BetterWealth รู้หา รู้ใช้ รู้ลงทุน ...รวยแน่นอน!

12/09/2025

วงการการเมืองไทยเป็นเหมือนตลาดหลักทรัพย์ ผู้ลงทุนในแต่ละบริษัท (พรรค) คาดหมายผลกำไรและ 'เงินปันผล' ที่เรียกกันว่า 'โควตา' โอกาสที่คนนอกบริษัทจะเข้ามาทำงาน (หรือพูดหยาบๆ ว่า 'ชุบมือเปิบ') นั้นเกิดขึ้นได้ยากมาก

สองวันนี้มีข่าวนายกฯคนใหม่ทาบทามมือเศรษฐกิจ 'คนนอก' หลายคนมาทำงานด้วย

คำว่า 'คนนอก' มีนัยว่ามือสะอาด ทางการเมืองถือว่าเป็นนิมิตหมายที่ดี ส่วนจะเกิดขึ้นเพราะเป็นยุทธศาสตร์ทางการเมืองหรือไม่ ไม่ใช่ประเด็นของบทความนี้

ประเด็นของบทความนี้คือคำถามว่า คนนอก 'น้ำดี' ควรทำงานให้คนการเมืองที่อาจจะ 'ไม่ค่อยดี' หรือไม่

ตัวอย่างชัดที่สุดคือกรณี ดร. ป๋วย อึ๊งภากรณ์ กับจอมเผด็จการ จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์

ทั้งสองคนเป็นคนละทางกันโดยสิ้นเชิง คนหนึ่งเป็นนักวิชาการมือสะอาด ซื่อสัตย์ อีกคนหนึ่งมาจากการยึดอำนาจ ยิงเป้าคนเป็นว่าเล่น

แต่น้ำดีอย่าง ดร. ป๋วย อึ๊งภากรณ์ กลับยอมทำงานให้จอมเผด็จการ สฤษดิ์ ธนะรัชต์

ทำไม? คำตอบคือเพื่อประโยชน์ของชาติ

เป็นที่รับรู้ชัดเจนมาตลอดว่า ดร. ป๋วย อึ๊งภากรณ์ มือสะอาด ฉลาดเฉลียว ขวางทางคอร์รัปชั่นมาโดยไม่เกรงหน้าอินทร์หน้าพรหม

ดร. ป๋วย อึ๊งภากรณ์ เคยเล่าว่า ในช่วงปลายที่ จอมพล ป. พิบูลสงคราม ครองอำนาจ มีคนสามคนถือเขาเป็นศัตรู ทั้งสามล้วนเป็นใหญ่ในแผ่นดิน ได้แก่ จอมพล ป. พิบูลสงคราม จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ และพล.ต.อ. เผ่า ศรียานนท์ ภายใต้ความขัดแย้งและแรงกดดัน ผู้ใหญ่จึงส่งเขาไปทำงานที่ประเทศอังกฤษ

ป๋วยเป็นลูกคนจีน ฐานะไม่ดี ชีวิตต้องดิ้นรนแต่เด็ก อาศัยที่รักดี ก็เรียนจบธรรมศาสตร์บัณฑิตรุ่นแรกจากมหาวิทยาลัยวิชาธรรมศาสตร์และการเมือง

เขาสอบชิงทุนรัฐบาลได้ ไปเรียนปริญญาตรี สาขาวิชาเศรษฐศาสตร์และการคลัง ที่ London School of Economics & Political Science มหาวิทยาลัยลอนดอน เรียนสามปีก็จบด้วยคะแนนสูง เกียรตินิยมอันดับหนึ่ง

เมื่อกองทัพญี่ปุ่นบุกเมืองไทยในเดือนธันวาคม พ.ศ. 2484 รัฐบาลไทยโดยจอมพล ป. พิบูลสงคราม ร่วมวงไพบูลย์กับญี่ปุ่น ประกาศสงครามกับสหราชอาณาจักรและสหรัฐอเมริกา รัฐบาลไทยออกคำสั่งให้คนไทยในสหราชอาณาจักรและสหรัฐอเมริกาเดินทางกลับ ป๋วยเป็นหนึ่งในกลุ่มที่ไม่ทำตามคำสั่ง ตรงกันข้ามกลับเข้าร่วมขบวนการเสรีไทย ต่อต้านญี่ปุ่น ป๋วยมีบทบาทเจรจากับรัฐบาลอังกฤษให้ยอมรับขบวนการเสรีไทย

ป๋วยและเสรีไทยรวม 36 คนสมัครเข้าเป็นทหารในกองทัพบกอังกฤษ เรียกว่า กลุ่มช้างเผือก ใช้ชื่อว่า เข้ม เย็นยิ่ง เดินทางไปกับกองทัพเรืออังกฤษ จากลิเวอร์พูลไปที่ เมืองปูนา อินเดีย ฝึกหลักสูตรการทหารนานหกเดือน และเป็นเสรีไทยชุดแรกที่มาปฏิบัติการในไทย เป้าหมายเพื่อติดต่อ รูธ หรือ ปรีดี พนมยงค์ หัวหน้าเสรีไทย

