Health Wealth Life by Wit MTL & Coway

Health Wealth Life by Wit MTL & Coway ข้อมูลการติดต่อ, แผนที่และเส้นทาง,แบบฟอร์มการติดต่อ,เวลาเปิดและปิด, การบริการ,การให้คะแนนความพอใจในการบริการ,รูปภาพทั้งหมด,วิดีโอทั้งหมดและข่าวสารจาก Health Wealth Life by Wit MTL & Coway, ที่ปรึกษาทางการเงิน, Bangkok.

🩷 ที่ปรึกษาประกันชีวิตและการเงิน เมืองไทยประกันชีวิต (MTL)
✅️ ประกันชีวิต / สุขภาพ / อุบัติเหตุ / บำนาญ / ควบการลงทุน • กองทุนรวม • วางแผนการเงิน • ลดหย่อนภาษี
💙 ตัวแทนฝ่ายขาย Coway
✅️ เครื่องกรองน้ำ • เครื่องฟอกอากาศ • ผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพต่าง ๆ

23/09/2026

💙

✅️
23/09/2026

✅️

เงินเดือนเท่านี้ อยากเสียภาษี 0 บาท ต้องซื้ออะไรลดหย่อนบ้าง ? | Money Buffalo

ใกล้สิ้นปีทีไร หลายคนน่าจะเริ่มเปิดดูรายได้ตัวเองแล้วมีคำถามเดียวกันครับว่า ปีนี้ต้องเสียภาษีเท่าไหร่ แล้วถ้าไม่อยากเสียเลย ต้องซื้ออะไรลดหย่อนเพิ่มอีกเท่าไหร่ 55555

จริง ๆ แล้ว “เงินเดือน” ไม่ได้ถูกเอาไปคูณอัตราภาษีตรง ๆ นะครับ เพราะภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาของไทยคิดจาก เงินได้สุทธิ หลังหักค่าใช้จ่ายและค่าลดหย่อนต่าง ๆ แล้ว จากนั้นค่อยนำเงินที่เหลือไปคิดภาษีแบบขั้นบันได ตั้งแต่ 0% ไปจนถึง 35%

เพราะฉะนั้น ยิ่งรายได้สูง การใช้สิทธิลดหย่อนก็ยิ่งมีผลมากขึ้นครับ

พี่ทุยเลยลองคำนวณให้ดูว่า ถ้าเป็นคนโสด มีรายได้จากเงินเดือนอย่างเดียว และใช้ค่าลดหย่อนพื้นฐานตามสมมติฐานในภาพ หากอยากทำให้ ภาษีสุทธิลงมาเหลือ 0 บาท จะต้องหาค่าลดหย่อนเพิ่มประมาณเท่าไหร่

อย่างเงินเดือน 30,000 บาท ต้องใช้ค่าลดหย่อนเพิ่มประมาณ 41,000 บาท ขณะที่เงินเดือน 50,000 บาท ต้องใช้ประมาณ 281,000 บาท และถ้าเงินเดือน 100,000 บาท จะขยับขึ้นไปถึงประมาณ 881,000 บาทเลยครับ

แต่ประเด็นสำคัญคือ เราจะซื้ออะไรก็ได้ให้ครบยอดไม่ได้ เพราะค่าลดหย่อนแต่ละประเภทมี “เพดาน” และ “เงื่อนไข” ของตัวเองครับ

อย่างประกันชีวิตทั่วไป ลดหย่อนได้ตามที่จ่ายจริงสูงสุด 100,000 บาท ส่วน RMF ลดหย่อนได้ตามที่จ่ายจริงไม่เกิน 30% ของเงินได้ และเมื่อรวมกับกลุ่มเงินออมเพื่อเกษียณอื่น ๆ ต้องไม่เกิน 500,000 บาท ขณะที่ Thai ESG ก็มีวงเงินและเงื่อนไขแยกออกมาอีกชุดหนึ่ง

ที่สำคัญ RMF ไม่ใช่ของที่ซื้อปลายปีแล้วปีหน้าขายทิ้งได้นะครับ เพราะมีเงื่อนไขการถือครอง ต้องถือจนถึงอายุอย่างน้อย 55 ปี และลงทุนมาแล้วไม่น้อยกว่า 5 ปีนับจากวันที่ซื้อครั้งแรก ดังนั้นก่อนซื้อเพื่อลดภาษี ต้องแน่ใจก่อนว่าเป็นเงินที่เรายอมล็อกไว้เพื่อเกษียณได้จริง

