บริษัทสินเชื่อ Credit Plus

บริษัทสินเชื่อ Credit Plus บริการสินเชื่อสำหรับเจ้าของธุรกิจ

07/06/2025

คืนนี้! Live “5 อาชีพลงทุนน้อยกำไรเยอะ”
วันศุกร์ที่ 6 มิถุนายน 2025
20:00-21:00
ช่อง Paul Pattarapon
(Live จบลบเลย)
เจอกันครับ 😊👍

07/06/2025

การควบคุมอารมณ์คือทักษะที่แพงที่สุดในโลก

————

ขณะนี้ทางเพจได้เปิดให้จัดพิมพ์และจำหน่ายหนังสือที่รวบรวมข้อคิดและบทความที่สำคัญต่อการพัฒนา Mindset ที่เคยลงในเพจ Moneyland
สนใจหนังสือ Mindset สู่ความสำเร็จ สามารถซื้อได้ที่ร้านหนังสือ SE-ED ทั่วประเทศ

————

หากคุณชอบ Moneyland และอยากให้เราอยู่ไปนานๆ
สามารถเป็นผู้สนับสนุน MONEYLAND แบบรายเดือน ได้ที่ลิงค์นี้ (ตกวันละ 3 บาทนิดๆ)
https://facebook.com/becomesupporter/moneyland.biz/

หรือสนับสนุนรายครั้งตามจิตศรัทธา
https://ko-fi.com/moneylandbiz

สนใจโฆษณาติดต่อ
m.me/moneyland.bizxq

————

*เนื้อหาในเพจนี้ จัดทำขึ้นเพื่อคนเฉพาะกลุ่ม ที่ต้องการมีอิสรภาพทางการเงินและมีกรอบความคิดเติบโต (Growth Mindset) เท่านั้น ไม่ใช่เพื่อทุกคน กรุณาใช้วิจารณญาณในการรับชมและแสดงออก

