คุณหญิงจอมวางแผน

คุณหญิงจอมวางแผน ที่ปรึกษาการเงินและตัวแทนประกันชี?

เราอาจจะเป็น 1 ในนั้น
19/05/2026

เราอาจจะเป็น 1 ในนั้น

สูงวัย "ล้มกระแทกพื้น" อย่าเพิ่งรีบพยุง!
เรียนรู้วิธีปฐมพยาบาลที่ถูกต้อง
เพื่อไม่ให้ “ความหวังดี” กลายเป็น “ซ้ำเติมอาการ”

เมื่อเราเห็นผู้สูงอายุที่เรารักล้มลงต่อหน้าต่อตา เชื่อว่าสัญชาตญาณแรกของลูกหลานทุกคนคือความตกใจและรีบวิ่งเข้าไปพยุงท่านให้ลุกขึ้นมานั่งหรือยืนทันทีใช่ไหมคะ แต่ทราบไหมคะว่าการทำแบบนั้นในทันทีอาจเป็นสิ่งที่อันตรายที่สุด เพราะโครงสร้างร่างกายของผู้สูงอายุนั้นเปราะบางกว่าวัยหนุ่มสาวมาก การรีบเคลื่อนย้ายโดยไม่ประเมินอาการก่อน อาจทำให้กระดูกที่ร้าวอยู่แล้วหัก หรือไปกดทับเส้นประสาทจนเกิดอันตรายร้ายแรงได้ค่ะ

วันนี้มาเรียนรู้วิธีรับมือที่ถูกต้องทีละขั้นตอน เพื่อให้คุณดูแลคนที่คุณรักได้อย่างปลอดภัยที่สุดกันค่ะ

1️⃣ ตั้งสติและ “ห้าม” เคลื่อนย้ายทันที
สิ่งแรกที่ต้องทำคือตั้งสติค่ะ อย่าเพิ่งรีบเข้าไปอุ้ม ดึงแขน หรือพยุงให้ลุกขึ้นนั่งเด็ดขาด ให้ท่านนอนอยู่ในท่าเดิมนิ่งๆ ไปก่อน เพราะผู้สูงอายุส่วนใหญ่มักมีภาวะกระดูกพรุนโดยไม่รู้ตัว แรงกระแทกเพียงเล็กน้อยก็อาจทำให้กระดูกสันหลังหรือกระดูกสะโพกหักได้ การขยับผิดท่าเพียงนิดเดียวอาจทำให้กระดูกที่หักไปทิ่มแทงอวัยวะภายใน หรือเคลื่อนไปกดทับเส้นประสาทจนเป็นอัมพาตได้ค่ะ

2️⃣ พูดคุยเพื่อประเมินสติและอาการบาดเจ็บ
เมื่อให้ท่านนอนนิ่งๆ แล้ว ให้ลองเรียกชื่อหรือถามคำถามง่ายๆ เพื่อเช็กว่าท่านยังมีสติดีอยู่ไหม เช่น “เจ็บตรงไหนบ้าง” หรือ “ขยับแขนขาได้ไหม” หากท่านยังพูดคุยรู้เรื่อง ให้สังเกตลักษณะการหายใจและสีหน้าว่ามีความเจ็บปวดรุนแรงหรือไม่ แต่หากหมดสติ ไม่มีการตอบสนอง ให้รีบเช็กการหายใจและเตรียมโทรสายด่วนทันทีค่ะ

3️⃣ สังเกตสัญญาณ “กระดูกหัก” ที่ต้องระวัง
จุดที่แตกหักได้ง่ายที่สุดในผู้สูงอายุคือ “สะโพก” และ “กระดูกสันหลัง” ค่ะ ให้คุณลองสังเกตดูขาของท่านโดยไม่ต้องไปจับดัดขานะคะ หากพบว่าขาข้างที่เจ็บมีลักษณะสั้นกว่าอีกข้าง ปลายเท้าบิดหมุนออกด้านนอก หรือท่านร้องเจ็บปวดรุนแรงที่ขาหนีบหรือสะโพกจนขยับไม่ได้ นี่คือสัญญาณของ “กระดูกสะโพกหัก” ซึ่งต้องได้รับการดูแลจากแพทย์ด่วนที่สุด ห้ามให้ลุกเดินลงน้ำหนักเด็ดขาดค่ะ

4️⃣ ตัดสินใจให้ความช่วยเหลือตามอาการ
เมื่อประเมินสถานการณ์แล้ว เราจะแบ่งการดูแลออกเป็น 2 กรณีดังนี้ค่ะ

🔹 กรณีบาดเจ็บรุนแรง หรือ สงสัยว่ากระดูกหัก: หากท่านบ่นปวดมาก ขยับตัวไม่ได้ หรือขาผิดรูป ให้โทร 1669 เรียกรถพยาบาลทันที ระหว่างรอรถ ห้ามเคลื่อนย้ายผู้ป่วย ให้ท่านนอนในท่าที่เจ็บน้อยที่สุด หากจำเป็นต้องปฐมพยาบาลแผลเลือดออก ให้ใช้ผ้าสะอาดกดห้ามเลือดไว้เบาๆ เท่านั้นค่ะ

