22/10/2023
#อย่าให้ผู้ป่วยมะเร็งอาการทรุดลงเพราะความเชื่อผิดๆนะคะ
เรื่องนี้ได้ยินมาตั้งแต่สมัยราวด์คนไข้บนวอร์ด มักจะมีเสียงจากผู้หวังดีมาเสมอ พอรู้ว่าเป็นมะเร็ง ก็จะห้ามทานสิ่งต่างๆตามมา
ทำเอาเราที่เป็นนักกำหนดอาหารที่ให้คำปรึกษา ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมและความเชื่อ กุมขมับค่ะ เพราะเป็นห่วงจริงๆ
ก่อนอื่นต้องเข้าใจก่อนว่า ร่างกายของคนไข้เวลามีเซลล์มะเร็งเกิดขึ้น เหมือนมีสิ่งชีวิตที่เราไม่ต้องการเกิดขึ้นมาเพิ่มค่ะ
ร่างกายจะยิ่งต้องสร้างภูมิคุ้มกันมาป้องกันตัวเอง และจะยิ่งต้องใช้พลังงานมากยิ่งขึ้นไปอีก
ดังนั้น ผู้ป่วยมะเร็ง ยิ่งต้องการอาหารมากกว่าคนทั่วไปซะอีก
ถ้ายิ่งลด หรือห้ามไม่ให้ทาน นอกจากจะเจอฤทธิ์เบื่ออาหารจากยาคีโมไปแล้ว ร่างกายจะยิ่งโทรมยิ่งทรุดลงเรื่อยๆนะคะ
หันมาดูแลให้ผู้ป่วยมะเร็งใกล้ตัว ได้ทานให้มากขึ้นกันดีกว่าค่ะ อย่าห้ามอะไรเค้าเยอะเลย
วันนี้เฟิร์นเลยรวมเอา 5ความเชื่อผิดๆเกี่ยวกับอาหารสำหรับผู้ป่วยมะเร็งมาฝากค่ะ
1.อย่ากินโปรตีนเยอะ เพราะจะทำให้มะเร็งโต
ยิ่งเป็นมะเร็ง ยิ่งต้องเสริมโปรตีนให้เพียงพอค่ะ โดยเฉพาะโปรตีนที่เป็นแหล่งของกรดอะมิโนจำเป็นต่อร่างกาย เช่น เนื้อสัตว์ไขมันต่ำ ไข่ นมและ ถั่วเมล็ดแห้งต่างๆ
ผู้ป่วยมะเร็งจะยิ่งต้องการโปรตีนเพิ่มขึ้นกว่าคนทั่วไปซะอีก ตามไกด์ไลน์ผู้ป่วยมะเร็งต้องการโปรตีนประมาณ 1.2-1.5กรัม/น้ำหนัก1kg ในขณะที่คนทั่วไปต้องการโปรตีนประมาณ0.8-1กรัม/น้ำหนัก1kgเท่านั้น
ที่เป็นเช่นนี้ เพราะ เซลล์มะเร็งจะทำให้ร่างกายใช้พลังงานสูงกว่าปกติ เกิดการเผาผลาญเยอะ และร่างกายอาจจะทรุดลงจากภูมิคุ้มกันตก ผู้ป่วยมะเร็งจะต้องได้รับทั้งพลังงานและโปรตีนให้เพียงพอต่อการสร้างภูมิคุ้มกัน
2.น้ำตาลเร่งมะเร็งได้
การกินอาหารรสหวาน หรือน้ำตาลเข้าไป ไม่ได้ไปเป็นอาหารให้กับเซลล์มะเร็งมากขึ้น แต่ทั้งนี้ ควรบริโภคน้ำตาลในปริมาณไม่เกิน 6ช้อนชาต่อวัน(24-30กรัม) ป้องกันภาวะโรคอื่นๆตามมา เช่น โรคเบาหวาน โรคหัวใจ โรคความดัน และโรคอ้วน เป็นต้น
