ช้อปประกัน

ช้อปประกัน ให้คำปรึกษาวางแผนทางการเงินผ่านกร?

08/11/2025

เฉลยแล้วน้า ใครเดาถูกมารายงานตัวกันเร็ว! 👧🏻🅰️🌪️

พรีเซนเตอร์ก็ใหม่ มาพร้อมประกันโรคร้ายใหม่ CI 123
ที่คุ้มครองโรคร้ายมากกกถึง 123 โรค 💙

มากันทั้ง #โตเล็กกับโตใหญ่ เที่ยงนี้รอดูพร้อมกันเลย!👀

#123เริ่มเลย
#แม่ชม #น้องเกล #แอบิเกล #ประกันโรคร้ายCI123 #คุ้มครองครบจบทุกโรคร้าย

สิ้นปีนี้ สุขคูณสอง 🎉วางแผนภาษีให้คุ้ม เปลี่ยนภาษีเป็นเงินออม + ความคุ้มครองชีวิต กับกรุงไทย-แอกซ่า ประกันชีวิต ลดหย่อนไ...
16/10/2025

สิ้นปีนี้ สุขคูณสอง 🎉
วางแผนภาษีให้คุ้ม เปลี่ยนภาษีเป็นเงินออม + ความคุ้มครองชีวิต กับกรุงไทย-แอกซ่า ประกันชีวิต ลดหย่อนได้สูงสุด 300,000 บาท

เลือกประกันให้ตรงเป้า ✅
• LifeReady – คุ้มครองตลอดชีพ ลดหย่อน 100,000 บาท
• Global Index 16/6 – สะสมทรัพย์ + ลุ้นผลตอบแทนรวม 624% ไม่ต้องตรวจสุขภาพ
• BumnanReady – วางแผนบำนาญ รับปีละ 25% ลดหย่อนสูงสุด 300,000 บาท

เริ่มวางแผนตอนนี้ ได้ทั้งเงินคืน ได้ทั้งความอุ่นใจ 💙

รายละเอียด 👉 https://ktaxa.live/Tax2025_KOLs_Lungtunman

#สิ้นปีนี้สุขคูณสอง #ประกันลดหย่อนภาษี

“สิ้นปีนี้ สุขคูณสอง” วางแผนภาษีแบบมืออาชีพไปกับ กรุงไทย-แอกซ่า ประกันชีวิต
กรุงไทย-แอกซ่า ประกันชีวิต x ลงทุนแมน

การยื่นภาษีฯ เป็นหน้าที่ของคนไทยที่มีรายได้เกิน 120,000 บาทต่อปีขึ้นไป
แต่จริง ๆ แล้วเราจะเริ่มเสียภาษีฯ จริง ๆ ก็ต่อเมื่อมีรายได้ 26,500 บาทต่อเดือนขึ้นไป

ตัวเลขนี้มาจากรายได้สุทธิหลังจากหักค่าใช้จ่ายและค่าลดหย่อนฯ เบื้องต้น
เช่น หักค่าใช้จ่ายสูงสุด 100,000 บาท, หักค่าลดหย่อนส่วนตัว 60,000 บาท, หักเงินสะสมประกันสังคม 9,000 บาท แล้วเหลือมากกว่า 150,000 บาทขึ้นไป

พูดง่าย ๆ ถ้าคิดย้อนกลับ 150,000+100,000+60,000+9,000 = 319,000 บาทต่อปี หรือเฉลี่ยต่อเดือนราว 26,500 บาท ใครที่เป็น First Jobber ก็มีโอกาสเสียภาษีฯ ด้วยเช่นกัน

แล้วตัวช่วยลดหย่อนภาษีอย่าง “การซื้อประกัน” น่าสนใจอย่างไร ?
ลงทุนแมนจะเล่าให้ฟัง

เมื่อพูดถึงการวางแผนภาษี
หลายคนมักจะผลักออกไปก่อนและรอใกล้ถึงช่วงสิ้นปี

สิ่งที่ตามมา นอกจากช่วงเวลากระชั้นชิดที่อาจจะกดดันเราจนตัดสินใจได้ไม่ดีแล้ว
จริง ๆ แล้วช่วงปลายปียังมีรายจ่ายมากมายที่รอเราอยู่ ทั้งภาระค่าใช้จ่ายต่าง ๆ เช่น การต่อประกันรถยนต์
หรือการท่องเที่ยวช่วงปีใหม่ ก็ต้องใช้เงินทุนไม่น้อยเช่นกัน

