M. Irha & Co

M. Irha & Co Contact information, map and directions, contact form, opening hours, services, ratings, photos, videos and announcements from M. Irha & Co, อาคารซอฟต์แวร์ ปาร์ค ถนนแจ้งวัฒนะ ตำบลคลองเกลือ อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี, Islamabad.

อดีต ผจก.ธนาคาร โดนเอง! แก๊งคอลเซ็นเตอร์ใช้มุกเดิมหลอก สูญเงินเกือบล้านคุณตาวัย 86 ปี อดีต ผจก.ธนาคาร โดนแก๊งคอลเซ็นเตอร...
04/10/2024

อดีต ผจก.ธนาคาร โดนเอง! แก๊งคอลเซ็นเตอร์ใช้มุกเดิมหลอก สูญเงินเกือบล้าน
คุณตาวัย 86 ปี อดีต ผจก.ธนาคาร โดนแก๊งคอลเซ็นเตอร์ใช้มุกเดิมหลอก สูญเงินเกือบล้าน เผยทำไมถึงหลงเชื่อ ก่อนมีจุดเอะใจ
นายเอ (นามสมมุติ) อายุ 86 ปี นำหลักฐานเอกสารต่าง ๆ เข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน สภ.เมืองนนทบุรี จ.นนทบุรี หลังถูกแก๊งคอลเซ็นเตอร์ใช้มุกเดิมออกอุบายหลอกเป็นตำรวจ แล้ววิดีโอคอลแจ้งกับตนเองว่าบัญชีธนาคารของตนมีส่วนพัวพันกับแก๊งสีเทา เป็นบัญชีผ่านของพวกบัญชีม้า ให้ตนโอนเงินที่มีอยู่ในบัญชีมาตรวจสอบ มิเช่นนั้นจะถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย
นายเอ (นามสมมุติ) อายุ 86 ปี เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า อดีตตนเป็นผู้จัดการธนาคารแห่งหนึ่ง สาขาปทุมวัน กรุงเทพ และเกษียณมาเมื่อปี 28 ได้มีชายอ้างว่าเป็นตำรวจยศพันตำรวจโท ตำแหน่งรองผู้กำกับ สภ.เมืองสุรินทร์ โทรเข้ามาที่เบอร์โทรศัพท์มือถือของตน
และบอกกับตนว่าบัญชีที่ตนมีอยู่ ตรวจพบว่ามีส่วนพัวพันกับธุรกิจสีเทา เป็นทางผ่านของบัญชีมาหลายบัญชี ให้ตนเองโอนเงินในบัญชี มาให้ตรวจสอบมิฉะนั้นจะถูกดำเนินคดี แต่หากพบว่าไม่มีส่วนพัวพันกับธุรกิจสีเทาก็จะคืนเงินทั้งหมดให้และจะมีเงินเยียวยาให้ก้อนหนึ่ง

ตนหลงเชื่อจนสนิทใจ เนื่องจากเขาเปิดกล้องและวิดีโอคอลแต่งชุดตำรวจ เขารู้กระทั่งว่ามีเงินโอนเข้ามา 900,000 บาท ซึ่งเป็นเงินที่ตนเก็บค่าเช่าที่ในแต่ละปีในจังหวัดลำปาง เขาบอกให้ตนเองโอนเงินไปที่บัญชีของชายรายหนึ่ง
ตนบอกว่าตนไม่ได้ใช้แอปฯ ธนาคารในมือถือ เขาจึงบอกให้ตนเองเบิกเงินในบัญชีธนาคารของตนเอง ซึ่งมียอดอยู่ 855,000 บาท ตนจึงเบิกเงินจากธนาคารนำเงินใส่ถุงและขับรถมาที่ธนาคารในห้างแห่งหนึ่งย่านติวานนท์ ก่อนจะนำเงินสดจำนวนดังกล่าวให้พนักงานเขียนใบฝากและโอนเงินไปให้ในบัญชีดังกล่าวเป็นที่เรียบร้อย ตามที่เขาบอก
นายเอ (นามสมมุติ) กล่าวต่ออีกว่า หลังจากนั้นชายที่อ้างตัวเป็นตำรวจ ได้ทักไลน์มาถามตนเองอีกว่ายังมีทรัพย์สินอะไรที่จะให้ตรวจสอบอีกไหม ตนจึงบอกไปว่ามีทองคำอีก 8 บาท ที่เก็บไว้ ชายคนดังกล่าวที่แอบอ้างเป็นรองผู้กำกับ จึงบอกให้ตนเองนำทองคำทั้งหมดไปขาย แล้วโอนเงินมาให้เขาตรวจสอบตอนนี้ตนจึงรู้สึกเอะใจและเชื่อแน่ว่าโดนแก๊งคอลเซ็นเตอร์หลอกแล้ว จึงไม่ได้นำทองไปขาย และโอนให้เขา จากนั้นจึงเดินทางไปที่ธนาคารเพื่อขออายัดเงินที่โอนไป แต่ทางธนาคารบอกให้ตนมาแจ้งความก่อน อยากฝากบอกถึงแก๊งคอลเซ็นเตอร์ว่า "เวรกรรมมันมีจริง เดี๋ยวมันก็ตามทันอย่าไปทำแบบนี้กับใครอีกเลย"
ด้วยความปราถนาดีจาก
หน่วยงานช่วยเหลือจัดการปัญหาอาชญากรรมทางเทคโนโลยี

รวบแก๊งคอลเซ็นเตอร์ดาวเด่น หลอกแพทย์หญิงโอนเงิน สูญ 100 ล้านจับกุม 3 คนร้าย แก๊งคอลเซ็นเตอร์ สาย 1 หลอกลวงแพทย์เสียหาย ก...
04/10/2024