🔹 กรณีรู้สึกตัวดีและไม่มีสัญญาณกระดูกหัก: หากท่านบอกว่าไหว ไม่เจ็บมาก ให้ท่านค่อยๆ ขยับตัวช้าๆ โดยใช้เก้าอี้ที่มั่นคงช่วยพยุงตอนลุกขึ้น จากนั้นให้ประคบเย็นบริเวณที่ฟกช้ำเพื่อลดบวม และให้นอนพักผ่อนสังเกตอาการอย่างใกล้ชิดค่ะ

5️⃣ ระวังภัยเงียบ! สัญญาณเตือนทางสมองที่มาช้า
แม้ว่าจะดูเหมือนไม่เป็นอะไรมาก แต่ “สมอง” คือสิ่งที่น่าห่วงที่สุดค่ะ เพราะเส้นเลือดในสมองของผู้สูงอายุมีความเปราะบาง อาจเกิดภาวะเลือดออกในสมองแบบซึมช้าๆ (Subdural Hematoma) ซึ่งอาการอาจจะไม่แสดงทันที แต่จะค่อยๆ ปรากฏใน 24-48 ชั่วโมง หรือบางรายอาจนานถึง 2-3 สัปดาห์ ดังนั้นต้องคอยสังเกตอาการต่อเนื่อง หากภายใน 2-3 วันหลังล้ม ท่านมีอาการซึมลง สับสน ปวดหัวรุนแรง อาเจียน แขนขาอ่อนแรง หรือจำอะไรไม่ได้ ให้รีบพาไปโรงพยาบาลทันทีโดยไม่ต้องรอค่ะ

6️⃣ ไปโรงพยาบาลทุกครั้งเพื่อความชัวร์
คำแนะนำที่ดีที่สุดคือ ไม่ว่าท่านจะลุกเดินได้เอง หรือดูเหมือนมีแค่รอยฟกช้ำเล็กน้อย ก็ควรพาไปพบแพทย์เพื่อตรวจเช็กอย่างละเอียดทุกครั้งค่ะ เพราะการบาดเจ็บภายในบางอย่างไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า การตรวจให้แน่ใจย่อมดีกว่าการปล่อยทิ้งไว้จนอาการกำเริบในภายหลังค่ะ

จำไว้เสมอว่า “ล้มหนึ่งครั้ง อาจเปลี่ยนชีวิตได้” การรู้วิธีปฐมพยาบาลที่ถูกต้องจะช่วยลดความเสี่ยงและผ่อนหนักให้เป็นเบาได้ค่ะ เซฟเบอร์ 1669 ติดเครื่องไว้เสมอ และขอให้ทุกบ้านที่มีผู้สูงอายุปลอดภัย ไร้อุบัติเหตุนะคะ

สนใจตรวจสุขภาพและฮอร์โมนที่คลินิกคุณหมออรรถ สามารถติดต่อได้ที่
💬Line : https://line.me/R/ti/p/%40214byvpd
📞Tel : 02-096-4945
Location
📍The Grove Hathairaj (เดอะ โกรพ หทัยราษฏร์)
📍Little Walk Rattanathibet