พอเป็นแบบนี้ การวางแผนภาษีตั้งแต่เนิ่น ๆ จึงเป็นเรื่องสำคัญที่ไม่ควรมองข้ามเลย

รู้หรือไม่ว่า กรุงไทย-แอกซ่า ประกันชีวิต เป็นหนึ่งในแบรนด์ที่คนไทยให้ความเชื่อถือ
นอกจากจะเป็นแบรนด์ที่เกิดขึ้นจากการผนึกกำลังของ บมจ.ธนาคารกรุงไทย กับแอกซ่า กรุ๊ป ผู้นำระดับโลกด้านการประกันแล้ว

การออกแบบผลิตภัณฑ์ประกันแต่ละครั้งยังมาจาก Insight ของผู้บริโภคจริง ๆ
หากลองสังเกตแคมเปญล่าสุดก่อนสิ้นปี 2568 อย่าง “สิ้นปีนี้ สุขคูณสอง” จะพบว่าเบื้องหลังมาจากความต้องการที่จะตอบโจทย์ที่หลากหลายของคนไทยทุกวัย

สุขแรกก็คือ สุขจากการลดหย่อนภาษี
ที่ทำให้หลายคนได้เงินคืน คล้ายกับการได้โบนัสอีกก้อนเลย

สุขต่อมาก็คือ การซื้อประกันที่ตอบโจทย์ได้อย่างตรงจุดตรงวัย
เพราะเงินของเราจะไม่เสียเปล่าอย่างแน่นอน แถมยังมีแบบประกันเป็นหลักให้ชีวิตมั่นคง

ทีนี้ลองมาเจาะลึกความน่าสนใจของแต่ละรูปแบบของ “สิ้นปีนี้ สุขคูณสอง” กันบ้าง

1. แบบประกันตลอดชีพ LifeReady

จุดเด่นหลัก ๆ คือ การให้ความคุ้มครองชีวิตยาวนานตลอดชีพจนครบอายุ 99 ปี
ที่ง่ายต่อการวางแผนทางการเงิน เพราะสามารถเลือกกำหนดระยะชำระเบี้ยได้ถึง 4 ระยะ เช่น 6 ปี, 12 ปี, 18 ปี และครบอายุ 99 ปี

ในส่วนของเบี้ยประกัน ก็ไม่ได้แพงอย่างที่คิด
ด้วยทุนประกันภัยขั้นต่ำเพียง 150,000 บาท และยังมีส่วนลดเบี้ยกรณีทุนประกันสูง
แถมยังแนบสัญญาเพิ่มเติมอื่น ๆ ที่จะตอบโจทย์ทุกความต้องการของชีวิตได้

ที่สำคัญ สามารถใช้สิทธิลดหย่อนภาษีได้สูงสุด 100,000 บาทต่อปี (ตามเงื่อนไขของกรมสรรพากร)

2. แบบประกัน Global Index 16/6

จุดเด่นหลัก ๆ คือ การปลดล็อกศักยภาพของประกันสะสมทรัพย์
ในรูปแบบประกันชีวิตแบบสะสมทรัพย์ผลตอบแทนการันตี ที่เพิ่มโอกาสรับผลตอบแทนจากการลงทุนในดัชนี Citi Grandmaster RC 5 Index ที่บริหารโดย Citi ในรูปแบบเงินปันผล (ถ้ามี)

ระยะเวลาคุ้มครอง 16 ปี ระยะเวลาชำระเบี้ยประกันภัย 6 ปี
มีโอกาสรับเงินคืน 2% ของจำนวนเงินเอาประกันภัย สิ้นปีกรมธรรม์ที่ 2 และ 4
และ 6% ของจำนวนเงินเอาประกันภัย สิ้นปีกรมธรรม์ที่ 6, 8, 10, 12 และ 14

พร้อมรับเงินคืนก้อนใหญ่เมื่อครบสัญญาที่ 590% ของจำนวนเงินเอาประกันภัย
รวมกับเงินปันผล (ถ้ามี) (เงื่อนไขเป็นไปตามที่ระบุไว้ในกรมธรรม์)