กว่าจะติดต่อกับรูธได้ ป๋วยก็ต้องผ่านวิบากกรรมระหว่างการเข้ามาปฏิบัติการ ถูกชาวบ้านจับไปส่งตำรวจ ถูกจับข้อหาสายลับส่งตัวไปกรุงเทพฯ แต่เสรีไทยที่กรุงเทพฯช่วยจัดการจนได้พบ ปรีดี พนมยงค์

ปรีดี พนมยงค์ ส่งป๋วยกลับไปอังกฤษอีกครั้ง เพื่อเจรจาให้รัฐบาลอังกฤษยอมรับขบวนการเสรีไทยเป็นรัฐบาลที่ชอบธรรม และยอมให้ถอนเงินสำรองที่รัฐบาลไทยฝากไว้ที่ธนาคารกลางอังกฤษ

หลังสงครามโลก ดร. ป๋วยเดินทางกลับประเทศไทย และปฏิเสธการทำงานกับบริษัทเอกชนทุกแห่ง ทิ้งโอกาสและผลประโยชน์ต่าง ๆ ที่เอกชนเสนอให้ เขาเลือกเข้ารับราชการ เพื่อตอบแทนคุณแผ่นดินที่ส่งเขาไปเรียนที่ต่างประเทศ

ดร. ป๋วยรับราชการในตำแหน่งเศรษฐกร กรมบัญชีกลาง กระทรวงการคลัง ไต่เต้าขึ้นเป็นผู้ช่วยฝ่ายวิชาการของปลัดกระทรวงการคลัง กรรมการธนาคารแห่งประเทศไทย และในปี พ.ศ. 2496 ได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งรองผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย ทำให้เงินบาทมีเสถียรภาพและเงินสำรองระหว่างประเทศขยายตัวเพิ่มขึ้น

ในปี พ.ศ. 2496 จอมพลสฤษดิ์ต้องการซื้อสหธนาคารกรุงเทพจำกัด แต่ถูก ดร. ป๋วยขัดขวางโดยไม่เกรงหน้าอินทร์หน้าพรหม เนื่องจากธนาคารแห่งนี้กระทำผิดระเบียบของธนาคารแห่งประเทศไทย ต้องถูกปรับเป็นเงินหลายล้านบาท จอมพลสฤษดิ์ไปพบ ดร. ป๋วย ขอร้องเชิงบังคับให้ยกเลิกการปรับ แต่ ดร. ป๋วยไม่ยอม ในที่สุดธนาคารก็เสียค่าปรับ

จอมพลสฤษดิ์โกรธ ดร. ป๋วยมาก ผลก็คือปลายปีนั้น ดร. ป๋วยถูกสั่งย้ายพ้นจากตำแหน่งรองผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย ไปรับราชการเป็นผู้เชี่ยวชาญการคลัง กระทรวงการคลัง

มิเพียงขวางทางจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ เขายังขัดขา พล.ต.อ. เผ่า ศรียานนท์

ในเวลานั้นอธิบดีกรมตำรวจผู้นี้มีอำนาจล้นฟ้า ไม่กี่ปีก่อนหน้านั้น อัศวินตำรวจในสังกัดได้สังหารโหดสี่รัฐมนตรีกลางกรุง เพียงคิดจะขวางทางอธิบดีกรมตำรวจ ก็เป็นเรื่องอันตรายยิ่ง

นอกจากตำแหน่งอธิบดีกรมตำรวจ พล.ต.อ. เผ่า ศรียานนท์ ยังดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง พล.ต.อ. เผ่าได้เสนอให้รัฐบาลเปลี่ยนบริษัทพิมพ์ธนบัตร จาก บริษัท ธอมัส เดอ ลา รู เป็นบริษัทแห่งหนึ่งในสหรัฐอเมริกา

ดร. ป๋วยขัดขวางเรื่องนี้ ให้เหตุผลว่าผลงานของบริษัท ธอมัส เดอ ลา รู ได้มาตรฐานกว่า การปลอมธนบัตรทำได้ยากกว่า อีกทั้งกล่าวว่าบริษัทที่พล.ต.อ. เผ่าเสนอไม่น่าเชื่อถือ และมีชื่อเรื่องการวิ่งเต้น

รัฐบาลทำตามคำแนะนำของ ดร. ป๋วย เหตุการณ์นี้สร้างความไม่พอใจแก่ พล.ต.อ. เผ่าเป็นอย่างมาก

เพื่อความปลอดภัยและลดแรงกดดันรอบทิศ พระบริภัณฑ์ยุทธกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง จึงขอให้ ดร.ป๋วย ไปดำรงตำแหน่งที่ปรึกษาทางเศรษฐกิจการคลัง ประจำสถานเอกอัครราชทูตไทยในอังกฤษ