#กระดูกสะโพกหักในผู้สูง

ใครมีประกันชีวิตที่ไหนบ้าง แชร์เก็บไว้ยามฉุกเฉินค่ะ
05/04/2026

ใครมีประกันชีวิตที่ไหนบ้าง แชร์เก็บไว้ยามฉุกเฉินค่ะ

ดราม่าทางธุรกิจฝั่งจีนบ้างค่ะ
19/01/2026

ดราม่าทางธุรกิจฝั่งจีนบ้างค่ะ

เมื่อคนที่พ่อไว้ใจให้ดูแลคือแม่ของลูกลับๆ อีก 3 คน
สรุปมหากาพย์ Wahaha เมื่อความลับ 30 ปีถูกเปิดเผย และเงิน 6.3 หมื่นล้านถูกสั่งอายัด
1 สิงหาคม 2025 ศาลสูงฮ่องกง
ผู้พิพากษาลงนามในคำสั่งอายัดบัญชีธนาคาร HSBC มูลค่า 1.8 พันล้านเหรียญสหรัฐ หรือราว 6.3 หมื่นล้านบาท ห้ามมิให้ “Kelly Zong Fuli” ประธานและ CEO ของ “Hangzhou Wahaha Group” บริษัทเครื่องดื่มที่ใหญ่ที่สุดของจีน ถอนหรือโอนเงินออกจากบัญชี
ผู้ฟ้องร้องคือ Jacky Zong, Jessie Zong และ Jerry Zong สามคนที่อ้างว่าเป็น ‘พี่น้องต่างแม่’ ของ Kelly และเป็นลูกของ “Zong Qinghou” ผู้ก่อตั้ง Wahaha ที่เพิ่งเสียชีวิตไปเมื่อกุมภาพันธ์ 2024
เรื่องราวการสืบทอดธุรกิจครอบครัวอันเข้มข้นนี้ กลายเป็นที่สนใจของผู้คนทันที เพราะ Kelly นั้นเป็นที่รู้จักในฐานะ ‘ลูกสาวคนเดียว’ ของมหาเศรษฐีผู้นี้มาตลอด และความจริงที่ซ่อนมานานหลายทศวรรษกำลังถูกเปิดเผย
ชีวิตของ Zong Qinghou
Zong Qinghou เกิดปี 1945 ในครอบครัวยากจน ต้องออกจากโรงเรียนกลางคัน และใช้ชีวิต 15 ปีทำงานหนักในฟาร์มเกลือที่ Zhoushan ตามนโยบาย “ส่งปัญญาชนลงชนบท'" ของยุคปฏิวัติวัฒนธรรม กว่าจะได้กลับมาเริ่มต้นชีวิตใหม่ที่ Hangzhou ก็ปี 1979 ตอนอายุ 34 ปีแล้ว
จุดเปลี่ยนมาถึงในปี 1987 ตอนที่เขาอายุ 42 ปี เขากู้เงิน 140,000 หยวน (ประมาณ 19,000 เหรียญสหรัฐ) จากครูเกษียณสองคน เปิดร้านขายนมและไอศกรีมในโรงเรียนแห่งหนึ่งย่าน Shangcheng เมือง Hangzhou นี่คือก้าวแรกของ “Wahaha” ที่แปลว่า "เด็กหัวเราะ" ในภาษาจีน
ปี 1991 เขาทำสิ่งที่ทุกคนคิดว่าเป็นไปไม่ได้ นั่นคือ ใช้บริษัทเล็กๆ ของตัวเองที่มีพนักงานแค่ 140 คน เข้าซื้อกิจการโรงงานอาหารกระป๋องของรัฐที่กำลังจะล้มละลาย มีพนักงานกว่า 2,200 คน และภายใน 3 เดือน โรงงานก็ทำกำไร
จากนั้น Wahaha ก็เติบโตอย่างรวดเร็ว กลายเป็นผู้ผลิตเครื่องดื่มรายใหญ่ที่สุดของจีน มีผลิตภัณฑ์กว่า 200 รายการ ตั้งแต่น้ำดื่มบรรจุขวด นม ชา น้ำผลไม้ ไปจนถึงเครื่องดื่มบำรุงสุขภาพ
Forbes ยกให้เขาเป็น "คนรวยที่สุดในจีน" ในปี 2010 และ 2012 มูลค่าทรัพย์สินสูงสุดประมาณ 11.4 พันล้านเหรียญสหรัฐ แต่แม้จะร่ำรวยมหาศาล แต่ Zong ขึ้นชื่อเรื่องความประหยัด ใช้ชีวิตเรียบง่าย สวมรองเท้าผ้าธรรมดา กินข้าวในโรงอาหารพนักงาน
สาธารณชนรู้จักเขาในฐานะสัญลักษณ์ของ "คุณค่าครอบครัวแบบดั้งเดิม" เขาแต่งงานกับ Shi Youzhen ที่เป็นผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อของ Wahaha และมีลูกสาวคนเดียวคือ Kelly ที่เขารักและทุ่มเทเตรียมให้สืบทอดกิจการ
ภรรยาในความ (ไม่) ลับ
"Du Jianying" เริ่มต้นเป็นเลขานุการ CEO ก่อนก้าวขึ้นเป็นผู้บริหารระดับสูงที่ Zong ไว้วางใจมากที่สุด ดูแลทั้งการบริหารจัดการภายในและดูแลกิจการในต่างประเทศ
ปี 1996 เมื่อ Kelly ลูกสาวของ Zong อายุ 14 ปี ก็ถูกส่งไปเรียนต่อที่สหรัฐอเมริกา Zong เลือก Du Jianying ให้ไปเป็น ‘ผู้ดูแล’ ลูกสาวของเขาที่ต่างแดน
ในปีเดียวกันนั้น Du ก็ให้กำเนิด "Jacky" ที่ Los Angeles ตามด้วย "Jessie" ในปี 2007 และ "Jerry" ในปี 2017 ทั้งสามถือสัญชาติอเมริกัน
มีข้อมูลจากสื่อจีนบางแห่งอ้างว่า Zong และ Du อาจจดทะเบียนสมรสกันอย่างถูกกฎหมายในสหรัฐอเมริกา ในขณะที่เขายังไม่ได้หย่ากับภรรยาในจีน ซึ่งหากเป็นจริง ก็หมายความว่าเขามีภรรยาสองคนในเวลาเดียวกัน
ระหว่างที่อยู่ในสหรัฐฯ Du ดูแลการดำเนินงานต่างประเทศของ Wahaha และเดินทางไปมาระหว่างจีนกับอเมริกาอย่างสม่ำเสมอ ในปี 2001 เธอได้รับแต่งตั้งเป็นรองประธานฝ่ายปฏิบัติการสหรัฐฯ ของ Wahaha
ข้อมูลจากทะเบียนบริษัทปี 2022 แสดงให้เห็นว่าลูกทั้งสามของ Du ได้รับแต่งตั้งเป็นกรรมการในบริษัทย่อยหลายแห่งของ Wahaha พร้อมกัน โดย Jacky ลูกชายคนโตเคยดำรงตำแหน่งกรรมการในบริษัทย่อยอย่างน้อย 5 แห่งทั่วประเทศจีน
ความจริงหลังความตาย
เรื่องราวของธุรกิจและครอบครัวคงดำเนินต่อไปเหมือนที่เป็นมา กระทั่ง Zong Qinghou เสียชีวิตในเดือนกุมภาพันธ์ 2024
หลังการจากไปของพ่อ Kelly เข้ารับตำแหน่งผู้นำ Wahaha อย่างเต็มตัว เธอเริ่มปรับโครงสร้างบริษัทครั้งใหญ่ โดยการปิดสายการผลิต 18 แห่งในหลายเมือง รวมถึง Shenyang, Chongqing และ Shenzhen ซึ่ง Du ถือหุ้น 40% ในโรงงานเหล่านี้ ส่งผลให้มีการตัดรายได้เงินปันผลของ Du ไปด้วย
Kelly ยังเปลี่ยนตัวผู้บริหารระดับสูงที่ทำงานใกล้ชิดกับพ่อของเธอ แทนที่ด้วยคนของตัวเอง มีรายงานว่าเธอบอกว่าทีมเก่า "ฟังแต่คำสั่งพ่อ" และเธอต้องการคนที่ "ฟังคำสั่งเธอ"