อีกเรื่องที่พี่ทุยอยากเตือนคือ อย่าซื้อของ 100,000 บาท เพียงเพื่อประหยัดภาษีหลักหมื่น เพราะคำว่า “ลดหย่อน 100,000 บาท” ไม่ได้แปลว่าได้เงินคืน 100,000 บาทครับ มันแค่ทำให้เงินได้สุทธิที่นำไปคำนวณภาษีลดลง ส่วนจะประหยัดภาษีจริงเท่าไหร่ ขึ้นอยู่กับฐานภาษีของแต่ละคน

ดังนั้นเป้าหมายไม่ควรเป็น “ทำยังไงก็ได้ให้เสียภาษี 0 บาท” อย่างเดียว แต่ควรเลือกสิทธิลดหย่อนที่เราได้ประโยชน์จริงด้วยครับ เช่น ตั้งใจลงทุนเกษียณอยู่แล้วก็ใช้ RMF หรือกำลังต้องการความคุ้มครองก็พิจารณาประกัน แบบนี้เงินที่จ่ายออกไปถึงจะได้มากกว่าแค่คำว่า “ลดภาษี”

ลองดูจากตารางกันได้เลยฮะว่า เงินเดือนของเราอยู่แถวไหน แล้วถ้าอยากลดภาษีจนเหลือ 0 บาท ต้องเตรียมค่าลดหย่อนอีกประมาณเท่าไหร่ครับ

#สนุกง่ายได้ประโยชน์ #เพราะภาษีง่ายกว่าที่คิด #ลดหย่อนภาษี #ภาษี2569 #วางแผนภาษี #ประกันชีวิต #การเงินส่วนบุคคล

