อาจารย์ เฉิน - Tony Chen

อาจารย์ เฉิน - Tony Chen Tony Chen ผู้ที่เชื่อในการลงทุนแบบ Quant strategy ?

"Bruce Kovner กล่าวไว้ว่าการทำกำไรจากตลาดเป็นเรื่องง่าย Tony Chen ก็เชื่ออย่างนั้นเช่นกัน ถ้าเรามีแผนการเทรดหรือลงทุนที่...
15/11/2021

"Bruce Kovner กล่าวไว้ว่าการทำกำไรจากตลาดเป็นเรื่องง่าย Tony Chen ก็เชื่ออย่างนั้นเช่นกัน ถ้าเรามีแผนการเทรดหรือลงทุนที่ดี ก็แค่ทำตามระบบไปเรื่อยๆ และตรวจสอบระบบสม่ำเสมอ ตลาดเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ปีนี้เปลี่ยนมากจากการเข้ามาของ Robot ต่างๆ แต่ขณะเดียวกันผมก็จะหงุดหงิดเล็กน้อย เมื่อเวลาไปร้านกาแฟ คุยกับเพื่อน ไปสัมนา แล้วคนจำนวนมากคุยว่าทำกำไร 10 เปอร์เซ็นต์ต่อเดือน เป็นเรื่องง่าย ถ้าคุณเริ่มที่ 1 ล้านบาท สามปีผ่านไปคุณจะมี 30 ล้านบาท ผมเชื่อว่ามีคนทำได้แต่ไม่เชื่อว่าจะเป็นคนจำนวนมาก น่าจะไม่ถึง 1 เปอร์เซ็นต์ของผู้เล่นทั้งหมด ระดับโลกเค้ายังทำกันได้ 15-80 เปอร์เซ็นต์ต่อปี ผมพยายามให้ CAGR ของผมเมื่อนำไปหาร Maximum Drawdown แล้วมีค่ามากกว่าหรือเท่ากับ 2 เท่า ทุกๆวันนี้ก็ยังพยายามอยู่"

Tony Chen

Bruce Konver ผู้ก่อตั้งและประธานบริษัท Caxton กองทุนเฮดจ์ฟันด์ระดับโลก ซึ่งเขาเป็นเทรดเดอร์ที่ประสบความสำเร็จอย่างมากในวงการ Forex โดยตั้งแต่ปี 1978 ถึงปี 1987 เขาได้อัตราผลตอบแทนเฉลี่ยสูงถึง 87% ต่อปี ทำให้เขาได้รับการขนานนามว่าเป็น Market Wizard แห่งการใช้โรบอทเป็นแนวทางในการเทรด (Robotic Trading Style) การที่เขาประสบความสำเร็จได้นั้น เกิดจากการที่่เขาทำตามโรบอทอย่างมีวินัย และไม่ให้อารมณ์แทรกแซงการตัดสินใจ โดยสรุป 8 แนวทางการเทรดที่สำคัญของเขามีดังนี้

1. Research is key การหาข้อมูลก่อนการตัดสินใจลงทุนในหลักทรัพย์เป็นสิ่งสำคัญอย่างมาก โดยเฉพาะอย่างยื่งเมื่อการลงทุนในครั้งนั้นใช้เงินลงทุนมหาศาล
2. Minimize losses if there's no clarity เมื่อเราเห็นแววแล้วว่าตลาดไม่เป็นไปในทิศทางที่เราคาดการณ์ไว้ ควรจะตัดขาดทุนเพื่อลดความเสี่ยงก่อน
3. Importance of fundamental and technical analysis วิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐาน และปัจจัยทางเทคนิค เพื่อดูสถานการณ์ตลาด
4. Why stop losses are important ตั้งจุดตัดขาดทุนทันที่เมื่อเราเปิดสถานะ เพื่อลดความเสี่ยง
5. Be Disciplined มีวินัยในการเทรด
6. Look for alternative scenarios มองทางเลือกในการลงทุนหลายๆเคส เพราะเขาเชื่อว่าถึงแม้หลายเคสจะล้มเหลว แต่ต้องมีสักเคสที่จะทำกำไรให้เราได้
7. Manage Risk Effectively จัดการความเสี่ยงโดยการติดตามสถานการณ์ที่จะส่งผลต่อพอร์ตการลงทุนของเรา
8. Maintain emotional balance with trading ไม่ให้อารมณ์ครอบงำในการตัดสินใจลงทุน

นำบรรยากาศการสอนเบื้องต้นมาให้ดูกันครับ ใครอยู่แถวโคราชวันที่ 4 ธันวาคม ยังมาเจอกันได้ครับ!!!
14/11/2021

นำบรรยากาศการสอนเบื้องต้นมาให้ดูกันครับ ใครอยู่แถวโคราชวันที่ 4 ธันวาคม ยังมาเจอกันได้ครับ!!!

