับดูแลและบริหารงานบริษัทในเครือทั้งหมด

แม้ว่า คุณสุวัฒน์ เชาว์ปรีชา ได้จากไปแล้วตั้งแต่ปี 2565
แต่เจตจำนงของคุณสุวัฒน์ รวมถึงตำนานและความเชี่ยวชาญของ ฤทธา
ก็ยังคงอยู่ และได้ถูกส่งต่อมายังทีมผู้บริหารและพนักงานรุ่นใหม่ ให้สืบทอดต่อไป

ปิดท้ายด้วยข้อมูลที่น่าสนใจ
ทุกคนคงสะดุดตากับคำว่า ฤทธา และสงสัยว่าทำไมเจ้าของถึงตั้งชื่อนี้ มีไอเดียมาจากอะไร
จริง ๆ แล้วเบื้องหลังชื่อนี้มีความหมายซ่อนอยู่

คุณสุวัฒน์ใช้คำว่า “ฤทธา” ตั้งชื่อบริษัทเพราะ เขานำมาจากชื่อเรือของพ่อในสมัยที่เขายังเด็ก
ซึ่งในภาษาสันสกฤตนั้นก็แปลว่า การประสบความสำเร็จ

ขณะที่ชื่อภาษาอังกฤษของบริษัทคือ RITTA ซึ่งเมื่อแยกออกมาทีละคำก็คือ
R - Responsibility มีความรับผิดชอบ
I - Integrity มีความซื่อสัตย์
T - Technology ใช้วิทยาการใหม่ ๆ มาบริหารจัดการ
T - Time ทำอะไรให้ ทันเวลา ถูกเวลา
และ A - Altruism มีความเข้าใจและเห็นอกเห็นใจผู้อื่น นั่นเอง..

 # 7 ของสะสมที่สร้างมูลค่าเพิ่มสูงที่สุดใน 10 ปี  # หลายครั้งที่การสะสมของต่างๆ ถูกมองว่าเป็นเรื่องฟุ่มเฟือย เป็นกิจกรรม...
01/04/2025

# 7 ของสะสมที่สร้างมูลค่าเพิ่มสูงที่สุดใน 10 ปี #
หลายครั้งที่การสะสมของต่างๆ ถูกมองว่าเป็นเรื่องฟุ่มเฟือย เป็นกิจกรรมของคนเงินเหลือเขาทำกัน ไปจนถึงการสะสมของเหล่านั้นมันเป็นเรื่องไร้สาระ ไม่ว่าจะสะสมเครื่องประดับ รถ นาฬิกา ไปจนถึงของเล็กๆ น้อยๆ อย่างเหรียญต่างๆ
แต่รู้หรือไม่ว่า การสะสมของเหล่านั้นมันไม่ใช่แค่เรื่องของรสนิยมเพียงอย่างเดียว แต่มันยังเป็นเรื่องของการลงทุนได้อีกด้วย...
อันนี้ก็ต้องบอกว่าเป็นรสนิยมและความชอบส่วนบุคคล การที่จะลงทุนในกับของเหล่านี้ต้องมีความรู้และเข้าใจในสิ่งนั้นมากพอสมควร เพราะไม่ใช่ของทุกชิ้นจะมีมูลค่าเพิ่มเสมอไป
รถคลาสสิคแบรนด์เดียวกับ ต่างรุ่น ต่างปี ก็มีโอกาศที่ราคาจะขึ้นไม่เท่ากัน หรืออาจจะราคาลดลงก็เป็นได้ เช่นเดียวกันกับ นาฬิกา ไวน์ เครื่องประดับอื่นๆ
เพราะฉะนั้นสำหรับคนที่ต้องการซื้อเพื่อเก็งกำไร ต้องศึกษาและเข้าในเรื่องราวของสิ่งนั้นก่อนตัดสินใจซื้อ
Knight Frank บริษัทที่ให้คำปรึกษาด้านการลงทุน ได้ทำการสำรวจรวบรวมสถิติ การลงทุนกับของสะสมหรูในช่วง 10 ปี ที่ผ่านมาพบว่าของสะสมเหล่านี้สามารถเพิ่มมูลค่าได้อย่างมาก จนคาดไม่ถึงเลยทีเดียว!

