Financial สบาย สบาย

Financial สบาย สบาย Financial Advisor ที่ปรึกษาทางการเงิน วางแผนการเงิน ประกันชีวิต วางแผนมรดก Unit-linked

🛵 ไรเดอร์ส่งอาหารถูกชนเสียชีวิต ควรเรียกค่าเสียหายเท่าไหร่?ก่อนอื่นมาดูรายได้เฉลี่ย 1 เดือนของไรเดอร์กันก่อนรายได้จากการ...
30/05/2026

🛵 ไรเดอร์ส่งอาหารถูกชนเสียชีวิต ควรเรียกค่าเสียหายเท่าไหร่?

ก่อนอื่นมาดูรายได้เฉลี่ย 1 เดือนของไรเดอร์กันก่อน

รายได้จากการขับ GrabBike GrabFood GrabExpress และ GrabMart ในหนึ่งรอบ ได้ค่าโดยสารเฉลี่ยอยู่ที่ 50 บาท ซึ่งถ้าในหนึ่งวันพาร์ทเนอร์รับงาน 20 งาน จะสามารถมีรายได้ได้ 1,000 บาท แต่ผู้ขับขี่ส่วนใหญ่รับงานถึง 30 – 40 รอบต่อวัน ทำให้ในหนึ่งวันรายได้ GrabBike สามารถสูงได้ถึง 2,000 เลยทีเดียว โดยยังไม่รวมกับอินเซนทีฟ หรือโบนัสต่าง ๆ ที่ทางแกร็บเพิ่มให้

ที่มา : https://www.grab.com/th

หากใน 1 เดือนทำงาน 20 วัน จะมีรายได้ประมาณ 20,000 - 40,000 บาท (240,000 - 480,000 บาท/ปี) และคาดว่าจะเพิ่มขึ้นประมาณ 3-4% ต่อปีตามอัตราเงินเฟ้อ

สมมุติว่าไรเดอร์อายุ 43 ปี และทำงานไปจนถึงอายุ 60 ปี แสดงว่าจะมีเวลาทำงานอีก 17 ปี จะสามารถสร้างรายได้อีก…

💰 5,222,781-10,445,562 บาท (คำนวณโดยใช้อัตราการเพิ่มขึ้นของรายได้ 3% ต่อปี)

💵 หมายความว่า ครอบครัวสามารถนำตัวเลขนี้เป็นตัวตั้งต้นในการเรียกร้องค่าเสียหายได้อย่างสมเหตุสมผล

👨‍⚖️ แต่สุดท้ายจะตกลงกันที่ตัวเลขเท่าไหร่ก็อยู่ที่กระบวนการเจรจา

พัชภัคกร สุรรัตน์
นักวางแผนการเงิน FChFP, ChLP


  #ไทยช่วยไทยพลัส
25/05/2026


#ไทยช่วยไทยพลัส

🏦 คนไทยเตรียมใช้ Virtual Bank หรือ ธนาคารไร้สาขา📲 Vitual Bank- บริการผ่านช่องทางดิจิทัลแบบ 100%- ไม่มีสาขาที่เป็นตัวตน (...
13/05/2026

🏦 คนไทยเตรียมใช้ Virtual Bank หรือ ธนาคารไร้สาขา

📲 Vitual Bank

- บริการผ่านช่องทางดิจิทัลแบบ 100%

- ไม่มีสาขาที่เป็นตัวตน (Physical Branch)

- ไม่มีตู้ ATM ของตัวเอง

- ใช้โครงสร้างพื้นฐานด้านเทคโนโลยีในการให้บริการ

💡 จุดเด่นสำคัญของ Virtual Bank

1. ดำเนินงานบนดิจิทัลเต็มรูปแบบทุกขั้นตอน ตั้งแต่เปิดบัญชี ทำธุรกรรม แม้กระทั่งการขอสินเชื่อ

2. ต้นทุนที่ต่ำกว่า ไม่มีค่าใช้จ่ายเรื่องสถานที่ ค่าบำรุงรักษาสาขา หรือค่าจ้างพนักงาน
ทำให้สามารถให้สิทธิประโยชน์ให้ลูกค้าได้มากขึ้น เช่น

• อัตราดอกเบี้ยเงินฝากสูงขึ้น
• อัตราดอกเบี้ยเงินกู้ถูกลง
• ค่าธรรมเนียมน้อยลงหรือไม่มีเลย