พูดง่าย ๆ ว่า แม้ตลาดจะผันผวน
แต่ก็ยังได้รับผลประโยชน์รวม 624% ของจำนวนเงินเอาประกันภัย เมื่อครบกำหนดสัญญา
และยังสามารถใช้สิทธิ์ลดหย่อนภาษีได้สูงสุด 100,000 บาทต่อปี (ตามเงื่อนไขของกรมสรรพากร)

ที่สำคัญ สมัครง่าย ๆ ไม่ต้องตรวจสุขภาพ ไม่ต้องตอบคำถามสุขภาพเลย

3. แบบประกัน BumnanReady

จุดเด่นหลัก ๆ คือ โอกาสรับเงินบำนาญแน่นอน แม้เศรษฐกิจจะไม่แน่นอน
โดยรับเงินบำนาญสูงสุดปีละ 25% ตั้งแต่อายุ 60-88 ปี รวมเงินบำนาญตลอดสัญญา 500% ของจำนวนเงินเอาประกันภัย

โดยวางแผนง่ายๆ ชำระเบี้ยได้ทั้งแบบสั้นๆ เพียง 8 ปี หรือเบาๆ ไปถึงอายุ 60 ปี
แถมยังสามารถเพิ่มเติมความคุ้มครองอื่น ๆ เช่น สุขภาพ, โรคร้ายแรง, ค่าชดเชยรายได้ ฯลฯ

ที่สำคัญเลยก็คือ สามารถใช้สิทธิลดหย่อนภาษีได้สูงสุด 300,000 บาท เลยทีเดียว

อย่าปล่อยผ่าน “สิ้นปีนี้ สุขคูณสอง” เริ่มวางแผนภาษีฯ ตอนนี้กับ กรุงไทย-แอกซ่า ประกันชีวิต
สุขที่มีแบบประกันและสุขที่ได้ลดหย่อนภาษีสูงสุด 300,000 บาท
สนใจติดต่อตัวแทน หรือโทร. 1159 เว็บไซต์ กรุงไทย-แอกซ่า ประกันชีวิต https://ktaxa.live/Tax2025_KOLs_Lungtunman

#สิ้นปีนี้สุขคูณสอง #เริ่มวางแผนภาษีตอนนี้ #ลดหย่อนภาษี #ประกันลดหย่อนภาษี #ประกันชีวิต #ประกันบำนาญ #ประกันสะสมทรัพย์ #ประกันตลอดชีพ

หมายเหตุ : รายละเอียด เงื่อนไขและความคุ้มครองเป็นไปตามที่กรมธรรม์กำหนด ผู้ซื้อควรทำความเข้าใจก่อนตัดสินใจทำประกันภัยทุกครั้ง