 # สิ่งที่มองข้ามไม่ได้ในการทำให้ผลประกอบการของธุรกิจมีทิศทางที่ดี คือ เรื่องของกระแสเงินสด เพราะเงินเป็นตัวแปรสำคัญอันด...
01/04/2025

# สิ่งที่มองข้ามไม่ได้ในการทำให้ผลประกอบการของธุรกิจมีทิศทางที่ดี คือ เรื่องของกระแสเงินสด เพราะเงินเป็นตัวแปรสำคัญอันดับต้นๆ ในการทำธุรกิจและกับดัก 5 ความผิดพลาดซึ่งเป็นตัวการที่จะทำให้สภาพคล่องทางการเงินของ SMEs ต้องสะดุดลง #
ปัจจัยที่ 1 : ไม่ติดตามค่าใช้จ่าย
การละเลยที่จะติดตามหรือเก็บข้อมูลเรื่องของค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น เป็นสาเหตุให้ SMEs ใช้จ่ายมากกว่าที่ควรจะเป็น เช่น SMEs หลายรายมุ่งเน้นว่าจะทำอย่างไรเพื่อให้ได้ลูกค้ามากๆ จึงมีการจ้างพนักงานใหม่เข้ามาช่วยงานเพื่อรองรับลูกค้าที่จะมีมากขึ้นในอนาคต โดยลืมคิดไปว่าสิ่งเหล่านั้นคือต้นทุนของกิจการ ผนวกกับการไม่คอยตามสถานะทางการเงินว่า เงินที่เข้าและออกนั้นมีที่มาที่ไปอย่างไร ยิ่งละเลยไว้นานเท่าไหร่ ยิ่งสะสมและทำให้กระแสเงินสดมีปัญหาขึ้นเรื่อยๆ
ปัจจัยที่ 2 : ไม่ตอบสนองช่องทางการชำระเงินของลูกค้าในยุคปัจจุบัน
ในอดีตที่ผ่านมารูปแบบการชำระเงินของลูกค้ามีอยู่ไม่กี่อย่าง เช่น การจ่ายเงินสดที่หน้าร้านโดยตรงเมื่อซื้อสินค้าหรือรับบริการการโอนเงินผ่านบัญชีธนาคาร เป็นต้น ซึ่ง SMEs บางรายคิดว่า ช่องทางการได้มาของเงินเพียงเท่านี้ก็เพียงพอแล้วเลยไม่จำเป็นที่จะต้องเพิ่มรูปแบบการชำระเงินแบบใหม่ๆ ที่มีความทันสมัยเข้ามาแต่ความคิดแบบนี้กลับทำให้ SMEs หลายรายพลาดโอกาสการได้ลูกค้าที่มีความสามารถในการชำระเงินที่จ่าย สะดวกและคล่องตัวซึ่งมีอยู่มากในปัจจุบัน
ปัจจัยที่ 3 : ไม่จัดการการจ่ายที่ล่าช้าและใบแจ้งหนี้ที่ค้างชำระ
กรณีทำธุรกิจแล้วมีเหตุการณ์ที่ลูกค้าชำระเงินล่าช้ากว่ากำหนด มีการค้างชำระ ถ้าปล่อยไว้นานไปโดยไม่มีการแก้ไขอาจเป็นตัวทำลายกระแสเงินสดของธุรกิจได้ ซึ่ง SMEs หลายรายเลือกที่จะไม่เร่งรัดให้ลูกค้าต้องจ่ายเพราะกลัวที่จะเสียลูกค้า ยิ่งถ้าเป็นลูกค้าประจำแทบไม่อยากที่จะทวงถามเลยด้วยซ้ำ สิ่งเหล่านี้จะกลายเป็นปัยหาใหญ่และทำให้เรื่องการจัดการทางการเงินของกิจก่ีไม่มีระบบตาามา
ปัจจัยที่ 4 : ไม่เตรียมเงินสดสำรอง
แน่นอนว่าไม่มีใครคาดเดาอนาคตของธุรกิจว่าจะเกิดอะไรขึ้น การวางแผนทางการเงินที่ไม่ดีพอโดยเฉพาะเงินสำรองยามฉุกเฉิน เป็นอีกหนึ่งความผิดพลาดที่ส่งผลกระทบต่อกระแสเงินสดได้ เพราะเมื่อมีเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดการดึงเงินที่ได้วางแผนอนาคตไว้ หรือเงินอนาคตมาใช้โดยไม่จำเป็นย่อมทำให้ระบบการเงินเกิดแปรปรวนได้
ปัจจัยที่ 5 : จัดการเรื่องภาษีไม่ดีพอ
เรื่องของการบริการจัดการภาษีที่ไม่ดีพอมักจะเกิดขึ้นทุกๆปี เมื่อถึงฤดูกาลยื่นแบบเพิ่อเสียภาษี เพราะ SMEs หลายรายมักไม่สนใจในการประมาณการรายได้ รายจ่าย ทำให้การคำนวณภาษีในแต่ละปีไม่ถูกต้องตามข้อเท็จจริง ก่อให้เกิดความผันผวนต่อกระแสเงินสดและอาจได้รับบทลงโทษตามกฎหมายที่ทำให้ธุรกิจเกิดความเสียหายได้