คนดีคนซื่อสัตย์อยู่ในเมืองไทยลำบาก

ผ่านไปร่วมสองปี จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ ก่อรัฐประหาร จอมพล ป. หนีไปเขมรและญี่ปุ่นตามลำดับ และไม่ได้กลับเมืองไทยอีกเลย

ส่วน พล.ต.อ. เผ่า ศรียานนท์ ก็ไปลี้ภัยที่สวิตเซอร์แลนด์ และไม่ได้กลับเมืองไทยอีกเช่นกัน

แล้วก็ถึงคราวคิดบัญชี ดร. ป๋วย อึ๊งภากรณ์ จอมพลสฤษดิ์สั่งตามตัว ดร. ป๋วยมาทันที เมื่อพบตัวแล้วกล่าวว่า “ผมต้องการให้คุณมาทำงานกับผม”

ศัตรูที่ซื่อสัตย์ต่อแผ่นดินนั้นหายาก ศัตรูที่หาญกล้าต่อกรอำนาจที่เหนือกว่าเพื่อรักษาประโยชน์ของประชาชนยิ่งหายาก

ปี พ.ศ. 2502 จอมพลสฤษดิ์แต่งตั้งให้ ดร. ป๋วยเป็นผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ

ต่อมาระหว่างที่ประชุมคณะรัฐมนตรีดีบุกโลกที่ลอนดอน ดร. ป๋วยได้รับโทรเลขจากจอมพลสฤษดิ์ให้รับตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ดร. ป๋วยปฏิเสธไม่ขอรับตำแหน่งนี้ ให้เหตุผลว่าตนได้สาบานตอนเข้าเป็นเสรีไทยว่า จะไม่รับตำแหน่งทางการเมืองใด ๆ ยกเว้นแต่เกษียณอายุราชการไปแล้ว เพื่อให้แน่ใจว่า การร่วมคณะเสรีไทยไม่มีผลประโยชน์แอบแฝง จอมพลสฤษดิ์จึงแต่งตั้ง ดร. ป๋วยเป็นผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย

ต่อมาจอมพลสฤษดิ์ก็แต่งตั้ง ดร. ป๋วยเป็นผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลังอีกตำแหน่งหนึ่ง ดร. ป๋วยในวัย 43 ปีจึงคุมทั้งนโยบายด้านการเงิน การคลัง และงบประมาณของประเทศ หากมิใช่เพราะจอมพลสฤษดิ์เห็นว่า ดร. ป๋วยเป็นคนซื่อสัตย์ ทำงานเพื่อแผ่นดินจริง ๆ ย่อมไม่ยกตำแหน่งสำคัญหลายตำแหน่งให้

ตลอดหลายปีนั้นจอมพลสฤษดิ์ไม่ก้าวก่ายงานของ ดร. ป๋วยเลย เพราะเชื่อว่าเขาจะทำงานสุดความสามารถและสุจริต และอีกประการ ก็คงรู้ว่าก้าวก่ายไม่สำเร็จแน่ ความประพฤติของ ดร. ป๋วยตรงดุจทวนเหล็ก ซื้อไม่ได้

ครั้งหนึ่งจอมพลสฤษดิ์พูดกับ ดร. ป๋วยว่า “บ้านของคุณเป็นเรือนไม้เล็ก ๆ อยู่ไม่สบาย ผมจะสร้างตึกให้ใหม่เอาไหม?”

ดร. ป๋วยตอบขอบคุณ แต่ปฏิเสธ

เมื่อถูกถามหลายหน ก็ตอบว่า “ภรรยาผมไม่ชอบอยู่ตึก”

ตลอดสิบสองปีที่ ดร. ป๋วยดำรงตำแหน่งผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย เป็นห้วงสมัยที่ธนาคารแห่งประเทศไทยถูกการเมืองแทรกแซงน้อยที่สุด เขาสามารถรักษาเสถียรภาพเงินตราได้อย่างแข็งแกร่ง เริ่มนวัตกรรมต่าง ๆ ทางการเงิน อดีตเสรีไทย นายเข้ม เย็นยิ่ง เป็นบุคคลที่ต่างประเทศยกย่องนับถืออย่างยิ่ง

และเมื่อการเมืองไทยพลิกผันสู่ความโสมมอีกครั้งในเหตุการณ์ 6 ตุลาคม 2519 นายเข้ม เย็นยิ่ง ก็ต้องลี้ภัยในต่างประเทศ

สิบเอ็ดปีต่อมา เมื่อนายเข้ม เย็นยิ่ง กลับมาเยี่ยมบ้านเกิด พนักงานธนาคารแห่งประเทศไทยสองพันคนยืนต้อนรับเขาด้วยน้ำตา ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ นักศึกษายืนต้อนรับ ถือป้ายข้อความว่า ‘ปลื้มใจนักเตี่ยกลับบ้าน’

คนดีจริงตกน้ำไม่ไหล ตกไฟไม่ไหม้

คนเก่งที่ซื่อสัตย์ แม้แต่คนเกลียดก็คารวะ

คนจริงที่หาญต้านอำนาจเถื่อน แม้แต่ศัตรูก็ยำเกรง

ดร. ป๋วย อึ๊งภากรณ์ เป็นบทเรียนสำหรับคนมือสะอาดที่มีความรู้ว่า จงอย่ากลัวที่จะทำดีเพื่อแผ่นดินเลย ถ้าอยู่ในตำแหน่งและโอกาสที่จะช่วยลดจำนวนโควตาทางการเมือง ก็จงทำเถิด

วินทร์ เลียววาริณ
7 กันยายน 2568
.........................