รวบแก๊งคอลเซ็นเตอร์ดาวเด่น หลอกแพทย์หญิงโอนเงิน สูญ 100 ล้าน
จับกุม 3 คนร้าย แก๊งคอลเซ็นเตอร์ สาย 1 หลอกลวงแพทย์เสียหาย กว่า100 ล้านบาท
จับกุมน.ส.ขวัญนรินทร์ อายุ 23 ปี น.ส.นวลอนงค์ อายุ 21 ปี และน.ส. “ร่วมกันฉ้อโกงประชาชนโดยการแสดงตนเป็นคนอื่น,ร่วมกันเป็นอั้งยี่,ร่วมกันเป็นซ่องโจร,ร่วมกันมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ,ร่วมกันโดยทุจริตหรือโดนหลอกลวงนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน และร่วมกันฟอกเงิน”
น.ส.ขวัญนรินทร์ฯ และ น.ส.สุทธิดาฯ ได้เข้าทำงานเป็นพนักงานกลุ่มคอลเซ็นเตอร์ เป็นพนักงานสาย 1 ทำหน้าที่หลอกผู้เสียหายอ้างเป็นพนักงาน Fed-X อ้างว่ามีพัสดุตกค้าง ซึ่งได้ทำงานอยู่ที่ประเทศเพื่อนบ้าน
โดยได้รับค่าตอบแทนเบื้องต้นเดือนละ 20,000 บาท และได้รับเงินเพิ่มเติม จำนวนร้อยละ 5 จากยอดเงินที่สามารถหลอกลวงผู้เสียหายในประเทศไทยได้ รวมยอดเงินที่ น.ส.ขวัญนรินทร์ฯ และ น.ส.สุทธิดาฯ ได้รับจากการทำงานในกลุ่มแก๊งค์คอลเซ็นเตอร์ดังกล่าว ประมาณหลายแสนบาท

ส่วน น.ส.นวลอนงค์ เคยทำหน้าที่ดูแลหลังบ้านคอลเซ็นเตอร์ในที่เดียวกัน ทำหน้าที่หาพนักงานมาทำงานเพิ่มเติม ได้รับค่าตอบแทนเป็นจำนวนหลักแสนบาท ซึ่งกลุ่มแก๊งคอลเซ็นเตอร์ดังกล่าวเคยหลอกลวงผู้เสียหายมูลค่าความเสียหายจำนวนมาก ได้แก่ เคยหลอกลวงครูเกษียณอายุราชการ ได้เงิน 11 ล้านบาท, หลอกนักลงทุนหุ้น ได้เงิน 41 ล้านบาท และหลอกแพทย์ในจังหวัดชุมพร ได้เงิน 101 ล้านบาท ผู้ต้องหาทั้งสามคนให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหาในชั้นจับกุม
ด้วยความปราถนาดีจาก
หน่วยงานช่วยเหลือจัดการปัญหาอาชญากรรมทางเทคโนโลยี

ปู่วัย 81 ถูกแก๊งคอลเซ็นเตอร์หลอกเงิน 19 ล้าน จำนองบ้านอีก 3 ล้าน หมดตัวแถมเป็นหนี้คุณปู่วัย 81 ถูกมิจฉาชีพหลอกเงิน 19 ล...
04/10/2024

ปู่วัย 81 ถูกแก๊งคอลเซ็นเตอร์หลอกเงิน 19 ล้าน จำนองบ้านอีก 3 ล้าน หมดตัวแถมเป็นหนี้
คุณปู่วัย 81 ถูกมิจฉาชีพหลอกเงิน 19 ล้าน สั่งให้ไปจำนองบ้านอีก 3 ล้าน รวมเป็น 22 ล้าน หมดตัวแถมเป็นหนี้ บ้านจะถูกยึด
นายไพรสัณต์ หรือ อ๊อด อายุ 81 ปี อดีตหัวหน้างานด้านวางแผนธุรกิจสายงานด้านเชื้อเพลิง การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) หลังถูกมิจฉาชีพใช้กลอุบายตีเนียนหลอกว่าบัญชีของคุณปู่ พัวพันกับธุรกิจผิดกฎหมาย ทำให้ตกใจหลงเชื่อ โอนเงินให้กับมิจฉาชีพเป็นเงินสด 19 ล้านบาท หลังจากหมดตัวแล้วก็ยังถูก มิจฉาชีพใช้อุบายให้เอาบ้านไปจำนองขายฝากอีก 3 ล้าน รวมทั้งดอกเบี้ยอีก 450,000 บาท โดยให้ผ่อนชำระดอกเบี้ยเดือนละ 37,000 บาท และให้คืนเงินต้น 3 ล้านบาทที่เอาบ้านไปจำนองขายฝากไว้ภายในระยะเวลา 1 ปี หลังได้เงินจากจำนองขายฝากบ้านอีก 3 ล้านบาท ก็ได้โอนเงินให้กับมิจฉาชีพไป รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 22 ล้านบาท
นายไพรสัณต์ หรือ ปู่อ๊อด เล่าเรื่องราวอันแสนเศร้าที่เกิดขึ้นกับตนเองว่า ภรรยาเสียชีวิตไปหลายปีแล้ว มีลูกชายพียงคนเดียวชื่อนายนีรนาท หรือ โอ๊ต อายุ 43 ปี ทำงานอยู่บริษัทตลาดทรัพย์ที่ประเทศสิงคโปร์ หลังเกษียณอายุแล้วก็ใช้ชีวิตอยู่ในบ้านหลังใหญ่เนื้อที่ 83 ตารางวา ที่อยู่ในอำเภอบางกรวย จ.นนทบุรี มาด้วยดีมีความสุข ได้มีโทรศัพท์เบอร์มือถือโทรเข้ามาหา เป็นชายแนะนำตัวว่าชื่อ นายรณฤทธิ์ รหัสพนักงาน 593108 โดยแจ้งว่าถูกแอบอ้างนำข้อมูลส่วนตัวไปเปิดบัญชีธนาคารสีชมพู สาขาห้างใน จ.อยุธยา โดยมีหมายเลขบัญชี 029-781-899### ซึ่งได้ถูกตรวจบัญชี โดยทางธนาคารได้ติดต่อประสานงานไปยังสถานีตำรวจภูธรพระนครศรีอยุธยา เพื่อให้เจ้าหน้าที่ตำรวจส่งใบรับรองการแจ้งความมายังธนาคารสำนักงานใหญ่ภายใน 2 ชั่วโมง
ต่อมาได้มีเบอร์โทรศัพท์เบอร์มือถือหมายเลข 082-717-30XX โดยผู้โทรมาอ้างว่าตนเองชื่อ พันตำรวจตรีกิตติศักดิ์ (ชื่อนามสกุล ตำแหน่ง มีตัวตนจริง คาดถูกนำชื่อมาใช้แอบอ้าง) เป็นสารวัตรงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธพระนครศรีอยุธยา ต้องการสอบปากคำ เนื่องจากได้มีการทุจริตในหน่วยงานราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยาเป็นวงเงิน 11 ล้าน โดยมีนายเอนก ตำแหน่ง สจ. เป็นหัวหน้าขบวนการ (นายเอนก มีตัวตนจริง ปัจจุบันเป็น รองนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดพระนครศรีอยุธยา คาดว่าถูกแอบอ้างชื่อ-สกุล) และมีผู้ร่วมทุจริตเป็นข้าราชการชั้นผู้ใหญ่-ผู้น้อยกว่าร้อยคน โดยได้มีการนำเงินจากการทุจริตมาฝากผ่านบัญชีธนาคารของปู่อ๊อด โดยมิจฉาชีพแจ้งว่า ตนเองจะได้เงินผ่านบัญชี 10% ของเงินทั้งหมด และเงินที่อยู่ในบัญชีจะต้องเป็นของกลางในคดีอาญา โดยผู้ที่แอบอ้างเป็นพันตำรวจตรี เห็นว่าตนมีอายุมากแล้ว หากต้องไปให้การสอบสวนที่โรงพักจะลำบาก เลยแนะนำให้ตนทำตามขั้นตอน ผ่านทางไลน์
จากนั้นคนที่อ้างตัวเป็นตำรวจรายนี้ได้บอกกับตนเองว่าคดีนี้เป็นคดีใหญ่ มีผู้ร่วมขบวนการเป็นทั้งตำรวจ-ทหาร-ทนายความ รวมทั้งยังได้ส่งรูปคำสั่งจากศาลอาญากรุงเทพฯ ใต้ ให้ตรวจสอบบัญชีทรัพย์สินของตนเองทั้งหมดโดยให้ถือเป็นความลับถ้าตรวจสอบแล้วไม่พบว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีก็จะออกหนังสือแสดงความบริสุทธิ์ให้ รวมทั้งจะมีการเยียวยาให้ตามขั้นตอนของกฎหมาย
"ตนสูญทั้งเงินและกำลังจะสูญบ้านใน 1 ปี และเสียสุขภาพจิตกินไม่ได้นอนไม่หลับ น้ำหนักลดไป 3 กิโลกรัม จนต้องกินยาแทบจะป่วยเป็นโรคซึมเศร้า อยากจะฆ่าตัวตาย ก็อยากให้ตำรวจช่วยติดตามเงินและบ้านที่เสียไปกลับคืนมาให้ตนด้วย" คุณปู่อ๊อดกล่าวเสียงสั่นเครือ

