18/08/2022
เมื่อ “เสาหลัก” เสียชีวิต
ย่อมต้องมี “ความจำเป็นทางการเงิน”
เกิดขึ้นภายในครอบครัว
จนอาจเป็นปัญหาได้แน่นอน
ความจำเป็นทางการเงินข้อแรกเลย
คือ “ค่าใช้จ่ายในการจัดพิธีศพ”
ซึ่งอย่าคิดว่าไม่มากมายอะไร
เพราะถ้าไม่ได้มีเงินเก็บเผื่อไว้
ก็ทำให้คนข้างหลังหนักใจได้แน่ ๆ
ความจำเป็นทางการเงินต่อมา
คือสารพัดบรรดาค่าใช้จ่ายต่าง ๆ
ที่เดิมที “เสาหลัก” เป็นคนรับผิดชอบ
ไม่ว่าจะเป็น ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่ากิน ค่าอยู่
ค่าผ่อนบ้าน ผ่อนรถ หรือผ่อน
สิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ ฯลฯ
ทุกอย่างจะตกเป็นภาระ
ของคนข้างหลังทันทีแบบหนีไม่พ้น
ความจำเป็นทางการเงินถัดมาอีก
คือ “รายได้ของครอบครัว” ที่หายไป
ถ้าเสาหลักเคยให้เงินครอบครัว
เดือนละ 30,000 บาท
การจากไปของเสาหลัก
ก็ทำให้ครอบครัวสูญเสียเงินก้อนนี้
ซึ่งแน่นอนว่าจะเสียไปตลอดชีวิต
จึงทำให้ทุกคนต้องลำบากมากขึ้นแน่ ๆ
เพื่อหาเงินมาเติมส่วนที่หายไป
นอกจากนั้นแล้ว สำหรับครอบครัวไหน
ที่ “เสาหลัก” มีหนี้สินติดตัว
หนี้เหล่านั้นก็จะกลายมาเป็นหนี้ของครอบครัว
ที่ทำให้ทุกคนมีความจำเป็นต้องเหนื่อยมากขึ้น
เพื่อใช้หนี้แทนเสาหลักที่ตัดช่องน้อยแต่พอตัว
หนีจากไปโดยการหยุดหายใจ
และสำหรับครอบครัวไหนที่ลูกยังเล็ก
ยังเรียนไม่จบ ยังหางานทำ ยืนด้วยตัวเองไม่ได้
ภาระทั้งหมดนี้ก็จะกลายเป็นของคนที่ยังอยู่ต่อ
ซึ่งถ้าทำได้ไม่ดีมากพอ ก็เท่ากับว่า
ความตายของเสาหลักนั้น
จะทำลายอนาคตของเด็กคนหนึ่ง
ไปตลอดกาลได้เลย
คิดดูให้ดีว่า “ความตายของเรา”
นำพาความเดือดร้อนมาให้ใครบ้างหรือเปล่า?
ความตายของเราจะทำให้คนที่เรารัก
เดือดร้อนมากขนาดไหน?
ถ้าเราไตร่ตรองเรื่องนี้อย่างเข้าใจ
เชื่อว่าเราจะไม่มีทางปฏิเสธ
การทำประกันชีวิตเลย
และจะรีบวางแผนทำประกันชีวิต
ติดตัวไว้ให้เร็วที่สุดด้วยซ้ำ
เพราะเราต่างรู้ดีว่ายังไงความตาย
ก็มาเยือนเราแน่
…ไม่ช้า ก็เร็ว…
#เรื่องเล่าประกันชีวิต