กรกฎาคม 2024 Kelly ประกาศลาออก แต่คณะกรรมการปฏิเสธ และในเดือนถัดมาเธอได้รับแต่งตั้งเป็นประธานกรรมการ เธอจึงได้ควบคุมอำนาจเบ็ดเสร็จ ซึ่งในเดือนเดียวกันนี้ Du Jianying ก็เสนอให้นำผู้บริหารมืออาชีพจากภายนอกเข้ามาปรับปรุงธรรมาภิบาลบริษัท แต่ข้อเสนอถูกปัดตกไป
เรื่องราวการช่วงชิงอำนาจถึงจุดระเบิดในเดือนธันวาคม 2024 เมื่อลูกทั้งสามของ Du ยื่นฟ้อง Kelly ในศาลฮ่องกง เรียกร้องให้อายัดบัญชี HSBC ที่มีเงินประมาณ 1.8 พันล้านเหรียญสหรัฐ พร้อมกันนั้นพวกเขายังยื่นฟ้อง เพื่อเรียกร้องสิทธิในมรดกและหุ้น 29.4% ของ Wahaha Group
พวกเขาอ้างว่า Zong Qinghou สัญญาจะตั้งกองทุนทรัสต์มูลค่า 700 ล้านเหรียญให้แต่ละคน รวม 2.1 พันล้านเหรียญ (ราว 7.3 หมื่นล้านบาท) และสั่งให้ผู้ใต้บังคับบัญชาจัดตั้งทรัสต์ที่ HSBC ฮ่องกง แต่ Kelly ไม่ทำตามสัญญาหลังพ่อเสียชีวิต
ทนายของพวกเขาระบุว่า มีหลักฐานว่า Kelly ได้ถอนเงินออกจากบัญชีไปแล้วกว่า 6 ล้านเหรียญ โดยอ้างว่าใช้จ่ายสำหรับอุปกรณ์โรงงานในเวียดนาม แต่ฝ่าย Kelly โต้แย้งว่า เงินในบัญชีนั้นคือเงินสำรองสำหรับธุรกิจต่างประเทศของ Wahaha ที่ฝากในชื่อพ่อ ไม่ใช่ทรัสต์ส่วนตัว และยืนยันว่าพินัยกรรมปี 2020 ระบุชัดเจนว่าหุ้นและทรัพย์สินต่างประเทศทั้งหมดเป็นของเธอคนเดียว
แต่ฝ่ายโจทก์โต้กลับว่าพินัยกรรมนั้น "ไม่ได้รับการรับรองตามกฎหมาย" เพราะไม่ผ่านการรับรองทางกฎหมายอย่างเป็นทางการ และพยานในการลงนามล้วนเป็นผู้บริหาร Wahaha ไม่มีคนในครอบครัวเป็นพยาน
กระแสวิพากษ์วิจารณ์สองฝั่ง
ชาวเน็ตจีนขุดคุ้ยข้อมูลจากบทสัมภาษณ์เก่าๆ ของ Zong และ Kelly เพื่อหาเบาะแส และแตกออกเป็นสองฝ่าย
ฝ่ายหนึ่งมอง Kelly เป็นเหยื่อของค่านิยมครอบครัวแบบอนุรักษนิยม หญิงสาวที่ถูกส่งไปเรียนต่างประเทศตอนอายุ 14 โดยมี ‘ภรรยาน้อยที่กำลังตั้งท้อง’ ของพ่อเป็นผู้ดูแล พวกเขาตีความว่าการที่ Kelly เปลี่ยนคนขับรถและแม่บ้านบ่อยครั้ง และติดตั้งกล้องวงจรปิดทั่วบ้านหลังกลับจากอเมริกา เป็นสัญญาณของ "การสูญเสียความไว้วางใจ" ต่อคนรอบข้าง รวมถึงพ่อของเธอเอง
อีกฝ่ายมองว่านี่คือการต่อสู้ระหว่างสองยุคของผู้ประกอบการ พวกเขาชี้ไปที่ความขัดแย้งด้านปรัชญาการบริหารระหว่างพ่อกับลูก
- ในขณะที่ Kelly สนับสนุน e-commerce แต่พ่อบอกว่า "คนต้องไปซื้อของในซูเปอร์มาร์เก็ต"
- Kelly เน้นจ้างคนรุ่นใหม่และประเมินผลตามประสิทธิภาพ แต่พ่อพึ่งพาคอนเนกชันและความอาวุโส
ทว่าผลประกอบการดูเหมือนจะยืนยันวิสัยทัศน์ของ Kelly เพราะรายได้เครื่องดื่มของ Wahaha ในปี 2024 เพิ่มขึ้น 53% เมื่อเทียบกับปีก่อน ทำสถิติสูงสุดในรอบทศวรรษที่ 72.8 พันล้านหยวน
แต่ดราม่าครอบครัวก็กระทบภาพลักษณ์บริษัทอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
Eric Han ผู้จัดการอาวุโสจากบริษัทที่ปรึกษา Suolei ในเซี่ยงไฮ้ กล่าวกับ South China Morning Post ว่า "Wahaha ไม่ได้เป็นแค่ราชาเครื่องดื่มของประเทศ แต่ยังเป็นสัญลักษณ์ของธุรกิจเอกชนที่เจริญรุ่งเรือง ข้อพิพาทนี้สร้างความตกตะลึงให้กับผู้ประกอบการและผู้บริโภคชาวจีน”
มิติที่ซับซ้อนกว่าเรื่องครอบครัว
นอกจากดราม่าครอบครัว คดีนี้ยังซับซ้อนเพราะผู้ถือหุ้นใหญ่สุดของ Wahaha คือบริษัทรัฐ (46%) ไม่ใช่ตระกูล Zong (29.4%) และลูกนอกสมรสทั้งสามถือสัญชาติอเมริกัน ทำให้เกิดความกังวลว่าทรัพย์สินจะ ‘ไหลออก’ นอกประเทศ
นักวิเคราะห์กฎหมายชี้ว่าคดีนี้อาจกลายเป็นบรรทัดฐานสำคัญในเรื่องกฎหมายทรัสต์ข้ามพรมแดนและการสืบทอดมรดกของจีน ศาลฮ่องกงซึ่งใช้ระบบกฎหมาย common law จะตัดสินเรื่องทรัสต์ แต่ศาลแผ่นดินใหญ่จะตัดสินเรื่องสิทธิในมรดกตามกฎหมายแพ่งจีน และยังต้องดูว่าคำตัดสินของฮ่องกงจะได้รับการยอมรับและบังคับใช้ในแผ่นดินใหญ่หรือไม่
บทเรียนของสงครามมรดก
Wahaha ไม่ใช่กรณีแรกและไม่ใช่กรณีสุดท้ายของสงครามมรดกในธุรกิจครอบครัว
แต่เป็นกรณีศึกษาที่ทรงพลังสำหรับธุรกิจครอบครัวทุกแห่ง
เมื่อความลับในครอบครัวถูกเปิดเผย การวางแผนสืบทอดไม่ชัดเจน และเมื่อพินัยกรรมไม่ได้รับการจัดทำอย่างรัดกุม ก็อาจสร้างความเสียหายสูงสุด
Zong Qinghou ใช้เวลาเกือบ 40 ปีสร้าง Wahaha จากศูนย์จนกลายเป็นอาณาจักรเครื่องดื่มมูลค่าหมื่นล้าน แต่มรดกที่เขาทิ้งไว้ไม่ได้มีแค่โรงงาน หุ้น และเงินในบัญชีธนาคาร
มันยังรวมถึงความลับ ความขัดแย้ง และคำถามที่ยังไม่มีคำตอบ
คดีนี้ยังอยู่ระหว่างการพิจารณา และไม่ว่าผลจะออกมาอย่างไร บทเรียนสำหรับธุรกิจครอบครัวก็ชัดเจน
เมื่อใดที่ 'ความลับ' ทำหน้าที่แทน 'ความโปร่งใส' เมื่อนั้นมรดกที่ล้ำค่าที่สุด อาจกลายเป็นคำสาปที่ร้ายแรงที่สุดสำหรับลูกหลาน
#ทำที่บ้าน

