19/02/2023
กรมธรรม์ประกันชีวิต
ถือเป็นหนึ่งในเครื่องมือ
ที่มีประสิทธิภาพในการ
ช่วยจัดการมรดก อีกทั้ง
ยังมีความคุ้มครองและ
ช่วยบรรเทาความเสียหาย
ให้แก่คนที่อยู่ข้างหลัง
ไม่ว่าจะเป็น คู่สามีภรรยา
ทายาท หรือพ่อแม่ของ
ผู้เอาประกันภัย นอกจากนี้
การมีกรมธรรม์ประกันชีวิต
ก็ถือว่าเป็นหนึ่งในการ
วางแผนการเงินเช่นเดียวกัน
โดยข้อดีของการส่งมอบมรดก
ด้วยประกันชีวิตนั้น
มีอยู่ 4 ข้อหลักๆ ได้แก่
1. ทำให้เงินสดมีมูลค่ามากขึ้น
ส่วนใหญ่แบบประกันชีวิต
โดยเฉพาะประกันชีวิตประเภท
คุ้มครองชีวิตตลอดชีพ อัตรา
เบี้ยประกันภัยจะต่ำและให้
ความคุ้มครองหรือจำนวนเงิน
เอาประกันภัยที่สูง เหมาะแก่
การวางแผนทางการเงิน
และเป็นการวางแผนมรดก
เพื่อคนที่อยู่ข้างหลังให้
ได้รับผลประโยชน์กรณี
เกิดเหตุการณ์ไม่คาดคิด
2.ได้รับการยกเว้นภาษี
โดยเงินผลประโยชน์จาก
กรณีเสียชีวิตที่ส่งมอบให้กับ
ผู้รับผลประโยชน์นั้น
ไม่ต้องเสียภาษี ทั้งภาษี
เงินได้ส่วนบุคคลและภาษีมรดก
เนื่องจากเงินสินไหมมรณกรรม
ไม่ใช่ทรัพย์สินที่เกิดขึ้น
ระหว่างการมีชีวิตอยู่ของ
ผู้เอาประกันภัย แต่เป็นเงิน
ที่ได้มาหลังจากการเสียชีวิต
ดังนั้นจึงไม่ถือว่าเป็นมรดก
และได้รับการยกเว้นภาษีตามกฎหมาย
3. เจ้าหนี้เอาไปไม่ได้
เพราะบางครั้งทรัพย์สินที่
มีสิทธิได้รับยังติดมูลค่าหนี้
คงเหลือที่ผู้รับมรดกต้อง
ไปชำระก่อน อย่างไรก็ดี
ทรัพย์สินและหนี้สินที่ว่านั้น
จะหมายรวมเฉพาะที่เกิดขึ้น
ตอนที่ผู้มอบมรดกยังมีชีวิตอยู่
แต่เนื่องจากสินไหมมรณกรรม
เกิดขึ้นหลังจากการเสียชีวิต
และไม่นับเป็นมรดก ดังนั้น
เจ้าหนี้จึงไม่สามารถฟ้องร้อง
เอาไปได้จากทายาท
4. ส่งมอบสินไหมให้ทายาทได้รวดเร็ว
กระบวนการจ่ายเงินสินไหม
มรณกรรมให้แก่ผู้รับผลประโยชน์
ตามที่ระบุไว้ในกรมธรรม์
โดยปกติจะใช้เวลาเพียง
1-2 สัปดาห์ หลังจากที่
บริษัทประกันได้รับเอกสาร
หลักฐานต่างๆ ครบถ้วน
และไม่พบความผิดปกติใดๆ
จากการเสียชีวิตของผู้เอาประกันภัย