3. การใช้ Data ในการตัดสินใจ

Virtual Bank มักใช้ข้อมูลทางเลือก (Alternative Data) เช่น พฤติกรรมการชอปปิ้งออนไลน์, การจ่ายบิลค่าน้ำค่าไฟ หรือประวัติการใช้บริการดิจิทัล มาวิเคราะห์ความเสี่ยงแทนการใช้เพียงสลิปเงินเดือน ทำให้กลุ่มคนที่ไม่มีรายได้ประจำ (เช่น ฟรีแลนซ์ หรือพ่อค้าแม่ค้าออนไลน์) เข้าถึงสินเชื่อได้ง่ายขึ้น

4. ความแตกต่างจาก Mobile Banking ทั่วไป

• ธนาคารทั่วไป (Traditional Bank): มีสาขา มีตู้ ATM และมีแอปเป็นเพียงช่องทางเสริม

• Virtual Bank: ไม่มีสาขาตั้งแต่ต้น เน้นความคล่องตัวและการเชื่อมต่อกับ Ecosystem อื่นๆ (เช่น เชื่อมกับแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ หรือแอปฯ ส่งอาหาร)

ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้ประกาศรายชื่อกลุ่มทุนที่ได้รับความเห็นชอบให้จัดตั้งธนาคารพาณิชย์ไร้สาขา (Virtual Bank) อย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 19 มิถุนายน 2568 โดยมี 3 กลุ่มธุรกิจหลักที่ผ่านการคัดเลือก ดังนี้

• กลุ่ม Ascend Bank (เครือ CP)
นำโดยบริษัท เอซีเอ็ม โฮลดิ้ง จำกัด ร่วมกับพันธมิตรในเครือ ซึ่งมีฐานลูกค้าจาก TrueMoney และร้านค้าปลีกจำนวนมาก

• กลุ่ม KTB - AIS - OR
การร่วมทุนระหว่างธนาคารกรุงไทย, ค่ายมือถือ AIS และเครือข่ายสถานีบริการน้ำมัน OR

• กลุ่ม SCBX - KakaoBank - WeBank
นำโดย SCB X ร่วมกับพันธมิตรผู้เชี่ยวชาญ Virtual Bank ระดับโลกจากเกาหลีใต้ (KakaoBank) และจีน (WeBank)

🎉 คาดการณ์การเปิดตัว:

• กลุ่ม Ascend Bank มีแผนที่จะเริ่มเปิดให้บริการในช่วง ปลายเดือนมิถุนายน 2569 นี้

• รายอื่นๆ คาดว่าจะทยอยเปิดให้บริการภายในสิ้นปี 2569

พัชภัคกร สุรรัตน์
นักวางแผนการเงิน FChFP, ChLP


กับดักอายุยืน (Longevity Risk)กลัวอะไรมากกว่ากัน... “ตายเร็วเกินไป” หรือ “อายุยืนแต่เงินหมด”? 😱หลายคนตั้งใจเก็บเงินเพื่อ...
26/04/2026

กับดักอายุยืน (Longevity Risk)

กลัวอะไรมากกว่ากัน... “ตายเร็วเกินไป” หรือ “อายุยืนแต่เงินหมด”? 😱

หลายคนตั้งใจเก็บเงินเพื่อเกษียณ แต่ลืมคำนวณเรื่อง ‘กับดักอายุยืน’ (Longevity Risk) ที่ปัจจุบันเรามีแนวโน้มจะมีชีวิตอยู่ได้นานขึ้น แต่ค่าครองชีพและค่ารักษาพยาบาลก็พุ่งสูงขึ้นตามไปด้วย

ถ้าเราอายุยืนถึง 90 ปี แต่เงินเก็บหมดตอนอายุ 75... ช่วงเวลาที่เหลือจะกลายเป็นความกังวลทันที

เปลี่ยนความกลัว เป็นแผนการที่สบายใจด้วย 3 Step นี้ครับ:

✅ ล็อกค่าใช้จ่าย: ใช้ประกันสุขภาพและโรคร้ายแรง เพื่อไม่ให้เงินเก็บทั้งชีวิตต้องหมดไปกับค่าหมอในวันที่เราดูแลตัวเองไม่ได้

✅ สร้างกระแสเงินสด: วางแผนการลงทุนที่สร้าง Passive Income หรือเลือกประกันบำนาญที่การันตีเงินจ่ายคืนทุกปีจนถึงอายุ 85-90 ปี

✅ ส่งต่ออย่างยั่งยืน: วางแผนมรดกผ่านประกันชีวิต ซึ่งเป็นวิธีส่งต่อความมั่งคั่งที่รวดเร็วและไม่ต้องผ่านกระบวนการศาลที่ยุ่งยาก

อย่าปล่อยให้ความกังวลเรื่องอนาคต มาทำลายความสุขในปัจจุบัน เริ่มวางแผนตั้งแต่วันที่ร่างกายยังแข็งแรงและเบี้ยประกันยังถูกอยู่ดีที่สุดครับ ✨