ปิดงานตามแผน พร้อมต่อยอดความสำเร็จเดินหน้าธุรกิจแบบมั่นคง เสริมสภาพคล่องพร้อมลงทุนโปรเจ็คใหม่สร้างโอกาสเติบโตอย่างไม่มีส...
29/03/2025

ปิดงานตามแผน พร้อมต่อยอดความสำเร็จ
เดินหน้าธุรกิจแบบมั่นคง เสริมสภาพคล่องพร้อมลงทุนโปรเจ็คใหม่
สร้างโอกาสเติบโตอย่างไม่มีสะดุด
# เงื่อนไขของสินเชื่อ #
✅พิเศษดอกเริ่มต้น 0.98 % ต่อเดือน
✅วงเงินกู้สูงถึง 5 ล้าบบาท
✅ฟรีไม่มีค่าธรรมเนียม
✅ไม่เช็คเครดิตบูโร
✅ไม่ต้องค้ำประกันก็กู้ได้
# สำหรับเจ้าของธุรกิจ บริษัท , ห้างหุ้นส่วนจำกัด ,จดทะเบียนพาณิชย์ #
ประเมินสินเชื่อและปรึกษาฟรีไม่มีค่าธรรมเนียม เพียงพิมพ์ว่าสนใจใต้โพสต์หรือกดติดตามเพจ
# บริษัทไม่มีนโยบายเรียกเก็บค่าธรรมเนียม #

โอกาสทางธุรกิจไม่ต้องรอหรือยืมเงินใครให้เสียความรู้สึกใช้เอกสารการค้าของท่าน เปลี่ยนเป็นทุน กับ Kapital #เงินทุนธุรกิจ  ...
29/03/2025

โอกาสทางธุรกิจไม่ต้องรอหรือยืมเงินใครให้เสียความรู้สึก
ใช้เอกสารการค้าของท่าน เปลี่ยนเป็นทุน กับ Kapital
#เงินทุนธุรกิจ #ไม่ต้องยืมใคร #เสริมCash Flow
# เงื่อนไขของสินเชื่อ #
✅พิเศษดอกเริ่มต้น 0.98 % ต่อเดือน
✅วงเงินกู้สูงถึง 5 ล้าบบาท
✅ฟรีไม่มีค่าธรรมเนียม
✅ไม่เช็คเครดิตบูโร
✅ไม่ต้องค้ำประกันก็กู้ได้
# สำหรับเจ้าของธุรกิจ บริษัท , ห้างหุ้นส่วนจำกัด ,จดทะเบียนพาณิชย์ #
ประเมินสินเชื่อและปรึกษาฟรีไม่มีค่าธรรมเนียม เพียงพิมพ์ว่าสนใจใต้โพสต์หรือกดติดตามเพจ
# บริษัทไม่มีนโยบายเรียกเก็บค่าธรรมเนียม #

 # ขยันแค่ไหนถึงจะรวย? ขยันอย่างเดียวพอหรือไม่?  #หลายคนเชื่อว่าการขยันทำงานคือกุญแจสู่ความร่ำรวย แต่เคยสังเกตไหมว่า บาง...
26/03/2025