บางท่อนจาก สามก๊กบนเส้นขนาน

หนังสือแนวประวัติศาสตร์เปรียบเทียบไทยกับจีน เล่าเรื่องที่คนไทยทุกคนน่าจะรู้ การเปรียบเทียบกับเหตุการณ์ในสามก๊ก อาจจะช่วยให้เข้าใจกลไกและโครงสร้างทางการเมืองของเราชัดเจนขึ้น
หนังสือหมดเมื่อไร จะไม่ตีพิมพ์ใหม่แล้ว

https://www.winbookclub.com/store/detail/155/สามก๊กบนเส้นขนาน%20%28ปกอ่อน%29

โปรโมชั่นแพ็คคู่สุดคุ้ม https://www.winbookclub.com/store/detail/246/โปรโมชั่นแพ็คคู่%20สามก๊ก%2520ฉบับ%20วินทร์%20เลียววาริณ%20+%20สามก๊กบนเส้นขนาน

14/03/2025

ทองคำกับการวางแผนการเงิน
ใน limited Series ของ Netflix เรื่อง Money Explained เป็นสารคดีที่เล่าถึงกับดักทางด้านการเงินมีทั้งหมด 5 ตอนประกอบไปด้วย 1) กลลวงรวยเร็ว 2) บัตรเครดิต 3) กู้ยืมเพื่อการศึกษา 4) การพนัน และ 5) วัยเกษียณ
สารคดีไล่เรียงเรื่องเริ่มตั้งแต่ความพยายามอยากจะร่ำรวย แต่ต้องติดกับดักหนี้ต่างๆจนมาขมวดปมสู่ตอนสุดคือ วัยเกษียณ สารคดีพยายามนำเสนอว่าคนหนุ่มสาวไม่ชอบที่จะเผชิญกับความจริงที่ว่า สักวันหนึ่งพวกเขาจะต้องแก่ จึงเป็นสาเหตุที่ทำให้บางคนไม่ทำอะไรบางอย่างเพื่อตัวเองในอนาคต โดยเฉพาะการออมเงินเพื่อการเกษียณ
คนส่วนใหญ่มีเงินไม่พอในการรักษามาตรฐานการครองชีพเดิมหลังเกษียณ มีหลายคนที่ชีวิตเปลี่ยนจากชนชั้นกลางในช่วงก่อนเกษียณกลายเป็นชีวิตที่ยากจนหลังเกษียณ
เหตุใดคนส่วนใหญ่จึงมีเงินไม่พอใช้ในวัยเกษียณ
ในวัยทำงาน เราต่างต้องการหาเงินให้มากๆตลอดเวลา แต่ความจริงก็คือค่าใช้ของตนเองและครอบครัวที่เพิ่มมากขึ้นยิ่งกว่า ตอนเริ่มทำงาน เราต้องการเงินใช้หนี้การศึกษา ทำงานเติบโตขึ้นต้องเจอกับหนี้รถ หนี้บ้าน และเมื่อแต่งงานมีครอบครัวต้องเจอกับพายุค่าใช้จ่าย โดยเฉพาะค่าใช้จ่ายของลูก
ที่แย่ที่สุดคือภาระต่างๆคนส่วนใหญ่ไม่สามารถปลดได้หมดก่อนวัยเกษียณ รายได้ที่ลดน้อยลงไม่พอ ยังต้องเผชิญกับค่าใช้จ่ายในการดูแลสุขภาพที่เพิ่มมากขึ้น
ปัจจุบันไทยมีโครงสร้างประชากรเป็นสังคมสูงอายุสมบูรณ์ (ผู้สูงอายุมากกว่า 20% ของประชากรทั้งหมด) และจะกลายเป็นสังคมสูงอายุในระดับสุดยอด (ผู้สูงอายุมากกว่า 28% ของประชากรทั้งหมด) ภายในปี 2576 และมีผู้อายุถึง 1 ใน 3 ของประชากรทั้งหมดภายในปี 2583 : ที่มาสภาพัฒน์
โครงสร้างประชากรดังกล่าว สะท้อนภาพผู้สูงอายุมีมากขึ้นสวนทางกับวัยแรงงานที่ลดลง จะเป็นเหตุที่ทำให้ค่าใช้จ่ายด้านการรักษาพยาบาลพุ่งสูงขึ้นอย่างรุนแรงต่อเนื่อง
นั่นคือค่าใช้จ่ายที่หนักหน่วงที่กำลังรอต้อนรับ “คนวัยแรงงานหนุ่มสาวในปัจจุบัน ที่จะกลายเป็นผู้สูงวัยในอนาคต”
มีการประเมินว่าต้องเก็บเงินเท่าไหร่ถึงพอใช้ใน “ยามเกษียณ” ในระดับที่พออยู่ได้มีเงินใช้ 15,000 บาทต่อเดือน จะต้องเก็บเงินให้ได้ก่อนเกษียณ 3,600,000 บาท ในระดับอยู่สบาย 30,000 บาทต่อเดือน จะต้องเก็บเงินให้ได้ก่อนเกษียณ 7,200,000 บาท ในระดับอยู่สบาย 60,000 บาทต่อเดือน จะต้องเก็บเงินให้ได้ก่อนเกษียณ 14,400,000 บาท