ใครกังวลเรื่องไหนเป็นพิเศษ? หรืออยากให้ช่วยคำนวณเงินเกษียณ พิมพ์ “สนใจ” หรือทักแชทมาคุยกันได้เลยครับ 👇💬

พัชภัคกร สุรรัตน์
นักวางแผนการเงิน FChFP, ChLP


#การเงิน #วางแผนการเงิน #ประกันชีวิต #เกษียณรวย #วางแผนมรดก

Set Zero ด้วย Keyman Insuranceสัปดาห์ที่ผ่านมาผมได้มีโอกาสพูดคุยกับท่านผู้บริหารบริษัททำสื่อโฆษณาท่านหนึ่งซึ่งเพิ่งเริ่ม...
20/04/2026

Set Zero ด้วย Keyman Insurance

สัปดาห์ที่ผ่านมาผมได้มีโอกาสพูดคุยกับท่านผู้บริหารบริษัททำสื่อโฆษณาท่านหนึ่งซึ่งเพิ่งเริ่มธุรกิจได้ไม่นานแต่แนวโน้มธุรกิจไปได้ดีมากๆ บริษัทนี้มีหุ้นส่วนหลายท่านล้วนแล้วแต่เป็นคนรุ่นใหม่ไฟแรงและมีความคิดสร้างสรรค์ หุ้นส่วนบางท่านเป็น 'กำลังเงิน' และบางท่านเป็น 'กำลังสมอง' ร่วมกันเป็นฟันเฟืองขับเคลื่อนกิจการอย่างสอดคล้องประสานกันอย่างดี แต่ละท่านล้วนแล้วแต่มีความสำคัญกับอนาคตของธุรกิจทั้งสิ้น เราได้คุยกันลงลึกไปถึงความเป็นมาที่ทำให้เกิดการเริ่มต้นธุรกิจ กลยุทธทางการตลาด และจำนวนเงินลงทุนของหุ้นส่วนแต่ละท่านรวมถึงวงเงินสินเชื่อที่ได้มาจากสถาบันการเงิน

จากการสนทนาครั้งนี้ได้ทำให้ท่านผู้บริหารได้ตระหนักถึง 'ความเสี่ยง' ที่อาจเกิดขึ้นกับบริษัท เป็นความเสี่ยงที่เกิดจากการสูญเสียฟันเฟืองตัวใดตัวหนึ่งไป ซึ่งไม่มีใครคาดการณ์ได้ว่าจะเป็นวันไหน เรื่องนี้เป็นสัจธรรมที่เกิดขึ้นได้บนโลกมนุษย์ และจะเกิดความสูญเสียต่อทั้งคนรอบข้างและธุรกิจที่กำลังดำเนินไปด้วยดีแน่นอน ซึ่งความสูญเสียที่เราได้คุยกันพอสรุปออกมาได้ตามนี้ครับ

1. การขาด Keyman ที่ดูแลในส่วนที่ผู้บริหารท่านนั้นรับผิดชอบอยู่
2. การบริหารการใช้วงเงินสินเชื่ออาจเกิดปัญหาเนื่องจากธุรกิจต้องชะงัก
3. อาจส่งผลกระทบกับการชำระหนี้สินที่เกิดจากการทำธุรกิจ
4. กรณีที่ธุรกิจไปต่อไม่ได้จริงๆใครจะรับผิดชอบต่อเงินลงทุนของหุ้นส่วนแต่ละท่าน

จาก 'ความเสี่ยง' เหล่านี้ผมจึงแนะนำให้มีการทำประกันเพื่อคุ้มครองธุรกิจ (Keyman Insurance) เพื่อขจัดหรือลดผลกระทบที่จะมีต่อหุ้นส่วนและการดำเนินกิจการ โดยเสนอให้ทำประกันชีวิตให้กับกรรมการทุกท่าน ซึ่งทุนประกันจะต้องครอบคลุมไปถึง 3 สิ่งนี้ครับ

1. วงเงินสินเชื่อที่มีอยู่และที่จะเพิ่มขึ้นในอนาคต
2. หนี้สินจากการดำเนินกิจการทั้งในปัจจุบันและอนาคต
3. จำนวนเงินลงทุนทั้งหมดที่ได้มาจากหุ้นส่วนทุกท่าน

ถ้าพิจารณาแล้วจะเห็นว่า หากบริษัทต้องสูญเสีย Keyman ท่านใดท่านหนึ่งไป บริษัทและหุ้นส่วนแต่ละท่านจะไม่ได้รับผลกระทบทางด้านการเงินเลย เพราะทุนประกันชีวิตที่ทำไว้จะมีเพียงพอต่อการ...