“สำหรับผมเรื่องของ Michael Marcus สอนผมในหลายๆมิติ ความอดทน เค้าเทรดล้มเหลวมากว่า 10 ปีกว่าจะประสบความสำเร็จ คนเดียวสามา...
13/11/2021

“สำหรับผมเรื่องของ Michael Marcus สอนผมในหลายๆมิติ ความอดทน เค้าเทรดล้มเหลวมากว่า 10 ปีกว่าจะประสบความสำเร็จ คนเดียวสามารถทำกำไรมากกว่า กำไรของเทรดเดอร์คนอื่นทุกคนในบริษัทรวมกัน เรื่องของการ Focus เค้าขาดทุนในทุกดีลของการลงทุนในอสังหาฯ เพราะเค้าไม่แคร์และใส่ใจเพียงพอ คุณจะได้ในสิ่งที่คุณต้องการ ถ้าคุณทุ่มพลังงานและ Focus และความรู้ถ่ายโอนกันได้ ทักษะการเทรดเรียนรู้กันได้ หาทีมที่ดีเป็นสิ่งสำคัญ”

Tony Chen

Michael Marcus เทรดเดอร์ FOREX มืออาชีพระดับโลก ซึ่ง Michael Marcus เรียนรู้เรื่องการเทรดมาจาก Ed Seykota และถ่ายทอดความรู้ด้านการเทรดต่อให้กับอีกหนึ่งเทรดเดอร์อันดับโลกอย่าง Bruce Kovner ซึ่ง Michael Marcus มีแนวคิดการเทรดดังนี้

1. Make only the best trade ซึ่งจะลดจำนวนครั้งในการซื้อขายหลัก

ทรัพย์ และจะซื้อขายเมื่อคาดการณ์ว่าจะได้ผลตอบแทนดีที่สุด โดยพิจารณาจากการวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐาน (Fundamental Analysis) ปัจจัยทางเทคนิค (Technical Analysis) และทิศทางของตลาด (Market Tone)

- การวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐาน เขาเชื่อว่าปัจจัยระดับมหภาคจะมีผลต่อราคาหลักทรัพย์และทิศทางตลาดมากที่สุด เพราะความไม่สมดุลของ demand และ supply จะเป็นแรงขับเคลื่อนตลาดขนาดใหญ่

- การวิเคราะห์ปัจจัยทางเทคนิค เขาเชื่อว่ากราฟจะแสดงทิศทางของปัจจัยพื้นฐาน

- ทิศทางของตลาด ขาขึ้น (Bull Market) หรือขาลง (Bear Market) เขาเชื่อว่าเมื่อมีข่าวหรือข้อมูลข่าวสารออกมา ตลาดจะสะท้อนข้อมูลเหล่านั้น

2. When to sell หาจุดขาย โดยเขาจะขายเมื่อตลาดมีความผันผวนสูงกว่าระดับที่ยอมรับได้ หรือเมื่อไม่แน่ใจทิศทางของตลาดเขาจะตัดสินใจขายทันที

3. Risk Management กลยุทธ์การจัดการความเสี่ยงของเขาคือ Position sizing คือการคำนวณปริมาณการซื้อขายในแต่ละออเดอร์ เพื่อให้ความเสี่ยงของพอร์ทอยู่ในอัตราส่วนที่เหมาะสม (ไม่ควรเสี่ยงเกิน 5% ของเงินทุนที่มี) และกำหนดจุด Stop Loss เพื่อให้พอร์ทไม่มีผลขาดทุนมากเกินไป

4. โดยเขาพิจารณา 4 ปัจจัย ได้แก่ Macro Trends, Smaller Cap
stocks, High EPS และ Low PE

- Macro Trends พิจารณาแนวโน้มเศรษฐกิจ
- Smaller Cap Stocks ไม่เล่นหุ้นปั่นและไม่ตามกระแสหุ้น
- High EPS และมีศักยภาพในการเติบโตเพื่อสร้างส่วนแบ่งการตลาดในอนาคต
- Low PE

5. Traits of a good trader เทรดเดอร์ที่ดีจะต้องเปิดใจรับข้อมูลข่าวสาร ไม่ใช่อารมณ์ในการตัดสินใจ และมีความกล้าหาญที่จะซื้อขายตามสไตล์ของตัวเอง