ปัญหาใหญ่คือคนส่วนใหญ่ไม่มีเงินเก็บเทียบเท่ากับตัวอย่างข้างต้น จากรายงานการสำรวจประชากรสูงวัยในประเทศไทยปี 2564 สำนักงานสถิติแห่งชาติ พบว่าพบว่า 45.7% ของคนสูงวัยไม่มีเงินออมไว้ใช้หลังเกษียณ และใน 41% ของผู้ที่มีเงินออม ก็มีไม่ถึง 50,000 บาท (5-9 หมื่นบาทมี 21.7%, 1-4 แสนบาทมี 25% และมากกว่า 4 แสนบาทมี 11.9%)
ในแวดวงนักการเงิน มีวลีเด็ดที่ฟังแล้วติดหูคือ “น่าเสียดายตายแล้ว ยังใช้เงินไม่หมด น่าสลดเงินหมดแล้ว ยังไม่ตาย” ดูเหมือนคนไทยจะต้องเจอกับเรื่องสลดกันยกใหญ่
แล้วเราจะหลีกเลี่ยงเรื่องสยดสยองที่กำลังรออยู่ได้อย่างไร
คำตอบมีเพียงหนึ่งเดียวคือต้องรู้ตัวและเริ่มนับหนึ่งวางแผนการเงินใหม่นับตั้งแต่นี้เป็นต้นไป เพื่อที่จะเปลี่ยนจากผู้ล้มเหลวกลายเป็นผู้ประสบความสำเร็จทางการเงิน ทั้งนี้คุณสมบัติสำคัญคือ 1) ต้องมีความรับผิดชอบทางการเงิน 2) มีความรู้ด้านการเงิน และ 3) มีวินัยทางการเงิน
คุณสมบัติทั้ง 3 ข้อจะนำไปสู่การจัดการการเงินที่ดี ซึ่งประกอบไปด้วย ความสามารถในการหารายได้ ความสามารถในการจัดการค่าใช้จ่าย ความสามารถในการออม และความสามารถในการลงทุน
ความสามารถในการหารายได้ เป็นเรื่องของการพัฒนาทักษะของตัวเอง และใช้ทักษะนั้นสร้างคุณค่าให้กับสังคม เพื่อแปรเปลี่ยนให้เป็นรายได้
ความสามารถในการจัดการรายจ่าย คือการจำแนกระหว่างรายจ่ายที่จำเป็นและรายจ่ายที่ไม่จำเป็น เมื่อจำแนกได้แล้วจึงลดรายจ่ายไม่จำเป็นลง และเปลี่ยนให้เป็นเงินออม
สมการที่ทุกคนมักใช้กันคือ รายได้ - รายจ่าย = เงินออม สมการนี้ บทเอาเข้าจริงมักใช้ไม่ได้ผล เพราะรายจ่ายที่ต้องเจอ มันชอบมากเกินไปจนไม่เหลือเงินออม
จึงเกิดสมการดัดหลังใหม่เป็น รายได้ - เงินออม = รายจ่าย กล่าวคือเมื่อมีรายได้ให้หักเป็นเงินออมประจำออกไป ที่เหลือค่อยเอาจัดสรรกับรายจ่ายต่างๆ
กระนั้นจะดียิ่งไปกว่าหากทำสมการใหม่เป็น รายได้ - เงินออม - รายจ่ายจำเป็น = เงินลงทุน หมายถึงเมื่อมีรายได้ ให้หักออกเป็นเงินออม ที่เหลือหักออกอีกก้อนสำหรับค่าใช้จ่าย และให้เหลือเงินสำหรับลงทุน
หนึ่งในเทคนิคการออมเงินที่ง่าย แต่มีพลานุภาพสูงส่ง คือการหักเงินไว้ออมในทุกวัน หากทำเป็นประจำ จะได้นิสัยแห่งการอดออม ขณะที่จะมีพฤติกรรมระมัดระวังการใช้จ่าย ด้วยวิธีการออมนี้เมื่อวันเวลาผ่านไป มันจะสามารถกลายเป็นเงินก้อนได้อย่างคิดไม่ถึง
ยกตัวอย่าง ออม 100 บาทต่อวัน จะได้ 3,000 บาทต่อเดือน เป็น 36,000 บาทต่อปี เมื่อนำไปฝากประจำ 12 เดือน ที่อัตราผลตอบแทนเฉลี่ย 1.5% ต่อปี เมื่อทำแบบทุกปีไป 10 ปี จะมีเงินในบัญชีสูงถึง 391,077.45 บาท เลยทีเดียว
กระนั้นการออมเงินโดยการฝากเงินจะต้องเผชิญความเสี่ยงจากเงินเฟ้อ แม้ปัจจุบันไทยจะมีเงินเฟ้ออยู่ในระดับต่ำ เฉลี่ย 10 ปีอยู่ที่ 1.06% ต่อปี แต่อัตราดอกเบี้ยบัญชีฝากประจำก็ต่ำเช่นเดียว จึงทำให้มีหลายช่วงเวลาที่เงินเฟ้อจะสูงกว่าอัตราดอกเบี้ยเงินฝากที่ได้รับ

