ดวงอาทิตย์ทางการเงิน-The Sun of The Future

ดวงอาทิตย์ทางการเงิน-The Sun of The Future ข้อมูลการติดต่อ, แผนที่และเส้นทาง,แบบฟอร์มการติดต่อ,เวลาเปิดและปิด, การบริการ,การให้คะแนนความพอใจในการบริการ,รูปภาพทั้งหมด,วิดีโอทั้งหมดและข่าวสารจาก ดวงอาทิตย์ทางการเงิน-The Sun of The Future, นักวางแผนทางการเงิน, Chiang Mai.

"มุ่งมั่นที่จะเป็นที่ปรึกษาทางการเงินชั้นนำในประเทศไทยโดยการใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัย และพัฒนาโปรแกรมการฝึกอบรมเพื่อส่งเสริมศักยภาพที่ปรึกษารุ่นใหม่ให้มีความเชี่ยวชาญด้านการให้คำปรึกษาและความรู้ด้านเทคโนโลยี"

“LTF ครบกำหนด แต่พอร์ตยังติดลบ! จะถือต่อหรือขายทิ้งดี?” 🤔📉ใครที่ถือครอง กองทุนรวมหุ้นระยะยาว (LTF) ซึ่งกำลังจะครบกำหนดไถ...
27/03/2025

“LTF ครบกำหนด แต่พอร์ตยังติดลบ! จะถือต่อหรือขายทิ้งดี?” 🤔📉

ใครที่ถือครอง กองทุนรวมหุ้นระยะยาว (LTF) ซึ่งกำลังจะครบกำหนดไถ่ถอน แต่พบว่า ผลการดำเนินงานของกองทุนติดลบ อาจกำลังลังเลว่าจะไปต่อหรือพอแค่นี้ วันนี้เรามีแนวทางช่วยให้คุณตัดสินใจได้ดีขึ้น ✅

💡 ขั้นตอนแรก: ตรวจสอบว่ากองทุนของคุณครบเงื่อนไขถือครองหรือยัง เพื่อไม่ให้ผิดกฎภาษี สามารถสอบถาม บลจ. หรือโบรกเกอร์ของคุณโดยตรง

🔍 3 ทางเลือกหลักสำหรับ LTF ที่ครบกำหนด

1️⃣ ถือต่อไป หากไม่มีความจำเป็นต้องใช้เงิน และกองทุนที่ลงทุนยังมีศักยภาพในการเติบโต ✨ แม้ LTF จะไม่มีสิทธิประโยชน์ทางภาษีแล้ว แต่คุณยังสามารถได้รับเงินปันผลและโอกาสสร้างผลตอบแทนระยะยาวได้

2️⃣ ทยอยขายคืน หากต้องการลดความเสี่ยง หรือมีความจำเป็นต้องใช้เงินบางส่วน 📉 สามารถทยอยขายตามภาวะตลาด เพื่อลดผลกระทบจากความผันผวน

3️⃣ ขายคืนทั้งหมดและลงทุนใหม่ ถ้าพอร์ตของคุณให้ผลตอบแทนไม่ดี และต้องการโอกาสที่ดีกว่า 🚀 อาจนำเงินไปลงทุนในกองทุนอื่น เช่น Thai ESG หรือ RMF ที่ยังได้รับสิทธิ์ลดหย่อนภาษี

🤷‍♂️ ถ้าพอร์ตติดลบ ควรทำอย่างไร?
🔹 หากตลาดยังเป็นขาขึ้น และกองทุนมีการบริหารจัดการที่ดี อาจเลือกถือไว้รอการฟื้นตัว
🔹 ถ้ากองทุนมีผลประกอบการต่ำกว่าตลาดและไม่มีแนวโน้มดีขึ้น อาจพิจารณาขายแล้วโยกย้ายไป Growth Fund หรือกองทุนที่ให้ผลตอบแทนสม่ำเสมอ
🔹 หรือเลือกปรับพอร์ตไปยัง สินทรัพย์ที่เสี่ยงต่ำกว่า เช่น กองทุนตราสารหนี้ หรือกองทุนผสม เพื่อความมั่นคงมากขึ้น

📌 สรุปแล้ว ทางเลือกในการจัดการ LTF มี 3 ทางหลัก
✅ ถือไว้ หากยังมีศักยภาพและไม่มีความจำเป็นต้องใช้เงิน
✅ ทยอยขาย หากต้องการลดความเสี่ยงจากตลาด
✅ ขายทั้งหมดและลงทุนใหม่ หากต้องการโอกาสที่ดีกว่า

🔎 อย่าลืม! การตัดสินใจควรสอดคล้องกับเป้าหมายทางการเงินของคุณ 🏆 หากไม่แน่ใจ ควรปรึกษาที่ปรึกษาการเงินก่อนตัดสินใจไถ่ถอนหรือโยกย้ายการลงทุน

💬 แล้วคุณล่ะ? วางแผนจะทำอย่างไรกับ LTF ที่ครบกำหนดของคุณ? แบ่งปันความคิดเห็นกันได้เลย! 👇😊

ถ้า AI ทำได้ขนาดนี้ แล้วเราจะยืนตรงไหน หน้าคิดนะครับ เตรียมตัวกันรึยังhttps://www.youtube.com/watch?v=p2wr7eqM0-o&t=1072...
07/11/2024

ถ้า AI ทำได้ขนาดนี้ แล้วเราจะยืนตรงไหน หน้าคิดนะครับ เตรียมตัวกันรึยัง
https://www.youtube.com/watch?v=p2wr7eqM0-o&t=1072s

หนี้อะไรควรจะโปะ หนี้อะไรควรจะปล่อย(ตามศักยภาพ) ช่วงหนี้สำนักข่าวหลายสำนักโหมพูดถึงปัญหาหนี้ครัวเรือนไทย ดูแล้วค่อนข้างน...
07/05/2024

หนี้อะไรควรจะโปะ หนี้อะไรควรจะปล่อย(ตามศักยภาพ)