07/06/2025

[ ] “จงจ่ายเงินเพื่อตัวเอง ล่วงหน้า 20 - 30 ปี” เปิดกฎ 3 ข้อแห่งความมั่งคั่งร่ำรวยเพื่อช่วยให้ไปถึงเป้าหมายได้ง่ายขึ้น
ใครๆ ก็อยากประสบความสำเร็จทางการเงิน แต่ระหว่างทางสู่เป้าหมายนั้นไม่ง่ายเลย หรือบางคนยังไม่รู้ว่าต้องเริ่มต้นอย่างไร ลองมาดูกฎทอง 3 ข้อสู่ความมั่งคั่งร่ำรวย โดยคุณนิภาพันธ์ พูนเสถียรทรัพย์ นักวางแผนการเงิน CFP ที่จะช่วยให้คุณตัดสินใจวางแผนการเงิน และเดินทางสู่เป้าหมายได้ง่ายขึ้น
➡️1.จ่ายตัวเองก่อน (Pay Yourself First)
การจ่ายตัวเองก่อน ไม่ได้แปลว่าให้เราเอาเงินไปช้อปปิ้ง หรือซื้อของที่ตัวเองอยากได้ แต่มันคือการจ่ายเงินเพื่อตัวเราในอีก 20-30 ปีข้างหน้า เพราะอย่าลืมว่าในวันที่เราไม่ได้ทำงานแล้ว ก็จะไม่มีรายได้ แต่รายจ่ายยังมีอยู่ ดังนั้นการ Pay Yourself First ก็เหมือนสะสมเงินเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายล่วงหน้า
ต้องจ่ายตัวเองเท่าไหร่?
ในโลกนี้มีคน 6 ประเภท แบ่งตามระดับเงินออมและฐานะทางการเงิน คือ
-คนถังแตก : ไม่เคยจ่ายตัวเองก่อนเลย ใช้เงินมากกว่าที่หาได้ ทำให้เป็นหนี้
-คนจน : ฝันว่าจะมีเงินออม แต่หาเงินได้เท่าไหร่ก็ใช้เท่านั้น ไม่มีเหลือเก็บ
-คนชั้นกลาง : จ่ายตัวเองก่อน 5-10%
-คนพอมีพอกิน : จ่ายตัวเองก่อน 10-15%
-คนรวย : จ่ายตัวเองก่อน 15-20%
-คนรวยที่เกษียณอายุก่อนเวลา และมีอิสรภาพทางการเงิน : จ่ายตัวเองก่อนมากกว่า 20% ขึ้นไป
จะเห็นได้ว่าคนแต่ละประเภท มีเปอร์เซ็นต์ในการจ่ายตัวเองก่อนแตกต่างกันไป ทำให้มีความมั่งคั่งต่างกัน ซึ่งเราเลือกได้ว่าอยากจะเป็นคนกลุ่มไหน ถ้าอยากเป็นคนรวยที่เกษียณอายุก่อนเวลา และประสบความสำเร็จทางการเงิน ก็ต้องจ่ายตัวเองมากกว่า 20% ขึ้นไป
ตัวอย่างของการ Pay Yourself First
หากคุณเป็นมนุษย์เงินเดือน ที่บริษัทมีสวัสดิการกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ หลายคนเข้าใจผิดว่า ถ้ายิ่งหักเงินส่วนนี้ไปมาก ก็จะยิ่งเหลือเงินใช้จ่ายน้อยลง แต่จริงๆ แล้วมันคือการ “Pay Yourself First” ออมเงินเพื่อตัวเองในอนาคต ดังนั้นยิ่งหักเต็มเพดานก็ยิ่งดี เพราะเงินกองทุนสำรองฯ นี้จะได้รับผลตอบแทนงอกเงยมากขึ้นอีก
ส่วนคนที่ไม่มีกองทุนสำรองฯ ก็ใช้หลักการง่ายๆ เลยคือ “ออมก่อนใช้” ขั้นต่ำควรอยู่ที่ 10% ของรายได้ แต่ถ้าคุณอยากเป็นคนมั่งคั่ง ก็ต้องเพิ่มสัดส่วนเงินที่จ่ายเพื่อตัวเอง
➡️2. คนรวยคิดการณ์ไกล (Rich People Think Long Term)
“อย่าหมิ่นเงินน้อย” คือคำพูดที่เราได้ยินกันบ่อยๆ เพราะหลายคนพิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า การออมเงินไม่กี่พันบาทต่อเดือน ก็สามารถเปลี่ยนให้เป็นเงินล้านได้ ขอแค่รู้จักลงทุนในสิ่งที่ได้ผลตอบแทนเหมาะสม ซึ่งคนรวยจะเชื่อมั่นในการลงทุนระยะยาว และรู้จักพลังของดอกเบี้ยทบต้น ว่ามันสามารถสร้างผลลัพธ์ที่แตกต่างในระยะยาว
aomMONEY ยกตัวอย่างเพื่อให้เห็นภาพ
นาย A อายุ 23 ปี ออมเงินเดือนละ 1,000 บาท
โดยนำไปลงทุนได้ผลตอบแทน 6% ต่อปี
เมื่ออายุ 60 ปี จะมีเงินก้อนประมาณ 1.6 ล้านบาท
ขณะที่นาย B อายุ 35 ปี ออมเงินเดือนละ 2,000 บาท
นำไปลงทุนได้ผลตอบแทน 6% ต่อปีเท่ากัน
เมื่ออายุ 60 ปี จะมีเงินก้อนประมาณ 1.3 ล้านบาท เท่านั้น
จะเห็นได้ว่า นาย A ออมต่อเดือนน้อยกว่า แต่ด้วยระยะเวลาลงทุนที่มากกว่า จึงทำให้มีเงินออมมากกว่านาย B ที่ออมต่อเดือนมากกว่า 2 เท่า แต่มีระยะเวลาลงทุนน้อยกว่า นี่คือพลังของดอกเบี้ยทบต้นครับ ดังนั้นเราควรเก็บออมตั้งแต่วันแรกที่เริ่มทำงาน หรือเร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้
➡️3. ทำให้เป็นอัตโนมัติ (Make It Automatically)
เมื่อเรารู้หลักการแล้ว ก็ต้องลงมือทำเพื่อให้เกิดผลลัพธ์ แต่การไปถึงเป้าหมายทางการเงินมักจะมีอุปสรรค โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องของอารมณ์ ทั้งความโลภ ความกลัว และความขี้เกียจ ดังนั้นเราต้องสร้างระบบวินัยในการลงทุน เช่น ถ้าต้องการ DCA กองทุนหรือหุ้น ก็ตกลงกับธนาคารให้หักเงินจากบัญชีโดยอัตโนมัติทุกๆ สิ้นเดือน เป็นต้น
#วางแผนการเงิน #วางแผนเกษียณ #การจัดการเงิน