จึงมีเทคนิคการออมเงินที่มหัศจรรย์ยิ่งไปกว่านั้น คือการนำเอาเงินออม 100 บาทต่อวันดังกล่าว ไปลงทุนในทองคำทุกเดือน ด้วยอัตราผลตอบที่คาดหวัง 7% ต่อปี (หรือ 0.58% ต่อเดือน) เงินค่าทอง 10 ปี จะกลายเป็น 521,118 บาท หากทำต่อเนื่องเป็น 20 ปี จะทวีขึ้นไปเป็น 1,564,232 บาท ดังนั้นถ้าเพิ่มการออมเป็น 200 บาทต่อวัน และไปลงทุนทองตลอด 20 ปี จะมีเงินออมสูงถึง 3,128,464 บาท เพียงพอสำหรับการใช้ชีวิตในวันเกษียณแบบพอใช้ได้เลย
ดีไม่ดี บทเอาเข้าจริงอาจได้ผลตอบแทนมากกว่าตัวอย่างข้างต้นก็ได้ เพราะผลตอบแทนของทองคำตลอด 10 ปีที่ผ่านมา 2014 – 2024 ทองคำให้ผลตอบแทนต่อปี (เฉลี่ยแบบเรขาคณิต) ในรูปสกุลดอลลาร์สูงถึง 8.9% ต่อปี หรือ 10 ปีที่ผ่านมาให้ผลตอบแทน 135% และใน 10 ปีนี้ ค่าเงินบาทอ่อนค่า 5.49% ทำให้ผลตอบแทนของทองคำในรูปเงินบาทสูงถึง 148%
อย่างไรก็ตามในยุคปัจจุบันที่เต็มไปด้วยมิจฉาชีพ การออมในทองคำโดยเฉพาะช่องทางออนไลน์ จำเป็นที่จะต้องเลือกร้านค้าทองหรือแพลตฟอร์มออนไลน์ที่มีความน่าเชื่อถือและมีความปลอดภัยสูง
ตอนนี้ธนาคารกรุงไทยได้มี Gold Wallet แพลตฟอร์มออนไลน์ ที่สามารถซื้อขายซื้อ-ขาย-ถอนทองกับร้านทองได้โดยตรง บนแอปเป๋าตัง เอื้อต่อคนไทยที่ต้องการออมเงินหรือลงทุนในทองคำได้ง่ายกว่าที่เคย มีให้เลือกครบ ทั้งทอง 96.5% เริ่มต้นเพียง 0.1 บาททอง และทอง 99.99% เริ่มต้นเพียง 0.1 ออนซ์ ซื้อขายได้ Real Time อิงราคาตลาดโล
ทั้งนี้ Gold Wallet บนแอปเป๋าตัง ยังปลอดภัยไร้ค่าธรรมเนียม มั่นใจถอนทองคำออกมาได้จริง เป็นการซื้อขายถอนผ่าน 3 ร้านทองชั้นนำที่เป็นสมาชิกสมาคมค้าทองคำ อาทิเช่น MTS Gold (แม่ทองสุก), YLG Corporation (วายแอลจี) และ Aurora Gold Trading (ออโรร่า) เปิดตัวมาตั้งแต่ตุลาคม 2021 ถือเป็นตลาดทองคำออนไลน์แห่งแรกในไทย
เริ่มใหม่ตั้งแต่วันนี้ แล้วเราจะกลายเป็นผู้มีความมั่งคั่งอยู่อย่างสบายในวันเกษียณ
ประกิต สิริวัฒนเกตุ
กรรมการผู้จัดการ บลจ.เมอร์ชั่นพาร์ทเนอร์ จำกัด

24/02/2025
21/02/2025

มาดูกันว่า ร่างกายของเราขาดอะไรบ้าง
โดยการสังเกตอาการผิดปกติในร่างกาย 👇🤔
◼️1. ผมขาว : ขาด “กรดโฟลิก และวิตามินบี 6”
ให้ทาน ผักปวยเล้ง,อะโวคาโด, ส้ม,บรอกโคลี่,เนื้อสัตว์,ปลา ,ไก่ ,ตับ ,มันฝรั่ง ,กล้วย ,แตงโม ,นม ไข่แดง