ช่วงหนี้สำนักข่าวหลายสำนักโหมพูดถึงปัญหาหนี้ครัวเรือนไทย ดูแล้วค่อนข้างน่าหนักใจแทนผู้บริหารบ้านเมือง ซ้ำเติมด้วยภาวะดอกเบี้ยที่อยู่ในระดับสูง เราประชาชนตัวเล็กๆควรจะบริหารจัดการอย่างไร ควรรีบโปะหนี้ให้หมด หรือค่อยๆผ่อนไปตามกำลังไม่ต้องเร่งรีบ บทความนี้มีคำตอบ
ปัจจุบันนี้คนไทยมีหนี้ครัวเรือนอยู่ประมาณ 90% ของ GDP ถามว่ามากขนาดไหนต้องบอกว่าจากมาตรฐานของ IMF สำหรับประเทศที่กำลังพัฒนาควรบริหารหนี้ครัวเรือนให้มีไม่เกิน 80% ของ GDP ถ้ามีมากกว่านี้อาจนำเข้าสู่วิกฤตทางเศรษฐกิจครั้งใหญ่ได้ อย่างไรก็ตามเราสามารถแบ่งประเภทของหนี้ครัวออกเป็น หนี้เพื่อซื้ออสังหาริมทรัพย์ หนี้เพื่อซื้อยานยนต์ หนี้เพื่อการประกอบธุรกิจ หนี้เพื่อการอุปโภคบริโภค และอื่นๆเช่น หนี้เพื่อการศึกษา เป็นต้น
ถ้าหากเรียงตามลำดับภาระดอกเบี้ยที่ต้องจ่าย จากมากไปน้อยเราจะพบกว่า หนี้ระยะสั้นโดยเฉพาะหนี้เพื่อการอุปโภคบริโภคถือว่ามีดอกเบี้ยในอัตราที่มากที่สุด เช่นหนี้บัตรเครดิต หรือสินเชื่อเงินสดส่วนบุคคล ถัดมาก็คือหนี้เพื่อการประกอบธุรกิจ ซึ่งมีทั้งแบบระยะสั้นหรือระยะยาวที่ธุรกิจนำไปใช้ในการดำเนินกิจการ ลองลงมาก็คือหนี้เพื่อซื้อยานยนต์ซึ่งจะแบ่งเป็นรถมือสองหรือรถมือหนึ่ง โดยอัตราดอกเบี้ยในการซื้อรถมือสองจะสูงกว่ารถมือหนึ่งเสมอ สำหรับหนี้เพื่อการซื้ออสังหาริมทรัพย์และหนี้เงินกู้ยืมเพื่อการศึกษาถือว่าเป็นหนี้ที่มีอัตราดอกเบี้ยต่ำที่สุดเมื่อเทียบกับหนี้ประเภทอื่นๆ
จริงๆแล้ววิธีการบริหารจัดการหนี้มีหลายวิธีขึ้นอยู่กับระดับความวิกฤตทางการเงินของผู้มีภาระหนี้ บางคนอาจเข้าขั้นวิกฤตจนถึงระดับหนี้ท่วมหัวซึ่งก็อาจต้องรับคำแนะนำที่ต่างออกไป แต่บทความนี้ต้องการเน้นคนที่ยังสามารถรับมือกับภาระหนี้ของตนเองได้เป็นอย่างดี เพื่อจัดการกับความวิตกกังวลในสถานการณ์ที่สื่อต่างๆกำลังโหมให้ข่าวในแง่ลบกับหนี้ครัวเรือนอย่างเช่นปัจจุบัน อย่างน้อยก็เพื่อให้เราอยู่กับภาระหนี้ได้อย่างสบายใจและไม่ประมาท
คนส่วนใหญ่มักจะมีหนี้บ้านและหนี้รถยนต์เป็นหนี้ก้อนใหญ่และยาวนาน บางคนอาจมีหนี้บัตรเครดิตบ้างตามกระแสทุนนิยมของสังคม แต่หลายคนมีความกังวลกับปริมาณหนี้ที่ต้องผ่อนชำระคืน จนอาจนำมาซึ่งความเครียดแล้วส่งผลต่อสุขภาพและส่งผลต่อความสัมพันธ์กับคนรอบข้างได้ ดังนั้นในภาวการณ์เช่นนี้เราควรมีความอดทนอดกรั้นก่อนเป็นอันดับแรก ไม่ควรซื้อสิ้นค้าโดยไม่จำเป็น การเปลี่ยนรถ เปลี่ยนมือถือใหม่ อาจต้องชะลอไปก่อน การวิ่งตามแฟชั่นอาจต้องหยุดหรือลดลงไปบ้าง
อย่างที่ทราบกันดีว่าอัตราดอกเบี้ยสำหรับเงินกู้เพื่อซื้อสินค้าอุปโภคบริโภคนั้นสูงถึง 15-25% เลยทีเดียว ถ้าท่านเป็นคนหนึ่งที่มีหนี้ประเภทนี้อยู่ ท่านควรรีบผ่อนให้หมดโดยเร็ว อย่าคิดที่จะผ่อนเพียงแค่อัตราขั้นต่ำในทุกๆเดือน เพราะมันจะเป็นสาเหตุนำมาซึ่งภาวะดอกเบี้ยท่วมเงินต้นได้ ดังนั้นถ้ามีเงินเหลืออยู่บ้าง หนี้ส่วนนี้ที่ควรจะเป็นหนี้ที่ถูกโปะให้หมดโดยเร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้
สำหรับหนี้ประเภทถัดไปที่เราสามารถโปะให้หมดก่อนกำหนดได้เช่นกัน นั่นก็คือหนี้เพื่อเช่าซื้อรถยนต์ หากเราสามารถปิดหนี้ให้หมดก่อนกำหนดเราก็จะมีโอกาสได้ส่วนลดดอกเบี้ยจากเจ้าหนี้ได้ อย่างไรก็ตามหนี้ประเภทนี้อาจไม่ได้มีความจำเป็นที่จะต้องรีบเร่งให้เหมือนกับหนี้บัตรเครดิต เนื่องจากถึงแม้เราจะรีบลดเงินต้นลงไป ก็ไม่มีผลกับดอกเบี้ยที่ถูกคำนวณล่วงหน้าไว้แล้ว เพียงแต่เราควรระมัดระวังอย่าลืมที่จะชำระค่างวดให้เต็มจำนวนและตรงเวลา เพื่อไม่ให้ถูกเบี้ยปรับเงินเพิ่มทำให้เสียเครดิตทางการเงินของตนเอง ยกเว้นหากมีเงินก้อนใหญ่ที่ไม่จำเป็นต้องนำไปใช้อย่างอื่น เราก็สามารถนำมาปิดหนี้ประเภทนี้เพื่อลดภาระของตนเองก่อนได้
มาถึงหนี้บ้านซึ่งถือว่าเป็นหนี้ก้อนใหญ่ที่สุดสำหรับคนทั่วไป และทำให้หลายๆคนรู้สึกหนักอึ้งในการรับภาระหนี้เช่นนี้โดยเฉพาะอย่างยิ่งการดูเหมือนว่าจะเป็นภาระที่ยาวนานจนรู้สึกไม่มีวันจบสิ้น หากเรามองอีกมุม หนี้ในการซื้อบ้านเพื่อเป็นที่อยู่อาศัย ถือว่าเป็นหนี้ที่ดีประเภทหนึ่งเลยทีเดียว เพราะการที่เราได้อยู่อาศัยไปพร้อมกับการผ่อนคืนหนี้นั้นถือว่าเราได้กำไรจากการใช้ประโยชน์ไปเป็นที่เรียบร้อย ยกเว้นการซื้อบ้านหรือคอนโดเพื่อปล่อยเช่าอันนี้ถือว่าเป็นการซื้อเพื่อการลงทุน สิ่งที่ต้องระวังสำหรับการซื้อแบบนี้ก็คือการกู้ซื้อหลายๆที่เพื่อหวังที่จะปล่อยเช่า เพราะอาจจะนำมาสู่วิกฤตการเงินของตนเองได้ แต่สำหรับการซื้อเพื่อการอยู่อาศัยนอกจากจะได้กำไรจากการใช้ประโยชน์แล้ว มูลค่าบ้านและที่ดินก็ยังมีโอกาสสูงขึ้นได้อีกในอนาคต บางทำเลอาจสูงขึ้นมากยิ่งกว่าอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ที่ผ่อนชำระด้วยซ้ำ ดังนั้นการเร่งผ่อนคืนเพื่อลดเงินต้นหากไม่ทำให้สภาพคล่องของตนเองตึงตัวมากเกินไปก็สามารถทำได้ แต่ในความเป็นจริงไม่มีความจำเป็นที่จะต้องเร่งรีบถึงขนาดนั้น เราสามารถมองเงินที่เราผ่อนคืนในแต่ละเดือนเป็นเสมือนเงินออมที่ออมไว้ในมูลค่าบ้านของเราเอง หากวันใดก็ตามถ้าไม่สามารถผ่อนต่อได้ ก็สามารถประกาศขายเพื่อถอนเงินที่เราลงทุนไว้ออกมา เพียงแต่เราก็จะหมดความเป็นเจ้าของลงไปและต้องพิจารณาถึงทำเลในการซื้อตอนแรกให้ดี ดังนั้นไม่มีความจำเป็นต้องเครียดกับก้อนหนี้ประเภทนี้อย่างเอาเป็นเอาตาย เพียงแค่ระมัดระวังในวินัยทางการเงินของตนเองก็พอ
การบริหารหนี้ที่ดีนั้น นอกจากจะได้ทำให้ชีวิตตนเองไม่เสี่ยงกับการล้มละลายแล้วยังได้เป็นส่วนหนึ่งที่จะช่วยให้ประเทศชาติไม่ตกอยู่ในภาวะวิกฤตใหญ่ทางการเงินอีกครั้ง ซ้ำรอยวิกฤตต้มยำกุ้งซึ่งถึงแม้จะไม่ใช่สาเหตุจากหนี้ครัวเรือน แต่ต้องยอมรับว่าปัญหาหนี้ครัวเรือนสามารถนำมาสู่วิกฤตที่รุณแรงแบบนั้นได้เช่นกัน

💚การลงทุนต้องรอสถานการณ์ดีขึ้นก่อนหรือไม่💚🚩ช่วงต้นปี ค.ศ. 2022 ข่าวร้ายรุมเร้าภาวะตลาดการลงทุนทำให้สินทรัพย์เสี่ยงร่วงหน...
17/04/2022

💚การลงทุนต้องรอสถานการณ์ดีขึ้นก่อนหรือไม่💚

🚩ช่วงต้นปี ค.ศ. 2022 ข่าวร้ายรุมเร้าภาวะตลาดการลงทุนทำให้สินทรัพย์เสี่ยงร่วงหนัก
ช่วงนี้มีข่าวกดดันภาวะการลงทุนของโลกอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นปัญหาความขัดแย้งจนเป็นสงครามระหว่างประเทศ หรือเงินเฟ้อที่อยู่ในระดับสูงเป็นเวลานานทำให้แต่ละประเทศกำลังพิจารณาที่จะขึ้นดอกเบี้ยเพื่อสกัดเงินเฟ้อดังกล่าว โดยข่าวเหล่านี้เป็นสาเหตุให้สินทรัพย์เพื่อการลงทุนพากันร่วงลงอย่างรุนแรง คำถามคือหากเราต้องการลงทุนเราควรรอให้สถานการณ์กลับมาเป็นปกติก่อนดีหรือไม่