💙
11/09/2026

💙

✅️
11/09/2026

✅️

มหาเศรษฐีกว่า 48% ทำ “ประกันชีวิต” ไม่ใช่เพราะ เลี่ยงภาษี แต่คือ “สิ่งจำเป็น” งานวิจัยเผย
ลองนึกภาพครอบครัวหนึ่งที่มีทรัพย์สินหลายพันล้านบาท แต่พอเจ้าของทรัพย์เสียชีวิตกะทันหัน สิ่งที่ทายาทต้องเจอไม่ใช่แค่ความโศกเศร้าเพียงอย่างเดียว แต่คือ “ภาษีมรดกก้อนโต” ที่ต้องจ่ายภายในเวลาจำกัด จนบางครอบครัวต้องรีบขายที่ดิน หุ้นธุรกิจ หรือแม้แต่กิจการที่สร้างมาทั้งชีวิต เพื่อหาเงินสดมาจ่ายภาษีให้ทัน
นี่คือสิ่งที่ครอบครัวระดับ High-Net-Worth หรือ HNW ทั่วโลกกลัวมากที่สุด และนั่นคือเหตุผลที่ทำให้ "ประกันชีวิต" กลายเป็นส่วนสำคัญของการวางแผนมรดกที่จริงจังไม่แพ้พินัยกรรม
รายงานจาก Empathy บริษัทวิจัยด้านการวางแผนมรดกในสหรัฐฯ พบว่า 48% ของครอบครัวระดับ HNW มองว่า “ประกันชีวิต” เป็นเครื่องมือสำคัญในการส่งต่อมรดกและความมั่งคั่ง
ตัวเลขนี้สะท้อนว่าคนที่มีทรัพย์สินระดับสูงไม่ได้มอง “ประกันชีวิต” เป็นแค่ความคุ้มครองยามเสียชีวิตแบบที่คนทั่วไปเข้าใจ แต่มองเป็น "โครงสร้างทางการเงิน" ที่ถูกออกแบบมาเพื่อจัดการปัญหาภาษี และความขัดแย้งในครอบครัวโดยเฉพาะ
รูปแบบประกันชีวิตที่กลุ่ม HNW นิยมใช้ มีอยู่ 3 แบบหลักๆ ด้วยกัน
1. ประกันชีวิตแบบคุ้มครองตลอดชีพ - เน้นสะสมมูลค่าเงินสดที่เติบโตแบบชะลอการเสียภาษี เหมาะกับคนที่อยากมีสภาพคล่องสำรองในระยะยาว
2. ประกันชีวิตแบบคุ้มครอง 2 คนพร้อมกัน - เช่น คู่สมรส โดยจะจ่ายเงินเอาประกัน ก็ต่อเมื่อบุคคลที่สองเสียชีวิตลง ไม่จำเป็นต้องเสียชีวิตพร้อมกัน ซึ่งจะจ่ายเงินออกมาในช่วงที่มรดกถูกส่งต่อไปยังทายาท และต้องชำระภาษีมรดกพอดี ทำให้ไม่ต้องรีบขายสินทรัพย์หลัก
3. ทรัสต์ประกันชีวิตแบบเพิกถอนไม่ได้ - ใช้เป็นโครงสร้างถือครองกรมธรรม์ไว้นอกกองมรดก เพื่อให้เงินเอาประกันไม่ถูกนำไปคำนวณภาษีมรดก และส่งมอบให้ทายาทได้แบบปลอดภาษี
เหตุผลที่คนรวยเลือกใช้เครื่องมือเหล่านี้ ไม่ใช่เพราะอยากเลี่ยงภาษี แต่เพราะพวกเขาเข้าใจว่า "สภาพคล่อง" สำคัญกว่ามูลค่าทรัพย์สินในกระดาษ
เพราะกองมรดกที่มีมูลค่าสูง อาจต้องรับภาระภาษีมรดกอัตราสูงสุดถึง 40% การมีเงินสดพร้อมจ่ายทันที คือสิ่งที่ทำให้ทายาทไม่ต้องเดือดร้อน และรีบขายสินทรัพย์หลักในราคาที่ไม่เป็นธรรม
ตัวอย่างเช่นเคสของ Joe Robbie ผู้ก่อตั้งและเจ้าของทีมอเมริกันฟุตบอล Miami Dolphins ซึ่งสร้างทีมขึ้นมาด้วยเงินลงทุนส่วนตัว แต่เมื่อเขาเสียชีวิตในปี 1990 ทรัพย์สินส่วนใหญ่ของเขาอยู่ในรูปของอสังหาริมทรัพย์และทีมกีฬา ซึ่งเป็นสินทรัพย์ที่มีมูลค่าสูง แต่ไม่สามารถเปลี่ยนเป็นเงินสดได้ทันที
ทายาทเลยต้องเจอกับ “ภาระภาษีมรดก” ที่สูงถึง 47 ล้านดอลลาร์ หรือราว 1.5 พันล้านบาท แต่กลับไม่มีเงินสดเพียงพอสำหรับชำระภาษี เพราะไม่ได้วางแผนสร้างสภาพคล่องไว้ล่วงหน้า เช่น “การทำประกันชีวิต”
สุดท้ายทายาทต้องจำใจขาย Miami Dolphins ในราคาที่ต่ำกว่ามูลค่าจริงอย่างมาก เพื่อนำเงินมาชำระภาษี และการขายที่เกิดขึ้นภายใต้ข้อจำกัดด้านสภาพคล่องในครั้งนี้ ทำให้ครอบครัวสูญเสียธุรกิจที่สร้างมาด้วยตัวเองไป
นี่เลยเป็นตัวอย่าง “มีทรัพย์สินมหาศาล” ไม่ได้แปลว่า “จะมีสภาพคล่องมากเพียงพอ” ถ้าไม่มีการวางแผนภาษีและมรดกที่ดี ทายาทอาจต้องขายสินทรัพย์สำคัญของครอบครัว เพียงเพื่อหาเงินสดมาจ่ายภาษี
จะเห็นได้ว่าสิ่งที่ทำให้ประกันชีวิตกลายเป็นเครื่องมือมรดกของคนรวย ไม่ใช่วงเงินคุ้มครองที่สูง แต่คือ "โครงสร้าง" ที่ถูกวางไว้ล่วงหน้า เพื่อให้เงินไหลไปถึงคนที่ควรได้รับ ในเวลาที่เหมาะสม โดยไม่สร้างภาระหรือความขัดแย้งให้กับคนข้างหลัง
แนวคิดนี้ไม่ได้ใช้กับแค่ครอบครัวระดับพันล้าน คนทั่วไปก็สามารถเอาหลักการเดียวกันมาปรับใช้ได้ เช่น การทำประกันชีวิตเพื่อเตรียมสภาพคล่องให้ทายาท หรือการวางแผนล่วงหน้าว่าทรัพย์สินแต่ละก้อน ควรถูกส่งต่อผ่านช่องทางไหน
เพราะสุดท้ายแล้ว มรดกที่ดีที่สุด ที่ใครสักคนจะทิ้งไว้ให้ครอบครัว คือการวางแผนที่ทำให้เงินก้อนนั้น ไปถึงมือคนที่ควรได้รับ โดยไม่ต้องแลกมาด้วยความขัดแย้งหรือภาระที่ไม่จำเป็น