◼️2. ผิวแห้ง : ขาด “วิตามินเอ”
ให้ทาน ไข่แดง ,ตับ ,นม , ตำลึง ,ผักบุ้ง ,แครอท ,ฟักทอง ,มันเทศ และมะละกอสุก

◼️3. ผมร่วง : ขาด "ไลซีน"
ให้ทานเนื้อสัตว์,อาหารทะเล ,ผลิตภัณฑ์นม และ ถั่ว ธัญพืช

◼️4. ภูมิแพ้ง่าย : ขาด “วิตามินบีและวิตามินซี”
ให้ทานพริกหวาน ,ผักคะน้า ,บรอกโคลี ดอกกะหล่ำ ,ถั่วลันเตา, มะรุม ,มะระ, ผักหวาน, ยอดสะเดา, ใบปอ ,มะเขือเทศ มันฝรั่ง , ฝรั่ง, มะขามป้อม ,ส้ม ,กีวี, สตรอว์เบอร์รี

◼️5. ตาเหลือง : ขาด “วิตามินอี”
ให้ทาน มะเขือเทศ, ถั่วอัลมอนด์ ,มะม่วง, ผักโขม และน้ำมันมะกอก

◼️6. ผมเหลืองแตกปลาย : ขาด “วิตามินอี”
ให้ทานขนุน,มะม่วง,กล้วยไข่,มะละกอ,ทับทิม,แก้วมังกรแดง,สตรอเบอร์รี่

◼️7. เหงือกบวมและมีเลือดออก : ขาด “วิตามินซีและวิตามินเค”
ให้ทานผักใบเขียว, มะเขือเทศ ,ดอกกะหล่ำ ,ไข่แดง ,น้ำมันถั่ว ,ตับ, เนื้อหมู

◼️8. กลิ่นปาก : ขาด “วิตามินบีและวิตามินซี”
ให้ทานเนื้อหมูไม่ติดมัน ปลา ตับ นม ไข่ ข้าวซ้อมมือ ข้าวกล้อง ถั่วต่าง ๆ

◼️9. สิวและกระ : ขาด “วิตามินซี”
ให้ทานฝรั่ง, มะขามป้อม ,ส้ม ,กีวี, สตรอว์เบอร์รี

◼️10. ปวดขาขณะนอนหลับ : ขาด “แคลเซียมและแมกนีเซียม”
ให้ทานพืชตะกูลถั่ว เมล็ดพืช ธัญพืช ผักใบเขียว เช่น ผักโขม

◼️11. ถุงใต้ตา และรอยคล้ำ : ขาด “วิตามินอี”
ให้ทานมะเขือเทศ, ถั่วอัลมอนด์ ,มะม่วง, ผักโขม และน้ำมันมะกอก

◼️12. เส้นแนวตั้งบนเล็บ : ขาด “โปรตีน”
ให้ทานไข่ นม เนื้อสัตว์ อาหารทะเล ถั่วเหลือง ถั่วเขียว ข้าวโอ๊ต เต้าหู้

13/02/2025

📣ประกาศ ชวนบริจาค
📚หนังสือเรียนเก่าไม่ได้ใช้
เพื่อนำไปมอบให้เด็ก ๆ ที่ขาดโอกาสทางการศึกษา
📣บอกต่อเรื่องดี ๆ อยากชวนเพื่อน ๆ บริจาค ”หนังสือเรียนเก่า”
เพื่อนำไปมอบให้เด็ก ๆ ที่ขาดโอกาสทางการศึกษา บ้านไหนมีน้องเด็ก
ที่เรียนจบแล้วก็สามารถนำหนังสือเรียนเก่าทุกประเภท
ตั้งแต่วัยอนุบาล - มัธยมตอนต้น ไปบริจาคได้เลยนะ
📍 : สำนักงานใหญ่โครงการเหลือ-ขอ กรุงเทพฯ
ที่อยู่ 89/12 ถ.เสรีไทย ซ.เสรีไทย 17 แขวงคลองกุ่ม เขตบึงกุ่ม กรุงเทพมหานคร 10240
👉สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม : Facebook pag โครงการเหลือ-ขอ
🙏 : โครงการเหลือ-ขอ

16/10/2024

มัดรวม “สูตรซอส” ฉบับทำขาย ไม่ใช่มืออาชีพก็ทำได้ 🧂🧉🥗

ใครอยากเปิดร้านอาหารแนะนำเลย #สูตรซอส ฉบับทำขาย 👨‍🍳👩‍🍳 มีทั้งซอสก๋วยเตี๋ยวแห้ง ซอสอเนกประสงค์ ที่ใช้ได้ครบเครื่อง ทั้งผัดทั้งหมัก 🍳🔥 หรือจะเป็นซอสผัดไทย รสชาติเข้มข้น เรียกว่าเปิดร้านขายได้เลย สูตรที่ให้จะไม่ใส่สารเสริม 👍✨ ดังนั้นแนะนำให้นำไปตั้งไฟพอเดือด พักไว้ให้เย็น แล้วเก็บใส่ภาชนะเข้าตู้เย็นเลยนะคะ เวลาจะทำก็แค่นำมาเขย่าๆ ก็พร้อมใช้งานกันเลยจ้า

