09/07/2026 สินทรัพย?ใด... สินทรัพย์ใด?? ไม่ต้องคิดค่าเสื่อมราคา #การบัญชีเบื้องต้น #เรียนบัญชีกับครูริชาร์ด
06/07/2026 รับทำบัญชี รายเดือน/รายปี ดูแลตั้งแต่แนะนำเอกสาร จนปิดงบการเงิน🍅 - ดูแลด้านบัญชี บันทึกบัญชีผ่านโปรแกรมEasy acc -ดูแลภาษี ภงด.3 ภงด.53 ภงด.1 ภพ.30 ภพ.36 เป็นต้น -รับยื่นงบการเงิน+ ภงด.50 -ปิดงบการเงิน -รับยื่นภาษีบุคคลธรรมดา 🖇️แถมฟรี นำส่งประกันสังคม (แจ้งเข้า/ออก) #ทักแชทได้เลย ตอบแชทเร็ว ปรึกษาฟรี โทร.086-9868477 ID: mazz1307
28/06/2026 ภาษีหัก ณ ที่จ่าย: ผู้รับเงินสามารถหักภาษีและนำส่งแทนผู้จ่ายเงินได้หรือไม่? วิเคราะห์หนังสือกรมสรรพากร เลขที่ 0702/5474 ลงวันที่ 16 สิงหาคม 2562 ข้อเท็จจริง บริษัทแห่งหนึ่งประกอบธุรกิจ ให้บริการขนส่งพัสดุทางอากาศระหว่างประเทศ (Express Air Cargo) มีลูกค้าองค์กรจำนวนมาก และรับชำระค่าบริการผ่านหลายช่องทาง เช่น Internet Banking Mobile Banking บัตรเครดิต E-Wallet Bill Payment Thai QR Payment เมื่อมีลูกค้าหลายพันราย ปัญหาที่เกิดขึ้นคือ ลูกค้าบางรายลืมหักภาษี ณ ที่จ่าย บางรายหักผิดอัตรา บางรายไม่ออกหนังสือรับรองการหักภาษี บริษัทต้องเสียเวลาติดตามเอกสารจำนวนมาก เพื่อแก้ปัญหาดังกล่าว บริษัทจึงเสนอแนวทางให้ตนเองเป็น ตัวแทนของลูกค้า ในการดำเนินการแทนทั้งหมด ได้แก่ หักภาษี ณ ที่จ่าย ออกเอกสารรับรอง นำส่งภาษี ยื่นแบบ ภ.ง.ด.53 พร้อมทั้งขอให้กรมสรรพากรอนุมัติรูปแบบการดำเนินงานดังกล่าว ประเด็นที่หารือ บริษัทสามารถดำเนินการแทนลูกค้าได้หรือไม่ ในกรณี เป็นผู้หักภาษี ณ ที่จ่ายแทนผู้จ่ายเงิน ออกหนังสือรับรองแทนผู้จ่ายเงิน ยื่นแบบ ภ.ง.ด.53 แทนผู้จ่ายเงิน ใช้หลักฐานดังกล่าวเป็นเครดิตภาษีได้หรือไม่ ข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้อง การวินิจฉัยครั้งนี้อ้างอิงกฎหมายสำคัญหลายฉบับ ได้แก่ มาตรา 40 (8) แห่งประมวลรัษฎากร มาตรา 50 ทวิ มาตรา 52 มาตรา 59 มาตรา 60 มาตรา 17 แห่งประมวลรัษฎากร มาตรา 797 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ คำสั่งกรมสรรพากร ที่ ท.ป.4/2528 ประกาศอธิบดีกรมสรรพากรเกี่ยวกับบัญชีพิเศษ ลงวันที่ 31 พฤษภาคม 2531 แนววินิจฉัยของกรมสรรพากร 1. โดยหลัก ผู้จ่ายเงินยังคงเป็นผู้มีหน้าที่หักภาษี ณ ที่จ่าย กรมสรรพากรวินิจฉัยว่า ค่าบริการขนส่งทางอากาศระหว่างประเทศเป็นเงินได้ตามมาตรา 40 (8) ดังนั้น ลูกค้าซึ่งเป็นผู้จ่ายเงิน มีหน้าที่ หักภาษี ณ ที่จ่าย ออกหนังสือรับรองการหักภาษี ยื่นแบบและนำส่งภาษี ตามกฎหมายเช่นเดิม กล่าวคือ หน้าที่ดังกล่าวยังเป็นของ "ผู้จ่ายเงิน" ตามหลักกฎหมาย 2. สามารถแต่งตั้งผู้รับเงินเป็นตัวแทนได้ กรมสรรพากรเห็นว่า หากลูกค้าประสงค์แต่งตั้งบริษัทให้ดำเนินการแทน สามารถทำได้ เนื่องจากเป็นการตั้งตัวแทนตาม มาตรา 797 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ แต่มีเงื่อนไขสำคัญคือ ต้องมี การแต่งตั้งตัวแทน การมอบอำนาจ จัดทำเป็นลายลักษณ์อักษร การตอบรับเพียงทางอีเมลตามที่บริษัทเสนอ ไม่เพียงพอหากไม่สามารถถือเป็นหนังสือมอบอำนาจที่ถูกต้องตามกฎหมาย 3. ไม่จำเป็นต้องออกหนังสือรับรองทุกครั้ง หากดำเนินการตามเงื่อนไขที่กรมสรรพากรกำหนด