ผู้ประกันตนได้อะไรเพิ่ม จากการปรับเพดานครั้งนี้
07/12/2025

ผู้ประกันตนได้อะไรเพิ่ม จากการปรับเพดานครั้งนี้

ผู้ประกันตนได้อะไรเพิ่ม เมื่อปรับเพดานและเงินนำส่ง?
ประกันสังคมจะปรับเพดานค่าจ้าง เพื่อคำนวณอัตรานำส่งของสมาชิก จะเริ่มตั้งแต่ปี 69 โดยจะแบ่งเป็น 3 ระยะ
ปรับเพดานค่าจ้างระยะที่ 1 (ปี พ.ศ.2569–2571) ผู้ประกันจะต้องนำส่งที่เพดานค่าจ้างใหม่สูงสุด 17,500 บาท อัตรานำส่ง 857 บาท
สมาชิกมักจะสนใจเรื่อง "เงินบำนาญ" จะได้เท่าไรตามเกณฑ์ใหม่ แต่ก็ใช่ว่าสิทธิอื่น ๆ จะไม่มีการปรับไปด้วย
ในระยะที่ 1 สิทธิประโยชน์เพิ่มขึ้นในหลายกรณี ดังนี้

+เงินบำนาญในกรณีส่งเงินสมทบครบ 15 ปี สูงสุด 3,000 บาทต่อเดือน เพิ่มเป็น 3,500 บาทต่อเดือน

+เงินบำนาญในกรณีส่งเงินสมทบครบ 25 ปี สูงสุด 5,250 บาทต่อเดือน เพิ่มเป็น 6,125 บาทต่อเดือน