🚩ไม่มีใครตอบได้อย่างแน่ชัดว่าลักษณะอย่างไรจึงเป็นสถานการณ์ที่ดีและมันจะดีได้เมื่อใด
ก่อนที่จะตอบคำถามดังกล่าว อยากเชิญชวนให้ทุกท่านลองหาคำตอบให้กับตนเองก่อนว่า คำว่า “สถานการณ์ที่ดี” มันควรเป็นอย่างไรและเมื่อใดมันจะกลับมาดีอย่างที่เราคาด หากคำตอบในใจของท่านดูลังเลและไม่แน่ใจ นั่นหมายความว่าท่านเป็นคนส่วนใหญ่เพราะคนส่วนใหญ่มักหาคำตอบได้อย่างไม่แน่ใจ คนบางส่วนเท่านั้นที่อาจคิดว่าตนเองตอบได้แต่จริงๆแล้วเป็นเพียงการคาดเดาเท่านั้น จึงไม่มีใครตอบได้อย่างแน่ชัดว่าลักษณะอย่างไรจึงเป็นสถานการณ์ที่ดีและมันจะดีได้เมื่อใด

🚩ที่ผ่านมาไม่มีปีไหนที่ห่างหายจากขาวร้ายทางเศรษฐกิจ
ซึ่งถ้าหากเราพิจารณาย้อนกลับไปในอดีตทุกปีก็แทบจะเรียกได้ว่าไม่มีปีไหนเลยที่เราห่างหายจากข่าวร้ายทางเศรษฐกิจ เช่นเดียวกับภาวะสงครามที่ใช่ว่าจะไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน หลายต่อหลายครั้งที่เกิดความขัดแย้งระหว่างประเทศขึ้นบนโลกใบนี้มักจะกดดันตลาดหุ้นให้ดิ่งลง และโดยสถิติในอดีตก็พบว่าตลาดหุ้นก็สามารถกลับคืนมายืนในระดับก่อนเกิดสงครามได้ภายในไม่กี่เดือน แล้วหลังจากนั้นก็มีข่าวอื่นมากดดันตลาดต่อไป ซึ่งเป็นเหตุการณ์ปกติของการลงทุน ไม่ว่าจะเป็นข่าวโรคระบาด สถานการณ์กีดกันทางการค้า ภัยพิบัติ การประท้วง หรืออื่นๆ ซึ่งหากมองย้อนกลับไป สิ่งเหล่านี้มันคือความผันผวนระหว่างทางของการลงทุนเท่านั้น แต่ในระยะยาวเศรษฐกิจโลกย่อมมีทิศทางที่จะต้องเติบโตตามความพยายามของแต่ละประเทศ

🚩เราควรจัดการบริหารความเสี่ยงให้เป็นขั้นตอน
การจัดการกับความผันผวนระหว่างทางต่างที่เราควรให้ความสำคัญ หรือที่เราเรียกกันว่าการบริหารความเสี่ยงนั่นเอง ซึ่งสามารถเริ่มต้นได้โดยการกำหนดเป้ามายหรือวัตถุประสงค์ในการลงทุนไว้อย่างชัดเจน จากนั้นมีการจัดสรรสินทรัพย์ วางกลยุทธ์ในการคัดเลือกและบริหารสินทรัพย์ รวมถึงกำหนดระยะเวลาในการลงทุน และหมั่นศึกษาหาความรู้อยู่เป็นประจำ เราก็จะสามารถอยู่กับการลงทุนได้อย่างเข้าใจและมีประสิทธิภาพ

🚩สำคัญที่สุดคือกำหนดเป้าหมายให้กับการลงทุนในขั้นตอนแรกให้ดี
เรื่องของการกำหนดเป้าหมายนั้น ถือว่าเป็นความสำคัญอันดับแรกของการลงุทน เพราะหลังจากที่เรามีเป้าหมายแล้วเราจะสามารถกำหนดเรื่องอื่นๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ หากใครยังนึกไม่ออกว่าจะลงทุนไปเพื่ออะไร ให้ท่านลองค้นหาความต้องการของตนเอง เช่น หากท่านมีบุตรก็คงอยากออมเงินเพื่อเป็นทุนการศึกษาของลูก ถ้าท่านเป็นห่วงชีวิตหลังเกษียณท่านก็จะทยอยออมเงินเพื่อเป็นเงินใช้จ่ายหลังเกษียณอายุ หรือแม้แต่บางคนอาจจะอยากเก็บเงินเพื่อซื้อบ้านหรือซื้อรถ เป็นต้น บางคนต้องการสร้างกระแสรายได้ก็จะลงทุนในสิ่งที่สร้างกระแสรายเงินระหว่างทางเช่น ปันผล หรือดอกเบี้ย เป็นต้น

🚩ขั้นตอนต่อไปคือจัดสรรสินทรัพย์เพื่อกระจายการลงทุนให้เหมาะสม
หลังจากที่ท่านได้เป้าหมายในการลงทุนแล้วอีกสิ่งหนึ่งที่มีความสำคัญไม่น้อย ก็คือการจัดสรรสินทรัพย์เพื่อการลงทุนหรือการจัดพอร์ตการลงทุนนั่นเอง เพราะการจัดพอร์ตคือการลงทุนในหลากหลายสินทรัพย์ ไม่ว่าจะเป็น ตราสารหนี้ หุ้นสามัญ อสังหาริมทรัพย์ ทองคำ หรือแม้แต่น้ำมัน ก็สามารถลงทุนได้ ซึ่งหลายๆครั้งที่มีวิกฤตท่านจะเห็นว่ามีบางสินทรัพย์ที่เติบโตได้ดี ดังนั้นเมื่อเรามีสินทรัพย์ที่หลากหลาย สินทรัพย์ในพอร์ตจะช่วยกันพยุงให้ผ่านพ้นสถานการณ์ต่างๆไปได้ด้วยดี การจัดพอร์ตจึงเป็นการกระจายความเสี่ยงในการลงทุน ทำให้เราสามารถบรรลุวัตถุประสงค์ที่ตั้งไว้ตั้งแต่แรกได้โดยไม่หวั่นไหวกับสถานการณ์ระหว่างทาง

🚩ต่อไปคือปฏิบัตตามแผนด้วยความมั่นคงไม่หวั่นไหวง่าย
แผนปฏิบัติในการลงทุน ก็เป็นสิ่งสำคัญที่ท่านต้องยึดเหนี่ยวไว้ให้มั่น บางท่านวางแผน DCA รายเดือน บางท่านวางแผนลงทุนเป็นเงินก้อนใหญ่ บางท่านอาจมีการปรับพอร์ตบ้างเล็กน้อยระหว่างทางเพื่อให้เหมาะสมกับภาวะการลงทุน ไม่ว่าจะเป็นแผนการลงทุนอย่างไรท่านก็ควรยึดถือทำตามแผนโดยไม่สั่นคลอน ไม่เช่นนั้นสิ่งที่ท่านคาดหวังไว้ก็ไม่มีทางที่จะประสบความสำเร็จได้

🚩การรอสถานการณ์ไม่มีความจำเป็นหากเราเป็นนักลงทุนระยะยาวดังนั้นเราควรลงมือทำตามแผนเพื่อป้องกันการตกขบวน
สรุปแล้วหากท่านไม่ได้เชี่ยวชาญการลงทุนอย่างมาก การรอสถานกาณ์ให้ดีขึ้นจึงไม่มีความจำเป็น เพราะการรออาจทำให้ท่านไม่ได้ลงมือปฏิบัติตามแผนที่วางไว้ หรือเลวร้ายกว่านั้นท่านอาจตกขบวน จนเป็นเหตุให้ท่านได้ของแพงก็เป็นได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการลงทุนเป็นพอร์ตจะช่วยให้ท่านไม่จำเป็นต้องจับจังหวะ และลดความผันผวนของตลาดได้ดี


ผู้เขียน
ชูชาติ ช่างสัก CFP®

https://edition.cnn.com/2022/01/11/health/deliberate-omicron-infection-wellness/index.html“อย่าเล่นกับไฟ” คำตือนจากหมอแล...
12/01/2022

https://edition.cnn.com/2022/01/11/health/deliberate-omicron-infection-wellness/index.html

“อย่าเล่นกับไฟ” คำตือนจากหมอและผู้เชี่ยวชาญวัคซีนจากอเมริกา เตือนพวกที่มีแนวคิดว่า ไปติดโควิด-19 สายพันธุ์ โอไมครอน กันให้สิ้นเรื่องสิ้นราว เพื่อให้เกิดภูมิคุ้มหมู่แล้วเรื่องนี้จะได้จบๆ กันไป