“ไม่มีใครสามารถ ชนะตลาดได้ในระยะยาว” Jesse Livermore ตำนาน Swing Trader จากหนังสือ Reminiscences of a Stock Operator ได้...
12/11/2021

“ไม่มีใครสามารถ ชนะตลาดได้ในระยะยาว” Jesse Livermore ตำนาน Swing Trader จากหนังสือ Reminiscences of a Stock Operator ได้กล่าวคำพูดที่น่ากลัวสำหรับผู้เล่นในตลาดหุ้นนี้ไว้ สำหรับ Tony Chen เชื่อว่าเราสามารถชนะตลาดได้ แต่อัตราส่วนคงไม่มากนักจากผู้เล่นทั้งหมด มันเป็นกฎธรรมชาติของธุรกิจ Super Red Ocean เมื่อสิบปีก่อนผมได้อ่านเรื่องราวเทรดเดอร์ผู้ปลิดชีพตัวเองในบ้านปลายนี้ไว้ และเริ่มวิเคราะห์การเทรดแบบ Swing Trade ใช้การวิเคราะห์แบบ Point and Figure ได้ ภาพด้านบนในกระดาษสมุด เมื่อสิบปีก่อนผมเขียนเอาแบบนั้น แต่ตอนนี้ผมใช้ Python เขียนโค้ดเพื่อวิเคราะห์กลยุทธ์ต่างๆ ถ้าคุณตามไม่ทันอีกสิบปีคุณจะเหมือนคนที่ใช้ Microsoft Excel ไม่เป็นในขณะนี้ แต่มันก็ไม่จำเป็นสำหรับทุกคน (เจ้าสัวหลายคนก็ใช้ไม่เป็น แต่คุณต้องรู้ว่าคุณเป็นใคร สำหรับผมมันสำคัญ ผมสาย Quant) ผมแนะนำให้คุณหากลุ่มช่วยกันเรื่องวิเคราะห์การลงทุน ในกลุ่มเป็นไปได้หา Coder สักคน เทรดเดอร์สักคน ชุมชนของเราเกิดขึ้นเพราะเรามาอยู่รวมกันเพื่อแชร์ทรัพยากร ถ้าคุณมีกลยุทธ์แต่ไม่รู้จะวิเคราะห์อย่างไร ไม่ว่ามันจะดูหน้าขำหรือดูวิชาการจ๋าอย่างไร มาหาเราจะช่วยวิเคราะห์ให้ แต่ถ้าคุณเป็น High Tech อยู่แล้วสนใจเรื่องลงทุน ไม่รู้จะเริ่มกับใคร มาหาเราจะคุยว่าเทรดเดอร์เค้าคิดอะไรกันบ้าง หรือถ้าไม่มีสองอย่างแต่มีความมุ่งมั่นก็ลองมาดูกันสักตั้ง เหนื่อยหน่อย แต่ถ้าไม่มีสามอย่างข้างต้น โปรดนอนอยู่บ้านเฉยๆครับ

Tony Chen

Point and Figure (P&F Chart)

P&F Chart เป็นหนึ่งในเครื่องมือที่ใช้ในการวิเคราะห์ปัจจัยทางเทคนิค (Technical Analysis) ซึ่ง P&F Chart จะแตกต่างจากกราฟที่ใช้ในการวิเคราะห์ปัจจัยทางเทคนิคอื่น ๆ เนื่องจากจะโฟกัสการเคลื่อนไหวของราคาหลักทรัพย์เท่านั้น ไม่สนใจเวลาหรือปัจจัยอื่น ซึ่งถือเป็นข้อดี เพราะจะสามารถสะท้อนการเคลื่อนไหวของราคาโดยตัดปัจจัยอื่นออกไป ทำให้ง่ายต่อการหาแนวรับและแนวต้าน

ซึ่งจะใช้ตัวอักษร X และ O ในการแสดงถึงการขึ้นลงของราคา โดย X จะหมายถึงราคาสูงขึ้น O จะหมายถึง ราคาต่ำลง ในแต่ละตัวอักษรจะเท่ากับ 1 Box เราสามารถกำหนดขนาด Box (Box Size) จากความกว้างของการแกว่งตัวของราคา เช่น Box Size = 5 หมายถึงในหนึ่ง Box จะแสดงขึ้นการแกว่งตัว 5 หน่วย ส่วนการขึ้นแถวใหม่จะพิจารณาจาก Reversal Amount ซึ่งกำหนดได้ว่า ถ้าราคาเปลี่ยนแปลงในทิศทางตรงข้าม เทียบกับจำนวนกี่ Box ถึงจะขึ้นแถวใหม่ (Reversal Distance) โดย Reversal Distance = Box Size * Reversal Amount