+เงินทดแทนกรณีเจ็บป่วย สูงสุด 7,500 บาทต่อเดือน เพิ่มเป็น 8,750 บาทต่อเดือน

+เงินทดแทนกรณีทุพพลภาพ สูงสุด 7,500 บาทต่อเดือน เพิ่มเป็น 8,750 บาทต่อเดือน

+เงินทดแทนกรณีว่างงาน สูงสุด 7,500 บาทต่อเดือน เพิ่มเป็น 8,750 บาทต่อเดือน

+เงินสงเคราะห์กรณีคลอดบุตร 22,500 บาทต่อครั้ง เพิ่มเป็น 26,250 บาทต่อครั้ง

+เงินสงเคราะห์กรณีเสียชีวิต 90,000 บาท เพิ่มเป็น 105,000 บาท
ส่วนระยะถัดไป จะต้องนำส่งเงินเพิ่ม ตามเพดานเงินเดือน สิทธิต่าง ๆ เหล่านี้ ก็จะเพิ่มขึ้นตามไปด้วย
อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม
https://policywatch.thaipbs.or.th/article/life-226
#ประกันสังคม #เงินนำส่ง #สมาชิกประกันสังคม #มาตรา33 #สิทธิประโยชน์ใหม่ #เพดานประกันสังคมใหม่ #ติดตามนโยบายสาธารณะ #นโยบายรัฐบาล #สวัสดิการสังคม

ว่าด้วยเรื่องผู้ป่วยเจาะคอ
14/11/2025

ว่าด้วยเรื่องผู้ป่วยเจาะคอ

รู้สึกผิด…เมื่อเซ็นให้แม่เจาะคอ (จากเคสจริง)

โดย นพ.เก่งพงศ์ ตั้งอรุณสันติ (หมอเก่ง)
อายุรแพทย์ Chersery Home International


มีลูกหลายคน…
ที่ต้องนั่งน้ำตาคลออยู่หน้าห้องไอซียู
เพียงเพราะต้อง “ตัดสินใจแทน” คนที่รัก
ในวินาทีที่ชีวิตแขวนอยู่บนเส้นด้าย

หนึ่งในคำถามที่ทำให้หลายครอบครัวปวดใจที่สุดคือ

“จะยอมให้เจาะคอแม่ไหม?”

คำถามที่ดูเหมือนสั้น
แต่ซ่อนความเจ็บลึก และความรู้สึกผิดที่ติดค้างในใจของลูกไปตลอดชีวิต


ในฐานะแพทย์ผู้ดูแลผู้สูงวัยระยะวิกฤตและระยะท้ายมานับไม่ถ้วน
ผมขอชวนทุกคนมาทำความเข้าใจอย่างตรงไปตรงมา…



🔍 การเจาะคอคืออะไร?

การเจาะคอ (Tracheostomy)
คือการเปิดรูที่บริเวณลำคอเข้าสู่หลอดลม เพื่อใส่ท่อช่วยหายใจโดยตรง
มักใช้ในผู้ป่วยที่ต้องใส่ท่อช่วยหายใจทางปากเป็นเวลานาน

เช่น เกิน 1–2 สัปดาห์ โดยเฉพาะในกรณีที่
• มีภาวะ ปอดอักเสบเรื้อรัง (Pneumonia)
• ระบบหายใจล้มเหลว
• โรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง / เส้นประสาทเสื่อม (ALS, Stroke)
• อยู่ในภาวะโคม่า ไม่สามารถช่วยตัวเองได้



⚖️ ข้อดีของการเจาะคอ
• ลดความเสียหายต่อกล่องเสียงจากท่อช่วยหายใจทางปาก
• ทำให้การดูดเสมหะง่ายขึ้น ลดความเสี่ยงการสำลัก
• สามารถใส่เครื่องช่วยหายใจได้ในระยะยาว
• ในบางกรณีช่วยให้ผู้ป่วย ฝึกหายใจเอง ได้ในภายหลัง



⚠️ ข้อเสียและภาวะแทรกซ้อนที่ควรระวัง
• ความเสี่ยงต่อการ ติดเชื้อ ที่รูเจาะ
• การหลุดของท่อทำให้หายใจไม่ได้ทันที
• พูดไม่ได้ ขาดปฏิสัมพันธ์ทางเสียงกับครอบครัว
• ในบางรายต้องใช้ตลอดชีวิต หากไม่สามารถถอนเครื่องช่วยหายใจได้



🚫 ข้อห้าม (Relative Contraindications)
• ผู้ป่วยระยะสุดท้ายที่ไม่มีทางฟื้นกลับมา
• ผู้ป่วยที่มีคำสั่งไม่ทำหัตถการเพื่อยื้อชีวิต (DNR)
• ผู้ป่วยที่ความสามารถในการหายใจหรือฟื้นตัวต่ำมาก (เช่น สมองตาย หรือเป็นเจ้าชายนิทรา)


จากสถิติใน ICU ผู้สูงอายุ
กว่า 60% ของผู้ที่เจาะคอในภาวะวิกฤต
ยังต้องใส่เครื่องช่วยหายใจต่อไป
และ น้อยกว่า 30% ที่สามารถกลับมาหายใจเองได้อย่างสมบูรณ์ โดยเฉพาะในผู้สูงวัยที่อายุเกิน 80 ปี หรือมีโรคร่วมหลายโรค


หมอไม่เคยโทษลูกหลานคนไหนที่เลือก “ให้เจาะคอ”
และก็ไม่เคยตำหนิครอบครัวที่ “ปฏิเสธ” การยื้อชีวิตเช่นกัน

เพราะความรัก…ไม่ได้วัดจากการทำหัตถการหรือไม่ทำ แต่วัดจาก เจตนาและความเข้าใจในคุณภาพชีวิต ของคนที่เรารัก


💬 ตัวอย่างหนึ่งที่หมอจำไม่เคยลืม:

ลูกชายคนเดียวของอาม่าที่อายุ 92 ปี
อาม่าติดเชื้อในปอดอย่างรุนแรง ใส่ท่อช่วยหายใจมาเกิน 10 วัน … หมอแนะนำให้เจาะคอ

ลูกชายถามเพียงคำเดียว…

“ถ้าแม่เป็นแม่ของหมอ…หมอจะทำมั้ย?”

