29/10/2025
🤎
- ในหลวง (ร.9) รับสั่งครอบครัวจะได้อยู่พบกันเฉพาะช่วงรับประทานอาหารกลางคืน -
(ทูลถาม) ในการที่ทรงมีพระราชกรณียกิจเสด็จฯไปทรงเยี่ยมราษฎร และทรงงานศิลปาชีพ ทรงแบ่งเวลา ในแต่ละวันอย่างไร
พระราชินี (ทรงตอบ) : ตอนหลังๆนี่แบ่งลำบากมาก เพราะว่าพระเจ้าอยู่หัวท่านรับสั่งว่า ตอนนี้ต่างคนต่างเป็นเครื่องจักร พบกันระหว่างทำงานด้วยกัน อยู่ในหมู่คน แล้วที่ครอบครัวจะได้อยู่พบกันก็คือที่รับประทานอาหารกลางคืนด้วยกัน เท่านั้นเอง โดยมากอย่างที่ไปต่างจังหวัดนี่ ต่างคนต่างออกไปทำงานแล้วกลับมาก็ต้องสรุปข้อความอีกว่าใครจด อะไรบ้าง สิรินธรจะเขียนที่เขาจดมาแล้วส่งที่กองราชเลขาฯ สมเด็จฯ จุฬาภรณ์จดส่วนที่เขาเขียนมา ฉันก็สรุปของที่ ฉันเขียนมา ทุกคนนางสนองพระโอษฐ์ นางพระกำนัลทุกคน ก็สรุปอย่างนั้น ต่างคนต่างทำงานกัน อย่างออกไปวิ่ง ตอนตี ๑ ที่นราธิวาสปีที่แล้ว (พ.ศ.๒๕๒๒) นางสนองพระโอษฐ์คนหนึ่งวิ่งตามมาบอกว่า หม่อมฉันเพิ่งสรุปเสร็จ (ทรงพระสรวล)
สมมติว่าเสด็จฯ กลับมาถึงพระตำหนัก ๒ ทุ่มครึ่ง ๓ ทุ่ม กว่าจะเสร็จสรุปก็ใกล้ตีหนึ่ง เขารับประทานพลางแล้ว เขียนสรุป เพราะว่าไม่เคยชอบที่ว่าประชาชนมาขอให้ช่วยเหลือแล้ว สักแต่ว่าเขียนใบส่ง ให้เขาส่งไปโรงพยาบาล ให้ค่ารถแล้วก็แล้วไป อันนี้ไม่ชอบ ต้องตามผลงานเสมอว่า ถ้าเขาเป็นโรคหัวใจ ส่งเขาไปผ่าตัดนี่ ลูกข้างหลังเล็กๆ นี่จะอยู่กับใคร ถ้าแม่มาผ่าตัด พ่อไปทำงาน คือหมายความว่านางสนองพระโอษฐ์กับนางพระกำนัล ต้องทำละเอียดมากเลย เขาไม่มีวันหยุดเสาร์อาทิตย์เพราะว่าเราก็บอกกันว่าช่วยเมืองไทยกันนะ
แล้วอีกประการหนึ่ง ฎีกาที่ถวายพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ก็มากมายก่ายกอง คือระยะหลังนี้ชาวบ้าน ก็มาปรับทุกข์กับพระเจ้าอยู่หัว มีอะไร เขาก็มาบอกปรับทุกข์หมดเลย มีอะไรก็ขอให้ท่านช่วยโน่นช่วยนี่หรือ แนะนำว่าเขาควรจะทำอะไร
อย่างชาวคลองใหญ่ที่ตราด เขาบอกว่าขอให้ชาวคลองใหญ่ ได้มีหมอไปดูแลอย่างน้อยเดือนครึ่งต่อครั้งหนึ่งก็ยังดี เพราะว่าชาวคลองใหญ่มีจำนวนมาก หมอไม่พอ เห็นคนเจ็บกันมาก ส่วนมากเป็นโรคหัวใจ แล้วก็โรคประสาท พอบอกว่าจะพยายาม เขาก็ดีใจ แต่ยังไม่ได้บอกว่ารัฐบาลว่าจะให้อะไรเขาได้เพราะไม่มีที่ดิน ที่ดินจำกัด
อาจจะต้องส่งเสริมศิลปาชีพ ต้องคิดอีก ถ้ามัดหมี่กันเกร่อ ล้นตลาด มีราคาถูก ชาวบ้านก็จนอีก ไม่มีอะไรดีขึ้นมา ถ้าย่านลิเภา เกร่อหมด มันก็ไม่ไหว คือต้องดูหาขอองใหม่อยู่เรื่อยสำหรับมูลนิธิศิลปาชีพฯว่าจะทำอะไรที่ไม่ใช่คนซื้อเพราะสงสาร เอ้า ช่วยกันซื้อ คนละไม้คนละมือ อย่างนั้นไม่ได้ เมืองไทยอยู่ไม่ได้ ต้องทำอะไรที่คนเห็นแล้วอยากซื้อเอง แล้วก็ต้องหาตลาดต่างประเทศเพื่อว่าเงินจะได้หมุนเวียนบ้างอย่างนี้ ถึงได้ลงทุนไปเมืองนอก แล้วพยายามพูดกับเพื่อนฝรั่งเขาว่าให้ช่วยหน่อย ไปตระเวนตามร้านต่างๆ ซึ่งเดี๋ยวนี้เขาก็ยินดีที่จะรับ โดยเฉพาะเขาจับใจ คนไทยที่ว่าช่วยเหลือพวกลี้ภัย