“มีน้องเทรดเดอร์นั่งอยู่กับผมแล้วหันมาถามผมว่า อาจารย์เฉินถ้าพอร์ตผมยับไปแล้วทำไงดีครับ ผมหันกลับไปตอบว่า ตอนไปเล่นสกีที...
11/11/2021

“มีน้องเทรดเดอร์นั่งอยู่กับผมแล้วหันมาถามผมว่า อาจารย์เฉินถ้าพอร์ตผมยับไปแล้วทำไงดีครับ ผมหันกลับไปตอบว่า ตอนไปเล่นสกีที่ Niseko ซัปโปโร ถึงผมเล่นสกีเป็นอยู่แล้ว ผมก็ควักเงินไปเรียนทักษะเพิ่ม คุณได้บางอย่างจากการเรียนเสมอ ผมถามอาจารย์ว่า “ผมจะทำอย่างไรถ้าผมอยู่ในจุดที่ควมคุมไม่ได้แล้ว” โค้ชญี่ปุ่นหันมาแล้วบอกผมว่า “Never Ever allow yourself go to that point” ห้ามให้ตัวเองไปจนถึงจุดที่คุณ ควบคุมอะไรไม่ได้แล้ว ตั้งแต่นั้นมาผมไม่เคยอนุญาติให้ตัวเองไปถึงจุดที่ผมควบคุมพอร์ตไม่ได้แล้วอีกเลย

ในส่วนของ Efficient Market Hypothesis สำหรับผม Tony Chen เชื่อว่า Fundamental Analysis หรือ Technical Analysis ใช้ได้จริงแต่มันไม่ได้ คาดการณ์อะไรได้ มันแค่เป็นกรอบการตั้งกฎ ให้ผู้เล่นสามารถอยู่กับหุ้นที่ทำกำไรได้เป็นระยะเวลาที่นานกว่า และขายทิ้งหุ้นที่มีแนวโน้มเป็นขาลง (เรื่องนี้สำคัญต้องดึงออกมาขยายวันหลัง) และถ้าตลาด Efficient จริงๆ ผู้เล่นที่ทำกำไรได้อย่างมหาศาล แบบเสี่ยๆหลายคนของไทย จะมีค่าทางคณิตศาสตร์เป็น Outlier หรือเหตุบังเอิญ แต่คุณสังเกตุมั้ยว่าพวกที่ประสบความสำเร็จมักกระจุกตัวอยู่ด้วยกัน อาทิ เทรดเดอร์ระดับตำนานหลายคนรู้จักกัน เคยทำงานที่เดียวกันที่ Commodities Corporation, Ed Seykota แนะนำ Michael Macus ที่เทรดหุ้นล้มเหลวกว่าสิบปี เป็นเทรดเดอร์ที่ทำกำไรได้มากกว่ากำไรของเทรดเดอร์ทุกคนในบริษัทรวมกัน และ Michael Macus แนะนำ Bruce Kovner ให้เทรดเดอร์ที่ประสบความสำเร็จอย่างสูง ผมเชื่อว่าทั้งข้อมูลบางประเภท ความรู้ และทักษะ บางอย่างสามารถถ่ายโอนกันได้ และตลาดยังไม่มีประสิทธิภาพพอ แต่ว่ามันเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ

Tony Chen

Market Efficiency Hypothesis ทฤษฏีตลาดที่มีประสิทธิภาพ

ในทฤษฎีตลาดที่มีประสิทธิภาพ สรุปได้ว่า ราคาหลักทรัพย์เปลี่ยนแปลงตามข้อมูลข่าวสารอย่างรวดเร็ว จึงทำให้ผู้ลงทุนไม่สามารถทำกำไรส่วนเกินได้ ซึ่งความรวดเร็วในการเปลี่ยนแปลงของราคาหลักทรัพย์ในแต่ละตลาดไม่เท่ากันขึ้นอยู่กับระดับของความมีประสิทธิภาพตลาด และชนิดของข้อมูลที่เผยแพร่ไปยังนักลงทุน ซึ่งระดับของความมีประสิทธิภาพตลาด ได้แก่