✅️
23/08/2026

✅️

เมื่อภาระทางการเงินเปลี่ยน อย่าเพิ่งรีบยกเลิกกรมธรรม์จากความกังวลเพียงอย่างเดียว

กรมธรรม์บางประเภทอาจมีทางเลือก เช่น เปลี่ยนงวดชำระ ใช้มูลค่าใช้เงินสำเร็จ ขยายเวลาเอาประกัน กู้ตามกรมธรรม์ หรือปรับแผนให้เหมาะกับกำลังจ่าย

การเวนคืนควรเป็นทางเลือกสุดท้าย หลังจากเข้าใจสิทธิและผลกระทบทั้งหมดแล้ว
แต่ละกรมธรรม์มีเงื่อนไขต่างกัน ควรตรวจสอบก่อนตัดสินใจ

#สมาคมตัวแทนประกันชีวิตและที่ปรึกษาการเงิน #ความรู้ประกันชีวิตสำหรับผู้บริโภค #รู้ก่อนซื้อเข้าใจก่อนตัดสินใจ #ตัวแทนมืออาชีพ

🩷
19/08/2026

🩷

UPDATE: เมืองไทยประกันชีวิต ปลดล็อก Pain Point เคลมสุขภาพ ผนึก ‘iClaim’ ขยายเครือข่ายโรงพยาบาลรัฐกว่า 400 แห่งทั่วประเทศ ให้ลูกค้าใช้สิทธิ OPD-IPD ได้ทันทีแบบไม่ต้องสำรองจ่ายเงินสด

เมืองไทยประกันชีวิต ยกระดับการให้บริการด้านสุขภาพครั้งใหญ่ภายใต้แนวคิด Longevity Economy โดยเชื่อมต่อระบบเบิกจ่ายประกันสุขภาพดิจิทัล ‘iClaim’ ของ บริษัท ไวท์พลาย จำกัด (White Plai) ขยายบริการยื่นเคลมแบบผู้ป่วยนอก (OPD) และผู้ป่วยใน (IPD) ผ่านระบบเครดิตคู่สัญญา (Cashless Claim) ในโรงพยาบาลภาครัฐกว่า 400 แห่งทั่วประเทศ หวังช่วยลดภาระการเตรียมเงินก้อนสำรองจ่ายล่วงหน้าของลูกค้าในยามเจ็บป่วย
┌──────────────────┐
ปลดล็อกอุปสรรคทางการเงินในยามเจ็บป่วย
└──────────────────┘
อุปสรรคสำคัญประการหนึ่งของผู้เอาประกันภัยเมื่อต้องเข้ารับการรักษาพยาบาลในโรงพยาบาลภาครัฐ คือขั้นตอนการใช้สิทธิและการเตรียมเงินก้อนล่วงหน้าเพื่อสำรองจ่ายค่ารักษา ล่าสุด บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) หรือ MTL ได้ประกาศยกระดับบริการด้านสุขภาพ (Health Claim) เพื่อลบ Pain Point ดังกล่าวอย่างเป็นรูปธรรม

สาระ ล่ำซำ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.เมืองไทยประกันชีวิต เปิดเผยว่า บริษัทมุ่งมั่นสู่การเป็นพันธมิตรที่ช่วยดูแลลูกค้าตลอดช่วงชีวิตภายใต้แนวคิด Longevity Economy โดยให้ความสำคัญกับการส่งเสริมให้ประชาชนเข้าถึงบริการสุขภาพได้สะดวก รวดเร็ว และลดภาระทางการเงิน