06/06/2025

“การเงิน” คือทักษะชีวิต... ที่เด็กไทยไม่เคยได้เรียน ชวนดู 5 แนวคิดด้านการเงิน 5 ประเทศ | Money Buffalo

ลองนึกย้อนกลับไปตอนเด็ก ๆ เราจะเจอว่า คนไทยแทบไม่เคยสอนเรื่องการเงินให้กับเด็ก ๆ เลยนี่หว่า ขนาดพี่ทุยนึกย้อนกลับไปยังนึกแทบไม่ออกเลย แต่เดี๋ยวนะ แล้วประเทศที่เจริญแล้วเขามีวิธีการสอนด้านการเงินให้กับเด็ก ๆ อะไรกันบ้างล่ะ ? พอพี่ทุยไปหาคำตอบ ก็มีหลายประเทศเลยที่มีคำสอนดีมาก ๆ ด้านการเงิน มีประเทศอะไรบ้างมาดูกันฮะ
เดนมาร์ก
ยึดถือตามกฎของยานเต้ (Janteloven) ที่สอนลูกให้พอเพียง เท่าเทียมกับคนอื่น ไม่คิดว่าตัวเองวิเศษกว่าใคร เพื่อให้ตัวเองรู้จักประมาณตนและเข้าใจตัวเองและคนอื่น ควบคู่ไปกับการจัดวิชา "Money Week" สอนเรื่องเงินให้เด็ก ๆ ตั้งแต่เกรด 7-9 โดยเชิญวิทยากรจากธนาคารแห่งชาติเดนมาร์กมาสอน
อิสราเอล
ผนวกด้านการเงิน วัฒนธรรม และสังคมเข้าด้วยกัน เกิดเป็นคำสอนเรื่อง “การบริจาคเงินเพื่อสังคม” หรือที่เรียกว่า Tzedakah (ศิดาคาร์) ที่เน้นแบ่งเงินตัวเองเพื่อบริจาคให้คนในสังคมของตัวเอง ไปพร้อม ๆ กับจัดตั้งโครงการสอนวางแผนการเงินให้เด็ก ๆ ในเรื่องการใช้จ่าย การทำงบประมาณ รู้ทันเรื่องโฆษณาชวนเชื่อที่อาจทำให้เข้าผิด ซึ่งเนื้อหานี้เหมาะกับยุคสมัยปัจจุบันที่เราถูกหลอกลงทุนกันเยอะมาก ๆ ฮะ
อินเดีย
สอนการเงินผ่านการ “เล่านิทาน" เช่น Mary and the Secret of Savings สอนเรื่องออมเงิน Rupee Tales สอนหลักการธนาคาร ภาษี หรือ Rupaiya-Paisa Series ที่สอนพื้นฐานทางด้านการเงิน และยังมีคำสอนหลัก ปุรุษารถ ความสมดุลในชีวิต 4 อย่าง ที่พูดถึงการได้เงินทอง ทรัพย์สินแบบไม่เบียดเบียนใคร และสอนให้ปล่อยวางกับทรัพย์สินที่มีอยู่ รวมไปถึงการจัดตั้งระบบ Chit Fund ระบบกองทุนรวมสมัยโบราณของอินเดีย ที่สอนให้คนในชุมชนรู้จักการลงทุนเพื่อสร้างผลตอบแทนมานานตั้งแต่อดีต
ญี่ปุ่น
รู้จักการทำสมุดบัญชีครัวเรือน "คะเคโบะ" ตัวช่วยจดรายจ่าย การแบ่งเงินกับสิ่งของแต่ละอย่าง และช่วยให้ตั้งคำถามถามตัวเองก่อนซื้อของ รวมไปถึงการใช้วัฒนธรรมในการสอนเรื่องการเงินด้วย เช่น "Otoshidama" การให้เงินวันปีใหม่ ที่ให้เด็ก ๆ รู้จักการเอาเงินมาออม หรือแบ่งเงินก่อนใช้ และยังมีการจัดตั้ง "ธนาคารเด็ก" เพื่อส่งเสริมการออม ให้เด็ก ๆ ตั้งแต่ตัวกะเปี๊ยก
แอฟริกาใต้
นำหลักแนวคิดทางสังคม "อูบุนตู" ความเมตตา การแบ่งปัน และการเห็นต่อชุมชนต้องมาก่อนผนวกเข้ากับระบบ "สต็อกเวล" (Stokvel) ที่เป็นกลุ่มเงินทุนหมุนเวียน บริหารและควบคุมโดย NASASA เพื่อช่วยให้คนธรรมดาในชุมชนเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้ง่ายขึ้น ซึ่งระบบนี้เขามีสอนกันตั้งแต่เด็กมัธยม

เห็นมั้ยว่าหลายประเทศสอนเรื่องเงินให้ลูกหลานตั้งแต่เด็กเลยนะ ทำให้หันกลับมามองบ้านเราว่าตอนนี้เราปลูกฝังความรู้ด้านการเงินให้กับเด็ก ๆ มากน้อยแค่ไหนกัน ?