แนวคิดนี้เป็นที่พูดถึงกันในวงกว้างขึ้นเรื่อยๆในหมู่ฝรั่ง ดังนั้นผมจึงขออนุญาตนำข่าวนี้มาสรุปให้ทุกคนฟัง ดังนี้ครับ

ถึงแม้ผู้เชี่ยวชาญจากสหรัฐอเมริกาได้ยอมรับว่า ผู้ติดเชื้อโอไมครอนจะมีสถิติการเสียชีวิตหรือป่วยหนักที่น้อยกว่าสายพันธุ์อื่น แต่ก็ไม่ได้หมายความว่ามันจะไม่อันตราย โดยให้เหตุผลที่เราไม่ควรจะไปพยายามทำให้ตนเองติดเชื้อ ดังนี้

มันไม่ใช่แค่โรคไข้หวัดที่รุนแรง แต่เป็นโรคที่คุกคามถึงชีวิตได้ โดยเฉพาะผู้ที่อายุตั้งแต่ 65 ปีเป็นต้นไป หรือผู้ที่มีโรคเรื้อรังรายแรงเป็นโรคประจำตัว
เราอาจจะเจอกับคำนี้ “โควิคระยะยาว” เพราะยังไม่แน่ชัดว่าผลกระทบระยะยาวหลังจากติดเชื้อไปแล้วจะเป็นอย่างไร เพราะพบว่ามีบางเคสสูญเสียการรับรสไปเป็นเดือนๆ บางเคสถึงครึ่งปี
เราอาจเป็นแหล่งแพร่เชื้อไปสู่เด็กๆซะเอง เพราะอย่าลืมว่าตอนนี้เด็กๆ ส่วนใหญ่ยังไม่ได้รับวัคซีน และยังไม่มีการศึกษาว่าระยะยาวจะมีผลกระทบอย่างไรกับเด็กที่ติดเชื้อไปแล้ว
ระบบสาธารณะสุขอาจล่มสลายได้เพราะไม่สามารถรองรับกับผู้ป่วยจำนวนมาก มันจะมีผลกระทบลุกลามไปถึงการรักษาพยาบาลผู้ป่วยด้วยโรคอื่นๆด้วย
อย่าเล่นกับ ธรรมชาติซึ่งเป็นแม่ของเรา ยกตัวอย่างมีฝรั่งบางกลุ่มมีแนวคิดให้ลูกของตนเองไปปาร์ตี้กับเด็กที่เป็นอีสุกอีใส เพื่อให้ลูกตนเองติดโรคตอนเด็กดีกว่าไปติดตอนโต แต่สุดท้ายมีรายงานว่ามีเคสเด็กตายด้วยอีสุกอีใสหลังจากไปร่วมปาร์ตี้ลักษณะอย่างนี้มา

สรุปจากคำเตือนข้างต้น ก็คือ “อย่าหาทำ” การที่เราไม่ติดเชื้อเป็นเรื่องที่ดีที่สุด และจะดีกว่าหากเราป้องกันตัวโดยไปรับวัคซีนให้ครบ

ผมขออนุญาตให้ความคิดเห็นส่วนตัวว่า ถึงแม้ปัจจุบันนี้รัฐบาลยังสนับสนุนค่ารักษาพยาบาล Covid-19 แต่ในระยะยาวเราไม่รู้ว่าจะต้องเสียค่าใช้จ่ายในการรักษาตัวอย่างต่อเนื่องขนาดไหน ดังนั้นการมีประกันสุขภาพจึงเป็นเรื่องที่ควรทำ

ด้วยหลักการเจียดเงินก้อนเล็กไปป้องกันการสูญเสียเงินก้อนใหญ่ในอนาคต เราก็สามารถหมดห่วงเรื่องนี้ได้
ทั้งนี้การออกแบบแผนประกันสุขภาพสามารถออกแบบให้เหมาะสมกับงบประมาณที่เรามีได้ พูดง่ายๆ ว่า “ไหวที่เท่าไหร่” ก็สามารถออกแบบได้ตามนั้น

การมีโอกาสปรึกษากับผู้เชี่ยวชาญการวางแผนการเงินจะเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดนะครับ ผมยินดีให้ความช่วยเหลือฟรี แบบไม่มีค่าใช้จ่าย ลอง inbox มาถามดูได้ครับ

ขอให้ทุกท่านสุขภาพแข็งแรง ห่างไกลจากโรคภัยครับ

ชูชาติ ช่างสัก CFP
นักวางแผนการเงินที่ได้รับการรับรองคุณวุฒิ

-19
#อย่าหาทำ
#วางแผนการเงิน

People keep talking about getting infected with a "mild" case of Omicron on purpose. Experts weigh in on why that's not a good idea.

⚠️2 ทางแก้เมื่อกำลังเข้าสู่ภาวะขาดทุนจาก Bitcoin อย่างแรง (ราคา Cryptocurrency ร่วงอย่างหนัก)⚠️ลองจินตนาการว่าหากท่านเคย...
13/07/2021

⚠️2 ทางแก้เมื่อกำลังเข้าสู่ภาวะขาดทุนจาก Bitcoin อย่างแรง (ราคา Cryptocurrency ร่วงอย่างหนัก)⚠️

ลองจินตนาการว่าหากท่านเคยมีมูลค่าของเงินลงทุนเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ แต่หลังจากนั้นเพียงไม่กี่วันเงินของท่านลดลงเกือบครึ่ง จากที่เคยมีเงิน 1 ล้าน เหลือเพียงแค่ 5 แสนบาท หรือเงินแสนเหลือเพียงหลักหมื่น ท่านจะทำอย่างไร

สถานการณ์เช่นนี้กำลังเกิดขึ้นกับนักลงทุน Bitcoin หลายคน ผมจึงมีคำแนะนำสองทางเลือก ซึ่งก็ถือเป็นทางปฏิบัติที่แสนธรรมดาเลยครับ แต่ทำใจลำบากมากในการตัดสินใจลงมือทำ เพื่อช่วยให้ท่านตัดสินใจได้ดีขึ้น ผมจึงอยากให้ท่านพิจารณาสิ่งต่อไปนี้

ก่อนอื่นสองทางเลือกข้างต้นที่ผมพูดถึง นั่นก็คือทางเลือกของการ “หนี”โดยตัดขาดทุน หรืออีกทางเลือกคือ “สู้” โดยถือต่อและเชื่อว่ามันจะกลับขึ้นมา

ฟังดูง่ายใช่มั้ยครับ โดยเฉพาะทางเลือกแรก แต่จริงๆแล้วการรตัดขาดทุน หรือ Cut Loss เป็นสิ่งที่ท่านควรทำตั้งแต่เนิ่นๆ เมื่อมีสัญญาณการเป็นขาลง นั่นหมายความว่าท่านต้องเป็นนักลงทุนที่มีประสบการณ์พอสมควร ถึงจะสามารถหาจุด Cut Loss ได้ทันเวลาเพื่อไม่ให้ตนเองเจ็บตัวไปมาก หรือเพื่อทำกำไรออกมาก่อนการดิ่งลงอย่างรุนแรง

ปัญหาคือ Bitcoin เป็นสินทรัพย์ที่มีราคาเคลื่อนไหวได้อย่างรวดเร็ว ภายในหนึ่งวันท่านอาจจะขาดทุนได้ถึง 20%-30% ได้เลยทีเดียว นั่นจึงทำให้หลายคนไม่สามารถ Cut Loss ได้ทันเวลา จนต้องอยู่ในสภาพติดดอยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ถ้าหากเลือกการตัดขาดทุนตอนนี้ก็ถือว่าตัดสินใจช้าไปหน่อย แต่ก็ยังไม่สายมากที่จะตัดสินใจทำนะครับ หรือถ้าท่านจะหันไปใช้ทางเลือกที่สองนั่นคือสู้ต่อ ท่านควรพิจารณาข้อมูลต่อไปนี้ให้ดีนะครับ

สาเหตุที่ทำให้ Bitcoin ที่ถือว่าเป็นสกุลเงิน Digital ที่มีมูลค่ามากที่สุดในตอนนี้(คิดเป็นมูลค่าตลาดประมาณ 23 ล้านล้านบาท ณ ขณะที่เขียนบทความ)สามารถเคลื่อนไหวอย่างรุณแรง ก็เพราะถึงแม้มูลค่าจะใหญ่ขนาดไหนก็ตามแต่ก็ยังไม่ใหญ่มากพอที่จะทำให้คนทั้งโลกยอมรับที่จะใช้เป็นเงินในการแลกเปลี่ยนสินค้าหรือบริการได้อย่างแพร่หลาย จึงทำให้โลกการลงทุนของ Bitcoin มีคนบางกลุ่มที่สามารถทำตัวเป็นคนคุมเกมได้ วิธีการคุมเกมอาจไม่ใช่แค่ใช้ปริมาณเงินจำนวนมากในการปั่นราคา แต่เป็นการเล่นด้วยสงครามจิตวิทยา เช่น การปล่อยข่าวๆต่างๆ ออกมา เป็นต้น