04/10/2025
02/10/2025
25/09/2025

[ ] “เก็บเงินไว้รักษาตัวเอง” หรือ “เจียดเงินซื้อประกันสุขภาพ” เลือกแบบไหนดีกว่ากัน? หากวันนี้เริ่มกังวลเรื่องสุขภาพ
อาจเป็นคำถามในใจใครหลายคนสำหรับการเลือกตัดสินใจระหว่างสองวิธีนี้ ว่าจะเก็บเงินสำรองไว้เพื่อรักษาตัวเอง หรือ ซื้อประกันสุขภาพเพื่อโอนย้ายความเสี่ยง อย่างไรก็ดีทั้งสองวิธีนี้มีข้อดีข้อเสียที่แตกต่างกัน ด้วยเหตุผลประกอบ ดังนี้
➡️ #การเก็บเงินไว้รักษาตนเอง
กรณีเก็บเงินไว้เพื่อรักษาตัวเอง ข้อแรกที่ควรคำนึงถึงคือ งบประมาณที่ต้องการเก็บของแต่ละคนคือเท่าไร บางคน 1 ล้านบาทรู้สึกเพียงพอ บางคนต้องมี 5 ล้านบาท หรือบางคนต้องมี 30 ล้านบาทถึงจะอุ่นใจ และเพียงพอกับการรักษาที่ตัวเองต้องการ
ตัวอย่าง น.ส.เอ ต้องการเก็บเงินไว้เพื่อรักษาตนเอง 5 ล้านบาท ปัจจุบัน น.ส.เอ อายุ 35 ปี ทยอยเก็บเงินจนได้ครบ 5 ล้านบาท
อายุ 45 ปีเกิดเหตุไม่คาดฝัน ตรวจพบมะเร็งเต้านมระยะที่ 2 ต้องใช้ค่ารักษาพยาบาล ดังนี้
• ค่าผ่าตัด 200,000 บาท
• เคมีบำบัด 445,788 บาท
• รังสีรักษา 200,000 บาท
• Target Therapy (ใช้ 1 ชนิด) 1,766,000 บาท(1)
= รวมค่าใช้จ่าย 2,611,788 บาท
หลังจากใช้ไป ถ้า น.ส.เอต้องการเติมเงินค่ารักษาพยาบาลให้ครบ 5 ล้านบาท น.ส.เอ ต้องเริ่มทยอยเก็บเงินอีกครั้ง ซึ่งถ้าต่อมามีการรักษาซ้ำหรือเป็นโรคร้ายแรงด้านอื่น 5 ล้านบาทที่เตรียมไว้อาจจะไม่เพียงพอจำเป็นต้องขายสินทรัพย์อื่นที่มีอยู่เพื่อมาดูแลรักษาตนเองในอนาคต
✅ข้อดีของการเก็บเงินเพื่อรักษาตัวเอง
1. สามารถนำเงินที่ยังไม่ต้องใช้ไปลงทุนก่อนเพื่อสร้างผลตอบแทน
2. กรณีไม่ได้ใช้เกี่ยวกับค่ารักษาพยาบาล เงินออมที่เก็บไว้อาจจะนำไปใช้เพื่อการเกษียณหรือแผนการเงินอื่นๆ ในชีวิตได้
3. ประกันสุขภาพบางแบบอาจจะไม่ได้ครอบคลุมการรักษาทั้งหมด เช่น การรักษาพยาบาลแบบผู้ป่วยนอก ,ทันตกรรม หรือการรักษาแพทย์ทางเลือก
⚠️ข้อเสียของการเก็บเงินเพื่อรักษาตัวเอง
1. หากมีการใช้ค่ารักษาพยาบาล จะต้องมีการเริ่มเก็บเงินใหม่อีกครั้ง ซึ่งสุขภาพและระยะเวลาจะมีผลกับการเก็บเงิน ถ้าขณะนั้นสุขภาพไม่เอื้ออำนวยในการหารายได้ ต้องจำกัดการรักษาเท่าที่มีความสามารถจ่ายได้ในเวลานั้น ระยะเวลา ถ้ามีการเจ็บป่วยในช่วงใกล้เกษียณอายุและต้องเริ่มเก็บเงินใหม่ ต้องใช้การเก็บเงินจำนวนมาก เพื่อให้ทันกับระยะเวลาการเก็บเงินที่น้อยลง
2. ไม่สามารถคาดการณ์จำนวนเงินสูงสุดที่ต้องเก็บออมได้ เพราะไม่สามารถกำหนดจำนวนครั้งที่ต้องรักษา และค่าใช้จ่ายต่อครั้งที่ต้องใช้ต่อการรักษาหนึ่งโรค
3. หากไม่สามารถออมเงินใหม่ได้ทัน ทางเลือกถัดไปคือ ต้องดึงเงินในสินทรัพย์ทางการเงินด้านอื่นมาใช้ การขายอย่างกระทันหันอาจทำให้ไม่ได้มูลค่าตามที่เคยคาดหวังไว้ได้
➡️ #การซื้อประกันสุขภาพ
ปัจจุบันสัญญาประกันสุขภาพมีหลากหลายรูปแบบ ทั้งแบบค่ารักษาพยาบาลต่อการรักษาตัวหนึ่งครั้ง ไม่จำกัดจำนวนครั้งต่อปี หรือค่ารักษาพยาบาลแบบวงเงินเหมาจ่ายต่อปี เริ่มต้นตั้งแต่ 200,000 บาท จนถึง 120 ล้านบาทต่อปี การเลือกแผนใดจะอยู่ที่การวางแผนการรักษาในโรงพยาบาลที่มีค่ารักษาอยู่ในระดับใด ความสามารถในการชำระเบี้ยต่อปี และจำนวนปีที่ต้องการได้รับความคุ้มครองปัจจุบันคุ้มครองสูงสุดอยู่ที่ 99 ปี