ขณะที่นายนีรนาท หรือ โอ๊ต ลูกชายเพียงคนเดียว เปิดเผยว่า ตนรู้สึกโมโหและเสียใจกับเรื่องที่เกิดขึ้นมาก ทำไมถึงมาหลอกลวงกันได้ขนาดนี้ เอากันให้หมดตัวเลย พอรู้ก็รีบบินกลับมาจากสิงคโปร์ทันที เพื่อมาช่วยพ่อรวบรวมเอกสารหลักฐานต่างๆและไปแจ้งความที่ สอท. ก็อยากขอร้องพวกคอลเซ็นเตอร์ว่าอย่ามาทำกินบนหลังคนเลย ขอให้มีความเมตตาสงสารผู้คนบ้าง ในเมื่อคนไม่มีแล้ว เสียทั้งสุขภาพจิต สุขภาพกาย ไม่เป็นอันกินอันนอน ก็อยากขอร้องพวกแก๊งมิจฉาชีพทั้งหลายหยุดเถอะอย่ามาทำแบบนี้เลย ซึ่งที่คุณพ่อโอนไปให้มิจฉาชีพทั้งหมด 22 ล้านบาท และเป็นหนี้ขายฝากบ้านอีก 3.45 ล้านบาท ก็อยากให้ทางเจ้าหน้าที่ สอท.เร่งดำเนินการให้เร็วที่สุดเพราะว่าคุณพ่อก็อายุมากแล้ว ตอนนี้ไม่มีทรัพย์สินเหลือแล้ว ถ้าเกิดเจ็บป่วยก็จะลำบาก ก็ขอรบกวนฝากทาง สอท.ด้วย

และก็ฝากถึงธนาคารแห่งประเทศไทยหรือผู้เกี่ยวข้อง เพราะในกรณีแบบนี้ทางแบงก์ทั้งหลาย สามารถใช้ระบบในการตรวจสอบได้ ถ้าหากได้ทำการรู้จักลูกค้าอย่างดีแล้ว จะสามารถสังเกตได้ว่าจำนวนเงินในบัญชีของลูกค้าเข้า-ออก กับรายได้ของลูกค้ามีความแตกต่างกันมาก เพราะฉะนั้นทางธนาคารจะใช้ระบบ IT เพื่อตรวจจับความผิดพลาดหรือตั้งข้อสังเกตว่ามีเงิน เข้า-ออก เป็น 10 เท่าของรายได้ น่าจะทำการหยุดธุรกรรมไว้จนกว่าทางเจ้าของบัญชีจะมาแจ้งอีกครั้ง เพื่อเป็นการป้องกันให้ทางลูกค้า ไม่ให้เจ้าของบัญชีสูญเสียเงิน ทางธนาคารแห่งประเทศไทยและผู้ที่เกี่ยวข้องควรหาทางแก้ปัญหาเรื่องนี้ได้ มิเช่นนั้นก็จะมีประชาชนคนสุจริตที่ทำงานเก็บเงินมาทั้งชีวิต ตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพอีกไม่มีวันสิ้นสุด
ด้วยความปราถนาดีจาก
หน่วยงานช่วยเหลือจัดการปัญหาอาชญากรรมทางเทคโนโลยี

ตำรวจ รวบพ่อค้าเสื้อผ้า หลอกขายของผ่านเน็ต อ้างรับเงินมาแต่ไม่มีของส่งจับกุมผู้ต้องหาที่หลอกขายของทางออนไลน์ สร้างความเด...
04/10/2024