1. Weak Form ระดับต่ำ

- ราคาหลักทรัพย์ในตลาดปัจจุบันสะท้อนข้อมูลราคาหลักทรัพย์ในอดีตแล้ว ดังนั้นจึงไม่สามารถใช้การวิเคราะห์ปัจจัยทางเทคนิค (Technical Analysis) เป็นเครื่องมือที่ใช้ในการตัดสินใจลงทุนได้ แต่สามารถวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐาน (Fundamental Analysis) จากข้อมูลที่เปิดเผยต่อสาธารณะในการประเมินมูลค่าที่แท้จริงของราคาหลักทรัพย์ได้

2. Semi-Strong Form ระดับกลาง

- ราคาหลักทรัพย์ในตลาดปัจจุบันสะท้อนข้อมูลราคาหลักทรัพย์ในอดีตและข้อมูลที่เปิดเผยต่อสาธารณะแล้ว ดังนั้นจึงไม่สามารถใช้การวิเคราะห์ปัจจัยทางเทคนิค (Technical Analysis) และปัจจัยพื้นฐาน (Fundamental Analysis) ในการตัดสินใจลงทุนได้ เพราะฉะนั้นหากต้องการประเมินมูลค่าที่แท้จริงของราคาหลักทรัพย์ จะต้องใช้ข้อมูลที่ยังไม่เปิดเผยต่อสาธารณะ เช่น ข้อมูลภายใน เป็นต้น

3. Strong Form ระดับสูง

- ราคาหลักทรัพย์ในตลาดปัจจุบันสะท้อนข้อมูลราคาหลักทรัพย์ในอดีต ข้อมูลที่เปิดเผยต่อสาธารณะ และข้อมูลที่ยังไม่เปิดเผยต่อสาธารณะแล้ว ดังนั้นจึงไม่มีข้อมูลชนิดใดที่สามารถสะท้อนราคาหลักทรัพย์ที่ช่วยในการประเมินราคาหลักทรัพย์เพื่อตัดสินใจได้อีกเลย นักลงทุนจึงไม่สามารถทำกำไรส่วนเกินผิดปกติได้

สวัสดีครับ ทุกท่าน เพจนี้จะโพสความรู้ดีๆ เกี่ยวกับการลงทุนโดยใช้แนวทางแบบ Quant ให้ทุกคนอ่านฟรีๆทุกวัน แต่ถ้าหากท่านอยาก...
11/11/2021

สวัสดีครับ ทุกท่าน เพจนี้จะโพสความรู้ดีๆ เกี่ยวกับการลงทุนโดยใช้แนวทางแบบ Quant ให้ทุกคนอ่านฟรีๆทุกวัน แต่ถ้าหากท่านอยากได้รับข้อมูลอย่างเป็นระบบและอยากเรียนแบบตัวต่อตัวกับผม เร็วๆนี้เราไปเจอกันที่โคราชกันครับ

วันเวลา: 4 ธันวาคม 2564

สถานที่: ตัวเมืองโคราช จะแจ้งให้ทราบ 1 อาทิตย์ก่อนการสอน

เนื้อหาที่จะได้เรียน

สอนทุกแง่ทุกมุมวงการการลงทุน
ปูพื้นฐาน แนวทางการลงทุน Fundamental Analysis, Technical Analysis, Empirical Analysis นำไปใช้ได้จริง

ทำไม อาจารย์เฉินถึงเลือก Quant Analysis เล่า สอน จับมือทำ ทุกขั้นตอนเพื่อนำไปใช้

เข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของ Community เรา สังคมการลงทุน
โชว์ขั้นตอนการหา โมเดลการลงทุนที่ใช้ได้จริง ปลอดภัย

ปูพื้น จิตวิทยาการลงทุน Psychology Trading
พร้อมเป็นสมาชิกของชุมชนการลงทุนของเรา

เนื้อหา เรื่องล่าที่น่าสนใจ อีกมากมาย เท่าที่จะอัดได้ในหนึ่งวัน

สอนโดย
อาจารย์ เฉิน : สรชา ตั้งลิตานนท์, CFA

ถ้าหากท่านสนใจสามารถติดต่อทาง line และ เบอร์โทรตามนี้ได้เลย
Lineid: mrtaurus
เบอร์โทรศัพท์: 096-887-0823สวัสดีครับ ทุกท่าน เพจนี้จะโพสความรู้ดีๆ เกี่ยวกับการลงทุนโดยใช้แนวทางแบบ Quant ให้ทุกคนอ่านฟรีๆทุกวัน แต่ถ้าหากท่านอยากได้รับข้อมูลอย่างเป็นระบบและอยากเรียนแบบตัวต่อตัวกับผม เร็วๆนี้เราไปเจอกันที่โคราชกันครับ