ยกตัวอย่าง ในต้นปี 2021 ที่เป็นจุดเริ่มต้นของการทยานขึ้นอย่างรุณแรงของ Bitcoin ก็เพราะสาเหตุที่ Eron Musk ผู้บริหารบริษัทรถยนต์ Tesla ออกมาประกาศว่า สามารถใช้ Bitcoin ในการซื้อรถยนต์ของเขาได้ แต่หลังจากนั้นไม่นานในเดือนเมษยายนเขาก็ออกมาประกาศยกเลิกการซื้อรถด้วย Bitcoin โดยให้เหตุผลว่าเขาไม่สนับสนุนการทำเหมืองขุด Bitcoin ซึ่งใช้พลังงานไฟฟ้าจากถ่านหิน และนั่นก็คือจุดเริ่มต้นของการดิ่งลงของราคา Cropto เกือบทุกสกุลเงินในโลกนี้ โดยเฉพาะ Bitcoin

ผีซำ้กรรมซัดด้วยเรื่องการออกคำสั่งห้ามและปราบปรามการทำเหมืองขุด Crypto ของรัฐบาลจีน ซึ่งเป็นประเทศที่เป็นแหล่งในการทำเหมืองขุด Bitcoin มากที่สุดในโลก ข่าวนี้ทำให้ราคา Bitcoin ที่เคยไปได้ถึง 1 เหรียญเท่ากับสองล้านกว่าบาท ลดลงกว่าครึ่งแล้วมาวิ่งอยู่ที่ 1 เหรียญเท่ากับหนึ่งล้านบาทภายในเดือนเดียว (มีวันที่หลุดหนึ่งล้านลงมาด้วยนะครับ)

ทั้งที่ในเดือน กุมภาพันธ์ ก่อนหน้านี้ นาง เจนเน็ต เยลเลน รัฐมนตรีคลังสหรัฐฯ กล่าวเตือนในระหว่างการเข้าร่วมประชุม New York Time DealBook เกี่ยวกับอันตรายของบิตคอยน์อย่างชัดเจน เพื่อเตือนสตินักลงทุนที่กำลังฮึกเหิมจากราคา Bitcoin ที่ทยานขึ้นเรื่อยๆ โดยเธอให้เหตุผลอยู่สามข้อว่าทำไมถึงต้องระวังการลงทุนใน Cryptocurrency อย่าง Bitcoin ดังนี้
เธอเชื่อว่า Bitcoin ยังไม่สามารถเป็นที่ยอมรับเพื่อทำธุรกรรมในวงกว้างได้
เธอเป็นห่วงการใช้ Bitcoin ในทางที่ผิดกฏหมายโดยเฉพาะการฟอกเงิน
เธอให้ข้อคิดว่าการขุดเหมือง Bitcoin ใช้พลังงานไฟฟ้าอย่างมหาศาลเกินความจำเป็น

ตัวผมเองไม่ได้มีปัญหาอะไรกับ Bitcoin หรือ Cryptocurrency แต่อย่างใด กลับมองว่าแนวคิด Decentralized ในเทคโนโลยี Blockchain ของ Bitcoin เป็นอะไรที่มีประโยชน์และอาจเป็นเทคโนโลยีเปลี่ยนโลกได้เลยทีเดียว แต่เพียงแค่การจะนำมาใช้เป็นสกุลเงินในการแลกเปลี่ยนสินค้าและบริการในชีวิตประจำวันจริงๆยังเป็นไปได้ยาก เพราะยังมีจุดอ่อนใหญ่ในความเป็น Decentralized ของมันเองนี่แหละครับ

ถึงแม้การไม่มีศูนย์รวมตรงกลางของระบบหรือที่เราเรียกว่าการ Decentralize จะมีข้อดีหลายอย่าง เช่น จะไม่สามารถมีใครโกงใครได้ หรือ ไม่มีใครสามารถ Copy งานของใครได้ ที่สำคัญจะไม่มีใครหรือผู้มีอำนวจหน้าไหนเข้ามาแทรกแซงระบบทำให้เกิดการบิดเบือนได้ แต่อย่าลืมว่าในโลกความเป็นจริงมนุษย์ยังคงต้องการการกำกับดูแล และผู้ที่มีหน้าที่บริหารจัดการประเทศก็ยังคงไม่ยอมให้มีระบบอิสระที่ไม่สามารถควบคุมได้ มาบ่อนทำลายอำนาจการปกครองของตนเอง สัจธรรมข้อนี้เป็นเรื่องยากมากที่จะมีระบบไหนเข้ามาแทนที่ได้

นี่แหละครับจึงเป็นสาเหตุให้รัฐบาลจีนที่มีอำนาจเบ็ดเสร็จ เป็นประเทศแรกๆที่ออกมาต่อต้านการทำธุรกรรมของเงิน Digital รวมถึงต่อต้านการขุดเหมือง Bitcoin ซึ่งผมก็เชื่อว่าทุกประเทศทั่วโลกก็คงจับจ้องเรื่องนี้อยู่พอสมควรแต่การเคลื่อนไหวอาจจะยังไม่เฉียบขาดเท่าประเทศจีน

อย่างประเทศอินเดียเองเรื่องการไม่สนับสนุน Cryptocurrency จากภาครัฐก็ใช่ว่าเป็นเรื่องใหม่ รัฐบาลอินเดียเคยสั่งห้ามธนาคารภายในประเทศรับแลกเปลี่ยนเงิน Crypto มาเป็นเงินจริง แต่เนื่องจากมีการตู่สู้คดีจนสุดท้ายต้องสั่งเพิกถอนคำสั่งนี้ออกไป แต่ก็ใช่ว่าจะสิ้นสุดลงเพราะถึงปัจจุบันนี้ธนาคารในอินเดียเองก็ยังไม่สามารถที่จะให้บริการรับแลกเปลี่ยนเหรียญ Cryptocurrency อยู่ดี

ย้อนกลับมาดูคำแนะนำในทางเลือกที่สอง ซึ่งก็คือการเลือกที่จะสู้ต่อหรือเลือกที่จะถือต่อไปนั่นเอง จริงๆการเลือกทางนี้ไม่ใช่เรื่องผิดเพราะไม่มีใครสามารถรู้อนาคตได้ มันอาจจะกลับขึ้นมาจนท่านได้เงินต้นคืนหรือทำกำไรต่อไปให้กับท่านก็ได้ เพียงแต่ท่านควรพิจารณาให้รอบคอบ ฟังเหตุผลจากรอบด้าน อย่าตัดสินใจโดยเข้าข้างตนเอง

ผมจึงมีอีกหนึ่งประเด็นที่อยากให้ท่านพิจารณาก่อนเลือกทางเลือกนี้ นั่นคือประเด็นที่ท่านต้องแน่ใจให้ได้ว่าเงินก้อนนี้ของท่านไม่ได้ต้องการสภาพคล่องจนต้องถอนใช้เร็วๆนี้ เพราะถ้าท่านต้องถอนใช้เร็วๆนี้ ท่านจะมีโอกาสสูงมากที่จะขาดทุนอย่างแท้จริง เพราะการลงทุนที่หดตัวขนาดนี้การกลับขึ้นมาเหมือนเดิมไม่ใช่เรื่องง่าย มันอาจใช้เวลาเป็นปีหรือหลายปี อย่างไรก็ตามหากท่านยังเลือกทางที่จะสู้ต่อ และอยากได้คืนเร็ว ท่านก็อาจต้องใช้ความพยายามในการ Trade อย่างมาก บวกกับฝึมือและภาวนาว่าอย่าให้มีข่าวร้ายอะไรมาซ้ำเติมอีก เป็นอันพอ

ถ้าใจผมตอนนี้อยากแนะนำอะไร ผมก็คงอยากจะบอกนักลงทุนว่าให้ท่านตั้งทัพการลงทุนของท่านใหม่ดีกว่าอย่าเอาเงินของท่านมากระจุกในการลงทุนเพียงสิ่งเดียว เปรียบเสมือนเราไม่เอาไข่ไว้ในตะกร้าใบเดียว นั่นก็คือท่านควรแบ่งเงินเพื่อลงทุนในทางเลือกอื่นบ้างหรือการสร้างพอร์ตการลงทุนลงทุนนั่นเอง ยกเว้นถ้าท่านได้มีการแบ่งเงินมาแล้วและเงินก้อนนี้เป็นเงินเพียงเล็กน้อยของท่านๆก็สามารถเดินหน้าต่อสู้ต่อได้ หรือแม้แต่ท่านจะจับจังหวะข้ามไปข้ามมาระหว่างสินทรัพย์ต่างๆก็สามารถทำได้ ด้วยเงินก้อนเล็กๆนี้