ตำรวจ รวบพ่อค้าเสื้อผ้า หลอกขายของผ่านเน็ต อ้างรับเงินมาแต่ไม่มีของส่ง
จับกุมผู้ต้องหาที่หลอกขายของทางออนไลน์ สร้างความเดือดร้อนให้ประชาชน โดยทำการ จับกุมนายสุพศิน อายุ 27 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับ ของศาลแขวงนนทบุรี กระทำความผิดฐาน “ฉ้อโกง” และ เป็นผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดปราจีนบุรี
โดยทุจริตหรือโดยหลอกลวง นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์บิดเบือนหรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่บุคคลหนึ่งบุคคลใดและฉ้อโกงทรัพย์สินผู้อื่น” โดย จับกุมได้บริเวณมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งย่านบางเขน
สืบเนื่องมีผู้เสียหายใช้เฟซบุ๊กชื่อ Supasin Supasin เข้าไปโพสต์รูปขายของตามเพจต่างๆ
ทั้งในกลุ่มอนุรักษ์อาวุธไทยโบราณ, กลุ่มประมูลพระ, กลุ่มคนขายกล้องฟิล์ม, กลุ่มซื้อขายและเปลี่ยนอุปกรณ์เครื่องดนตรี เป็นต้น จากการสืบสวนพบผู้เสียหายโพสต์เตือนภัยโดนนายสุพศินฯ หลอกขายสินค้าแต่ไม่มีส่งสินค้าให้เป็นจำนวนกว่า 13 รายจึงได้ติดตามผู้ต้องหาดังกล่าวจนกระทั่งทราบว่า นายสุพศิน กัลยาณประดิษฐ อายุ 27 ปี จึงได้ทำการสืบสวนจนกระทั่งพบว่าอยู่ในห้องสมุดในมหาวิทยาลัยย่านบางเขนจึงได้ทำการจับกุมตัวดังกล่าว
จากการสอบสวน ผู้ต้องหาให้การยอมรับว่า ก่อเหตุจริงโดยให้ให้ลูกค้าโอนเงินแต่ไม่มีสินค้าส่ง ปัจจุบันนายสุพศินอ้างว่ามีอาชีพขายเสื้อผ้าอยู่แถวสะพานใหม่ แต่จากการสืบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจกก.ดส.พบว่านายสุพศินฯมักจะมาใช้พื้นที่ตามห้องสมุดมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง เพื่อทำการพูดคุยติดต่อกับลูกค้าทางออนไลน์ในการหลอกขายสินค้า

เบื้องต้นนำตัวส่งนำตัวส่งพนักงานสอบสวน ดำเนินคดีตามกฎหมายฝากแจ้งเตือนภัยประชาชนที่ซื้อของทางออนไลน์ อย่าหลงเชื่อจากรูปภาพที่โพสต์ขายตามเพจ ให้ตรวจสอบให้แน่ชัดว่าบุคคลดังกล่าวเคยหลอกขายสินค้าทางออนไลน์มาก่อนหรือไม่
ด้วยความปราถนาดีจาก
หน่วยงานช่วยเหลือจัดการปัญหาอาชญากรรมทางเทคโนโลยี

เชื่อได้ยังไง? รวบแก๊งหลอกขายกล่องสุ่ม อ้างโอน 1 พัน ได้ฟอร์จูนเนอร์คันใหม่สืบเนื่องจากผู้เสียหายได้แจ้งความร้องทุกข์กับ...
04/10/2024

เชื่อได้ยังไง? รวบแก๊งหลอกขายกล่องสุ่ม อ้างโอน 1 พัน ได้ฟอร์จูนเนอร์คันใหม่
สืบเนื่องจากผู้เสียหายได้แจ้งความร้องทุกข์กับตำรวจไซเบอร์ผ่านระบบรับแจ้งความออนไลน์ ว่ามีคนร้ายสร้างเพจปลอมชื่อ อ้างเป็นอินฟลูเอนเซอร์ร้านทองชื่อดัง โพสต์โฆษณาจำหน่ายกล่องสุ่ม โดยให้โอนเงินตั้งแต่หลักพันขึ้นไป เพื่อลุ้นรางวัลต่างๆ มากมาย ไม่ว่าจะเป็น สร้อยคอทองคำ โทรศัพท์มือถือ เงินสด ไปจนถึงรถยนต์ เป็นต้น
ผู้เสียหายหลงเชื่อจึงโอนเงินสั่งชื้อกล่องสุ่ม ในราคา 1,000 บาท ในครั้งแรก ต่อมา คนร้ายหลอกผู้เสียหายว่าเป็นผู้โชคดีได้รับรางวัลรถยนต์โตโยต้า ฟอร์จูนเนอร์ โดยมีข้อแม้ว่าผู้เสียหายต้องโอนเงินค่าจดทะเบียน และยังอ้างเหตุผลต่างๆ เพื่อให้โอนเงินค่าดำเนินการอื่นๆ เพิ่มเติมอีก ผู้เสียหายจึงโอนเงินไปรวมทั้งสิ้น 283,457 บาท สุดท้ายโดนบล็อกและไม่สามารถติดต่อคนร้ายได้อีก จึงได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์ดำเนินคดีดังกล่าว
เจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าจับกุม น.ส.กรวรรณฯ อายุ 44 ปี บตามหมายจับศาลอาญาชาวกรุงเทพ โดยควบคุมตัวได้บริเวณหน้าตลาดสายเนตร แขวงรามอินทรา เขตคันนายาว กรุงเทพ ในข้อหาร่วมกันฉ้อโกงประชาชนโดยการแสดงตนเป็นคนอื่น และนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วนหรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จโดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน” จึงนำส่งพนักงานสอบสวน เพื่อนำตัวฝากขังต่อศาลจังหวัดกระบี่ ตามขั้นตอนต่อไป
ด้วยความปราถนาดีจาก
หน่วยงานช่วยเหลือจัดการปัญหาอาชญากรรมทางเทคโนโลยี

อ้างเป็นหนุ่มญี่ปุ่น หลอกแม่ม่ายให้หลงรัก ฉุกใจปรึกษาลูกรอดหวุดหวิด แก๊งโรแมนซ์สแกม ใช้ลูกไม้เดิม “หลอกให้รัก” อ้างเป็นห...
04/10/2024