วันเวลา: 4 ธันวาคม 2564

สถานที่: ตัวเมืองโคราช จะแจ้งให้ทราบ 1 อาทิตย์ก่อนการสอน

เนื้อหาที่จะได้เรียน

สอนทุกแง่ทุกมุมวงการการลงทุน
ปูพื้นฐาน แนวทางการลงทุน Fundamental Analysis, Technical Analysis, Empirical Analysis นำไปใช้ได้จริง

ทำไม อาจารย์เฉินถึงเลือก Quant Analysis เล่า สอน จับมือทำ ทุกขั้นตอนเพื่อนำไปใช้

เข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของ Community เรา สังคมการลงทุน
โชว์ขั้นตอนการหา โมเดลการลงทุนที่ใช้ได้จริง ปลอดภัย

ปูพื้น จิตวิทยาการลงทุน Psychology Trading
พร้อมเป็นสมาชิกของชุมชนการลงทุนของเรา

เนื้อหา เรื่องล่าที่น่าสนใจ อีกมากมาย เท่าที่จะอัดได้ในหนึ่งวัน

สอนโดย
อาจารย์ เฉิน : สรชา ตั้งลิตานนท์, CFA

ถ้าหากท่านสนใจสามารถติดต่อทาง line และ เบอร์โทรตามนี้ได้เลย
Lineid: mrtaurus
เบอร์โทรศัพท์: 096-887-0823

10/11/2021

สรุปความเชื่อของผม

Fundamental – รวยสุด เสี่ยงสุด
Technical – ง่ายสุด เสี่ยงน้อย ปรับเปลี่ยนช้า
Quant – เสี่ยงน้อยสุด ปรับเปลี่ยนเร็ว

Tony Chen ช่วงแรกๆที่จบการลงทุนมาจากอังกฤษ ผมหลงใหลการลงทุนแบบ Fundamental มาก แต่ด้วยโชคชะตาก็ให้มาเจอกับเทรดเดอร์กลุ่มหนึ่ง เค้าเรียนน้อยกว่าผมแต่รู้สึกว่าเค้าเก่งกว่าผมมาก (มีเวลาจะเล่าให้ฟังละเอียดๆ) เลยทิ้งเงินเดือนผู้จัดการกองทุนมาขออยู่กับกลุ่มเทรดเดอร์นั้น รับเงินเดือน หมื่นห้า แต่ประสบการณ์ที่ได้เปลี่ยนมุมมองการลงทุนผมไปตลอดการณ์ แต่ถ้าไม่เจออาจเป็น VI ตัวพ่อไปกับเค้าแล้ว นี้ก็โชคชะตา
อุตสาหกรรมคุณเลือกเอง แต่แนวทางนี้ผมว่าเป็นโชคชะตาว่าคุณไปเจอใคร และเปิดใจแค่ไหน

ผมสังเกตุว่าเทรดเดอร์กลุ่มนี้มีการลงทุน ที่เป็นระบบอยู่ในหัวแต่มันเป็นแบบสัญชาตญาณ (ผมรู้เค้าทำอะไร เกือบทุกอย่างมันขัดกับธรรมชาติของมนุษย์ ไว้จะเล่าให้ฟัง) ผมเลยลองใช้ความรู้ที่เรียนมา ศึกษาเรื่อง การลงทุนแบบสถิติ หรือ Quant มาวิเคราะห์พฤติกรรมการเทรดนั้นๆ ออกมาเป็น Code สำหรับผมนั้น Technical เป็นส่วนย่อย หรือ Subset ของ Quant แต่ผมไม่เชื่อว่า Quant พยากรณ์อะไร แต่ว่าที่ได้ผลตอบแทน จากกฎธรรมชาติ จากการทำซ้ำๆ (เรื่องนี้จะแยกออกมาเล่าให้ฟัง) และสำหรับผม Fundamental ไม่ต่างอะไรกับ Technical ถ้าคุณจับ รายได้ ผลกำไร หรืออะไรก็ตามมาลากเป็นเส้นกราฟ มันก็เหมือนกับ Technical แต่เป็น Technical แบบ Super ระยาวมากๆแค่นั้นเอง