หมอตอบกลับไปว่า…

“ถ้าท่านยังมีหวังจะกลับมาใช้ชีวิตอย่างมีคุณภาพได้…ผมทำ แต่ถ้าท่านกำลังจะหลับอย่างสงบ ผมจะไม่ปลุกท่านให้ตื่นขึ้นมาเจ็บอีก”

วันนั้น…เขาเลือกไม่เจาะคอ

และอาม่าก็หลับไปอย่างสงบ
ในอ้อมกอดของลูกชายที่กุมมือไว้แน่นจนวินาทีสุดท้าย


เพราะการ “ไม่ยื้อ”
บางครั้ง…คือการ “ให้” ที่ลึกซึ้งที่สุด
คือการให้เกียรติ
ให้ความสงบ
ให้ความรัก
และให้ความเข้าใจใน “ความพอ” ที่ชีวิตควรจะมี


ถ้าวันหนึ่งคุณต้องตัดสินใจแทนคนที่คุณรัก
จงรู้ไว้ว่า…ไม่ว่าเลือกทางไหน
ขอเพียงคุณตั้งอยู่บน “ความรักและความปรารถนาดี”
คุณ…ไม่ผิดเลยครับ


ด้วยความเข้าใจและความเคารพในทุกครอบครัว

นพ.เก่งพงศ์ ตั้งอรุณสันติ (หมอเก่ง)
อายุรแพทย์
โรงพยาบาลผู้สูงอายุและศูนย์เวชศาสตร์ฟื้นฟู Chersery Home International

🏥 สอบถามรายละเอียด / นัดหมาย 👇🏼
☎️ 𝐓𝐞𝐥 : 𝟬𝟴𝟰𝟮𝟲𝟰𝟮𝟲𝟰𝟲
💚 𝐋𝐢𝐧𝐞 : https://lin.ee/M3iUqHe
📲 𝗜𝗚 : instagram.com/cherseryhomehospital
🌐 𝐖𝐞𝐛𝐬𝐢𝐭𝐞 : www.cherseryhome.com
📱 𝗧𝗶𝗸𝘁𝗼𝗸 : https://www.tiktok.com/
🎥 𝗬𝗼𝘂𝘁𝘂𝗯𝗲 : https://www.youtube.com/

#หมอเก่งดูแลด้วยใจ
#ทางเลือกในวาระสุดท้าย
#ผู้สูงวัยกับคุณภาพชีวิต
#เจาะคอหรือไม่เจาะคอ
#เข้าใจเพื่อไม่รู้สึกผิด
#ดูแลประคับประคอง # ดูแลผู้สูงอายุ
#คลินิกลดปวด #ปวดกล้ามเนื้อ
#เฌ้อสเซอรี่โฮม
#กายภาพบำบัด #คลินิกกายภาพ #เวชศาสตร์ฟื้นฟู #ศูนย์กายภาพบำบัด
#ศูนย์กายภาพ #กายภาพบำบัดใกล้ฉัน #ศูนย์เวชศาสตร์ฟื้นฟู

ดูแลสุขภาพกันด้วยนะคะ
09/11/2025

ดูแลสุขภาพกันด้วยนะคะ

# # โรคกระดูกพรุนมีผลต่ออาการปวดหลังอย่างไร?

“หมอครับ ช่วงนี้ปวดหลังบ่อยมาก โดยเฉพาะเวลายกของหรือเดินนาน ๆ หมอบอกว่ากระดูกพรุน มันเกี่ยวกันไหมครับ?”

เป็นคำถามที่หมอได้ยินบ่อยมากจากผู้ป่วยวัย 50 ปีขึ้นไป โดยเฉพาะในผู้หญิงหลังหมดประจำเดือน

และคำตอบคือ... “เกี่ยวกันโดยตรงครับ”

โรคกระดูกพรุนเป็นอีกสาเหตุสำคัญของอาการปวดหลังเรื้อรัง ที่หลายคนมองข้ามไปโดยไม่รู้ตัว
---

# # # กระดูกพรุน (Osteoporosis) คือภาวะที่กระดูกของเรามี “ความหนาแน่นลดลง” และโครงสร้างภายในกระดูกบางลง ทำให้กระดูกเปราะและแตกหักได้ง่าย แม้จะได้รับแรงกระแทกเพียงเล็กน้อย เช่น เดินสะดุด ลื่นล้ม หรือแม้แต่ “ไอแรง ๆ” ก็อาจทำให้กระดูกหักได้ครับ

โดยเฉพาะ “กระดูกสันหลัง” ซึ่งเป็นกระดูกที่ต้องรับน้ำหนักของร่างกายทุกวัน จะเป็นตำแหน่งที่ได้รับผลกระทบมากที่สุด