#สนุกง่ายได้ประโยชน์ #แนวคิดด้านการเงิน #คำสอนเรื่องเงิน #ปรัชญาการเงิน

ที่มาข้อมูล
Join Money Week, nationalbanken.dk
What is Janteloven?, scandinaviastandard.com
Helping the next generation build good money habits, danskebank.com
What Is Tzedakah? 15 Facts About Charity Every Jew Should Know, chabad.org
ปุรุษารถ, posttoday.com
Chit fund, bajajfinserv.in
Kakeibo วิธีออมเงินแบบคนญี่ปุ่น, เพจ Money Talk
The power of saving through a modern stokvel, personal.nedbank.co.za

06/06/2025

🏆ความโง่…ไม่ใช่เรื่องของไอคิว
แต่มันคือกับดักที่ทุกคนหลงเดินซ้ำ
แม้แต่คนที่คิดว่าตัวเองฉลาดที่สุด

สรุป 10 ข้อคิดจาก “จิตวิทยาคนโง่”
1.ยิ่งคิดว่าฉลาด…ยิ่งพลาดง่าย คนที่มั่นใจว่าตัวเอง ไม่โง่ คือ เหยื่อชั้นดีของกับดักความเขลา เพราะเขาไม่เปิดใจรับความผิดพลาด
2.สมองขี้เกียจ ชอบตัดทางลัดเวลารีบ สมองจะใช้วิธีเดา ใช้อคติ ใช้อารมณ์ ไม่ใช่เหตุผล และนั่นแหละ ต้นตอของความพัง
3.ความโง่ไม่ใช่การขาดความรู้ แต่คือการใช้ความรู้ผิดที่รู้เยอะไม่ได้แปลว่าคิดเป็น ถ้าเอาความรู้ไปใช้แบบผิดจังหวะ ผิดมุม ก็เหมือนนักดาบฟันตัวเอง
4.อย่าดูถูกคนที่คิดต่าง เพราะเราอาจกำลังโง่อยู่แบบไม่รู้ตัว
การปิดหู ปิดตา แล้วตะโกนว่า ฉันถูก คือ พฤติกรรมคลาสสิกของคนที่กำลัง ติดกับดักตัวเอง
5.การเถียงกับคนโง่ คือการยอมให้เขาลากคุณลงไปเล่นในสนามของเขา
แล้วเขาจะชนะด้วยประสบการณ์ เพราะเขาอยู่ตรงนั้นมานานกว่า
6.ความโง่ไม่ได้แสดงออกด้วยเสียงดัง แต่มักซ่อนอยู่ในความมั่นใจเกินพอดี
บางคนพูดน้อยแต่โง่ลึก บางคนพูดเยอะแต่ไม่เคยรับฟัง ทั้งคู่ก็เดินเข้าป่าความเขลาเหมือนกัน
7.อย่าเอาชนะด้วยความถูก ถ้ามันต้องแลกกับความสัมพันธ์
บางคนฉลาดพอจะเถียงชนะทุกครั้ง แต่โง่พอที่จะไม่เหลือใครอยู่ข้างๆ
8.อคติ คือ เพื่อนรักของความเขลา
เราชอบฟังสิ่งที่ ตรงใจ ไม่ใช่สิ่งที่ จริง จงถามตัวเองบ่อยๆ ว่าเรากำลังฟังด้วยหู หรือฟังด้วยอารมณ์
9.ไม่มีใครปลอดภัยจากความโง่นักวิทยาศาสตร์ นักคิด นักเศรษฐศาสตร์ระดับโลก ก็ล้มเพราะตัดสินใจผิดมาแล้วทั้งนั้น
แต่สิ่งที่ต่างคือ…พวกเขายอมรับ และเรียนรู้จากมัน
10.ทางออกจากความเขลา คือ ความอ่อนน้อม ไม่ใช่ การอ่านหนังสือเพิ่ม
หนังสือสอนเราได้มาก แต่ถ้าไม่กล้ายอมรับว่า “เรายังรู้น้อย” ก็จะไม่มีวันฉลาดขึ้นจริงๆ
เคยรู้สึกมั้ย…ว่าเราก็เคย ฉลาดจนโง่
แชร์ข้อไหนที่แทงใจที่สุด หรือเคยเจอกับดักความคิดแบบนี้มาก่อนในชีวิตจริงบ้าง?แอดขอพื้นที่คอมเมนต์ไว้ให้นะ มาเล่าให้ฟังหน่อย 🧠💥