ผมชอบการลงทุนแบบ Quant เพราะคิดว่ามัน ปลอดภัยที่สุด ประเมินผลลัพท์ได้แม่นยำที่สุด ถ้าเหรียญที่คุณโยนมันบิดเบี้ยว มีโอกาสออกหัว 55 เปอร์เซ็นต์
- ถ้าคุณโยน 1 ครั้งมีสิทธิออกหัว 55 เปอร์เซ็นต์
- ถ้าคุณโยน 9 ครั้งมีสิทธิออกหัว 62 เปอร์เซ็นต์
- ถ้าคุณโยน 99 ครั้งมีสิทธิออกหัว 75 เปอร์เซ็นต์
ถ้าคุณคิดว่า Sector ธนาคารจะขึ้นคุณซื้อเป็น ตะกร้า กลุ่มแบงค์ มีโอกาสที่จะได้กำไรในระยาวสูงกว่ามาก เราคงต้องเอาหัวข้อที่ทิ้งไว้มาขยายความคุยกันอีกเยอะ แล้วเราค่อย ดึงหัวข้อแต่ละอันมาคุยกัน

Tony Chen.....................................................................

การลงทุนแบบ Fundamental

การลงทุนโดยวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐาน (Fundamental Analysis) คือ การวิเคราะห์เพื่อหามูลค่าที่แท้จริงหรือมูลค่าที่เหมาะสมของหลักทรัพย์ โดยวิเคราะห์ทั้งข้อมูลเชิงคุณภาพและข้อมูลเชิงปริมาณ ที่เกี่ยวข้องกับสภาพแวดล้อมทางเศรษฐกิจ สภาพแวดล้อมทางอุตสาหกรรม และบริษัท
การวิเคราะห์สภาพแวดล้อมทางเศรษฐกิจ เช่น การวิเคราะห์นโยบายทางการเงิน นโยบายทางการคลัง GDP ภาวะเงินเฟ้อ อัตราแลกเปลี่ยน เป็นต้น
การวิเคราะห์สภาพแวดล้อมทางอุตสาหกรรม เช่น การวิเคราะห์วัฎจักรเศรษฐกิจ วิเคราะห์ปัจจัยที่มีผลต่ออุตสาหกรรมของหลักทรัพย์ โดย PESTLE Analysis รวมถึงการวิเคราะห์การแข่งขันภายในอุตสาหกรรมด้วย 5 Forces Model
การวิเคราะห์บริษัท เช่น การวิเคราะห์ลักษณะการดำเนินงาน โครงสร้างเงินทุน การวิเคราะห์งบการเงิน โดยใช้อัตราส่วนทางการเงินเป็นเครื่องมือ เป็นต้น
ดังนั้น จะตัดสินใจซื้อเมื่อการวิเคราะห์สภาพแวดล้อมทางเศรษฐกิจ อุตสาหกรรม และบริษัท เป็นไปในทิศทางที่ดี และขายเมื่อเป็นไปในทิศทางตรงข้าม

การลงทุนแบบ Technical

การลงทุนโดยการวิเคราะห์ปัจจัยทางเทคนิค (Technical Analysis) คือ การวิเคราะห์ราคาหลักทรัพย์ในอดีต โดยไม่สนใจสภาพแวดล้อมทางเศรษฐกิจ สภาพแวดล้อมทางอุตสาหกรรม และบริษัท การวิเคราะห์โดยใช้ปัจจัยทางเทคนิคมีแนวคิดว่า ราคาหลักทรัพย์ในอนาคตจะสามารถพยากรณ์ได้จากราคาหรือปริมาณการซื้อขายหลักทรัพย์ในอดีต โดยใช้แท่งเทียน กราฟ หรือเครื่องมืออื่น ๆ ในการวิเคราะห์

การลงทุนแบบ Quant

การลงทุนโดยวิเคราะห์เชิงปริมาณ (Quantitative Analysis) คือ การวิเคราะห์และค้นหารูปแบบการเคลื่อนไหวของราคาหลักทรัพย์โดยอาศัยการวิเคราะห์ข้อมูลปริมาณมาก (Big Data) ด้วยหลักการทางสถิติและคณิตศาสตร์มาช่วยในการวิเคราะห์ ทำให้ผลลัพธ์ที่ได้มีความน่าเชื่อถือ ลดการตัดสินใจโดยใช้อารมณ์ ความรู้สึกที่อาจส่งผลให้เกิดข้อผิดพลาดได้

