01/05/2026
กนง. มติเอกฉันท์คงดอกเบี้ย 1% แล้วยังไง
เมื่อวันที่ 29 เมษายน 2569 คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) มีมติเอกฉันท์ให้ คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 1.00% ต่อปี ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจที่เติบโตต่ำกว่าคาดการณ์
กนง. คือใคร?
คือคณะกรรมการภายใต้ธนาคารแห่งประเทศไทยที่ทำหน้าที่ "กุมบังเหียนทิศทางเงิน" โดยใช้ "ดอกเบี้ยนโยบาย" เป็นเครื่องมือหลักเพื่อรักษาเสถียรภาพ 3 ด้าน:
1. คุมเงินเฟ้อ : ให้อยู่ในกรอบเป้าหมาย 1-3%
2. ประคอง GDP : รักษาจังหวะการเติบโตไม่ให้ซบเซาจนเกินไป
3. รักษาเสถียรภาพการเงิน : ป้องกันการก่อหนี้เกินตัวในระบบ
โดยมติการปรับ "ขึ้น" "ลง" หรือ "คง" ดอกเบี้ยของ กนง. ในแต่ละครั้ง จะส่งผลกระทบโดยตรงต่อต้นทุนทางการเงิน และเป็นปัจจัยสำคัญที่กำหนดทิศทาง "ค่าเงิน" ของประเทศ ซึ่งจะส่งผ่านผลกระทบเป็นโดมิโนไปยังภาคส่วนต่างๆ
ดอกเบี้ย - เงินเฟ้อ - ค่าเงิน - ตัวเรา สัมพันธ์กันอย่างไร
1. อัตราเงินเฟ้อ : "โจรเงียบ" ที่ลดอำนาจซื้อ
เงินเฟ้อคือสภาวะที่ราคาสินค้าแพงขึ้น หรือเงินมูลค่าเท่าเดิมแต่ซื้อของได้น้อยลง เช่น เงิน 1 ล้านบาท หากเงินเฟ้อ 3% ผ่านไปหนึ่งปีอำนาจซื้อจะเหลือเพียง 970,000 บาท ความมั่งคั่งของคุณจะลดลงทันทีถ้าผลตอบแทนการลงทุนชนะเงินเฟ้อไม่ได้
2. ดอกเบี้ยนโยบาย : "เครื่องมือแตะเบรก"
เมื่อเงินเฟ้อพุ่งสูง: กนง. จะ "ขึ้นดอกเบี้ย" เพื่อดึงเงินออกจากระบบ คนจะอยากออมมากขึ้นและกู้น้อยลง ช่วยลดความร้อนแรงของราคาสินค้า
เมื่อเศรษฐกิจซบเซา: กนง. จะ "ลดดอกเบี้ย" เพื่อกระตุ้นให้คนนำเงินออกมาใช้จ่ายและลงทุน
3. ค่าเงินบาท : "ผลลัพธ์จากการเคลื่อนย้ายเงิน" เพราะดอกเบี้ยเป็นตัวกำหนดแรงจูงใจของนักลงทุนต่างชาติ
บาทแข็ง: เกิดจากคนแห่มาถือเงินบาทเพื่อรับดอกเบี้ยที่สูงกว่าที่อื่น (เราซื้อ iPhone/น้ำมัน ถูกลง แต่ผู้ส่งออกขายของได้กำไรน้อยลง)
บาทอ่อน: เกิดจากเงินไหลออกไปหาผลตอบแทนที่อื่นที่สูงกว่า (ส่งออกยิ้มได้ แต่สินค้านำเข้าแพงขึ้น)
ทำไมต้อง "คง" ดอกเบี้ยที่ 1%?
มติเอกฉันท์ให้คงดอกเบี้ยไว้ที่ระดับต่ำ (1%) ในครั้งนี้ สะท้อนว่า กนง. กำลังให้น้ำหนักกับการ "ประคองเศรษฐกิจ" มากกว่าการสกัดเงินเฟ้อ โดยมีวัตถุประสงค์หลักคือ:
1. กระตุ้นการใช้จ่ายและการลงทุน : ดอกเบี้ยต่ำต้นทุนทางการเงินของทั้งภาคประชาชนและภาคธุรกิจไม่สูงมากนัก จะเกิดแรงจูงใจให้เกิดการบริโภคและการลงทุนขยายกิจการ
2. ประคองกำลังซื้อภาคครัวเรือน : ในภาวะที่หนี้ครัวเรือนสูง การไม่ขึ้นดอกเบี้ยช่วยแบ่งเบาภาระค่างวดผ่อนบ้าน ผ่อนรถ ไม่ให้ซ้ำเติมปัญหาสภาพคล่องของประชาชน
3. พยุง GDP ไม่ให้ทรุดตัว : GDP คือตัวเลขที่บอกว่า ประเทศเราผลิตอะไรออกมาได้เยอะขนาดไหน และขายได้เงินรวมเท่าไหร่ จากข้อ 1 และข้อ 2 ย่อมส่งผลต่ออัตราการเติบโตของ GDP ท่ามกลางภาวเศรษฐกิจชะลอตัว (คาดการณ์ GDP ปี 2569 โตเพียง 1.5%) ดอกเบี้ยต่ำคือเครื่องมือสำคัญในการประคองจังหวะการเติบโตไม่ให้ถดถอยไปมากกว่านี้
เลือกลงทุนอย่างไรในช่วงเศรษฐกิจไทยชลอตัว
1. สินทรัพย์ความเสี่ยงต่ำและให้รายได้สม่ำเสมอ : พันธบัตรรัฐบาล หรือหุ้นกู้ภาคเอกชนคุณภาพดี เป็นที่พักเงินที่ดีเพื่อสร้างกระแสเงินสดสม่ำเสมอและรักษาสภาพคล่องเพื่อรอจังหวะใหม่
2. สินทรัพย์ปลอดภัย : ทองคำ เพื่อประกันความเสี่ยงจากการถดถอยของค่าเงิน และความตึงเครียดของสงคราม
3. สินทรัพย์ที่ต้องใช้ความระมัดระวังและมองการณ์ไกล : ตลาดหุ้นไทยอาจยังคงชะลอตัว เมื่อเทียบกับตลาดหุ้นต่างประเทศอื่นๆ ที่ยังคงมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง แม้จะมีความหวังจากปัจจัยพื้นฐานใหม่ๆ ในอนาคตอย่างการเป็นศูนย์กลาง Data Center หรือ Hospitality Hub
อย่างไรก็ตาม หากพิจารณาการลงทุนในระยะยาว ตลาดหุ้นไทยในปัจจุบันมีระดับ มูลค่าที่ค่อนข้างต่ำมาก นักลงทุนจึงต้องชั่งน้ำหนักระหว่าง "ค่าเสียโอกาส" ที่อาจเกิดขึ้นเมื่อเทียบกับการไปลงทุนในตลาดที่เติบโตทันที กับการ "เข้าซื้อของถูก" เพื่อสะสมรอวันฟื้นตัวในอนาคต ซึ่งเหมาะสำหรับนักลงทุนที่มีความอดทนและต้องการชนะเงินเฟ้อในระยะยาว