“เมื่อเกิดการเจ็บป่วย สิ่งสำคัญที่สุดคือการได้เข้าถึงการรักษาที่เหมาะสมอย่างทันท่วงที เราไม่อยากให้เรื่องค่าใช้จ่าย ขั้นตอนการใช้สิทธิ หรือการต้องเตรียมเงินก้อนล่วงหน้า กลายเป็นอุปสรรคในช่วงเวลาที่ลูกค้าและครอบครัวกำลังกังวลกับเรื่องสุขภาพ” สาระ กล่าว
┌─────────────────────┐
ผนึก iClaim ขยายสิทธิรักษา รพ.รัฐ 400 แห่งทั่วไทย
└─────────────────────┘
เพื่อยกระดับการให้บริการยื่นเคลมการรักษาทั้งแบบผู้ป่วยนอก (OPD) และผู้ป่วยใน (IPD) ให้ไร้รอยต่อ MTL ได้จับมือกับ บริษัท ไวท์พลาย จำกัด (White Plai) ผู้ให้บริการระบบเบิกจ่ายประกันสุขภาพดิจิทัลภายใต้ชื่อ ‘iClaim’

โดยระบบ iClaim จะเข้ามาช่วยเชื่อมโยงข้อมูลค่ารักษาพยาบาลและเอกสารทางการแพทย์ระหว่างโรงพยาบาลและบริษัทประกันโดยตรง ทำให้ลูกค้าสามารถใช้สิทธิ Cashless Claim (ไม่ต้องสำรองจ่าย) ตามวงเงินความคุ้มครองในกรมธรรม์ได้ทันที โดยไม่ต้องเตรียมเงินออม เงินสำรองฉุกเฉิน หรือวงเงินบัตรเครดิตมาจ่ายล่วงหน้า รวมถึงไม่ต้องรวบรวมเอกสารยื่นเบิกเงินคืนในภายหลัง

ตัวอย่างเครือข่ายโรงพยาบาลภาครัฐในระบบ iClaim มากกว่า 400 แห่ง มีดังนี้

▪️ภาคเหนือ : รพ.ลำปาง, รพ.เชียงรายประชานุเคราะห์
▪️ภาคกลาง : รพ.สระบุรี, รพ.เจ้าพระยายมราช, รพ.สมุทรสาคร, รพ.สมุทรปราการ
▪️ภาคตะวันออก : รพ.ระยอง, รพ.พระปกเกล้า, รพ.ชลบุรี
▪️ภาคอีสาน : รพ.ร้อยเอ็ด, รพ.ขอนแก่น, รพ.อุดรธานี, รพ.มหาราชนครราชสีมา, รพ.สรรพสิทธิประสงค์
▪️ภาคใต้ : รพ.มหาราชนครศรีธรรมราช, รพ.สุราษฎร์ธานี, รพ.หาดใหญ่

ด้าน นพ.โสภณ เมฆธน ประธานกรรมการ บริษัท ไวท์พลาย จำกัด ซึ่งเป็นบริษัท Social Enterprise กล่าวว่า ความร่วมมือครั้งนี้ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเข้ามาช่วยให้การตรวจสอบสิทธิและการเคลมเป็นไปอย่างรวดเร็ว โปร่งใส และมีประสิทธิภาพ ช่วยลดขั้นตอนในการใช้สิทธิ และเพิ่มโอกาสให้ประชาชนเข้าถึงบริการของโรงพยาบาลภาครัฐ รวมถึงบริการ Premium Clinic ได้สะดวกยิ่งขึ้น
┌──────────────────┐
เตรียมกระจายการรักษาเฉพาะทางสู่ท้องถิ่น
└──────────────────┘
นอกเหนือจากระบบ iClaim แล้ว เมืองไทยประกันชีวิตยังคงขยายเครือข่ายระบบเครดิตคู่สัญญาผ่านโครงการ MTL Smile Hospital Network ครอบคลุมโรงพยาบาลรัฐระดับโรงเรียนแพทย์ชั้นนำ เช่น รพ.ศิริราช, รพ.จุฬาลงกรณ์, รพ.รามาธิบดี, รพ.ธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ, ศูนย์การแพทย์กาญจนาภิเษก, รพ.ศรีนครินทร์ ม.ขอนแก่น, รพ.สงขลานครินทร์, รพ.มหาราชนครเชียงใหม่ และ รพ.วชิรพยาบาล เป็นต้น

