สำนักงานบัญชีเอสเอ็มแอลออดิท

สำนักงานบัญชีเอสเอ็มแอลออดิท สอนโปรแกรมบัญชี สำหรับผู้ประกอบกิจการยืนภาษี ปิดงบดุล

20/10/2025

🧾 1. กำหนดเวลาการยื่นอากรแสตมป์

ผู้เสียภาษีต้อง ชำระอากรแสตมป์ภายใน 15 วัน
👉 นับจากวันที่ตราสาร (เช่น วันลงนามในสัญญา)

หากยื่นเกิน 15 วัน จะต้องเสียทั้ง “ค่าปรับ” และ “เงินเพิ่ม”

---

⚠️ 2. ค่าปรับ (Penalty)

ตาม ประมวลรัษฎากร มาตรา 113 และ 114 กำหนดว่า

หาก ไม่ปิดแสตมป์ หรือ ไม่ชำระภายในกำหนด → จะต้องเสียค่าปรับเป็น
👉 2 เท่า ของจำนวนอากรแสตมป์ที่ค้างชำระ

📌 ตัวอย่าง:
ยอดอากรแสตมป์ที่ต้องจ่าย 108,000 บาท

ค่าปรับ = 108,000 × 2 = 216,000 บาท

---

🪙 3. เงินเพิ่ม (Surcharge)

หากชำระล่าช้า จะต้องเสีย เงินเพิ่ม 1.5% ต่อเดือน ของจำนวนอากร (ไม่รวมค่าปรับ)

คิดแบบ “รายเดือน” หรือเศษของเดือนนับเป็น 1 เดือน

📌 ตัวอย่าง:
อากร 108,000 บาท
ชำระล่าช้า 2 เดือน
→ เงินเพิ่ม = 108,000 × 1.5% × 2 = 3,240 บาท

---

📊 4. รวมยอดที่ต้องจ่ายกรณียื่นช้า 2 เดือน

รายการ จำนวนเงิน

อากรแสตมป์ 108,000 บาท
ค่าปรับ (2 เท่า) 216,000 บาท
เงินเพิ่ม (1.5% × 2 เดือน) 3,240 บาท
✅ รวมต้องชำระ 327,240 บาท

> 💥 จะเห็นได้ว่าค่าปรับสูงกว่าตัวอากรจริงหลายเท่า จึงควรยื่นภายในกำหนด 15 วันทุกครั้ง

---

📝 5. หมายเหตุสำคัญ

กรมสรรพากรอาจ ลดค่าปรับได้ หากผู้เสียภาษี “แสดงความสมัครใจยื่นชำระ” ก่อนเจ้าหน้าที่ตรวจพบ (กรณีนี้อาจลดเหลือ 1 เท่าหรือบางส่วน)

เงินเพิ่ม ไม่มีสิทธิลด ต้องชำระเต็มจำนวน

ค่าปรับและเงินเพิ่มคิดเฉพาะจากยอดอากร ไม่รวมค่าบริการของสำนักงานบัญชี

---

📌 สรุปสั้น

⏳ ยื่นภายใน 15 วัน → ไม่มีค่าปรับ

⏰ ยื่นช้า → ค่าปรับ 2 เท่า + เงินเพิ่ม 1.5% ต่อเดือน

📉 หากยื่นโดยสมัครใจ → มีโอกาสขอลดค่าปรับได้

20/10/2025

ถ้าเราวิเคราะห์ในมุมของ “การคิดค่าบริการ” สำหรับงานยื่น e-Stamp มูลค่าสัญญา 108 ล้านบาท (อัตราอากรพันละ 1 บาท → ยอดอากร 108,000 บาท) จะมีค่าใช้จ่ายที่ควรพิจารณา 3 ส่วนครับ 👇

---
📊 1. ต้นทุนและภาระงานที่สำนักงานต้องรับผิดชอบ

ตรวจสอบความถูกต้องของตราสาร / รายละเอียดสัญญา (ต้องแม่น เพราะมูลค่าสูงมาก)

