10/04/2026
จ่ายค่าเทอมลูกเท่าไร เรียกว่าเกินตัว? 😳
แม่ๆ รู้ไหมคะ? เดี๋ยวนี้แค่คิดเรื่องค่าเทอมลูกก็แอบปาดเหงื่อแล้ว เพราะ “เงินเฟ้อทางการศึกษา” ของโรงเรียนในไทย ปีละ ~5% บางแห่ง เกือบ 10% หรือมากกว่านั้นก็มีนะ!!
คนเป็นพ่อเป็นแม่ทุกคนก็อยากให้ลูกได้เรียนโรงเรียนดีๆ สังคมดีๆ กันทั้งนั้นใช่ไหมคะ? บางคนยอมทุ่มสุดตัว ส่งลูกเข้านานาชาติ หรือโรงเรียนดังๆ จนตัวเองต้องมานั่งปาดเหงื่อทุกสิ้นเดือน
แต่เดี๋ยวก่อน! ในมุมมองของนักวางแผนการเงิน การทุ่มหมดหน้าตักแบบนี้อาจจะกลายเป็น “การทำร้ายลูก” ในระยะยาวโดยไม่รู้ตัว!!
.
ในฐานะนักวางแผนการเงิน และคุณแม่ลูกสอง ที่มีลูกเรียนทั้งโรงเรียนไทย และนานาชาติ เลยอยากบอกว่า เราจำเป็นต้องหาสมดุลระหว่าง “โรงเรียนในฝัน” กับ “เงินในกระเป๋า” ของครอบครัวเราค่ะ
.
ลองดูตัวเลขเหล่านี้เป็น Guideline คร่าวๆ ค่ะเพราะอุ้ยย้ำเสมอว่าเรื่องการเงินส่วนบุคคล ไม่ตายตัว
** ค่าใช้จ่ายเรื่องลูก ไม่ควรเกิน 10-15% ของรายได้ครอบครัว
อย่าเพิ่งหน้ามืดตามใจความอยาก จนลืมดูเงินในกระเป๋าค่ะ **
สัดส่วนที่ปลอดภัยคือภาระค่าใช้จ่ายเรื่องลูกทั้งหมด (เช่น ค่าเทอม ค่าเรียนพิเศษ ค่ากิจกรรม) ต้องไม่เกิน 10-15% ของรายได้รวมทั้งครอบครัว
- ถ้ารายได้ครอบครัว 100,000 บ./เดือน: งบค่าเทอมควรอยู่แค่ 10,000 - 15,000 บ./เดือน ซึ่งเรทนี้อาจจะเหมาะกับโรงเรียนเอกชน หรือสองภาษาบางแห่ง
- ถ้ารายได้ครอบครัว 250,000 บ./เดือน: ค่อยขยับงบไปที่ 25,000 - 37,500 บ./เดือน ซึ่งหลายครอบครัวเริ่มมองหาโรงเรียนนานาชาติแล้วเหมือนกัน
ถ้าเราจ่ายเกินกว่านี้ แปลว่าเรากำลังดึงเงินสำหรับอนาคต และความมั่นคงด้านอื่นของครอบครัวมาใช้แล้วค่ะ
✔️ลองเช็กง่ายๆ ตามนี้
1) ถ้าเราจ่ายค่าเทอมแล้วยังออมได้เหมือนเดิม ไม่ว่าจะเป็นเงินออมครอบครัว หรือเพื่อเกษียณของพ่อแม่ และยังมีเงินสำรองฉุกเฉินอยู่ ที่สำคัญจ่ายค่าเทอมแล้วไม่เครียด – ยังไม่เกินตัว
2) ถ้าเราเริ่มดึงเงินออมก้อนอื่นมาจ่ายค่าเทอม และเริ่มใช้เงินแบบเดือนชนเดือน แถมจ่ายค่าเทอมลูกแล้ว เริ่มกังวล กลัวกระทบค่าใช้จ่ายอย่างอื่น – เริ่มตึง
3) ถ้าเราหยุดออมเงินไปเลย ทั้งเงินออมเพื่อลูก เงินออมเกษียณ เงินสำรองก็ถูกดึงมาใช้จนหมด ยิ่งถ้าต้องไปกู้ หรือรูดบัตรเครดิตวนไป ใช้เป็นเงินหมุน หรือใช้เงินที่ไม่ควรแตะ – เกินตัว
#การเงิน #วางแผนการเงิน #ค่าเทอม #ครอบครัว