คงจะไม่ดีแน่ ถ้าป่วยเป็นมะเร็งแล้ว ยังต้องป่วยเป็นโรคแทรกซ้อนเหล่านี้อีก
3.กินน้ำมะนาวผสมโซดาฆ่ามะเร็ง
ไม่มีงานวิจัยใดๆเลยที่ยืนยันเรื่องนี้ได้ ความเชื่อนี้ถูกแชร์กันในกรุ๊ปไลน์เยอะม๊ากก (แม้กระทั่งลามมายังไลน์ครอบครัวเฟิร์นเองก็มี) มะนาวอาจช่วยให้ชุ่มคอได้ แต่ไม่ได้มีสรรพคุณช่วยต้านมะเร็งแต่อย่างใด
4.อาหารเวฟยิ่งเสี่ยงมะเร็ง
หลายคนกลัวที่จะใช้ไมโครเวฟไปเลย เพราะคิดว่าเป็นคลื่นรังสี อันตรายแน่ๆ แต่ต้องขอแก้ความเข้าใจใหม่เลยค่ะ เพราะ คลื่นรังสีไมโครเวฟเป็นคลื่นที่อ่อนมากๆ ไม่มีผลต่อการทำลายเนื้อเยื่อใดๆแม้กระทั่งในอาหาร
แต่ความร้อนที่เกิดอาจจะทำลายคุณค่าทางโภชนาการบางส่วน เช่นวิตามินบางตัวที่ไม่ทนกับแสงและความร้อน แต่ไม่ได้มีผลต่อผู้ป่วยมะเร็งเพิ่มขึ้นอย่างแน่นอน
5.กินมังฯเท่านั้นถึงจะปลอดภัย
ยิ่งกินมังนี่แหละ ยิ่งเสี่ยงที่จะทำให้ขาดสารอาหารและภูมิคุ้มกันตกลง หากมีใครแนะนำให้ผู้ป่วยมะเร็งทานแต่ผักแต่พืช รีบห้ามได้เลยนะคะ เพราะยิ่งจะทำให้ได้รับพลังงานไม่เพียงพอ ร่างกายยังขาดโปรตีนไปสร้างภูมิอีกด้วย
มีแต่จะยิ่งทรุดลงมากขึ้นค่ะ พูดมาแบบนี้ดูเหมือนจะห้าม แต่จริงๆการทานผัก และผลไม้ที่ผ่านการปรุงจนสะอาดแล้ว(เรื่องความสะอาดสำคัญมาก) ผู้ป่วยมะเร็งควรทานค่ะ เพราะใยอาหารจะช่วยทำให้ระบบขับถ่ายดีขึ้น
เวลาให้ยาคีโม อาจจะมีอาการท้องผูกตามมาได้
เข้าใจกันใหม่แล้ว ฝากดูแลคนใกล้ตัวให้ทานได้มากขึ้นกันเถอะนะคะ สำหรับอาหารที่ห้ามและต้องระวังเลย ก็อย่างที่หลายคนทราบ คืออาหารที่ยิ่งเพิ่มความเสี่ยงมะเร็งได้ไวขึ้น เช่น อาหารปิ้งย่าง อาหารใช้น้ำมันทอดซ้ำ อาหารสุกๆดิบๆ หรืออาหารหมักดอง จำเป็นต้องระวัง
น้ำควรต้องปรุงสุกสะอาด คนไข้มะเร็ง จะต้องดูแลเรื่องความสะอาดให้ได้มากที่สุดค่ะ เพราะภูมิคุ้มกันจะต่ำ เลี่ยงสิ่งที่จะเกิดการปนเปื้อน จึงต้องได้รับการดูแลอย่างใกล้ชิด
และที่สำคัญนอกจากจะดูแลเรื่องอาหารแล้ว เรื่องกำลังใจก็เป็นอีกหนึ่งอาหารที่สำคัญสำหรับคนไข้เช่นกันนะคะ
#ฉลาดกิน
#อาหารต้านมะเร็ง
#อาหารผู้ป่วยมะเร็ง #ความเชื่ออาหารมะเร็ง
#แค่เลือกเพิ่มขึ้นอีกนิดชีวิตก็เปลี่ยน