อ้างเป็นหนุ่มญี่ปุ่น หลอกแม่ม่ายให้หลงรัก ฉุกใจปรึกษาลูกรอดหวุดหวิด
แก๊งโรแมนซ์สแกม ใช้ลูกไม้เดิม “หลอกให้รัก” อ้างเป็นหนุ่มญี่ปุ่นหาคู่เป็นสาวไทย พูดคุยตีสนิทม่ายสาวใหญ่ จะส่งของขวัญ ส่งเงินมาให้ 1 ล้านดอลลาร์ แต่ต้องเสียค่าภาษีก่อน เกือบหลวมตัวตกเป็นเหยื่อ ดีที่ฉุกใจไปปรึกษาลูกและญาติก่อน
นางกาญจนา เล่าว่า ตนเป็นม่าย สามีเสียชีวิตไปนานแล้ว มีลูก 2 คน เมื่อประมาณต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา มีเฟซบุ๊กชื่อ “Jackson dan” ส่งคำขอมาเป็นเพื่อนตนทางเฟซบุ๊ก ตนจึงกดตอบรับไป ไม่นานเขาก็แชตมาทักทายแนะนำตัว อ้างว่าชื่อ แจ็คสัน อายุ 45 ปี เป็นคนญี่ปุ่น ไปทำงานเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์อยู่ที่ประเทศเนเธอร์แลนด์ เคยแต่งงาน แต่เลิกกับภรรยาไปแล้ว เป็นพ่อเลี้ยงเดี่ยว มีลูกสาว 1 คน อายุ 4 ขวบ ตอนแรกเขาขอคุยเป็นเพื่อน เราก็ตอบตกลง ประมาณวันที่ 2 เขาก็บอกเราเป็นคนดี ฉันรักเธอ ขอคุยเป็นแฟนได้หรือไม่ เราก็บอกถ้าคุณจริงใจก็ไม่มีปัญหา
“ผ่านมาวันที่ 3 เขาก็เริ่มพูดถึงเรื่องเงิน เขาบอกว่าจะส่งของขวัญมาให้ พร้อมกับจะส่งเงินใส่ลงในกล่องด้วย 1 ล้านดอลลาร์ เพื่อเซอร์ไพรส์วันเกิด เขาบอกอยากได้อะไรก็เอาไปซื้อเลย เขาก็หว่านล้อมให้เราโอนเงินภาษีก่อน 4 หมื่นบาท เราก็บอกลูกชาย ลูกก็บอกให้ระวัง ถ้าพูดกันเรื่องเงิน น่าจะเป็นการหลอกลวงล้านเปอร์เซ็นต์ เพราะเห็นข่าวการหลอกลวงแบบนี้มานานแล้ว จนเช้าเมื่อวานนี้มีคนโทรเข้ามาว่า พัสดุถึงไทยแล้ว ให้รีบโอนเงินภาษีมา”
นางกาญจนา กล่าวต่อว่า ตนเกิดเอะใจ และส่งข้อความกลับไปหาชายคนนั้น เขาก็บอกกำลังจะประสานผู้จัดการขนส่ง เราก็เลยเงียบ เขาก็ยังแชตมาหาเรื่อยๆ แต่เราก็ไม่ตอบ ลูกก็บอกว่าถ้าหากไม่สบายใจก็ให้ไปแจ้งความไว้ จึงรีบมาในวันนี้ ซึ่งตำรวจก็ยืนยันว่าเป็นแก๊งต้มตุ๋นหลอกลวงจริง ตนจึงอนุญาตให้ทำข่าวเป็นอุทาหรณ์ และกลับไปจะให้ลูกชายบล็อกเฟซบุ๊กผู้ชายคนนี้ ไม่ต้องติดต่อมาอีก

ธนาคารเตือนไม่เชื่อ ยายโอนไปช่วยทหารต่างด้าว 38 ครั้ง 2.9 ล้านคุณยายวัย 78 ปี เจ้าของสวนมะม่วงส่งออก 100 ไร่ ชาวท่าตะเกี...
04/10/2024

ธนาคารเตือนไม่เชื่อ ยายโอนไปช่วยทหารต่างด้าว 38 ครั้ง 2.9 ล้าน
คุณยายวัย 78 ปี เจ้าของสวนมะม่วงส่งออก 100 ไร่ ชาวท่าตะเกียบ ฉะเชิงเทรา นำสลิปโอนเงิน 38 ใบ แจ้งตำรวจ ถูกชาวต่างชาติอ้างเป็นทหารผ่านศึกแชตมาขอความช่วยเหลือ โอนเงินไปกือบ 3 ล้านบาท จนท.ธนาคารเคยเตือนแล้วแต่ยายไม่เชื่อ
คุณยายสมจิตร ศรศรีสงครา อายุ 78 ปี ชาวบ้าน ม.17 บ้านชมพู ต.ท่าตะเกียบ อ.ท่าตะเกียบ จ.ฉะเชิงเทรา พร้อมหลานสาวคือ น.ส.วารี อายุ 31 ปี นำเอกสารสลิปการโอนเงินเข้าพบ พ.ต.ท.สุรพิสิฐ ไหมงำ หัวหน้าพนักงานสอบสวน สภ.ท่าตะเกียบ เพื่อร้องทุกข์กล่าวโทษคนร้ายที่หลอกลวงฉ้อโกงเงินโดยใช้บัญชีม้า จนคุณยายสมจิตร ต้องสูญเงินเก็บทั้งชีวิต
คุณยายทราบว่า เจ้าหน้าที่ ธ.ก.ส. ท่าตะเกียบ เตือน คุณยายแล้วว่ามิจฉาชีพหลอก แต่คุณยายไม่เชื่อ ไปขอให้ร้านขายของชำแถวอำเภอท่าตะเกียบ และร้านสะดวกซื้อโอนให้ โดยโอนครั้งสุดท้าย เมื่อปลายเดือนพฤษภาคม 2567 ที่ผ่านมา 2 ใบเสร็จ โอนไปบัญชีม้าที่ใช้ชื่อจุฑาทิพย์ พาพรม รวม 5 แสน คุณยายบอกว่ารายได้ของตนหลังสามีเสียชีวิตก็มีสวนมะม่วงส่งออก 100 ไร่ ให้ชาวบ้านเช่าที่การเกษตรปีละ 2 แสนกว่าบาท มีค่าเช่าห้องแถว คุณยายบอกผ่านสื่อว่า หากมิจฉาชีพดูข่าวช่วยนำเงินมาคืนยายบ้าง ถึงจะคืนไม่ครบก็ขอให้เอามาคืนยายแก่ชรามากแล้วที่ยายช่วยไปเพราะสงสาร