หมายเหตุ : นำส่วนผสมทุกอย่างขึ้นตั้งไฟ คนพอละลาย และข้นขึ้นเล็กน้อย ยกลงพักไว้ให้เย็น เก็บใส่ภาชนะนำเข้าตู้เย็นได้ 7-10 วัน

🍴 ส่วนผสมซอสผัดอเนกประสงค์
ซอสเห็ดหอม 300 กรัม
ซอสปรุงรส 100 กรัม
ซีอิ๊วขาว 100 กรัม
น้ำตาลทราย 120 กรัม

🍴 ส่วนผสมซอสผัดไทย
น้ำมะขามเปียก 250 กรัม
น้ำตาลทราย 80 กรัม
น้ำตาลปี๊บ 200 กรัม
น้ำปลา 80 กรัม
น้ำเปล่า 150 กรัม
พริกป่น 5 กรัม
ซอสพริก 90 กรัม
เกลือป่น 13 กรัม

🍴 ส่วนผสมซอสก๋วยเตี๋ยวแห้ง
น้ำตาลทราย 25 กรัม
ซอสหอยนางรม 50 กรัม
ซอสปรุงรส 10 กรัม
น้ำส้มสายชู 20 กรัม
ซีอิ๊วดำหวาน 30 กรัม
ซอสพริก 20 กรัม
น้ำเปล่า 80 กรัม
พริกป่น 5 กรัม

🍴 ส่วนผสมซอสสามรส
น้ำปลา 100 กรัม
น้ำตาลทราย 100 กรัม
น้ำส้มสายชู 20 กรัม
น้ำมะนาว 20 กรัม
พริกป่น 3 กรัม
น้ำเปล่า 50 กรัม

🍴 ส่วนผสมซอสน้ำปลา
น้ำปลา 80 กรัม
น้ำตาลทราย 20 กรัม
น้ำตาลปี๊บ 20 กรัม
น้ำเปล่า 80 กรัม

🍴 ส่วนผสมซอสอบวุ้นเส้น
ซอสหอยนางรม 60 กรัม
ซีอิ๊วขาว 20 กรัม
ซอสปรุงรส 12 กรัม
น้ำตาลทราย 5 กรัม
เหล้าจีน 5 กรัม
น้ำมันงา 12 กรัม
ซีอิ๊วดำหวาน 15 กรัม
พริกไทยดำบุบพอแตก 1 กรัม

🍴 ส่วนผสมซอสมะขาม
น้ำมะขามเปียก 60 กรัม
น้ำตาลปี๊บ 25 กรัม
น้ำเปล่า 60 กรัม
น้ำปลา 20 กรัม

🍴 ส่วนผสมซอสเปรี้ยวหวาน
กระเทียมสับ 20 กรัม
ซอสมะเขือเทศ 60 กรัม
ซอสปรุงรส 15 กรัม
น้ำส้มสายชู 40 กรัม
น้ำตาลทราย 30 กรัม
น้ำเปล่า 60 กรัม
น้ำมันพืช 20 กรัม

#สูตรซอส #ซอส #ซอสสำเร็จรูป #ซอสปรุงรส

11/06/2024
14/11/2023
25/01/2023

สรุป 8 ขั้นตอนลงทะเบียน บัตรประชาชนดิจิทัล (Digital ID) แบบฉบับรวบรัดเข้าใจง่ายด้วยตนเอง โดยไม่ต้องไปเขต-อำเภอ
จะดีกว่าไหมหากเราไม่ต้องพกบัตรประชาชน แต่ใช้เป็น บัตรประชาชนดิจิทัล แทน ซึ่งถือเป็นการให้บริการระบบพิสูจน์และยืนยันตัวตนทางดิจิทัล (Digital ID) โดยที่ประชาชนสามารถแสดงภาพบัตรประชาชนบนเครื่องมือสื่อสารผ่านแอปพลิเคชั่น D.DOPA แทนการแสดงตนด้วยตัวบัตรประจำตัวประชาชนตัวจริงได้เลย วันนี้เราจะพาไปดู 8 ขั้นตอนการลงทะเบียนเปิดใช้งานบัตรประชาชนดิจิทัล หรือ Digital ID กัน แบบฉบับรวบรัดเข้าใจง่าย
อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://techsauce.co/news/digital-id-8-process

ทำความเข้าใจ SSF(X), SSF และ RMF …
10/08/2021

ทำความเข้าใจ SSF(X), SSF และ RMF …

เจาะรายละเอียด SSFX กองทุนตัวใหม่ที่รัฐบาลออกมาเพื่อพยุงตลาดหุ้นในช่วงนี้ ต่างกับ SSF อย่างไร รวมถึงวิธีคิด ว....

ที่อยู่

Phu Khieo
36110

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ BetterWealthผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

แชร์