หากท่านใดต้องการคำแนะนำในการวางแผนการลงทุนติดต่อมาได้เลยนะครับ ไม่ว่าช่องทาง inbox หรือเข้าไปดูข้อมูลหน้าเว็บ TheSunOfTheFuture.com ยินดีเป็นที่ปรึกษาให้ท่านครับ

หรือหากท่านต้องการศึกษาบทความนี้อย่างละเอียดก็สามารถเข้าไปชมได้ใน TheSunOfTheFuture.com เช่นกัน

ชูชาติ ช่างสัก CFP

👉🏻วางแผนการเงินที่ได้รับการรับรองคุณวุฒิ จากสมาคามนักวางแผนการเงินระดับสากล
👉🏻ผู้แนะนำการลงทุนของตลาดหลักทรัพย์

ข้าราชการ กบข ห้ามพลาดกับ Live เปิดตัวและสรุปบทความ "วิธีเลือกการลงทุนใน กบข. แบบไม่ต้องมานั่งนึกเสียดายทีหลัง(สำหรับสมา...
29/05/2021

ข้าราชการ กบข ห้ามพลาดกับ Live เปิดตัวและสรุปบทความ

"วิธีเลือกการลงทุนใน กบข. แบบไม่ต้องมานั่งนึกเสียดายทีหลัง(สำหรับสมาชิกกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ)"

แล้วชีวิตจะง่ายขึ้นหากได้ฟังสรุปนี้

😡ถ้ารู้อย่างนี้ ชีวิตจะไม่ประมาทอีกต่อไป (โควิด ไม่ได้สอนเราแค่เรื่องสุขภาพ)😡ใครจะไปคาดคิดว่า Covid-19 จะทำให้เราต้องหัน...
19/05/2021

😡ถ้ารู้อย่างนี้ ชีวิตจะไม่ประมาทอีกต่อไป (โควิด ไม่ได้สอนเราแค่เรื่องสุขภาพ)😡

ใครจะไปคาดคิดว่า Covid-19 จะทำให้เราต้องหันมาคอยดูแลสุขภาพอย่างดี ทั้งอาหารการกินและการออกกำลังกาย แต่มากกว่านั้นก็คือเรื่องของการเงิน ที่ทำให้เราต้องคิด เพราะช่วงนี้เราเห็นในข่าวอยู่บ่อยครั้งว่ามี ดารา นักร้อง นักแสดง คนมีชื่อเสียง หลายคน ต้องนำทรัพย์สินของตนเองมาขายเพื่อประทังชีวิต ซึ่งเราไม่อยากจะเป็นเช่นนั้น

ดารา นักร้อง นักแสดง เหล่านั้น คือตัวอย่างที่ดีที่สุด ของคนที่ในช่วงรุ่งเรือง มีเงินมีทอง มีรายได้อย่างต่อเนื่อง ไม่เคยคิดที่จะวางแผนเรื่องการเงิน จากคำกล่าวที่ว่า “ดูระครให้ย้อนดูตัว” ตัวอย่างเหล่านี้จึงเหมาะที่สุดที่ทำให้เราต้องย้อนดูตัวเอง ว่าก่อนหน้านี้เราใช้ชีวิตเช่นไร เราประมาทในเรื่องเหล่านี้หรือไม่

👉ไม่เคยคิดว่าต้องเก็บออมเงิน (ถึงแม้คิดแต่ก็ทำไม่ได้) มีเงินเท่าไหร่ก็ใช้หมด
👉ไม่เคยคิดว่าต้องมีการกันเงินเผื่อฉุกเฉิน หรือแบ่งเงินเป็นส่วนๆเพื่อวัตถุประสงค์ต่างๆ
👉ไม่เคยคิดหรือกังวลเรื่องค่ารักษาพยาบาล และไม่เคยคิดซื้อประกัน
👉ไม่เคยคิดเรื่องการลงทุนเพราะรู้สึกยากและกลัวความเสี่ยง (แต่ซื้อหวย…!)

ธนาคารแห่งประเทศไทยนำเสนอสถิติของคนไทยที่เคยมีงานทำแล้วตกงาน ในปี 2563 มีตัวเลขเฉลี่ยถึงเดือนละ 485 คน ในขณะที่ปี 2562 และปี 2561 อยู่ที่เฉลี่ยเดือนละ 191 คน นั่นคือมีคนตกงานเพิ่มขึ้นมากเป็นเท่าตัวเทียบกับปีก่อนหน้า สอดคล้องกับข้อมูลสภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ที่เปิดเผยออกมาว่าในปี 2563 สถิติผู้ว่างงานเพิ่มเป็น 1.69 ซึ่งก่อนหน้านี้เราไม่เคยมีสถิตผู้ว่างงานเกิน 1 มานานแล้ว

สำนักงานสภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติยังเปิดเผยอีกว่าในปี 2563 ชั่วโมงการทำงานภาคเอกชนจากที่เคยอยู่ที่ระดับประมาณ 45-46 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ลดลงเหลือเพียง 43.2 ชั่วโมง/สัปดาห์ และชั่วโมงการทำ OT ก็ลดลงจากที่เคยอยู่ที่เฉลี่ย 6.5-7.5 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ แต่ปี 2563 เหลือเพียง 5.6 ชั่วโมง/สัปดาห์ เท่านั้น นั่นหมายถึงรายได้ของครัวเรือนไทยน้อยลง

ไม่มีใครอยากเป็นหนึ่งในคนที่อยู่ในสถิติเหล่านี้ แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าเราทุกคนมีความเสี่ยง หลายคนที่ยังไม่คิดไม่ตระหนักถึงเรื่องการวางแผนการเงิน ผมว่าถึงเวลาที่เราต้องกลับมาวางแผนชีวิตให้ดี เพื่อตัวของท่านเองและครอบครัว

คำถามคือต่อจากนี้ไปถึงอนาคตข้างหน้าท่านควรทำอย่างไรกับเรื่องการเงินของท่านเอง ณ ตอนนี้สำหรับคนที่ประสบปัญหาไปแล้วก็ขอเป็นกำลังใจให้ผ่านพ้นวิกฤตนี้ไปได้ และกลับคืนสู่ภาวะปกติเร็วที่สุด และสำหรับคนที่ยังพอมีรายได้อยู่ ผมก็มีคำแนะนำแบบพื้นฐาน ดังต่อไปนี้

1)ใช้หลักการ “จ่ายให้ตนเองก่อน จ่ายให้คนอื่น” หมายความว่าถ้ามีรายได้ควรรีบหักเข้าระบบออมของตนเอง ไม่ว่าจะเป็น ซื้อกองทุนรวม หรือหักไปฝากในบัญชีเงินฝาก อาจจะวางแผนหักแค่ 5%-10% ของรายได้ต่อเดือนหรือหักมากกว่านี้ก็ได้ครับ แต่ต้องทำอย่างสม่ำเสมอ

2)ไม่ควรเอาเงินไปไว้ในบัญชีเงินฝากมากเกินไป เพราะมันจะทำให้เสียเวลาและเสียโอกาสทางการเงิน ให้มีไว้ประมาณ 3-6 เท่าของค่าใช้จ่ายรายเดือนของท่านก็พอ

3) นำเงินส่วนที่เหลือจากเงินฝากไปวางแผนการลงทุน จะเสี่ยงขนาดไหนก็แล้วแต่ระยะเวลาในการที่ท่านจะอยากใช้เงิน แต่อย่าลืมจัดสรรสินทรัพย์หรือจัดพอร์ตนะครับ (อันนี้คนส่วนใหญ่มักต้องการที่ปรึกษาเพราะหากศึกษาด้วยตนเองอาจใช้เวลา แนะนำให้หาผู้เชี่ยวชาญมาให้คำแนะนำนะครับ หากหาไม่ได้ก็ติดต่อผมได้ครับ)

4) อย่างไรก็ตามเพื่อให้แผนการเงินมั่นคงและการดำเนินชีวิตราบรื่น เราไม่ควรลืมที่จะบริหารความเสี่ยงโดยใช้ประกันเป็นเครื่องมือ ทั้งประกันชีวิตและประกันภัย จะให้มีผลประโยชน์คุ้มครองแบบไหน มากน้อยเท่าไรก็ขึ้นอยู่กับความจำเป็นและความสามารถในการจ่ายเบี้ยประกันนะครับ