รวบ "อาฉิ่ง" หน.แก๊งคอลฯ พร้อมสมุน ตั้งฐานฝั่งเขมร หลอกเหยื่อผู้สูงอายุตร.ไซเบอร์ โชว์ผลงานปฏิบัติการ "HANG UP" บุกรวบ "...
03/10/2024

รวบ "อาฉิ่ง" หน.แก๊งคอลฯ พร้อมสมุน ตั้งฐานฝั่งเขมร หลอกเหยื่อผู้สูงอายุ
ตร.ไซเบอร์ โชว์ผลงานปฏิบัติการ "HANG UP" บุกรวบ "อาฉิ่ง" หัวหน้าขบวนการแก๊งคอลเซ็นเตอร์โหด พร้อมลูกทีมรวม 12 คน ตั้งฐานฝั่งกัมพูชาหลอกเหยื่อ ให้โอนเงินตรวจสอบ ตุ๋นเหยื่อ 1 พันล้านบาทต่อปี
สืบเนื่องจากมีผู้เสียหายจำนวนมาก ถูกแก๊งคอลเซ็นเตอร์ใช้อุบาย อ้างตัวเป็นฝ่ายเร่งรัดหนี้สินธนาคาร ออกอุบายสอบถามผู้เสียหายว่าเลขท้ายบัตรเครดิต 4 หลักนี้ เป็นของผู้เสียหายหรือไม่ ซึ่งเมื่อผู้เสียหายตอบว่าไม่ใช่ ทางคนร้ายก็จะแจ้งกับผู้เสียหายว่า ข้อมูลของท่านอาจรั่วไหล
แนะนำให้ติดต่อกลับมาที่ สภ.เมืองตาก โดยให้ผู้เสียหายกดปุ่มสี่เหลี่ยม ( #) 2 ครั้ง ระบบจะโอนสายอัตโนมัติไปยังสายที่ 2 โดยสายที่ 2 จะอ้างตัวว่าเป็นตำรวจของ สภ.เมืองตาก จากนั้นจะแอดเพิ่มเพื่อนผ่านแอปพลิเคชันไลน์ ก่อนข่มขู่ผู้เสียหายว่าเข้าไปเกี่ยวข้องในคดีฟอกเงิน จนทำให้ผู้เสียหายเกิดความกลัวว่าต้องถูกดำเนินคดี ทางคนร้ายแจ้งว่าหากต้องการแสดงความบริสุทธิ์จะต้องโอนเงินมาตรวจสอบ จากนั้นมีการส่งสายต่อให้พูดคุยกับสายที่ 3 ที่อ้างตัวว่าเป็นตำรวจในระดับยศ พ.ต.ต. โดยทำทีให้ความช่วยเหลือ โดยการให้ผู้เสียหายโอนเงินมาตรวจสอบและจะคืนให้ในวันถัดไป ทำให้ผู้เสียหายเกิดความกลัวและหลงเชื่อ จึงยอมโอนเงินไปยังบัญชีธนาคารของคนร้าย จากนั้นไม่สามารถติดต่อได้อีก กระทั่งผู้เสียหายรู้ตัวว่าถูกหลอก ก่อนเข้าร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน เพื่อให้ดำเนินคดีกับคนร้าย
จากการสอบสวน นายปฏิภาณ หัวหน้าแก๊งชาวไทย ให้การว่า เริ่มเข้ามาอยู่แก๊งคอลเซ็นเตอร์กลุ่มดังกล่าวในประเทศกัมพูชา ตั้งแต่ปลายเดือนธันวาคม 2565 ถึงกลางปี 2566 ซึ่งเหยื่อส่วนใหญ่เป็นผู้สูงอายุและข้าราชการเกษียณอายุ โดยทำหน้าที่เป็นผู้ควบคุมและคอยสั่งการในแต่ละทีม หากใครทำยอดไม่ได้ ทำผิดกฎข้อห้าม หรือหลบหนี ก็จะถูกตนทำร้ายร่างกายและใช้เครื่องช็อตไฟฟ้าจนได้รับบาดเจ็บ อีกทั้งตนยังเป็นผู้เรียบเรียงสคริปต์คำพูดทั้งภาษาไทยและภาษาจีน ในการหลอกลวงผู้เสียหาย นอกจากนี้ ในการหลอกลวงเหยื่อจะตั้งเป้าให้ลูกทีมแต่ละทีมได้ยอดสัปดาห์ละ 20 ล้านบาท หรือ 1,000 ล้านบาทต่อปี สร้างความเสียหายนับหลายพันล้านบาท หากทีมไหนทำยอดถึงเป้าจะอนุญาตให้หยุดพัก 1 วัน หากทีมไหนยอดไม่ถึงจะให้ทำงานต่อเนื่องไม่มีวันหยุดพัก ในส่วนเงินตอบแทนจะได้รับตามเปอร์เซ็นต์ของยอดเงินที่หลอกได้ คือ สาย 1 ได้ 6 เปอร์เซ็นต์ สาย 2 ได้ 5 เปอร์เซ็นต์ และสาย 3 ได้ 5 เปอร์เซ็นต์ หากคนเดียวทำได้ทั้งสาย 1 และสาย 2 ก็จะได้รับรวมกันถึง 11 เปอร์เซ็นต์
ด้วยความปราถนาดีจาก
หน่วยงานช่วยเหลือจัดการปัญหาอาชญากรรมทางเทคโนโลยี

จับแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ต้มหุ้นซีพีออลล์ ปลอมเฟซบุ๊ก หมุน 1.5 พันล้านตามรวบ 5 มิจฉาชีพชาวไทยสมาชิกแก๊งคอลเซ็นเตอร์ต่างชาติ อ...
03/10/2024

จับแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ต้มหุ้นซีพีออลล์ ปลอมเฟซบุ๊ก หมุน 1.5 พันล้าน
ตามรวบ 5 มิจฉาชีพชาวไทยสมาชิกแก๊งคอลเซ็นเตอร์ต่างชาติ ออกอุบายเปิดเฟซบุ๊ก ใช้โลโก้เลียนแบบ CP ALL ตุ๋นซื้อหุ้นกู้ มีผู้ตกเป็นเหยื่อกว่า 180 คน พบเงินหมุนเวียนในระบบของแก๊งกว่า 1,500 ล้านบาท อยู่ระหว่างขยายผลกลุ่มนายทุนมีทั้งชาวจีน เวียดนาม กัมพูชา
ทลายเครือข่ายตุ๋นซื้อหุ้นกู้ “CP ALL” พบเงินหมุนเวียนในระบบกว่า 1,500 ล้านบาท