1. ชำระหนี้สินที่ได้กู้ยืมมาจากสถาบันการเงินทั้งหมด
2. ชำระหนี้สินทางการค้าที่ยังมีอยู่ได้ทั้งหมด
3. ชำระคืนเงินลงทุนให้กับหุ้นส่วนทุกท่านทั้งหมด

กรณีนี้ หากกิจการไม่สามารถดำเนินต่อไปได้ก็จะไม่สร้างความเสียหายให้กับใครเลย เหมือนได้ทำการย้อนเวลากลับมาก่อนที่จะเริ่มกิจการ หรือหากหุ้นส่วนมีความประสงค์ที่จะให้ธุรกิจได้ไปต่อก็จะเหมือนการ 'Set Zero' ให้กับสถานะทางการเงินของบริษัท จริงๆก็ไม่ใช่ Zero ซะทีเดียว เพราะยังมีสินทรัพย์ปลอดภาระที่สามารถใช้ในการดำเนินกิจการต่อไปได้อีกหลายรายการครับ

การทำ Keyman Insurance เป็นสิ่งที่ทุกบริษัทควรมีไว้เพื่อลดความเสียหายของกิจการที่เกิดจากการสูญเสียบุคคลสำคัญ หุ้นส่วนและกรรมการทุกท่านจะได้เดินหน้าทำงานอย่างเต็มที่โดยไม่ต้องพะวงหลัง และไม่ทิ้งภาระอันใหญ่หลวงไว้ให้กับท่านที่ยังต้องอยู่ดำเนินกิจการต่อไปครับ

พัชภัคกร สุรรัตน์
นักวางแผนการเงิน FChFP, ChLP


02/04/2026
ประกันสุขภาพช่วยปกป้องกระแสเงินสด มันจำเป็นจริงๆนะ 😊  #ประกันสุขภาพ #ล่าหยก
27/03/2026

ประกันสุขภาพช่วยปกป้องกระแสเงินสด มันจำเป็นจริงๆนะ 😊


#ประกันสุขภาพ
#ล่าหยก

ประกันสุขภาพที่มี เพียงพอไหม❓ถ้าคุณเป็นคนหนึ่งที่ให้ความสำคัญกับการทำประกันคุ้มครองค่ารักษาพยาบาล แสดงว่าคุณเป็นคนที่มีค...
17/03/2026

ประกันสุขภาพที่มี เพียงพอไหม❓

ถ้าคุณเป็นคนหนึ่งที่ให้ความสำคัญกับการทำประกันคุ้มครองค่ารักษาพยาบาล แสดงว่าคุณเป็นคนที่มีความรอบคอบและเข้าใจในเรื่องของการปกป้องการรั่วไหลของกระแสเงินสดของคุณเป็นอย่างดี แต่อย่าลืมนะครับว่า...ประกันที่มีเพียงพอสำหรับปัจจุบันอาจน้อยเกินไปสำหรับค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพในอีก 10, 20, 30 ปี ลองนึกย้อนกลับไปเมื่อคุณยังเด็ก 10-30 ปีก่อน โรงพยาบาลคิดค่าห้องคุณวันละกี่บาท แล้ววันนี้ล่ะ?

ผมยังจำได้ว่าเมื่อปี 2534 คุณพ่อของผมต้องมีเหตุให้เข้ารักษาในโรงพยาบาลเอกชนระดับกลางแห่งหนึ่งในจังหวัดนนทบุรี ค่าห้องเดี่ยวราคา 1,400 บาท/วัน แต่ในทุกวันนี้ค่าห้องแบบเดียวกันของโรงพยาบาลนี้มีราคา 7,860 บาท/วัน เวลา 35 ปี ราคาแพงขึ้น 6,460 บาท ถ้าคิดเป็นอัตราเงินเฟ้อจะเท่ากับ 5.xx% ต่อปีเลยทีเดียว

จากข้อมูลย้อนหลังของการเพิ่มขึ้นของค่าห้องและค่ารักษาพยาบาลในโรงพยาบาลโดยเฉลี่ยประมาณ 6-9% ต่อปี ผมเลยนำตัวเลขนี้มาคาดการณ์ค่าห้องโรงพยาบาลในอนาคตให้ดูกัน โดยใช้อัตราเพิ่มขึ้นเพียง 6% ต่อปีนะครับ

💵 คาดการณ์ค่าห้องโรงพยาบาลเอกชนทั่วไป

ปี 2026 เฉลี่ย 5,000 บาท/วัน
ปี 2036 จะเป็น 9,000 บาท/วัน
ปี 2046 จะเป็น 16,000 บาท/วัน
ปี 2056 จะเป็น 29,000 บาท/วัน