เรื่อง #การวางแผนการเงิน ถือว่าเป็นเรื่องยาก แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าเป็นเรื่องสำคัญมาก สิ่งไหนเริ่มได้ก่อนก็ลงมือได้เลย อย่าประวิงเวลาโดยบอกตนเองว่า “เดี๋ยวค่อยทำ” เพราะเราไม่รู้ว่าเมื่อไหร่สถานการณ์เลวร้ายจะเกิดขึ้นอีก เราคงไม่อยากให้ชีวิตตนเองอยู่อย่างยากลำบากในอนาคต ขอเป็นกำลังใจให้ทุกท่าน

จงใช้ชีวิต
07/05/2021

จงใช้ชีวิต

❤️😀วิธีเลือกการลงทุนใน กบข. แบบไม่ต้องมานั่งนึกเสียดายทีหลัง(สำหรับสมาชิกกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ)😀❤️ครั้งหนึ่งต้นปี ...
01/04/2021

❤️😀วิธีเลือกการลงทุนใน กบข. แบบไม่ต้องมานั่งนึกเสียดายทีหลัง(สำหรับสมาชิกกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ)😀❤️

ครั้งหนึ่งต้นปี 2564 ในกลุ่มไลน์เพื่อนๆสมัยเรียนตอนปริญญาตรีของผม มีเพื่อนคนหนึ่ง Post ผลการดำเนินการของพอร์ตการลงทุนของ กบข. และสอบถามเพื่อนๆที่อยู่ในห้องไลน์ด้วยกัน ซึ่งส่วนใหญ่ก็คือข้าราชการ ว่าใครเลือกแผนการลงทุนรึยัง?

ท่านเชื่อหรือไม่ ไม่มีใครในห้องไลน์ตอบกลับคำถามนี้เลยสักคน… ทั้งที่ภาพผลการดำเนินงานที่เพื่อนคนนี้ส่งมาก็ดูน่าสนใจ ผมเดาด้วยตนเองว่าน่าจะมี 3 เหตุผลที่เพื่อนๆผมไม่ตอบกลับ คือ 1) ไม่กล้าเปิดเผย 2) ไม่เคยรู้ว่ามีสิทธิ์เลือก 3) ไม่แน่ใจว่าต้องทำยังไงเพราะทางเลือกเยอะไปหมด

สิ่งที่สมาชิก กบข.หลายท่านคงคิดเหมือนกันก็คือ แล้วต้องเลือกยังไง ทางเลือกไหนถึงเป็นทางเลือกที่ดี เลือกแล้วมันน่าจะยุ่งยาก สุดท้ายก็เลยไม่คิดที่จะทำอะไรกับแผนการลงทุนของตนเอง แล้วก็ปล่อยทิ้งไว้จนเนิ่นนาน

แต่ในความเป็นจริง เพียงแค่เราเลือกการลงทุนให้เหมาะสมกับตนเอง อาจทำให้เงินเติบโตอย่างที่คาดไม่ถึงเลยก็ได้

จริงๆผมเขียนบทความอย่างละเอียด บนเว็บไซท์อย่างเป็นทางการของผม เพื่อช่วยให้ท่านสามารถเลือกการลงทุนที่เหมาะสมกับตัวท่านเองได้ หากท่านสนใจอ่านรบกวนคลิ๊ก https://thesunofthefuture.com/%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%98%e0%b8%b5%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%a5%e0%b8%87%e0%b8%97%e0%b8%b8%e0%b8%99%e0%b9%83%e0%b8%99-%e0%b8%81%e0%b8%9a%e0%b8%82/

แต่เพื่อเป็นการกระชับใจความสำคัญจากบทวิเคราะห์ดังกล่าว ผมขอสรุปคร่าวๆดังนี้

🚩กบข. กำหนดให้มีทางเลือก 8 แผนการลงทุน ดังต่อไปนี้

แผนหลัก : จัดเป็นพอร์ต เสี่ยงปานกลางค่อนข้างต่ำ เหมาะกับ กลุ่มคนที่เน้นเงินส่วนใหญ่ปลอดภัย ไม่เน้นผลตอบแทนต้องเติบโตอย่างรวดเร็ว

แผนตลาดเงิน : เป็นพอร์ตเสี่ยงต่ำ เน้นปลอดภัยไว้ก่อนไม่ให้เงินต้นหาย แต่ต้องยอมรับผลตอบแทนที่ต่ำ เหมาะกับพวกไม่ต้องการเห็นเลขการลงทุนหดตัว

แผนตราสารหนี้ : เป็นพอร์ตเสี่ยงต่ำ ผลตอบแทนอาจดีกว่าแผนตลาดเงินนิดหน่อย แต่ก็จะไม่เติบโตแบบหวือหวา เหมาะกับคนที่ไม่สามารถทนทานต่อการหดตัวของตัวเลขการลงทุนได้

แผนผสมหุ้นทวี : เป็นพอร์ตในระดับเสี่ยงปานกลางค่อนข้างสูง เหมาะกับคนที่ต้องการสร้างโอกาสให้เงินเติบโตมากกว่าแผนหลัก แต่ต้องทนทานต่อความผันผวนที่มากขึ้นไปด้วย

แผนสมดุลตามอายุ : เป็นแผนที่เน้นปรับเปลี่ยนสัดส่วนพอร์ตให้เหมาะสมกับช่วงอายุของสมาชิกโดยอัตโนมัติ เหมาะกับใครที่ไม่ค่อยมีความรู้เรื่องการลงทุน

แผนกองทุนอสังหาริมทรัพย์ไทย : เป็นแผนที่เน้นลงทุนในสินทรัพย์กลุ่มอสังหาริมทรัพย์และโครงสร้างพื้นฐาน ผ่านกองทุนรวมหรือกอง REITs ในประเทศไทย

แผนตราสารทุนไทย : เป็นแผนเน้นลงทุนในหุ้นไทยเท่านั้น แผนลงทุนนี้ถือว่าเสี่ยงสูงมาก แต่การลงทุนระยะยาวๆ ทางเลือกนี้ก็เป็นทางเลือกที่ดีได้

การผสมแผนการลงทุนด้วยตนเอง : ท่านสามารถเลือกสัดส่วน (%) ของสินทรัพย์ด้วยตัวท่านเอง โดยการผสมผสาน แผนตราสารหนี้ แผนกองทุนอสังหาริมทรัพย์ไทย และแผนตราสารทุนไทย

🚩ตั้งแต่ ปี 2553 กบข.ได้มีการเปลี่ยนแปลงการแสดงผลการดำเนินงานเป็นมูลค่าต่อหน่วย ทำให้เราติดตามผลประกอบการได้ชัดเจนมากขึ้น

ผมใช้ข้อมูลมูลค่าหน่วย มาหาค่าเฉลี่ยเรขาคณิตของผลตอบแทนย้อนหลัง 5 ปี แผนสมดุลตามอายุ-EQ65 มีผลตอบแทนดีที่สุดที่ 7.31% ต่อปี รองลงมาคือแผนผสมหุ้นทวี ซึ่งทำผลตอบแทนอยู่ที่ 5.16% และผลตอบแทนต่ำสุดอยู่ที่ 1.47% ของแผนตลาดเงิน ซึ่งก็เป็นไปตามคาดเพราะแผนตลาดเงินคือแผนที่เสี่ยงต่ำที่สุดทำให้ผลตอบแทนได้น้อยสุดไปด้วย

หากท่านต้องการดูรายละเอียดการคำนวณที่ผมทำไว้ ลองไปอ่านในหน้าเว็บของผม ที่ https://thesunofthefuture.com/%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%98%e0%b8%b5%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%a5%e0%b8%87%e0%b8%97%e0%b8%b8%e0%b8%99%e0%b9%83%e0%b8%99-%e0%b8%81%e0%b8%9a%e0%b8%82/

🚩ผมแบ่งแผนการลงทุนเหล่านี้ออกมาได้เป็น 4 กลุ่มตามระดับความเสี่ยงเพื่อให้เราเปรียบเทียบได้ง่ายขึ้น

กลุ่มที่ 1: ทางเลือกที่เสี่ยงต่ำสุดจนแทบเรียกได้ว่าไม่มีความเสี่ยงเลย นั่นคือแผนตลาดเงิน

กลุ่มที่ 2: ทางเลือกที่เสี่ยงต่ำ และมีเพียงแผนเดียวคือ แผนตราสารหนี้

กลุ่มที่ 3: ทางเลือกที่เสี่ยงกลาง อันนี้สามารถพิจารณาได้เป็น แผนหลัก แผนผสมหุ้นทวี และแผนสมดุลตามอายุ-EQ20 ซึ่งมีปริมาณหุ้นที่ใกล้เคียงกัน

กลุ่มที่ 4: ทางเลือกที่เสี่ยงสูง ก็คือแผนสมดุลตามอายุ-EQ65 ซึ่งเป็นแผนสำหรับคนที่อายุที่ต่ำกว่า 45 ปี