⚙️ ทำไมกระดูกพรุนถึงทำให้ปวดหลัง?
---

# # # เมื่อกระดูกพรุนมาก โครงสร้างภายในของกระดูกสันหลังจะบางลงจนเกิด “การยุบตัว” (Compression fracture) โดยไม่รู้ตัว

บางคนไม่ได้ล้มหรือกระแทกใด ๆ แต่จู่ ๆ ปวดหลังเฉียบพลัน รู้สึกเหมือนมีอะไรหักในหลัง นั่นอาจเป็น “กระดูกสันหลังยุบ” จากภาวะกระดูกพรุนครับ

2️⃣ แนวกระดูกสันหลังค่อย ๆ ค่อม (Spinal deformity)

เมื่อกระดูกหลังหลายข้อยุบลงพร้อมกัน จะทำให้หลังโค้งงอมากขึ้น ร่างกายต้องใช้กล้ามเนื้อหลังส่วนบนและคอพยุงตัวตลอดเวลา ทำให้เกิดอาการปวดตึงเรื้อรัง

3️⃣ กล้ามเนื้อและเส้นเอ็นรอบกระดูกหลังทำงานหนักขึ้น

ในคนที่หลังค่อมหรือเสียสมดุล กล้ามเนื้อหลังต้องทำงานชดเชยตลอดเวลา ทำให้ปวดล้า โดยเฉพาะช่วงบ่ายหรือเย็น

🔍 อาการที่ควรสังเกตว่าอาจมีกระดูกพรุน

ปวดหลังโดยไม่มีสาเหตุชัดเจน
---

# # # หลังเริ่มค่อมหรือเตี้ยลงอย่างเห็นได้ชัด

- ปวดเฉียบพลันบริเวณกลางหลังหรือเอวหลังจาก “ไอ” หรือ “ลื่นนิดเดียว”
- ในบางรายอาจมีอาการร้าวรอบชายโครงหรือต้นขา (จากกระดูกยุบบางข้อ)
- ถ้ามีอาการเหล่านี้ หมอแนะนำให้ตรวจวัดมวลกระดูก (DEXA scan) เพื่อยืนยันการวินิจฉัยครับ
- 🧪 การตรวจและวินิจฉัย
- 1️⃣ เอกซเรย์ (X-ray) — ใช้ดูว่ากระดูกสันหลังบางข้อยุบหรือไม่

2️⃣ การตรวจวัดมวลกระดูก (DEXA scan) — เป็นการตรวจมาตรฐานเพื่อดูระดับความหนาแน่นของกระดูก (Bone density)
---

# # # 💊 การรักษาโรคกระดูกพรุน

การรักษามี 3 แนวทางหลัก คือ การเสริมสารอาหาร การใช้ยา และการฟื้นฟูร่างกาย

1. ปรับโภชนาการ

รับประทานอาหารที่มีแคลเซียมสูง เช่น ปลาเล็กปลาน้อย งาดำ นม ถั่ว เต้าหู้
---

# # # 2. ใช้ยารักษากระดูกพรุน

หมออาจให้ยาตามสภาพของกระดูก เช่น

# # # ยาชะลอการสลายของกระดูก (Bisphosphonate, Denosumab)

- ยากระตุ้นการสร้างกระดูก (Teriparatide, Romosozumab)
- โดยยาจะเลือกตามความเหมาะสมของแต่ละคน และต้องอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์ครับ

# # # 3. ฟื้นฟูกล้ามเนื้อหลังและปรับท่าทาง

กายภาพบำบัดช่วยเพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อรอบกระดูกสันหลัง

- ฝึกยืดหลังและออกกำลังกายแบบลงน้ำหนัก เช่น เดิน ว่ายน้ำ โยคะ
- ใช้ “เสื้อพยุงหลัง (Back brace)” ในบางรายที่หลังค่อมหรือปวดมาก เพื่อลดแรงกดที่กระดูกหลัง

📈 พยากรณ์โรค

# # # หากรักษาและฟื้นฟูได้ถูกวิธี ผู้ป่วยส่วนใหญ่สามารถกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติ โดยไม่ต้องทนปวดหลังเรื้อรัง

- สิ่งสำคัญคือ “การตรวจและเริ่มรักษาแต่เนิ่น ๆ” ก่อนที่กระดูกจะบางมากจนเกิดการยุบหรือหักครับ
- 💬 หมออยากฝากไว้
- โรคกระดูกพรุนเป็นภัยเงียบที่ค่อย ๆ ทำให้กระดูกหลังอ่อนแรงลงทุกวัน
---
---

# # # เพราะ “หลังที่แข็งแรง” คือพื้นฐานของชีวิตที่มีคุณภาพครับ ❤️

บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไป หากอาการไม่ดีขึ้นควรปรึกษาแพทย์

สามารถปรึกษาปัญหากระดูกและข้อ หรืออาการปวดหลังได้ที่
---

# # # ผู้เชี่ยวชาญโรคกระดูกและข้อ

สอบถามปัญหาโรคกระดูกและข้อ ปวดหลัง ปวดคอ ปวดเข่า ปวดไหล่ กระดูกพรุน ได้ครับ

📱 Line ID:

โทร 081-5303666

#กระดูกพรุน #ปวดหลัง #หมอเก่งกระดูกและข้อ #กระดูกสันหลังยุบ #สุขภาพหลัง #ภาวะกระดูกพรุน #กายภาพบำบัด
---

04/11/2025

ภาษี

ที่อยู่

Bangkok

เบอร์โทรศัพท์

+6622306999

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ คุณหญิงจอมวางแผนผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

แชร์