💵 คาดการณ์ค่าห้องโรงพยาบาลเอกชนระดับกลาง

ปี 2026 เฉลี่ย 7,000 บาท/วัน
ปี 2036 จะเป็น 12,500 บาท/วัน
ปี 2046 จะเป็น 22,500 บาท/วัน
ปี 2056 จะเป็น 40,000 บาท/วัน

💵 คาดการณ์ค่าห้องโรงพยาบาลเอกชนชั้นนำ

ปี 2026 เฉลี่ย 12,000 บาท/วัน
ปี 2036 จะเป็น 21,500 บาท/วัน
ปี 2046 จะเป็น 38,500 บาท/วัน
ปี 2056 จะเป็น 69,000 บาท/วัน

ดูเหมือนว่า... ทุกๆ 12 ปี เราจะต้องจ่ายแพงขึ้นเท่าตัว นี่แค่ค่าห้อง ยังไม่รวมถึงค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาล ยิ่งถ้าเป็นค่ารักษาโรคที่ต้องใช้วิธีการรักษาด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัยก็น่าจะเป็นไในทิศทางเดียวกัน

ถ้าคุณคิดว่าวันนี้มีประกันสุขภาพพอแล้ว อย่าลืมคิดถึงอนาคตด้วยนะครับ และก็อย่าลืมอีกว่ายิ่งอายุมากขึ้นความเสี่ยงด้านสุขภาพก็มากขึ้นอย่างเลี่ยงไม่ได้ วันนี้อาจจะยังแข็งแรง...แต่ไม่มีใครการันตีได้ว่าคุณจะแข็งแรงตลอดไป แม้แต่ตัวคุณเอง ไม่มีใครการันตีได้ว่าคุณจะไม่มีวันเจ็บป่วย ไม่มีใครการันตีได้ว่าคุณไม่มีวันต้องเข้าโรงพยาบาล ถูกไหมครับ? แต่ผมการันตีได้เลยว่า...ถ้าคุณมีโอกาสได้ใช้บริการโรงพยาบาลในอนาคต คุณต้องจ่ายเงินมากกว่าทุกวันนี้แน่นอน และคุณเชื่อไหมครับว่า...คนในวัยเกษียณจำนวนไม่น้อยจะใช้มากกว่า 60% ของเงินที่เก็บมาทั้งชีวิตในการรักษาพยาบาล?

ถ้าคุณอยากเกษียณอย่างมีความสุข มีเงินใช้อย่างสบายๆ ใช้ชีวิตอย่างที่ฝัน ต้องอุดรูรั่วของเงิน ปกป้องเงินก้อนนี้ให้ได้มากที่สุดโดยการ "ทำประกันสุขภาพ" ให้คุ้มครองเพียงพอสำหรับอนาคตด้วยนะครับ

ปัจจุบันนี้มีประกันสุขภาพที่คุณอาจจะสามารถจ่ายเบี้ยนานเท่าที่คุณยังมีรายได้ ไม่ต้องจ่ายเบี้ยไปจนแก่ ซึ่งทำให้ไม่เป็นภาระในช่วงเกษียณ ลองปรึกษาที่ปรึกษาทางการเงินที่คุณไว้ใจดูนะครับ

พัชภัคกร สุรรัตน์
นักวางแผนการเงิน FChFP, ChLP


#ประกันสุขภาพ

มรดกจะโอนให้ใคร ถ้าไม่มีพินัยกรรม❓นี่คือสิ่งที่เกิดขึ้นกับ “คนส่วนใหญ่” คนที่ไม่ได้มีการวางแผนส่งมอบมรดก ทั้ง “ทรัพย์สิน...
09/03/2026

มรดกจะโอนให้ใคร ถ้าไม่มีพินัยกรรม❓

นี่คือสิ่งที่เกิดขึ้นกับ “คนส่วนใหญ่” คนที่ไม่ได้มีการวางแผนส่งมอบมรดก ทั้ง “ทรัพย์สิน” และ “หนี้สิน” ที่มีอยู่ก็จะต้องถูกโอนให้กับ “ใครบางคน” ไม่ว่าคนๆนั้นจะไม่มีทั้งคู่สมรสและลูกก็ตาม หากทายาทหาข้อยุติในการแบ่งมรดกกันไม่ได้ และมีการฟ้องร้องกันเป็นคดีความ ศาลก็จะนำ ป.พ.พ. ม.1629 ว่าด้วย ”ทายาทโดยธรรม“ มาใช้ ซึ่งทายาทประเภทนี้ได้ถูกแบ่งออกเป็น 6 ลำดับชั้นตามกฎหมาย