ตัวอย่าง ถ้า น.ส.เอ อายุ 35 ปี มีความประสงค์ทำประกันสุขภาพ ณ ปัจจุบันจนถึงอายุ 99 ปีค่าเบี้ยประกันรวมทั้งสัญญาคือ 7,658,800 บาท(2) ถ้าเกิดเหตุต้องใช้ค่ารักษาพยาบาลตามตัวอย่างข้างต้นจะครอบคลุมวงเงินค่ารักษาและในปีต่อไปวงเงินก็จะกลับมาเต็มใหม่ที่ 5 ล้านบาทเสมอทุกปี ทำให้วางแผนค่าใช้จ่ายด้านค่ารักษาพยาบาลได้
จากตัวอย่างถ้า น.ส.เอ ทำประกันสุขภาพวงเงิน 5 ล้านบาทต่อปี ตรวจพบมะเร็งเต้านมระยะที่ 2 จะสามารถเบิกค่ารักษาพยาบาลรักษาพยาบาลได้ ดังนี้
• ค่าผ่าตัด 200,000 บาท
• เคมีบำบัด 445,788 บาท
• รังสีรักษา 200,000 บาท
• Target Therapy(ใช้ 1 ชนิด) 1,766,000 บาท
= หากทำประกันสุขภาพวงเงิน 5 ล้านบาทต่อปี ค่าใช้จ่ายทั้งหมดนี้ อยู่ในวงเงินค่ารักษา
✅ข้อดีของการซื้อประกันสุขภาพ
1. วางแผนค่าใช้จ่ายในแต่ละปีได้ ทราบจำนวนเงินที่จ่ายได้แน่นอน
2. ลดภาระค่าใช้จ่ายยามฉุกเฉินของครอบครัว
3. สบายใจ และอุ่นใจในการรักษา ได้รับการรักษาที่รวดเร็วและทันท่วงที
4. มีทางเลือกในการรักษา และสามารถเข้าถึงเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่ทันสมัยได้
⚠️ข้อเสียของการซื้อประกันสุขภาพ
1. เงินที่นำมาซื้อประกันสุขภาพ อาจเสียโอกาสในการนำเงินจำนวนนี้ไปลงทุน
2. ผู้ทำประกันต้องสุขภาพแข็งแรงดี ถ้ามีโรคประจำตัวอาจจะถูกเว้นโรคที่เป็นมาก่อนการทำประกัน ปฎิเสธการรับประกันหรือเลื่อนการรับประกัน
3. อายุผู้ทำประกัน มีผลต่อเบี้ยประกัน และแบบประกันสุขภาพ เช่น ถ้าเริ่มทำประกันตั้งแต่อายุน้อย จะวางแผนประกันสุขภาพได้หลากหลายกว่า ผู้ที่เริ่มมาประกันสุขภาพตอนอายุมากแล้ว อาจจะจำกัดแผนและแบบประกันที่สามารถทำได้
4. การทำประกันสุขภาพ จะมีระยะเวลาในการรอคอยหลังจากกรมธรรม์อนุมัติ ไม่สามารถใช้ได้ทันที ไม่เหมือนประกันอุบัติเหตุที่คุ้มครองทันทีตั้งแต่กรมธรรม์อนุมัติ
การเก็บเงินสำรองไว้เพื่อรักษาตัวเอง หรือ ซื้อประกันสุขภาพนั้น จะมีข้อดีข้อเสียที่แตกต่างกันตามที่กล่าวข้างต้น อย่างไรก็ตามการวางแผนประกันสุขภาพเป็นหนึ่งในการวางแผนทางการเงิน เพราะจะทราบค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นและวางแผนในการเก็บเงินได้ การจัดสรรเงินเพื่อแผนประกันสุขภาพควรอยู่ในงบประมาณที่เหมาะสม เพียงพอกับการรักษาแบบที่เราต้องการ และคำนึงถึงเบี้ยประกันที่มีการปรับเพิ่มตามอายุ หนึ่งแผนการเงินที่สำเร็จจะสามารถต่อยอดไปยังแผนการวางแผนทางการเงินด้านอื่นๆได้
เขียนโดย: สุปาณี เกษมสัมพันธ์ นักวางแผนการเงิน CFP®
#สมาคมนักวางแผนการเงินไทย #ประกันสุขภาพ #เงินเก็บ #เงินก้อน #ค่ารักษาพยาบาล #โรคร้าย #เจ็บป่วย

15/09/2025

ที่อยู่

Hat Yai
90110

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ ช้อปประกันผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

แชร์