รวมถึงการสนับสนุน Premium Clinic ของโรงพยาบาลรัฐในต่างจังหวัด เช่น รพ.วชิระภูเก็ต, รพ.พหลพลพยุหเสนา, รพ.สวรรค์ประชารักษ์, รพ.แม่สอด, รพ.นครพิงค์ และ รพ.นครปฐม เพื่อให้ผู้เอาประกันในต่างจังหวัดเข้าถึงแพทย์เฉพาะทางใกล้บ้าน ลดความจำเป็นในการเดินทางเข้ากรุงเทพฯ และได้รับการดูแลอย่างใกล้ชิดจากครอบครัว

โดยรายละเอียด โครงการ MTL Smile Hospital Network สามารถดูเพิ่มเติมได้ที่ https://www.muangthai.co.th/th/mtl-smile-hospital-network

หมายเหตุ :
▪️เงื่อนไขเป็นไปตามที่ บมจ.เมืองไทยประกันชีวิตกำหนด
▪️เงื่อนไขการใช้สิทธิ์ผ่านระบบ iClaim และ โครงการ MTL Smile Hospital Network เป็นไปตามที่บริษัท และโรงพยาบาลคู่สัญญากำหนด สงวนสิทธิ์ในการไม่ให้สิทธิประโยชน์ที่ขยายหากผู้เอาประกันภัยเข้ารับการรักษาพยาบาลในสถานพยาบาลอื่น ที่ไม่ใช่สถานพยาบาลคู่สัญญาโครงการพิเศษของบริษัท

ให้ Coway = ให้สุขภาพที่ดีสำหรับแม่ 💙วันแม่ปีนี้มาดูแลสุขภาพของแม่ด้วยการให้แม่ดื่มน้ำสะอาดจาก  #เครื่องกรองน้ำ สูดอากาศ...
12/08/2026

ให้ Coway = ให้สุขภาพที่ดีสำหรับแม่ 💙

วันแม่ปีนี้มาดูแลสุขภาพของแม่ด้วยการให้แม่ดื่มน้ำสะอาดจาก #เครื่องกรองน้ำ สูดอากาศดี ๆ จาก #เครื่องฟอกอากาศ และผ่อนคลายด้วย #เก้าอี้นวดไฟฟ้า จาก กันครับ

สนใจสั่งซื้อ ติดต่อผมได้เลยนะครับ ยินดีให้คำแนะนำและดูแลทุกท่านครับ 😊

💙
06/08/2026

💙

Coway ประเทศไทย เปิดตัวแคมเปญใหญ่ช่วงครึ่งปีหลัง “โอ้โห! เกล เกล 99 บาท” ชวนคนไทยเริ่มต้นดูแลสุขภาพภายในบ้านได.....