# ขยันแค่ไหนถึงจะรวย? ขยันอย่างเดียวพอหรือไม่? #
หลายคนเชื่อว่าการขยันทำงานคือกุญแจสู่ความร่ำรวย แต่เคยสังเกตไหมว่า บางคนทำงานหนักแทบตาย แต่ยังคงวนเวียนอยู่กับปัญหาการเงิน ในขณะที่บางคนดูเหมือนจะไม่เหนื่อยอะไรมาก แต่กลับสร้างความมั่งคั่งได้เรื่อยๆ
# ขยันอย่างเดียวไม่พอ ต้องขยันให้ถูกทาง #
ลองนึกภาพ…
นาย ก. เป็นพนักงานบริษัท ขยันทำงานหนัก ทำโอทีทุกวัน เลิกงานก็นำงานกลับมาทำที่บ้าน วันหยุดแทบไม่มี แต่เงินเดือนก็ขึ้นเพียงเล็กน้อยทุกปี เขาขยันจริง แต่สุดท้ายยังคงเจอกับภาระค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นตลอด
นาย ข. ก็ขยันเช่นกัน แต่เขาขยันในการเรียนรู้เพิ่ม เขาเริ่มหาวิธีใช้เงินทำงานแทนตัวเอง ศึกษาการลงทุน หาคอนเนคชั่นใหม่ๆ และหาโอกาสสร้างรายได้ที่มากกว่ารายได้ประจำ ภายในไม่กี่ปี รายได้ของเขาโตขึ้นหลายเท่า
ขยันที่ใช่ ต้องประกอบด้วยอะไรบ้าง?
1. ขยันทำงาน + ขยันเรียนรู้
→ ไม่ใช่แค่ขยันทำงาน แต่ต้องขยันพัฒนาตัวเองด้วย
2. ขยันหาโอกาส + ขยันปรับตัว
→ อย่ายึดติดกับวิธีเดิมๆ โลกเปลี่ยน เราก็ต้องเปลี่ยน
3. ขยันสร้างเครือข่าย + ขยันลงทุน
→ คนรวยมักจะไม่ได้รวยจากแรงงานตัวเองล้วนๆ แต่รวยจากการสร้างเครือข่ายและให้เงินทำงานแทน
# แล้วต้องขยันแค่ไหนถึงจะรวย? #
• ถ้าขยันแบบทำงานหนักทุกวัน แต่ไม่มีการพัฒนาตัวเอง = รวยช้า หรืออาจไม่รวยเลย
• ถ้าขยันพัฒนาตัวเอง + หาโอกาสใหม่ๆ + ลงทุนอย่างชาญฉลาด = โอกาสรวยเร็วขึ้น
# สรุป: ขยันอย่างเดียวไม่พอ ต้องขยันให้ถูกทาง! #
แทนที่จะทำงานหนักอย่างเดียว ลองเปลี่ยนมาเป็นขยันคิด ขยันเรียน ขยันสร้างโอกาส แล้วเส้นทางสู่ความร่ำรวยจะชัดเจนขึ้น!

ถ้าคุณต้องการเสริมสภาพคล่องทางการเงินหรือหาโอกาสในการลงทุนให้เงินทำงานแทน ติดต่อเราเพื่อรับคำปรึกษา!

5 สิ่งที่วัยทำงานควรลงทุนกับตัวเอง นอกเหนือจากการลงทุนด้วยเงินหลายคนอาจคิดว่าการลงทุนคือการใช้เงินเพื่อสร้างผลตอบแทนทางก...
26/03/2025