สืบเนื่องจาก มีมิจฉาชีพเปิดเพจเฟซบุ๊ก ชื่อ “Brand Cp” ใช้โลโก้เลียนแบบของบริษัท “CP ALL” โพสต์ภาพถ่าย ข่าวสาร กิจกรรมต่างๆของบริษัท พร้อมทั้งเชิญชวนประชาชนทั่วไปลงทุนซื้อหุ้นกู้กับบริษัท อ้างได้ผลตอบแทนสูง เมื่อผู้เสียหายหลงเชื่อสมัครสมาชิกโอนเงินเข้าลงทุนในระบบที่แสดงผลกำไรที่ได้จากการลงทุน ช่วงแรกๆเหยื่อทุกคนได้กำไรดี สามารถทำรายการถอนเงินจากการลงทุนได้ทั้งหมด ทำให้ผู้เสียหายหลงเชื่อนำเงินมาลงทุนซื้อหุ้นกู้เพื่อต้องการกำไรที่มากขึ้น แต่เมื่อจะถอนเงินกลับถูกกำหนดเงื่อนไขต่างๆ อีกทั้งยังบังคับให้ชำระเงินภาษี สุดท้ายไม่สามารถถอนเงินออกจากระบบได้ ทำให้เชื่อว่าถูกหลอกลวง รวมตัวเข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน
ด้วยความปราถนาดีจาก
หน่วยงานช่วยเหลือจัดการปัญหาอาชญากรรมทางเทคโนโลยี

จับเจ้าพ่อซิมผีออนไลน์รายใหญ่ ตัดวงจรแก๊งคอลเซ็นเตอร์ มหาโจรหลอกลวงปชช.ทำการจับกุมผู้ต้องหาลักลอบซื้อขายหมายเลขโทรศัพท์ส...
02/10/2024

จับเจ้าพ่อซิมผีออนไลน์รายใหญ่ ตัดวงจรแก๊งคอลเซ็นเตอร์ มหาโจรหลอกลวงปชช.
ทำการจับกุมผู้ต้องหาลักลอบซื้อขายหมายเลขโทรศัพท์สำหรับบริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ (ซิมม้า) จากการสืบสวนพบว่า ผู้ใช้ Facebook รายหนึ่ง ได้โพสต์ข้อความ ขายหมายเลขโทรศัพท์ ลงในกลุ่มชื่อว่า “ซื้อ-ขาย (ซิมลงทะเบียนและไม่ลงทะเบียน) ผ่านทางแอดมินเท่านั้น” โดยโพสต์ข้อความว่า “มีดีแทคลงทะเบียนแล้ว 200 เบอร์สนใจทักแชท มีเก็บปลายทางหรือส่งแกร๊ป” โดยจะขายซิมที่ลงทะเบียนแล้ว 120 บาท และซิมที่ยังไม่ลงทะเบียน 80 บาท
ซึ่งภายหลังสืบสวนจนทราบว่า ผู้ใช้ Facebook ดังกล่าวคือ นายไพศาล(สงวนนามสกุล) เป็นเอเย่นต์ลักลอบขายซิมผี (ซิมที่การลงทะเบียนใช้งานโดยบุคคลอื่น) ซึ่งซิมผีเหล่านี้อาจใช้ในการกระทำความผิดของแก๊งคอลเซ็นเตอร์รวมถึงการนำไปลงทะเบียนแอปพลิเคชั่น Mobile Banking เจ้าหน้าที่ตำรวจ จึงได้ทำการล่อซื้อและนำไปสู่การขอออกหมายจับ นายไพศาล(สงวนนามสกุล) ของศาลจังหวัดนนทบุรี และหมายค้นศาลอาญามีนบุรี ที่ 572/2567 ลงโดยได้นำหมายค้นของศาลอาญามีนบุรีฯ เข้าตรวจค้นบ้านพัก ในเขตสะพานสูง กทม. เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ ไปถึงบ้านที่พักอาศัยดังกล่าว พบ นายไพศาล(สงวนนามสกุล) อายุ 35 ปี โดยยอมรับว่าเป็นบุคคลตามหมายจับจริง ผลการตรวจค้น พบซิมหมายเลขโทรศัพท์มือถือ จำนวน 194 ซิม โดยยอมรับว่าได้ซื้อซิมเปล่ามาประกาศขายออนไลน์ ผ่าน Facebook โดยว่าจ้างให้บุคคลอื่นลงทะเบียนซิมให้โดยจะขายซิมที่ลงทะเบียนแล้ว 120 บาท และซิมที่ยังไม่ลงทะเบียน 80 บาท
จากการสอบถาม นายไพศาล(สงวนนามสกุล)ให้การรับสารภาพว่าตนเป็นผู้โพสต์ขายซิม หมายเลขโทรศัพท์จริง เจ้าหน้าที่ตำรวจ จึงทำการตรวจยึดและนำตัวผู้ต้องหามาส่งพนักงานสอบสวน ดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

คำสารภาพช็อก! ตร.รวบภัยสังคม ใช้โปรไฟล์รูปน้องหมีเนย หลอกเด็กถ่ายเปลือย-ข่มขืนสืบเนื่องจากตำรวจไซเบอร์ได้รับการประสานจาก...
02/10/2024