กรอกแบบฟอร์ม อ.ส.9 ออนไลน์ในระบบ e-Filing

ประสานงาน / ชำระเงิน / ออกหลักฐานใบรับรอง

รับผิดชอบหากเกิดข้อผิดพลาดด้านภาษี (ความเสี่ยงสูง)

ออกเอกสารใบแจ้งหนี้ / ใบเสร็จ / บันทึกบัญชีให้ลูกค้า

💼 งานแบบนี้ไม่ใช่เพียงแค่ “กดส่งไฟล์” แต่ถือเป็นการรับผิดชอบทางภาษีโดยตรงของสำนักงานบัญชี

---

💰 2. แนวทางการตั้งค่าบริการในทางปฏิบัติ

ลักษณะงาน ช่วงราคาค่าบริการ (โดยทั่วไป)

ยื่น e-Stamp มูลค่าสัญญาทั่วไป (ไม่เกิน 5 ล้านบาท) 1,000 – 3,000 บาท
ยื่น e-Stamp มูลค่าสัญญาระดับกลาง (5–50 ล้านบาท) 3,000 – 8,000 บาท
ยื่น e-Stamp มูลค่าสัญญาระดับสูง (50 ล้านบาทขึ้นไป) 8,000 – 20,000 บาท+

> 📌 หมายเหตุ: หากเป็นงานด่วนภายในวันเดียวหรือมีความซับซ้อนของสัญญา อาจบวกเพิ่มอีก 20–30%

---

🧾 3. คำแนะนำในการตั้งราคากรณีนี้ (108 ล้านบาท)

เนื่องจาก:

มูลค่าสัญญาสูง → ความรับผิดชอบสูง

ต้องตรวจตรารายละเอียดก่อนยื่น → ใช้เวลาพอสมควร

ต้องออกใบรับรองให้ลูกค้าแนบสัญญา

มีภาระภาษีที่เกี่ยวข้องกับบริษัทหลัก

👉 ค่าบริการที่เหมาะสมในทางปฏิบัติ:
8,000 – 15,000 บาท
(ถ้างานด่วนพิเศษ/ต้องร่างแบบคำขอเพิ่ม อาจอยู่ที่ 15,000–20,000 บาท)

💡 หลายสำนักงานบัญชีมักคิดเป็น เปอร์เซ็นต์เล็กน้อยของยอดอากร เช่น 5–10% ของยอดอากร → 108,000 x 0.05 = 5,400 บาท เป็น “ขั้นต่ำ” แล้วบวกค่าดำเนินการรวมเป็น 8,000–12,000 บาท

---

✅ ตัวอย่างการคิดราคาค่าบริการ (จริงที่ใช้ในสำนักงาน)

ค่าดำเนินการยื่น e-Stamp + ตรวจสัญญา + ออกหลักฐาน: 8,000 บาท

งานด่วนภายใน 1 วัน: บวกเพิ่ม 30% → 10,400 บาท

รวมยอดที่แจ้งลูกค้า (ไม่รวมอากร): 8,000 – 12,000 บาท

---

📌 สรุป:

> สำหรับสัญญามูลค่า 108 ล้านบาท
👉 ค่าบริการสำนักงานบัญชีควรอยู่ที่ 8,000 – 15,000 บาท (ขึ้นอยู่กับความเร่งด่วนและขอบเขตงานที่รับผิดชอบ)
👉 หากลูกค้าต้องการเพียง “ยื่นแทน” โดยไม่ตรวจสัญญา คิดต่ำสุดได้ประมาณ 5,000–8,000 บาท
👉 หากเป็นบริการครบวงจร (ตรวจ+ยื่น+แนบ+ใบเสร็จ) คิดราคากลาง 10,000–12,000 บาท ถือว่าเหมาะสมในตลาด

07/10/2025

อุทยานแห่งชาติเซควอย่า ในรัฐแคลิฟอร์เนีย 🇺🇸❤️❄️

07/10/2025

#ตัวอย่างเพิ่มเติม ครั้งที่แล้วครับ...