📒แนะนำให้อ่าน
https://s.shopee.co.th/8KdWGicWMW
https://s.lazada.co.th/s.xvlS8?cc

___________________
☎️ ติดต่องานลงข่าวโฆษณา/ประชาสัมพนธ์
👉🏻https://lin.ee/HBSmuP8
ช่องทางติดตามอื่นๆ
👉🏻Tiktok : https://www.tiktok.com/?_t=8revZYP6WPQ&_r=1
👉🏻Lemon8 :https://s.lemon8-app.com/s/GNYZhyRvrQR
#อ่านไปเรื่อยๆ #รีวิวหนังสือ #อ่านไปเรื่อยๆจนกว่าชีวิตจะดีขึ้น #ฮิลใจ #ปรัญาชีวิต #พัฒนาตนเอง #หนังสือพัฒนาตนเอง #หนังสือน่าอ่าน #หนังสือขายดี #หนังสือที่ควรอ่านก่อนอายุ30

06/06/2025

👂เคยไหม? พูดเยอะ...แต่ไม่มีใครฟัง
เคยไหม? อยู่ต่อหน้าคนสำคัญ แต่ไม่รู้จะคุยอะไร
เพราะบางที…สิ่งที่คนต้องการ ไม่ใช่คำตอบ แต่คือ คนที่ตั้งใจฟังจริงๆ

7 ข้อคิดจาก คนสำเร็จมักจะเก่งเรื่องฟัง
1.เก่งพูด...ได้ใจแค่แป๊บเดียว
แต่เก่งฟัง...ได้ใจเขายาวๆ
คนที่เก่งจริง ไม่ใช่คนที่พูดจนห้องเงียบ
แต่คือคนที่ฟังจนอีกฝ่ายพูดได้หมดใจ
2.การฟังคือทักษะที่ ซื้อใจคน ได้เร็วที่สุด
เรามักประเมินความฉลาดของคนจากการพูด
แต่ในความสัมพันธ์...คนที่ฟังดีต่างหากที่ชนะ
3.บางที คำพูดดีๆก็แพ้ การฟังแบบเข้าใจ
เวลาคนทุกข์ เขาไม่ได้อยากได้ข้อเสนอ
เขาอยากได้แค่ “คนที่ไม่ตัดสินเขา” ในขณะที่ฟัง
4.ถ้าอยากให้คนเปิดใจ...จงปิดปากให้บ่อยกว่านี้
ความไว้ใจไม่ได้เริ่มจากคำพูด
แต่มาจากการฟังแบบไม่ขัด ไม่เร่ง และไม่ตัดจบ
5.อยากเก่งขึ้นไวๆ...ให้ฝึกฟังมากกว่าพูด
การฟังคือ การเรียนรู้โดยไม่ต้องเสียเงิน
คนเก่งเขาฟังเพื่อเรียน คนธรรมดาฟังเพื่อรอพูดต่อ
6.คนที่ขัดเก่งมักได้คำตอบ
แต่คนที่ฟังเก่ง...มักได้ความสัมพันธ์
การฟังเป็นทักษะเดียว ที่ใช้ได้ทั้งในห้องประชุมและห้องนอน
7.การฟังไม่ใช่การเงียบ
แต่คือ การตั้งใจอยู่กับเขาแบบไม่เอาตัวเองขึ้นก่อน
ฟังด้วยใจ ไม่ใช่หู
มันไม่ใช่แค่จะทำให้คนชอบ...แต่มันเปลี่ยนชีวิตได้

📒แนะนำให้อ่าน
https://s.shopee.co.th/9UpTntpEDk
https://s.lazada.co.th/s.xE7ya?cc