👉 มาดูกันครับว่า “ทายาทโดยธรรม” 6 ลำดับชั้นมีใครบ้างและมีการแบ่งมรดกกันอย่างไร

ลำดับชั้นที่ 1 : ผู้สืบสันดาน

- ผู้สืบสันดาน หมายถึง บุตร และบุตรบุญธรรมที่จดทะเบียนรับรองตามกฎหมาย รวมถึง หลาน เหลน ฯลฯ ที่จะขึ้นมาเป็นผู้รับมรดกแทนที่กรณีผู้สืบสันดานชั้นแรกๆได้เสียชีวิตไปก่อนแล้ว

- คู่สมรสที่จดทะเบียนสมรสตามกฎหมายไทยไม่ถือเป็นทายาท แต่จัดลำดับการรับมรดกอยู่ในชั้นเดียวกับทายาท

ลำดับชั้นที่ 2 : บิดา มารดา

ลำดับชั้นที่ 3 : พี่น้องร่วมบิดาและมารดาเดียวกัน

ลำดับชั้นที่ 4 : พี่น้องร่วมบิดาหรือมารดาเดียวกัน

ลำดับชั้นที่ 5 : ปู่ ย่า ตา ยาย

ลำดับชั้นที่ 6 : ลุง ป้า น้า อา

👉 การแบ่งมรดกให้กับทายาทโดยธรรมก็มีวิธีการแบ่งดังนี้

1. กรณีที่มีทายาทอยู่ครบทุกลำดับชั้น
- คู่สมรสหัก “สินสมรส” เก็บไว้เลยครึ่งหนึ่ง
- ส่วนที่เหลือให้ คู่สมรส ผู้สืบสันดาน และพ่อแม่ แบ่งในจำนวนเท่ากัน

2. กรณีไม่มีผู้สืบสันดาน
- คู่สมรสหัก “สินสมรส” เก็บไว้เลยครึ่งหนึ่ง
- ส่วนที่เหลือให้ คู่สมรส ได้รับ 50% และพ่อแม่ ได้รับ 50%

3. กรณีไม่มีผู้สืบสันดาน และพ่อแม่
- คู่สมรสหัก “สินสมรส” เก็บไว้เลยครึ่งหนึ่ง
- ส่วนที่เหลือให้ คู่สมรส ได้รับ 50% และ พี่น้องร่วมบิดาและมารดาเดียวกัน ได้รับ 50%

4. กรณีไม่มีผู้สืบสันดาน พ่อแม่ พี่น้องร่วมบิดาและมารดาเดียวกัน
- คู่สมรสหัก “สินสมรส” เก็บไว้เลยครึ่งหนึ่ง
- ส่วนที่เหลือให้ คู่สมรส ได้รับ 2/3 และ พี่น้องร่วมบิดาหรือมารดาเดียวกัน ได้รับ 1/3

5. กรณีมีแค่ คู่สมรส ปู่ ย่า ตา ยาย และ ลุง ป้า น้า อา
- คู่สมรสหัก “สินสมรส” เก็บไว้เลยครึ่งหนึ่ง
- ส่วนที่เหลือให้ คู่สมรส ได้รับ 2/3 และ ปู่ ย่า ตา ยาย ได้รับ 1/3

6. กรณีมีแค่ คู่สมรส และ ลุง ป้า น้า อา
- คู่สมรสหัก “สินสมรส” เก็บไว้เลยครึ่งหนึ่ง
- ส่วนที่เหลือให้ คู่สมรส ได้รับ 2/3 และ ลุง ป้า น้า อา ได้รับ 1/3

ในทางปฏิบัติแล้วไม่ใช่เรื่องง่ายๆเลยนะครับ เพราะจะต้องมีการแต่งตั้งผู้จัดการมรดกซึ่งบางครั้งก็มีอาจมีความขัดแย้งในครอบครัว หลังจากนั้นผู้จัดการมรดกก็จะทำการแบ่งทรัพย์สินให้กับทายาท ขั้นตอนนี้มักจะยุ่งยากกว่าขั้นตอนแรกด้วยซ้ำเพราะแบ่งมรดกกันไม่ลงตัวสักที อาจเกิดการขัดแย้งกันในหมู่ทายาท บางครั้งก็เป็นเรื่องราวใหญ่โตเลยทีเดียว