✅️
05/08/2026

✅️

ทำไมคนบางประเทศ “มีประกันชีวิต” เป็นเรื่องปกติ แต่คนไทยจำนวนไม่น้อยยังมองว่าไม่จำเป็น?
ลองมองไปที่ประเทศอย่าง ญี่ปุ่น จะเห็นภาพที่น่าสนใจ เพราะเกือบ 90% ของครัวเรือนญี่ปุ่นมีประกันชีวิต สะท้อนว่าประกันชีวิตไม่ได้ถูกมองเป็นเรื่องไกลตัว แต่เป็นหนึ่งในเครื่องมือที่ใช้วางแผนความมั่นคงทางการเงินของครอบครัว
ขณะที่ในประเทศไทย แม้ตลาดประกันชีวิตจะมีขนาดใหญ่ แต่จำนวนกรมธรรม์ประกันชีวิตประเภทสามัญที่มีผลบังคับ ณ สิ้นปี 2024 อยู่ที่ประมาณ 20 ล้านกรมธรรม์ และกรมธรรม์กลุ่มประมาณ 3.16 ล้านกรมธรรม์
สิ่งที่น่าสนใจจึงไม่ใช่แค่คำถามว่า “คนไทยมีประกันกี่คน?” แต่คือ เรามองประกันชีวิตแตกต่างจากบางประเทศหรือไม่
ข้อมูลจาก OECD ก็สะท้อนภาพนี้เช่นกันว่า ประกันชีวิตมีบทบาทโดดเด่นในประเทศที่มีรายได้ต่อหัวสูง โดยเฉพาะญี่ปุ่น สิงคโปร์ และฮ่องกง และในปี 2023 เบี้ยประกันชีวิตมีสัดส่วนมากกว่า 75% ของเบี้ยประกันทั้งหมดในหลายประเทศเอเชียที่พัฒนาแล้ว
ในประเทศไทยเอง OECD ระบุว่าอัตราการเข้าถึงประกันโดยรวมอยู่ที่ 5.1% ของ GDP ในปี 2024 ซึ่งถือว่าสูงเป็นอันดับ 2 ในอาเซียนรองจากสิงคโปร์ แต่การเติบโตของธุรกิจประกันชีวิตไทยค่อนข้างทรงตัวมานับตั้งแต่ปี 2017
ความแตกต่างจึงอาจไม่ได้อยู่ที่คนไทย “ไม่รู้จักประกัน” แต่เป็นเรื่องของ วิธีคิดในการวางแผนชีวิตและการบริหารความเสี่ยง
บางประเทศมองประกันชีวิตเป็นส่วนหนึ่งของการวางแผนการเงินตั้งแต่เริ่มทำงาน
ขณะที่คนไทยจำนวนไม่น้อยยังมองว่า
“ยังเด็กอยู่ ยังไม่จำเป็น”
“สุขภาพยังดี ไม่ต้องรีบ”
“เอาเงินไปลงทุนอย่างอื่นดีกว่า”
หรือ “ถ้าไม่เกิดอะไรขึ้นก็เหมือนเสียเงินฟรี”
แต่ความจริงของประกันชีวิตคือ เราไม่ได้ซื้อเพราะคิดว่าจะเกิดเหตุร้าย แต่ซื้อเพื่อให้คนข้างหลังยังเดินต่อได้ หากวันหนึ่งรายได้ของเราหายไป
เพราะฉะนั้น คำถามที่น่าสนใจอาจไม่ใช่
“เราจะซื้อประกันชีวิตดีไหม?”
แต่ควรถามว่า
“ถ้าวันหนึ่งรายได้ของเราหายไป ครอบครัวจะยังมีเงินพอใช้ชีวิตต่ออีกกี่ปี?”
และนี่อาจเป็นเหตุผลว่าทำไมในบางประเทศ ประกันชีวิตจึงถูกมองว่าเป็นเรื่องปกติของการวางแผนชีวิต ขณะที่สำหรับคนไทยจำนวนไม่น้อย ประกันชีวิตยังเป็นเรื่องที่มักถูกเลื่อนออกไปเป็น “เรื่องของอนาคต” อยู่เสมอ
ถ้าบทความนี้มีประโยชน์ พิมพ์ “มีประโยชน์”
เพื่อให้ทีมงานทราบและสร้างบทความดี ๆ แบบนี้มาแบ่งปันอีกครับ
อ้างอิง :
(1) Nearly 90 per cent of all Japanese households have some form of life insurance, one of the highest rates in the world https://www.ft.com/content/c2e672fe-7a84-4ddd-a69e-da409c4a9758?utm_
(2) Global Insurance Market Trends 2024 https://www.oecd.org/en/publications/global-insurance-market-trends-2024_5b740371-en/full-report/component-3.html?utm_
(3) สถิติธุรกิจประกันชีวิตตั้งแต่ปี 2546 - 2564
https://cit.oic.or.th/stat.html?utm_
______
สนับสนุนเพจเพื่อให้ทีมงานมีกำลังใจทำเพจต่อไป วันละ 1 บาท (รายเดือน 35)
https://www.facebook.com/moneyinsurethailand/subscribe/
#ออมเงินและประกันชีวิต

ที่อยู่

Bangkok

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Health Wealth Life by Wit MTL & Cowayผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ทางลัด

แชร์