___________________
☎️ ติดต่องานลงข่าวโฆษณา/ประชาสัมพนธ์
👉🏻https://lin.ee/HBSmuP8
ช่องทางติดตามอื่นๆ
👉🏻Tiktok : https://www.tiktok.com/?_t=8revZYP6WPQ&_r=1
👉🏻Lemon8 :https://s.lemon8-app.com/s/GNYZhyRvrQR
#อ่านไปเรื่อยๆ #รีวิวหนังสือ #อ่านไปเรื่อยๆจนกว่าชีวิตจะดีขึ้น #ฮิลใจ #ปรัญาชีวิต #พัฒนาตนเอง #หนังสือพัฒนาตนเอง #หนังสือน่าอ่าน #หนังสือขายดี #หนังสือที่ควรอ่านก่อนอายุ30 #หนังสือดีบอกต่อ

05/06/2025
05/06/2025

คนรวยยุคใหม่

————

ขณะนี้ทางเพจได้เปิดให้จัดพิมพ์และจำหน่ายหนังสือที่รวบรวมข้อคิดและบทความที่สำคัญต่อการพัฒนา Mindset ที่เคยลงในเพจ Moneyland
สนใจหนังสือ Mindset สู่ความสำเร็จ สามารถซื้อได้ที่ร้านหนังสือ SE-ED ทั่วประเทศ

————

หากคุณชอบ Moneyland และอยากให้เราอยู่ไปนานๆ
สามารถเป็นผู้สนับสนุน MONEYLAND แบบรายเดือน ได้ที่ลิงค์นี้ (ตกวันละ 3 บาทนิดๆ)
https://facebook.com/becomesupporter/moneyland.biz/

หรือสนับสนุนรายครั้งตามจิตศรัทธา
https://ko-fi.com/moneylandbiz

สนใจโฆษณาติดต่อ
m.me/moneyland.bizxq

————

*เนื้อหาในเพจนี้ จัดทำขึ้นเพื่อคนเฉพาะกลุ่ม ที่ต้องการมีอิสรภาพทางการเงินและมีกรอบความคิดเติบโต (Growth Mindset) เท่านั้น ไม่ใช่เพื่อทุกคน กรุณาใช้วิจารณญาณในการรับชมและแสดงออก