อย่างเดินไปตามถนนที่อเมริกา คนอเมริกันเขาถามว่า ขอโทษทีเป็นพระราชินีไทยใช่ไหม
- บอกใช่ เขาบอกว่าขอจับมือหน่อย ขอเช็คแฮนด์เพราะว่าคนไทยนี่ยอดมาก อุตส่าห์รับคนเขมรผู้ลี้ภัย
- บอก สงสารเขา
เรื่องการดูแลผู้ป่วยในชนบทนี้ ฉันได้พูดกับนักเรียนไทยในต่างประเทศว่า ขอให้นักเรียนไทย ซึ่งเป็นคนฉลาด มาทำปริญญาต่างๆ ทำพีเอชดี (ปริญญาเอก) มาทำอะไรต่ออะไร คิดดูให้ดี คิดให้ลึกซึ้ง ดูว่าเรานี่ เวลานี้ต้องช่วยกันพยุงเมืองไทยทุกทาง จะเผลอตัวไม่ได้เลย จะแบ่งคนมีจนอะไรนี่ไม่ได้เลย ต้องช่วยกันคนละมือสองมือ
บอกเขาตามตรงว่าคุณก็เป็นคนฉลาด มาเรียนสูงๆแล้วก็เห็นกับตาตัวเองใช่ไหม ระหว่างผิวหน้าเหลืองๆด้วยกัน คนที่เป็นเอกราชกับคนที่บ้านเมืองล้มนี่เป็นอย่างไร นักเรียนไทยเขาก็เงียบ
คนไทยก็ประเสริฐ นี่หมอไทยในอเมริกาเขาก็อาสาสมัครมาไทย เขาเข้าชื่อกันแล้วจะเวียนกันมา เรื่องนี้รักน้ำใจเขา เขาบอกว่าจะให้ช่วยอะไรท่านได้บ้าง
บอกช่วยเรื่องหมอได้ไหมเพราะว่าโรงพยาบาลท่านอาจารย์ฝั้นนี่ ลูกศิษย์มีศรัทธาสร้างโรงพยาบาลทันสมัยเจี๊ยบ แต่ว่าไม่มีบุคลากรเลย โรงพยาบาลพระยุพราชก่อนท่านอาจารย์วันสิ้น ปีสุดท้ายที่สกลนคร เสด็จฯไปเยี่ยมราษฎร เด็กถูกงูกะปะกัด ตัวดำไหม้หมดแล้ว บังเอิญวันนั้นมีหมอไปด้วยก็ได้ช่วยชีวิตเด็ก หมอดูแล้วบอกว่าแย่แล้ว นี่เด็กนี่ แกงกรีนกิน เริ่มแล้ว ถ้าไม่ผ่าตัดในวันนี้ก็ตาย พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รับสั่งให้รถจิ๊ปในขบวนให้เอาเด็กไปโรงพยาบาลเดี๋ยวนี้
ฉันซักแม่เด็กว่า นี่ลูกถูกงูกัด ทำไมไม่รู้จักพาไปโรงพยาบาล
เขาบอกว่า ไปไหน
ก็โรงพยาบาลพระยุพราชนั่นละ ทำไมไม่ไป
เขาบอกว่า ไปแล้วไม่มีคน
อย่างนี้ผู้หญิงไทยทำได้ นักข่าวหญิงช่วยได้มากเลยทำอย่างไร ก็รู้ละว่าเราเป็นระบอบประชาธิปไตย แต่ทำอย่างไรถึงจะทำให้ทุกคนมีความรู้สึกว่าแม้จะอยู่แห่งหนตำบลใด จะอยู่ประเทศไหนก็ตามแต่ ประเทศไทยนี้สำคัญ มีเอาไว้เป็นประการสำคัญ แม้แต่กับอนาคตของตนเอง
อยากให้หมอทั้งหลายในอเมริกานี่ร่วมลงชื่อกันมากกว่านี้ แล้วก็อยากให้ทำเป็นข้อเสนอว่าในปีนี้หมอไทย ที่อยู่ในต่างประเทศจะมาช่วยเมืองไทยได้กี่คน ใครจะมาได้ไหม ถ้ายิ่งสมัครกันในมุมกว้างก็ไม่ต้องมาบ่อย เพราะว่าเราขาด หมอจริงๆ
Cr : หนังสือรอยยิ้มของในหลวง ในบทชื่อ "พระราชินี พระราชทานสัมภาษณ์แก่กลุ่มนักข่าวหญิง" โดย อาริยา สินธุจริวัตร บุนนาค จากหนังสือพระราชกระแส สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ ๙ พระราชทานสัมภาษณ์ แก่กลุ่มนักข่าวหญิง เมื่อปีพุทธศักราช ๒๕๒๓
🤍🤍🤍
FB: โต๊ะป้าศรี CH Table