🚩หากท่านเลือกกลุ่มที่ 1 ,2 หรือ 4 ท่านก็ไม่จำเป็นต้องพิจารณาเปรียบเทียบกับสิ่งใด เพราะมีเพียงแผนเดียวให้เลือก แต่กลุ่มที่ 3 ต้องใช้ค่า Sharp Ratio ประกอบการพิจารณาเลือก

หลังจากที่ปรับความเสี่ยงเท่าให้เท่ากันที่ 1 หน่วยแล้ว แผนสมดุลตามอายุ-EQ20 ซึ่งมีสัดส่วนของหุ้นอยู่ที่ 20% มีประสิทธิภาพในการบริหารได้ดีที่สุดเพราะในทุกๆ 1 หน่วยความเสี่ยงที่สร้างมาสามารถทำผลตอบแทนได้ดีกว่าเพื่อน ในที่นี้แผนสมดุลตามอายุ-EQ20 ทำได้อยู่ที่ 2.11% ต่อ 1 หน่วยความเสี่ยง

แผนผสมหุ้นทวี และแผนหลักทำได้เพียง 1.5% และ 1.86% ต่อ 1 หน่วยความเสี่ยงตามลำดับ

🚩เปรียบเทียบแผนตลาดเงินกับกองทุนตลาดเงินโดยทั่วไป แผนตลาดเงินถือว่าทำได้ดี

แผนตลาดเงินของ กบข. มีผลตอบแทน 5 ปีย้อนหลังเฉลี่ยต่อปีอยู่ที่ 1.47% ซึ่งถือว่าอยู่ในระดับกลุ่ม Top 25%แรก ถึงแม้ไม่ถึง Top 5% แต่ก็ถือว่าอยู่กลุ่มบน

และ Percentile ของความเสี่ยงของแผนตลาดเงิน อยู่ที่ Percentile ที่ 50 นั่นหมายความว่าการจัดการความเสี่ยงเของแผนตลาดเงินของ กบข.ทำได้ระดับกลางๆเมื่อเทียบกับกองทุนตลาดเงินทั่วไป

🚩แผนตราสารหนี้ ทำผลตอบแทนได้ระดับสูงเมื่อเทียบกับกองทุนรวมที่มีนโนบายลงทุนคล้ายกันในทองตลาด แต่ด้วยค่าความเสี่ยงที่สูงกว่าเพื่อน ทำให้ผู้ที่รับความเสี่ยงได้ต่ำ ต้องระมัดระวังในการลงทุนทางเลือกนี้

แผนตราสารหนี้ของ กบข.สามารถทำผลตอบแทนย้อนหลัง 5 ปี ได้ถึง 2.59% ทำให้จัดอันดับได้อยู่ในระดับ Top 5% ของกองทุนรวมประเภทเดียวกันเลยทีเดียว แต่พอพิจารณาค่าความเสี่ยง SD ของแผนนี้แทบจะเรียกได้ว่าอยู่ในกลุ่มล่างสุดเพราะหลุด Percentile ที่ 95 ลงมา

🚩แผนหลักและแผนสมดุลตามอายุ-EQ20 เป็นสองแผนที่มีสัดส่วนการลงทุนใกล้เคียงกัน ทำผลตอบแทนเมื่อเทียบกับกองทุนรวมที่มีนโนบายลงทุนคล้ายกันในท้องตลาด ถือว่าน่าประทับใจ

ผลการดำเนินงานย้อนหลัง 5 ปี ของทั้งสองแผนอยู่ในระดับ Top 5% และระดับความผันผวนก็อยู่ในระดับ Top 25% ดังนั้นถือว่าทั้งทั้งสองแผนมีผลการดำเนินงานที่ดีมาก

🚩เมื่อเทียบผลการดำเนินงานของแผนผสมหุ้นทวีกับกองทุนรวมที่มีนโนบายลงทุนคล้ายกันในท้องตลาด ถือว่าอยู่ในระดับแนวหน้า

ทั้งผลตอบแทนย้อนหลัง 5 ปีและความผันผวนของแผนผสมหุ้นทวี สามารถทำผลงานอยู่ในระดับ TOP 5% ซึ่งถือว่าน่าประทับใจเลยทีเดียว

🚩แผนสมดุลตามอายุ-EQ65 ก็มีผลการดำเนินงานและความผันผวนเมื่อเทียบกับกองทุนรวมที่มีนโนบายลงทุนแบบเสี่ยงสูงเหมือนกัน ที่ออกมาค่อนข้างน่าประทับใจ

ผลตอบแทนย้อนหลัง 5 ปี ของแผนนี้ ถือว่าเกือบทำได้ในระดับ Top 5% แต่ที่น่าประทับใจคือความผันผวน ทำได้ในระดับ Top 5% เลยทีเดียว

จริงๆแล้วแผนสมดุลตามอายุนี้ท่านไม่สามารถจะเลือกพอร์ตเองได้ เพราะมันขึ้นอยู่กับอายุของท่าน และจะมีการปรับไปตามช่วงอายุที่แก่ขึ้น โดยผสมผสานกับ แผนสมดุลตามอายุ-EQ20 นั่นหมายความว่าหากท่านเลือกแผนนี้ ในระบบของ กบข.จะจัดการให้ท่านอย่างอัตโนมัตินั่นเอง

🚩กบข.เปิดให้สมาชิกใช้สิทธิ์ปรับเปลี่ยนแผนการลงทุนได้ถึง 12 ครั้งต่อปี โดยส่งคำสั่งเลือกหรือเปลี่ยนได้ 5 ช่องทาง ดังนี้

ผ่านแอป กบข. My GPF Application
ผ่านเว็บไซด์ My GPF Website
ส่งเอกสารมายัง กบข. โดยกรอกข้อมูลในแบบแสดงความประสงค์เลือกหรือเปลี่ยนแปลงแผนการลงทุน
ผ่าน Investment Service
ผ่าน Line กบข.( Community)

🚩กล่าวโดยสรุป ผลการดำเนินงานของแต่ละแผนการลงทุนของ กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ( กบข.) ถือว่าน่าสนใจ โดยเฉพาะแผนที่มีความเสี่ยงปานกลางจนถึงเสี่ยงสูง ถือว่าทำผลการดำเนินงานได้น่าประทับใจ

อย่างไรผมก็ยังคงต้องฝากข้อคิด ในเรื่องการกระจายการลงทุน ท่านควรที่จะวางแผนการลงทุนไม่ใช่แค่กระจุกในกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ ถึงแม้จะเป็นทางเลือกที่ดี แต่ในโลกปัจจุบันนี้ยังมีทางเลือกที่ดีอีกหลากหลายให้ท่านเลือกลงทุน

เพราะการกระจุกตัวอยู่ที่ใดที่หนึ่ง ก็เหมือนกับท่านฝากชีวิตไปแขวนไว้กับเสาต้นเดียว หากเสานั้นล้มลงชีวิตก็พังไปด้วย ดังนั้นแนะนำให้ท่านสร้างทางเลือกการลงทุนอื่นๆ เพิ่มเติม เช่น RMF , SSF หรือ กองทุนทั่วๆไป เป็นต้น

🚩อย่าลืมว่าชีวิตการทำงานของเรากว่าจะหาได้แต่ละบาท เราก็ควรใช้สิทธิ์ที่เค้ามีให้อย่างคุ้มค่า และมีประสิทธิภาพมากที่สุด เงินของเราจะได้เติบโตอย่างเหมาะสม

พอเกษียณอายุเราจะได้ไม่ต้องมามานั่งนึกเสียดายเมื่อเห็นเพื่อนที่เกษียณด้วยกันเขาได้รับเงินก้อนจาก กบข. ที่มากกว่าเรา

ทั้งนี้หากท่าน ยังคิดว่านี่คือเรื่องยาก และต้องการผู้เชี่ยวชาญมาให้คำแนะนำ ท่านสามารถติดต่อผมได้โดยทิ้งข้อความส่วนตัวมาถึงผม หรือหากท่านต้องการศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมว่าผมทำอะไรได้บ้าง ท่านก็สามารถเรียนรู้ได้จาก เว็บไซท์ของผมเอง https://thesunofthefuture.com/

เอาเวลาไปทำสิ่งที่ท่านถนัด ยกเรื่องยุ่งยากพวกนี้ให้ผมครับ แล้วชีวิตของท่านจะดีขึ้นไปอีก

รีบตัดสินใจนะครับ เวลาผ่านไปเงินของท่านก็อาจเสียโอกาสไปหลายบาทแล้วก็ได้ เป็นกำลังใจให้ครับ

ที่อยู่

Chiang Mai
50300

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ ดวงอาทิตย์ทางการเงิน-The Sun of The Futureผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง ดวงอาทิตย์ทางการเงิน-The Sun of The Future:

แชร์