05/06/2025

| หาเก่ง ไม่สำคัญเท่า รู้จักเก็บ

04/06/2025

อยากมีสมาธิมากขึ้นให้ลองทำตาม 7 กลยุทธ์ตามหลักวิทยาศาสตร์นี้
ไม่ว่าจะทำเรื่องอะไรก็ตาม ทั้ง ธุรกิจ, ทำงาน, กิจกรรมในชีวิตประจำวัน “สมาธิ” ถือเป็นสิ่งสำคัญอย่างมาก เพราะหากแน่วแน่กับสิ่งใดสิ่งหนึ่ง จดจ่ออยู่กับมัน ผลลัพธ์ย่อมออกมาดีอย่างแน่นอน แต่ในยุคปัจจุบัน เกิดสิ่งเร้าต่าง ๆ มากมายจึงไม่ใช่เรื่องง่ายที่เราจะอยู่กับอะไรได้เป็นเวลานาน
ในสถานที่ทำงานที่มีแต่สิ่งรบกวน การมีสมาธิกลายเป็นหนึ่งในทักษะที่มีคุณค่าที่สุด และเข้าถึงยากที่สุด อย่างไรก็ตาม เรื่องนี้เราสามารถฝึกฝนกันได้ เพราะการทำสมาธิไม่ใช่เรื่องของความมุ่งมั่นเท่านั้น แต่เป็นเรื่องที่สามารถฝึกฝนได้ เหมือนกับการเรียนรู้วิธีเล่นเครื่องดนตรี
Gerald Leonard ซีอีโอ Turnberry Premiere ได้เปิดเผย 7 กลยุทธ์ตามหลักวิทยาศาสตร์ที่จะช่วยให้คุณมีสมาธิมากขึ้นที่ใคร ๆ ก็สามารถฝึกฝนกันได้
1.สร้างการทำงานที่มีจังหวะ
ลองนึกถึงวันทำงานของคุณเหมือนซิมโฟนี โดยจะขึ้น-ลง ตามจังหวะที่เป็นธรรมชาติ ไม่ใช่เป็นงานที่ต้องทำซ้ำแล้วซ้ำเล่าไม่มีที่สิ้นสุด โดยสมองของเราทำงานเป็นจังหวะอุลตราเดียน สลับกันระหว่างรอบความตื่นตัว และความเหนื่อยล้า อยู่ระหว่าง 90-120 นาที ซึ่งแทนที่จะต่อสู้กับความเหนื่อยล้า ปรับเป็นการจัดโครงสร้างอย่างเป็นระบบ ดังต่อไปนี้
• ตั้งเวลา 60 นาที สำหรับการทำงานอย่างมีสมาธิ
• เมื่อหมดเวลาให้ยืดเส้นสาย เดินหายใจ
• ทำแบบนี้สองหรือสามครั้งเพื่อประสิทธิภาพการรับรู้สูงสุด
2.เช็กจังหวะสักหน่อย
ก่อนที่นักดนตรีจะเริ่มเล่นเพลง พวกเขาจะตรวจสอบจังหวะ และคีย์ของเพลง เช่นเดียวกับการลงมือทำอะไรสักอย่าง คุณก็ต้องเช็กสภาพจิตใจก่อนเช่นกัน โดยงานวิจัยที่ตีพิมพ์ในวารสาร The Journal of Neuroscience แสดงให้เห็นว่าอารมณ์มีอิทธิพลอย่างมากต่อความสนใจ และความยืดหยุ่นทางปัญญา ซึ่งเราสามารถทำได้ง่าย ๆ ดังนี้
• ให้คะแนนความพลังงาน 1-10 หากรู้สึกว่าต่ำกว่า 5 คะแนน ให้เริ่มต้นวันใหม่ด้วยงานเบา ๆ ก่อน
• เก็บงานที่ต้องใช้สมาธิสูง เช่น การวิเคราะห์ ไว้ทีหลัง
3.ใช้ดนตรีเพื่อกระตุ้นส่วนสมอง
ดนตรีสามารถช่วยให้คุณมีสมาธิ หรือหลงทางได้ ขึ้นอยู่กับว่าคุณใช้มันอย่างไร โดยการศึกษาของ Stanford University แสดงให้เห็นว่าการฟังเพลงช่วยกระตุ้นสมองที่เกี่ยวข้องกับการใส่ใจ และการคาดการณ์ อย่างไรก็ตาม เนื้อเพลง และการเปลี่ยนจังหวะที่เฉียบคมอาจรบกวนสมาธิ และทำประสิทธิภาพการทำงานลดลง
วิธีที่ใช้ดนตรีกระตุ้นสมองที่ดดี
• สร้างเพลย์ลิตส์ด้วยดนตรีบรรเลง 1-2 ชั่วโมง
• ใช้เฉพาะในช่วงทำงานเพื่อเตรียมจิตใจให้มีสมาธิอย่างลึกซึ้ง
• เมื่อเวลาผ่านไป สมองคุณจะเชื่อมโยงดนตรีนี้กับ “โหมดทำงาน” และเปลี่ยนสู่โหมดการทำงานได้เร็วขึ้น
4.กำหนดเป้าหมายการทำงาน
ก่อนขึ้นแสดงบนเวที นักดนตรีไม่ได้ออกเดินไปเฉย ๆ พวกเขามีพิธีกรรมต่าง ๆ เช่น การปรับจูนเครื่องดนตรี, การฝึกหายใจ เช่นเดียวกับการทำงานก็จะมีพิธีกรรมเช่นกันที่จะนำไปสู่สมาธิ ผ่านวิธีดังต่อไปนี้
• ยืดตัวประมาณ 2 นาที
• ชงชาดื่มสักถ้วย หรือจุดเทียน
• เปิดเพลย์ลิสต์เพลงบรรเลง
5.แบ่งงานออกเป็นช่วงจังหวะ
วงซิมโฟนี่มักมีการเคลื่อนไหว เช่น อินโทร เครสเซนโด ไฟนาเล โดยแบ่งตามสัดส่วน เช่นเดียวกับสมองมนุษย์สามารถเก็บข้อมูลในหน่วยความจำของการทำงานได้ประมาณ 4-7 รายการพร้อม ๆ กัน ตามการวิจัยที่ตีพิมพ์ใน Cognitive Psychology โดยงานที่ขนาดใหญ่ เกิดขีดจำกัด และมีความคลุมเครือ จะทำให้เกิดการผัดวันประกันพรุ่ง ดังนั้น การทำงานควรมีรูปแบบ
• แบ่งโปรเจคต์ออกเป็นขั้นตอนต่าง ๆ ได้แก่ การวางแผน, การร่าง, การแก้ไข, การตรวจสอบ และการนำส่ง
• ตั้งเป้าหมายสำคัญ กำหนดเวลาบรรลุเป้าหมาย
6.กำจัดสิ่งที่ไม่จำเป็นออกไป
ในดนตรี การเปลี่ยนจังหวะโดยไม่คาดคิดจะช่วยเพิ่มความตื่นเต้น ในขณะที่การทำงาน ความวุ่นวายมักจะทำให้เกิดความปั่นป่วน โดยการศึกษาของมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย ค้นพบว่าต้องใช้เวลาถึง 23 นาทีในการกลับมามีสมาธิได้เต็มที่หลังมีสิ่งรบกวนเข้ามา ซึ่งวิธีการกำจัดสิ่งที่ไม่จำเป็นให้ทำตามนี้
• กำหนดเวลาการทำงานอย่างลึกซึ่ง ตั้งค่าอุปกรณ์ให้อยู่ในโหมดห้ามรบกวน
• แจ้งให้ผู้ร่วมงานหรือผู้เกี่ยวข้องทราบว่าคุณต้องอยู่ในโหมดการใช้สมาธิ
7.ใช้ความเงียบเพื่อรีเซตจังหวะสมองคุณ
ในดนตรี ความเงียบไม่ได้หมายถึงความว่างเปล่า แต่เป็นพื้นที่เจตนาที่ทำให้เสียงมีรูปร่างขึ้นมา ในทำนองเดียวกัน งานวิจัยที่ตีพิมพ์ใน Proceedings of the National Academy of Sciences ชี้ให้เห็นว่าช่วงเวลาแห่งความเงียบเป็นเจตนาส่งเสริมการสร้างสมองใหม่
• หลังจากทำงานสำคัญแต่ละช่วงเสร็จ ให้ใช้เวลาเงียบ ๆ สัก 3 ถึง 5 นาที
• ไม่มีเพลง, ไม่มีพอดแคสต์ ให้โฟกัสกับลมหายใจ และความนิ่งสงบ
สรุปได้ว่าสมาธิช่วยให้โฟกัสกับงานตรงหน้า ลดการวอกแว่ก ทำให้ทำงานได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ช่วยในการตัดสินใจและแก้ปัญหาได้ดี เพราะจิตใจนิ่งและมีสติ ลดความเครียด ทำให้ทำงานอย่างมีความสุขและต่อเนื่อง เสริมสร้างความคิดสร้างสรรค์เมื่อจิตว่างจากความฟุ้งซ่าน ส่งผลให้คุณภาพงานดีขึ้น และใช้เวลาน้อยลงในการทำงาน