คำสารภาพช็อก! ตร.รวบภัยสังคม ใช้โปรไฟล์รูปน้องหมีเนย หลอกเด็กถ่ายเปลือย-ข่มขืน
สืบเนื่องจากตำรวจไซเบอร์ได้รับการประสานจาก สภ.เมืองจันทบุรี จ.จันทบุรี ให้ร่วมกันสืบสวนหาตัวผู้กระทำความผิด หลังจากที่ ได้มีมารดาของเด็กหญิงวัย 12 ขวบ เข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน สภ.เมืองจันทบุรี ว่า ถูกบุคคลนิรนาม ข่มขู่ด้วยการให้ส่งภาพถ่ายและวีดีโอคลิปในลักษณะโป๊เปลือยให้
จากการสอบสวนทราบว่า ผู้เสียหายได้เข้าเล่นเกมออนไลน์ชื่อดังเกทหนึ่งผ่านโทรศัพท์มือถือส่วนตัว แล้วได้ร่วมเล่นกับผู้ใช้บัญชีที่ชื่อว่า “dek-d.com” มาโดยตลอด โดยได้พูดคุยกับผู้ใช้บัญชีดังกล่าวผ่านช่องแชทของเกม ซึ่งนอกจากจะพูดคุยในเรื่องของเกมแล้ว ยังพูดคุยในเรื่องส่วนตัว จนนำมาสู่การขอเพิ่มเพื่อนใน LINE และเปลี่ยนมาสนมนาผ่าน LINE แทน ซึ่งคนร้ายใช้ชื่อไลน์ว่า “butter bear!!” พร้อมใช้รูปโปรไฟล์เป็นรูปน้องหมีเนย Butterbear มาสคอตหมีชื่อดังที่กำลังเป็นกระแสอยู่ในปัจจุบัน
หลังจากนั้น คนร้ายได้หลอกล่อให้ผู้เสียหายถ่ายภาพและวีดีโอคลิปในลักษณะโป๊เปลือย พร้อมทำท่าทางลักษณะลามกอนาจารต่าง ๆ ส่งใน LINE ส่วนตัว โดยได้หลอกล่อให้ผู้เสียหายทำเช่นนี้อย่างต่อเนื่อง
ต่อมาผู้เสียหายเริ่มไหวตัวทันและไม่ยอมส่งภาพให้ คนร้ายจึงข่มขู่ผู้เสียหายว่า ถ้าหากผู้เสียหายมีท่าทีไม่ยอม คนร้ายจะนำภาพและคลิปดังกล่าวเผยแพร่สู่สาธารณะ ทำให้ผู้เสียหายเกิดอาการเครียดและมีพฤติกรรมที่เปลี่ยนไป เมื่อผู้ปกครองทราบเรื่อง จึงได้เข้าแจ้งความกับตำรวจในทันที
เบื้องต้น ผู้ต้องหาให้การยอมรับสารภาพ อ้างว่าทำมาแล้วหลายปี มีเป้าหมายเป็นเด็กที่อายุต่ำกว่า 18 ปี โดยมีเด็กที่ตกเป็นเหยื่อแล้วถึง 5 ราย หนึ่งในนั้นเป็นเหยื่อที่โดนข่มขู่มานานถึง 5 ปี ตั้งแต่อายุ 14 ปี จนถึง 18 ปี ซึ่งทางตำรวจเชื่อว่า จะมีผู้เสียหายที่เพิ่มเติมมากกว่านี้ โดยอยู่ในระหว่างการสืบสวนขยายผลและประสานงานเข้าให้ความช่วยเหลือผู้เสียหายเพิ่มเติมต่อไป
ด้วยความปราถนาดีจาก
หน่วยงานช่วยเหลือจัดการปัญหาอาชญากรรมทางเทคโนโลยี

หนุ่มอ้างตัวเป็นเจ้าหน้าที่กรมบังคับคดี หลอกขายสินค้าทิพย์เหยื่อสูญนับล้านรวบเจ้าหน้าที่กรมบังคับคดีเก๊หลอกขายสินค้าทิพย...
02/10/2024

หนุ่มอ้างตัวเป็นเจ้าหน้าที่กรมบังคับคดี หลอกขายสินค้าทิพย์เหยื่อสูญนับล้าน
รวบเจ้าหน้าที่กรมบังคับคดีเก๊หลอกขายสินค้าทิพย์เหยื่อสูญกว่า 1.5 ล้านบาท
โดยกล่าวหาว่า”ฉ้อโกง,แสดงตนเป็นคนอื่นและโดยทุจริตหรือโดยหลอกลวงนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วนหรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จโดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายต่อบุคคลใดบุคคลหนึ่ง” พร้อมของกลางอีก จำนวน 14 รายการ
สถานที่จับกุม บริเวณหน้าบ้านเลขที่ 437/61 แขวงบางขุนศรี เขตบางกอกน้อย กรุงเทพมหานครตรวจสอบหมายจับ พบมีหมายจับอื่นอีก 1 ฉบับ
พฤติการณ์การกระทำความผิดกล่าวคือ
ผู้ต้องหาได้แสดงตนเป็นเจ้าหน้าที่กรมบังคับคดีหลอกลวงผู้เสียหาย โดยอ้างว่าตนเองเป็นนายหน้า ได้รับมอบอำนาจจากเจ้าของโรงงานที่ต้องการจะขายเครื่องจักรอุตสาหกรรม มาเสนอขายเครื่องจักรอุตสาหกรรมให้กับผู้เสียหายในราคาที่ถูกกว่าท้องตลาดทั่วไป เมื่อผู้เสียหายหลงเชื่อ จึงได้นัดทำสัญญาซื้อขายและจ่ายเงินสด จำนวน 1,500,000 บาท ที่กรมบังคับคดี บางขุนนนท์ และเมื่อผู้เสียหายส่งมอบเงินให้ผู้ต้องหาแล้ว ผู้เสียหายได้ไปติดต่อที่โรงงาน ปรากฎว่าเจ้าของโรงงานไม่ทราบถึงการซื้อขายดังกล่าว และไม่สามารถติดต่อผู้ต้องหาได้ จึงทราบว่าถูกผู้ต้องหาหลอกลวงเอาทรัพย์ไป จนกระทั่งเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดลาดตระเวนออนไลน์ สืบนครบาลได้ทำการสืบสวนจนทราบว่าผู้ต้องหาหลบหนีมาเช่าห้องพักอยู่ที่ซอยจรัญสนิทวงศ์ 35 แขวงบางขุนศรี เขตบางกอกน้อย กรุงเทพมหานคร จึงได้ลงพื้นที่ตรวจสอบและจับกุมผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวน สน.บางขุนนนท์ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
ด้วยความปราถนาดีจาก
หน่วยงานช่วยเหลือจัดการปัญหาอาชญากรรมทางเทคโนโลยี

Address

อาคารซอฟต์แวร์ ปาร์ค ถนนแจ้งวัฒนะ ตำบลคลองเกลือ อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี
Islamabad
11120

Telephone

+923007899574

Website

Alerts

Be the first to know and let us send you an email when M. Irha & Co posts news and promotions. Your email address will not be used for any other purpose, and you can unsubscribe at any time.

Contact The Business

Send a message to M. Irha & Co:

Share