26/12/2025
สวัสดี! 👋 ช่วงนี้ข่าว “ลดดอกเบี้ย”
มาแรงมาก หลายคนอาจสงสัยว่านอกจากเงินฝากจะได้ดอกเบี้ยน้อยลงแล้ว ในมุมการลงทุนมันเกิดอะไรขึ้นบ้าง?
💡ในทางเศรษฐศาสตร์
“ดอกเบี้ย” กับ “ราคาตราสารหนี้”
จะแปรผกผันกันเสมอครับ (Inverse Relationship)
เมื่อธนาคารกลางประกาศลดดอกเบี้ย สิ่งที่เกิดขึ้นคือ:
1. ตราสารหนี้ชุดเก่า ที่จ่ายดอกเบี้ยสูงกว่า
จะกลายเป็นของหายากและมีมูลค่าสูงขึ้น
2. กองทุนที่มีตราสารเหล่านี้อยู่ในพอร์ต จะได้กำไรจากราคาที่ปรับขึ้น (Mark-to-Market)
3. ทำให้เรามีโอกาสได้กำไร 2 ต่อ
คือจากทั้ง “ดอกเบี้ยรับ” และ
“กำไรส่วนต่างราคา” (Capital Gain) 🚀
🎯 สรุปกลยุทธ์ช่วงนี้:
“จัดทัพรับดอกเบี้ยขาลง” แบ่งเป็น
กองทุนไทย (เพื่อความมั่นคง) และ
กองทุนต่างประเทศ (เพื่อโอกาสทำกำไร)
1. กองทุนตราสารหนี้ไทย ระยะกลาง-ยาว (The Steady One) 🛡️
ตัวอย่าง: K-FIXEDPLUS (กสิกร) หรือ SCBFP (ไทยพาณิชย์) หรือ KKP ACT FIXED (เกียรตินาคินภัทร)
Duration (อายุเฉลี่ยตราสาร) ที่ยาวประมาณ 1-2 ปี
2. กองทุนตราสารหนี้ทั่วโลก (The Opportunity Hunter) 🌎
ตัวอย่าง: UGIS-N (UOB - ลงทุนในกองแม่ PIMCO) หรือ K-GINCOME (กสิกร - ลงทุนในกองแม่ JP Morgan)
กองหลัง70% + กองกลางตัวรุก 30%
แนะนำให้แบ่งเงิน 70% พักไว้ในกองไทย เพื่อความอุ่นใจ แล้วแบ่ง 30% ไปลุยในกอง Global เพื่อไม่ให้พลาดโอกาสทำกำไร
#เศรษฐกิจเข้าใจง่าย #กองทุนรวม