ที่มา: fastcompany

#สมาธิ #ฝึกสมาธิ #ทำงาน #ดนตรี

04/06/2025

จงเดินผ่านความกลัว เพราะของวิเศษ... ไม่เคยถูกซ่อนไว้ในที่ปลอดภัย

————

ขณะนี้ทางเพจได้เปิดให้จัดพิมพ์และจำหน่ายหนังสือที่รวบรวมข้อคิดและบทความที่สำคัญต่อการพัฒนา Mindset ที่เคยลงในเพจ Moneyland
สนใจหนังสือ Mindset สู่ความสำเร็จ สามารถซื้อได้ที่ร้านหนังสือ SE-ED ทั่วประเทศ

————

หากคุณชอบ Moneyland และอยากให้เราอยู่ไปนานๆ
สามารถเป็นผู้สนับสนุน MONEYLAND แบบรายเดือน ได้ที่ลิงค์นี้ (ตกวันละ 3 บาทนิดๆ)
https://facebook.com/becomesupporter/moneyland.biz/

หรือสนับสนุนรายครั้งตามจิตศรัทธา
https://ko-fi.com/moneylandbiz

สนใจโฆษณาติดต่อ
m.me/moneyland.bizxq

————

*เนื้อหาในเพจนี้ จัดทำขึ้นเพื่อคนเฉพาะกลุ่ม ที่ต้องการมีอิสรภาพทางการเงินและมีกรอบความคิดเติบโต (Growth Mindset) เท่านั้น ไม่ใช่เพื่อทุกคน กรุณาใช้วิจารณญาณในการรับชมและแสดงออก

04/06/2025

| Work & Learn

ที่อยู่

43/42
Nonthaburi
12120

เบอร์โทรศัพท์

+66855342163

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ บริษัทสินเชื่อ Credit Plusผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง บริษัทสินเชื่อ Credit Plus:

แชร์