09/11/2021

Ed Seykota - บิดาแห่ง System Trader

“ผู้เล่นทุกคนได้สิ่งที่เค้าเหล่านั้นต้องการออกจากตลาด” Ed Seykota กล่าวไว้

“Ed Seykota เทรดเดอร์จากหนังสือ Market Wizard เป็นนักลงทุนที่ประสบความสำเร็จอย่างมาก และมีอิทธพลกับเทรดเดอร์ในตำนานคนอื่นหลายท่าน สำหรับหนังสือ Market Wizard เล่มนี้ได้หยิบยื่นจากเพื่อนเทรดเดอร์คนหนึ่งที่ผมเคารพในฝีมืออย่างมาก เค้าบอกว่าเป็นหนังสือที่เปลื่ยนชีวิต หลังจากอ่านผมไม่แน่ใจว่าเปลี่ยนชีวิตผมหรือไม่ แต่ที่แน่ๆเปลี่ยนแนวคิดผมไปตลอดการณ์ จากหนุ่มเกียรตินิยมการลงทุนจากอังกฤษ เน้นการลงทุนแบบพื้นฐาน มาเป็นลูกผสมระหว่างนักวิชาการ กับ เทรดเดอร์แบบ Street fight”
Tony Chen
……………………………………………………………

Ed Seykota เป็นเทรดเดอร์คนแรกที่พัฒนาระบบซื้อขายบนคอมพิวเตอร์ ซึ่งต่อยอดแนวคิดมาจาก Richard Donchian ที่เป็นกลยุทธ์การลงทุนในรูปแบบ Trend following และประสบความสำเร็จอย่างมาก สามารถทำเงินให้เติบโตได้ถึง 2,500 เท่า ในระยะเวลา 16 ปี

- กฏการซื้อขายส่วนตัว 5 ข้อ ของ Ed Seykota ที่ทำให้เขาประสบความสำเร็จ คือ

1. Cut loss การตัดขาดทุนตามจุด stop loss ที่ตั้งไว้ โดยเขาจะเปลี่ยนแปลงจุด Stop loss ตามการเปลี่ยนแปลงของราคาหลักทรัพย์

2. Ride Winner ถือตัวที่มีกำไรไปจนสุดเทรน ทั้งเทรนขาขึ้นและขาลง

3. Keep bet small คุมความเสี่ยงให้ต่ำเข้าไว้ โดยเขากล่าวว่าจะพยายามควบคุมความเสี่ยงให้ไม่เกิน 5% ในแต่ละการซื้อขาย

4. Follow the rule without question ทำตามกฏอย่างไม่มีข้อสงสัย

5. Know when to break the rule รู้ว่าเมื่อไรที่กฏควรจะแหก

ซึ่งหลังจากที่เขาทำตามกฏไปสักระยะ เขาพบว่า เทรดเดอร์ไม่สามารถทำตามระบบได้อย่างต่อเนื่อง หากระบบนั้นไม่เหมาะสมกับตัวเอง สุดท้ายระบบดังกล่าวก็ต้องถูกปรับเปลี่ยน ซึ่งเป็นเรื่องที่ดี เพราะแสดงถึงการพัฒนาการและการเติบโต

15 ปีที่แล้ว Tony Chen วิเคราะห์หุ้นใช้เขียนกระดาษบวก Excel7 ปีที่แล้ว Tony Chen วิเคราะห์หุ้นใช้ Excel บวก VBA2021 Tony...
08/11/2021

15 ปีที่แล้ว Tony Chen วิเคราะห์หุ้นใช้เขียนกระดาษบวก Excel

7 ปีที่แล้ว Tony Chen วิเคราะห์หุ้นใช้ Excel บวก VBA

2021 Tony Chen วิเคราะห์หุ้นใช้ Python

รูปเมื่อ 7 ปีที่แล้วใส่แว่นดูแก่กว่าปัจจุบัน เพราะทำงานยากลำบากกว่ามาก
อิจฉาเด็กสมัยนี้ทำงานง่ายขี้นเยอะ แต่ที่เหมือนเดิมคือจอที่มากมาย
คนส่วนใหญ่ชอบเห็นว่าจอมากๆ แสดงถึงความโปร ถ้าคุณมีเงินสักแสนกว่ามาหาผมจะพาไป Banana ซื้อจอ สำหรับผมการลงทุน ไม่เหมือนกับหลายคนที่ลงทุนกับบริษัทเจ้าของหุ้น ชุมชนเราลงทุนกับ Technology ลงทุนกับความมุ่งมั่นความฝันของคนในทีม

Performance return = Labor + Intelligent + Capital
ผลกำไรมาจาก = แรงงาน + สติปัญญา + การลงทุน
Tony Chen คิดว่าการลงทุนแบบ Quant นั้นเหมือน ศิลปิน บวก นักวิชาการ คุณต้องมีจิตนาการแบบติ้ดๆ บวกกับ Framework ในการวิเคราะห์ที่ดีเหมือนนักวิทยาศาสตร์

Tony Chen

ที่อยู่

Bangkok

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ อาจารย์ เฉิน - Tony Chenผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

แชร์