👉 ปล. หากได้ทำประกันชีวิตไว้ เงินสินไหมมรณกรรมที่ได้จากบริษัทประกันชีวิตจะไม่ถูกนำมารวมกับกองมรดก จะถูกส่งมอบให้ “ผู้รับประโยชน์” ที่มีชื่อระบุไว้ในกรมธรรม์โดยตรง ไม่ต้องผ่านขั้นตอนการแบ่งมรดกและผู้จัดการมรดกไม่มีสิทธิ์มาจัดการเงินในส่วนนี้ รวมถึงได้รับการยกเว้นภาษีเงินได้ตามประมวลรัษฎากร ม.42(13)

เรื่องทรัพย์สิน ไม่เสียหายที่จะวางแผน แต่ถ้าไม่วางแผนอาจจะเสียหายกว่าที่คิดครับ

พัชภัคกร สุรรัตน์
นักวางแผนการเงิน FChFP, ChLP

“Financialสบายสบาย
#วางแผนมรดก
#ประกันชีวิต

🪦 ปัญหาชีวิตหลังความตาย ถ้าไม่วางแผนมรดกมีใครทราบบ้างครับว่า “ชีวิตหลังความตาย” ของเราจะเป็นยังไง? บ้างก็บอกว่าขึ้นอยู่ก...
27/02/2026

🪦 ปัญหาชีวิตหลังความตาย ถ้าไม่วางแผนมรดก

มีใครทราบบ้างครับว่า “ชีวิตหลังความตาย” ของเราจะเป็นยังไง? บ้างก็บอกว่าขึ้นอยู่กับบุญกรรมที่เราทำในชาตินี้ แต่คงไม่มีใครทำให้เราเห็นภาพนั้นได้อย่างชัดเจนจนเชื่อได้ 100% หรอกใช่ไหมครับ?

แต่ถ้าถามว่า... “ชีวิตของครอบครัวของเรา” หลังความตายของเราจะเป็นยังไง? (อาจจะดูแรงไปหน่อย แต่คงไม่มีใครปฏิเสธได้ว่านี่คือ “ความจริง” ของมนุษย์) ภาพนี้คงมองเห็นได้ง่ายกว่าและขึ้นอยู่กับ “สิ่งที่เราทำ” และ “สิ่งที่เรามี” ในตอนนี้

หนึ่งในเรื่องของการวางแผนการเงิน คือ การวางแผนการส่งมอบมรดก ซึ่งเป็น “สิ่งสำคัญมาก” ที่หลายคนละเลย บางคนคิดว่ายุ่งยาก บางคนคิดว่ายังไม่ถึงเวลา อืม...แล้วตอนไหนคือเวลาที่ “ใช่” แต่ยังไงมันก็ต้องเป็นเวลาก่อนที่ลมหายใจจะหยุดลง แล้วมีใครที่ตอบได้ว่า “เวลานั้น” กับ “วันพรุ่งนี้” อะไรจะมาถึงก่อนกัน

ลองมาดูกันครับว่าจะเกิดปัญหาอะไรบ้างถ้าเราหยุดหายใจก่อนที่จะได้วางแผนมรดก

📕 หาเอกสารกันวุ่นวาย

สิ่งที่ครอบครัวจะต้องหาหลังการจากไปของหัวหน้าครอบครัว คือ เอกสารที่แสดงสิทธิ์การครอบครองทรัพย์สินต่างๆ เช่น โฉนดที่ดิน เอกสารแสดงสิทธิ์ในหลักทรัพย์ต่างๆ (หุ้น กองทุน ฯลฯ) สมุดบัญชีเงินฝาก และอื่นๆอีกมากมาย เพราะบางคนไม่ได้รวบรวมเอกสารเหล่านี้ไว้ในที่เดียวกัน จนบางครั้งแม้แต่ตัวเองยังนึกไม่ออกว่าเก็บไว้ที่ไหน แต่บางคนเก็บไว้ในตู้เซฟที่มีแต่ตัวเองเท่านั้นที่รู้รหัส ลองนึกดูนะครับว่าตอนนั้นครอบครัวจะวุ่นวายกับการหาสิ่งเหล่านี้ขนาดไหน การจัดเก็บเอกสารให้เป็นระเบียบและทำบัญชีทรัพย์สินเป็นสิ่งที่ควรทำอย่างยิ่งครับ