5 สิ่งที่วัยทำงานควรลงทุนกับตัวเอง นอกเหนือจากการลงทุนด้วยเงิน
หลายคนอาจคิดว่าการลงทุนคือการใช้เงินเพื่อสร้างผลตอบแทนทางการเงิน แต่ความจริงแล้ว การลงทุนที่คุ้มค่าที่สุดอาจไม่ใช่แค่เรื่องเงินเท่านั้น หากแต่เป็นการพัฒนาตัวเองในหลายๆ ด้าน ที่จะทำให้ชีวิตดีขึ้นและมีความสุขมากขึ้นในระยะยาว มาดูกันว่า 5 สิ่งที่เราควรลงทุนให้ตัวเองมีอะไรบ้าง
1. การลงทุนในความรู้
การเรียนรู้ไม่มีวันสิ้นสุด ไม่ว่าจะเป็นการอ่านหนังสือ ลงคอร์สเรียน หรือหาความรู้ใหม่ๆ ที่ช่วยเพิ่มศักยภาพในการทำงานและพัฒนาตัวเอง
2. การลงทุนเพื่อสุขภาพ
ร่างกายที่แข็งแรงเป็นรากฐานของชีวิตที่ดี การออกกำลังกาย การรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ และการดูแลสุขภาพจิต ล้วนเป็นการลงทุนที่ให้ผลตอบแทนระยะยาว
3. การลงทุนในสิ่งที่ชอบ
การทำสิ่งที่รัก เช่น งานอดิเรก การฝึกทักษะใหม่ๆ หรือการใช้เวลาทำสิ่งที่เติมเต็มความสุข จะช่วยให้เรารู้สึกมีคุณค่าและมีพลังในการใช้ชีวิต
4. การลงทุนในความสัมพันธ์
ความสัมพันธ์ที่ดีเป็นแหล่งพลังใจที่สำคัญ การให้เวลากับครอบครัว เพื่อน หรือคนรัก จะช่วยให้เรามีความสุขและมีแรงบันดาลใจในการใช้ชีวิต
5. การลงทุนกับการท่องเที่ยว
การเดินทางเปิดโอกาสให้เราได้เรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ได้พักผ่อน และได้ประสบการณ์ที่มีคุณค่า ซึ่งช่วยเติมเต็มความคิดและมุมมองต่อชีวิต
สรุป
การลงทุนที่ดีที่สุดคือการลงทุนกับตัวเอง เพราะเมื่อเรามีความรู้ มีสุขภาพดี ได้ทำสิ่งที่รัก มีความสัมพันธ์ที่ดี และเปิดรับประสบการณ์ใหม่ๆ เราก็จะสามารถพัฒนาชีวิตให้ดียิ่งขึ้นได้โดยไม่ต้องพึ่งพาเงินเพียงอย่างเดียว
คุณล่ะ? ได้เริ่มลงทุนในตัวเองแล้วหรือยัง?

 # หมดปัญหา Cash Flow ขาดมือ บัญชีสำรองการเงินในธุรกิจ ให้วงเงินODตู้เงินสดออนไลน์ สะดวก พร้อมช่วยคุณทุกสถานการณ์  # # เ...
20/02/2025

# หมดปัญหา Cash Flow ขาดมือ บัญชีสำรองการเงินในธุรกิจ ให้วงเงินOD
ตู้เงินสดออนไลน์ สะดวก พร้อมช่วยคุณทุกสถานการณ์ #
# เพิ่มทุนหมุนเวียน พร้อมรับงานต่อเนื่อง เป็นวงเงินสำรองของธุรกิจในยามฉุกเฉิน #
ธุรกิจ # เงื่อนไขของสินเชื่อ #
✅พิเศษดอกเริ่มต้น 0.98 % ต่อเดือน
✅วงเงินกู้สูงถึง 5 ล้าบบาท
✅ฟรีไม่มีค่าธรรมเนียม
✅ไม่เช็คเครดิตบูโร
✅ไม่ต้องค้ำประกันก็กู้ได้
# สำหรับเจ้าของธุรกิจ บริษัท , ห้างหุ้นส่วนจำกัด ,จดทะเบียนพาณิชย์ #
ประเมินสินเชื่อและปรึกษาฟรีไม่มีค่าธรรมเนียม เพียงพิมพ์ว่าสนใจใต้โพสต์หรือกดติดตามเพจ
❌บริษัทไม่มีนโยบายเรียกเก็บค่าธรรมเนียม❌

ให้ธุรกิจเติบโต ขยายธุรกิจได้ต่อเนื่อง แก้ปัญหาในระยะสั้นและระยะยาว  # รอเครดิตเทอม / ต้องเพิ่มกำลังการผลิต / ต้องการเงิ...
19/02/2025

ให้ธุรกิจเติบโต ขยายธุรกิจได้ต่อเนื่อง แก้ปัญหาในระยะสั้นและระยะยาว
# รอเครดิตเทอม / ต้องเพิ่มกำลังการผลิต / ต้องการเงินสำรองเพิ่มกระแสเงินสด #
# เงื่อนไขของสินเชื่อ #
✅พิเศษดอกเบี้ยต่ำแค่ 0.98 % ต่อเดือน
✅วงเงินกู้สูงถึง 5 ล้าบบาท
✅ฟรีไม่มีค่าธรรมเนียม
✅ไม่เช็คเครดิตบูโร
✅ไม่ต้องค้ำประกันก็กู้ได้
สำหรับเจ้าของธุรกิจ บริษัท , ห้างหุ้นส่วนจำกัด ,จดทะเบียนพาณิชย์
❌บริษัทไม่มีนโยบายเรียกเก็บค่าธรรมเนียม❌

ที่อยู่

Bangkok

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Kapital Thai Credit - สินเชื่อผู้ประกอบการ SMEsผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

แชร์