กรมสรรพากรผ่อนผันให้ เมื่อบริษัทดำเนินการหักภาษีแทนผู้จ่ายเงินแล้ว ไม่จำเป็นต้องออกหนังสือรับรองการหักภาษีทุกครั้งที่มีการรับชำระเงิน แต่ต้องจัดทำ รายละเอียดรายการหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่ายประจำเดือน ซึ่งต้องมีข้อมูลอย่างน้อย ได้แก่ ชื่อเอกสาร ชื่อและเลขประจำตัวผู้เสียภาษีของผู้ถูกหัก ประเภทเงินได้ รายชื่อผู้จ่ายเงิน เลขประจำตัวผู้เสียภาษีของผู้จ่ายเงิน จำนวนเงิน จำนวนภาษีที่หัก ลายมือชื่อผู้มีหน้าที่หักภาษี เอกสารดังกล่าวถือเป็นหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่ายแทนรายฉบับได้ 4. ใบเสร็จรับเงินต้องระบุข้อความเพิ่มเติม เพื่อยืนยันว่าบริษัทดำเนินการแทนลูกค้า กรมสรรพากรกำหนดให้ ใบเสร็จรับเงิน หรือใบกำกับภาษี ต้องมีข้อความเพิ่มเติม เช่น บริษัทฯ ได้หักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่ายแทนผู้จ่ายเงินแล้ว และจะนำส่งกรมสรรพากรภายในกำหนด พร้อมทั้ง ต้องมีลายมือชื่อ หรือ Scan ลายมือชื่อของผู้รับมอบอำนาจประกอบไว้ด้วย 5. การยื่นแบบ ภ.ง.ด.53 บริษัทสามารถยื่นแบบ ภ.ง.ด.53 ได้ โดยระบุว่า "บริษัท...ในฐานะผู้กระทำการแทนผู้จ่ายเงิน" พร้อมแนบรายชื่อผู้จ่ายเงิน ซึ่งประกอบด้วย ชื่อผู้จ่าย เลขประจำตัวผู้เสียภาษี จำนวนเงินที่จ่าย จำนวนภาษีที่หัก โดยเอกสารแนบดังกล่าว สามารถจัดทำได้ทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ และถือเป็นบัญชีพิเศษตามที่กฎหมายกำหนด 6. ใช้เป็นเครดิตภาษีได้ กรมสรรพากรวินิจฉัยว่า บริษัทสามารถใช้ สำเนาแบบ ภ.ง.ด.53 ใบเสร็จรับเงินของกรมสรรพากร เป็นหลักฐานในการเครดิตภาษีเงินได้นิติบุคคลได้ ตามมาตรา 60 แห่งประมวลรัษฎากร สรุปสาระสำคัญ หนังสือฉบับนี้ไม่ได้เปลี่ยนหลักกฎหมายว่า "ผู้จ่ายเงิน" ยังคงเป็นผู้มีหน้าที่หักภาษี ณ ที่จ่าย แต่เปิดทางให้ ผู้รับเงินสามารถดำเนินการแทนผู้จ่ายเงินได้ หากมีการแต่งตั้งตัวแทนอย่างถูกต้องตามกฎหมาย พร้อมปฏิบัติตามเงื่อนไขที่กรมสรรพากรกำหนดอย่างครบถ้วน จึงเป็นแนวทางที่ช่วยลดภาระของทั้งผู้จ่ายเงินและผู้รับเงิน โดยเฉพาะธุรกิจที่มีลูกค้าจำนวนมากและรับชำระเงินผ่านหลายช่องทาง แนวทางนำไปปรับใช้ แนววินิจฉัยฉบับนี้เหมาะกับธุรกิจที่มีการรับชำระเงินจำนวนมาก เช่น ผู้ให้บริการแพลตฟอร์มออนไลน์ Marketplace SaaS Cloud Service บริษัทขนส่ง ระบบสมาชิก ผู้ให้บริการ Subscription ธุรกิจที่รับชำระผ่าน QR Payment หรือ Mobile Banking จำนวนมาก อย่างไรก็ตาม ก่อนนำแนวทางนี้ไปใช้ ควรดำเนินการให้ครบถ้วน ได้แก่ จัดทำสัญญาแต่งตั้งตัวแทนเป็นลายลักษณ์อักษร กำหนดขั้นตอนการหักภาษีที่ชัดเจน จัดทำรายละเอียดรายการหักภาษีประจำเดือนตามรูปแบบที่กรมสรรพากรกำหนด จัดเก็บหลักฐานการมอบอำนาจและการนำส่งภาษีไว้อย่างเป็นระบบ ตรวจสอบความถูกต้องของอัตราภาษีและกำหนดเวลาการนำส่งทุกเดือน แม้กรมสรรพากรจะผ่อนผันเรื่องรูปแบบเอกสารบางประการ แต่ไม่ได้ผ่อนผันหน้าที่ตามกฎหมาย ดังนั้น การดำเนินการแทนผู้จ่ายเงินต้องอาศัยระบบงานที่รัดกุมและมีเอกสารรองรับครบถ้วน เพื่อให้สามารถพิสูจน์ได้เมื่อมีการตรวจสอบภาษีในอนาคต #ภาษีหักณที่จ่าย #ข้อหารือภาษี #กฎหมายภาษี #สรรพากร #ผู้ประกอบการ #ภาษีน่ารู้ ิ