⚖️ เสียเวลากับกระบวนการทางกฎหมาย

การจัดการแบ่งมรดกกรณีที่เราไม่ได้มีการจัดการอะไรเอาไว้เลย ทรัพย์สินต่างๆจะถูกส่งมอบไปยัง “ทายาทโดยธรรม” ตามกฎหมาย ซึ่งก็จะต้องมีผู้จัดการมรดกโดยคำสั่งศาล หากในบรรดาทายาทสามารถคุยกันได้ก็จะลดระยะเวลาลงได้ แต่ถ้าตกลงกันไม่ได้ก็คงจะยืดเยื้อไปอีกแน่นอน อย่าลืมนะครับว่าครอบครัวยังมีค่าใช้จ่ายที่ยังคงวิ่งอยู่ทุกวันทุกเดือน แต่ถ้าทรัพย์สินต่างๆรวมถึงบัญชีเงินฝากยังคงติดอยู่กับขั้นตอนทางกฎหมายก็คงจะเกิดปัญหาไม่น้อยเลยทีเดียว การปรึกษานักกฎหมายเพื่อจัดทำ “พินัยกรรม” จะช่วยลดปัญหาเรื่องนี้ได้เยอะมาก

💸 หนี้สินยังเหลือ

“มรดก” ตามกฎหมายไม่ได้มีเฉพาะ “ทรัพย์สิน” แต่ยังรวมถึง “หนี้สิน” ต่างๆที่เจ้ามรดกมีอยู่ก่อนที่จะเสียชีวิต ถ้าหนี้ยังมีอยู่ก็ต้องเป็นภาระให้ครอบครัวมาชดใช้ ถ้ามีทรัพย์สินมากกว่าหนี้สินมากๆก็ไม่มีปัญหามากนัก แต่ถ้าหนี้ยังเยอะอยู่และมรดกที่เป็นเงินสดมีไม่พอก็จะต้องขายทรัพย์สินอื่นๆมาใช้หนี้ และทรัพย์สินบางอย่างก็ไม่สามารถขายออกได้รวดเร็วทันใจนัก ลองมองดูตัวเราเองนะครับว่าหนี้สินที่เรายังต้องผ่อนอยู่ทุกเดือนในตอนนี้เป็นภาระกับเราแค่ไหน ถ้ารู้สึกว่าเรายังเหนื่อยหรือต้องประหยัดเพื่อให้มีเงินเหลือมาใช้หนี้ คงไม่ต้องคิดเลยนะครับว่าถ้าขาดเราไปแล้วครอบครัวจะต้องรับภาระหนักขนาดไหน อย่าโยนความรับผิดชอบนี้ให้ครอบครัวในเวลาที่พวกเขายังไม่พร้อม การทำประกันคุ้มครองภาระหนี้สินเอาไว้เป็นทางเลือกที่ดีและง่ายที่สุดครับ

🪙 เงินสดมีน้อย แต่ค่าใช้จ่ายยังมีตลอด

หลายคนมี บ้าน รถ ที่ดิน คอนโด และทรัพย์สินอื่นๆมากมาย แต่ในส่วนที่เป็นเงินสดและบัญชีเงินฝากหรือทรัพย์สินที่มีสภาพคล่องมีอยู่น้อยมาก นักธุรกิจหลายคนมีเงินสดแต่ต้องใช้หมุนเวียนอยู่ในกิจการ ไม่สามารถเอาออกมาเป็นค่าใช้จ่ายของครอบครัวได้ ในวันที่จากโลกนี้ไปแบบกะทันหันครอบครัวเดือดร้อนแน่นอนครับ เพราะต้องรีบขายทรัพย์สินต่างๆเพื่อให้ได้เงินสดมาเป็นค่าใช้จ่ายประจำวัน บอกเลยครับว่าเงินสดก้อนนี้เป็น Serious Money ของครอบครัว เราควรเตรียมมรดกส่วนนี้ให้เพียงพอ อย่างน้อยก็ต้องให้ครอบครัวมีเวลาตั้งหลักสัก 5-10 ปีนะครับ หากทรัพย์สินในส่วนนี้ยังมีไม่มาก การสร้างมรดกเงินสดด้วยการทำประกันชีวิตน่าจะเป็นวิธีที่ควรให้ความสนใจเป็นอันดับแรก

“เวลานั้น” กับ “วันพรุ่งนี้” อะไรจะมาถึงก่อนกัน❓

ถ้าคำตอบคือ “วันพรุ่งนี้” คุณยังมีเวลาอีกอย่างน้อย 1 วัน

ถ้าคำตอบคือ “เวลานั้น” วันนี้คือวันสุดท้ายที่มีโอกาสวางแผน

แต่ถ้าคำตอบคือ... “ไม่รู้” ผมเชื่อว่าคุณรู้แล้วว่า วันนี้คุณจะต้องทำอะไร

พัชภัคกร สุรรัตน์
นักวางแผนการเงิน FChFP, ChLP


#วางแผนมรดก

ที่อยู่

Si Phraya, Bangrak
Bangkok
10500

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Financial สบาย สบายผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง Financial สบาย สบาย:

แชร์