ซื้อรถยนต์นั่งราคา 5 ล้านบาท อายุการใช้งาน 3 ปี ราคาซาก 2 ล้านบาท ใช้งานได้เพียง 2 ปี จึงขายได้เงิน 2.5 ล้าน
ถามว่า...
1. ค่าเสื่อมบวกกลับราคาปีละเท่าไร
2. กำไรขาดทุน ทางบัญชี
จากการขายทรัพย์สินเท่าไร
3. กำไร ขาดทุน ทางภาษี
จากการขายทรัพย์สินเท่าไหร่
4. ต้องบวก เป็นรายได้เพิ่ม ในแบบภงด 50 เท่าไร

---------------------
#แนวทางในการตอบ ::
---------------------

#วิธีการคำนวณ :
ค่าเสื่อมราคา ทางบัญชี
5,000,000 - 2,000,000 / 3
= 1,000,000 บาท/ปี

ค่าเสื่อมสะสม 2 ปี = 2,000,000 บาท

ราคาตามบัญชี BV
5,000,000 - 2,000,000
= 3,000,000 บาท

ขาดทุนจากการขายรถยนต์นั่ง
#ทางบัญชี
= 2,500,000 - 3,000,000
= 500,000 บาท

------------------------
จากโจทย์เดิม ถ้าเป็นกรณีการคำนวณกำไรขาดทุนจากการขายรถยนต์นั่ง ทางภาษี จะเกิดกำไรขาดทุนทางภาษีเท่าไร

#วิธีการคำนวณ :
ค่าเสื่อมราคารถยนต์นั่งทางภาษีจะคิดต้นทุนในส่วนที่ไม่เกิน 1 ล้านบาท ครับ
( ตามพระราชกฤษฏีกาฯ ฉบับที่ 315 ได้กำหนดให้ต้นทุนในส่วนที่เกิน 1,000,000 บาท ของรถยนต์นั่งไม่เกิน 10 คน ห้ามถือเป็นรายจ่าย ในการคำนวณกำไรสุทธิ )

#ดังนั้นวิธีการคำนวน
ค่าเสื่อมราคา /ปี ทางภาษี
1,000,000 / 5 = 200,000 บาท/ปี

ค่าเสื่อมราคา 2 ปี = 400,000 บาท

ราคาตามบัญชี BV ทางภาษี
1,000,000 - 400,000
= 600,000 บาท

กำไรจากการขายรถยนต์นั่ง
#ทางภาษี
2,500,000 - 600,000
= 1,900,000 บาท

------------------------
*** เมื่อคำนวณทั้งสองวิธีการแล้ว ให้นำ กำไรทางภาษี 1,900,000 และขาดทุนทางบัญชี 500,000 #มาบวกรวมกัน #ให้บวกเพิ่มเป็นรายได้ ในแบบภ.ง.ด.50 จำนวน 2,400,000 บาท ครับ (1,900,000+500,000)

---------
#คำตอบ::
---------
1.ค่าเสื่อมบวกกลับราคาปีละเท่าไร
> #ปีละ 800,000 บาท
(1,000,000 - 200,000)

2. กำไรขาดทุน ทางบัญชี
จากการขายทรัพย์สินเท่าไร
> #ขาดทุนจากการจำหน่ายทรัพย์สิน 500,000 บาท

3. กำไร ขาดทุน ทางภาษี
จากการขายทรัพย์สินเท่าไหร่
> #กำไรจากการขายทรัพย์สิน 1,900,000 บาท

4. ต้องบวกเป็นรายได้เพิ่มในแบบภงด 50 เท่าไร
> #บวกกลับ 2,400,000 บาท

---------------------
#ตัวอย่าง ครั้งที่แล้วครับ ::
https://www.facebook.com/slkservice/posts/1098713313540823:0

ที่อยู่

59/294 ซอยศรีด่าน24 ถนน ศรีนครินทร์
Bangkok
10270

เวลาทำการ

จันทร์ 09:00 - 17:00
อังคาร 09:00 - 17:00
พุธ 09:00 - 17:00
พฤหัสบดี 09:00 - 17:00
ศุกร์ 09:00 - 17:00

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ สำนักงานบัญชีเอสเอ็มแอลออดิทผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง สำนักงานบัญชีเอสเอ็มแอลออดิท:

แชร์

ประเภท