30/05/2026
VAT เกิดตอนไหนแน่?
ระหว่าง “ออกบิล” “รับเงิน” หรือ “ส่งมอบงาน”
VAT เกิดตอนไหนแน่?
ระหว่าง “ออกบิล” “รับเงิน” หรือ “ส่งมอบงาน”
คำถามนี้เป็นจุดที่หลายกิจการพลาดมาก เพราะ VAT ไม่ได้เกิดตามความรู้สึกว่า “เงินเข้าตอนไหนค่อยเสีย” เสมอไป หลักสำคัญคือ ต้องแยกก่อนว่าเป็น ขายสินค้า หรือ ให้บริการ เพราะ VAT ของสองกรณีนี้เกิดคนละจังหวะ
📦 กรณีที่ 1: ขายสินค้า
สำหรับการขายสินค้า โดยหลัก VAT จะเกิดเมื่อ **ส่งมอบสินค้า** คือ
ถ้าลูกค้าได้รับสินค้าแล้ว ความรับผิดทาง VAT มักเกิดขึ้นแล้ว แม้ลูกค้าจะยังไม่ได้จ่ายเงินก็ตาม
แต่ต้องระวังว่า ถ้ามีบางเหตุการณ์เกิดก่อนการส่งมอบสินค้า VAT อาจเกิดก่อน เช่น
✅ โอนกรรมสิทธิ์สินค้าแล้ว
✅ ได้รับชำระราคาก่อน
✅ ออกใบกำกับภาษีก่อน
กรณีเหล่านี้ หากเกิดก่อนส่งมอบสินค้า ก็อาจทำให้ VAT เกิดในวันที่เหตุการณ์นั้นเกิดขึ้น ตามหลักความรับผิดในการเสีย VAT ของการขายสินค้า
🧾 ตัวอย่างขายสินค้า
บริษัทขายเครื่องใช้ไฟฟ้าให้ลูกค้า
ราคาสินค้า 100,000 บาท
VAT 7% = 7,000 บาท
รวม 107,000 บาท
กรณีที่ส่งมอบสินค้า 25 พฤษภาคม
แต่ลูกค้าจ่ายเงิน 10 มิถุนายน
➡️ VAT เกิดเดือนพฤษภาคม
เพราะส่งมอบสินค้าแล้ว
ดังนั้นกิจการต้องนำภาษีขาย 7,000 บาทไปยื่นใน ภ.พ.30 ของเดือนพฤษภาคม ไม่ใช่รอเดือนมิถุนายน
💰 ถ้ารับเงินก่อนส่งของ
เช่น ลูกค้าโอนเงินมัดจำหรือชำระค่าสินค้าก่อน 30,000 บาท
แต่สินค้ายังไม่ส่ง กรณีนี้ต้องพิจารณาว่าเป็นการรับชำระราคาสินค้าก่อนส่งมอบหรือไม่
ถ้าเป็นการรับชำระค่าสินค้า VAT อาจเกิดตามจำนวนเงินที่รับก่อน แม้ยังไม่ได้ส่งสินค้า
ตัวอย่าง
ลูกค้าโอนเงินค่าสินค้าล่วงหน้า 30,000 บาท
VAT 7% = 2,100 บาท
กิจการควรพิจารณาออกใบกำกับภาษีตามส่วนที่ได้รับ และนำ VAT ไปยื่นให้ถูกงวด
🛠️ กรณีที่ 2: ให้บริการ
สำหรับการให้บริการ หลักสำคัญต่างจากขายสินค้า โดยทั่วไป VAT ของงานบริการจะเกิดเมื่อ **ได้รับชำระราคาค่าบริการ** คือ
งานบริการอาจทำเสร็จแล้ว ออก Invoice แล้ว แต่ถ้ายังไม่ได้รับเงิน โดยหลักยังไม่เกิด VAT จนกว่าจะได้รับชำระเงิน
หลักนี้ต่างจากการขายสินค้าที่มักดูวันส่งมอบสินค้าเป็นหลัก
🧾 ตัวอย่างงานบริการ
บริษัทให้บริการที่ปรึกษา
ค่าบริการ 50,000 บาท
VAT 7% = 3,500 บาท
รวม 53,500 บาท
ให้บริการเสร็จวันที่ 25 พฤษภาคม
ออกใบแจ้งหนี้วันที่ 28 พฤษภาคม
ลูกค้าจ่ายเงินวันที่ 10 มิถุนายน
➡️ VAT เกิดเดือนมิถุนายน
เพราะเป็นงานบริการ และได้รับเงินในเดือนมิถุนายน
กิจการจึงนำ VAT 3,500 บาทไปยื่นใน ภ.พ.30 ของเดือนมิถุนายน
⚠️ จุดที่หลายคนเข้าใจผิด
> “ออกใบแจ้งหนี้แล้ว ต้องเสีย VAT ทันที” ไม่เสมอไป ต้องแยกเอกสารให้ถูก
📌 **ใบแจ้งหนี้ / Invoice**
เป็นเอกสารเรียกเก็บเงิน ยังไม่ใช่ใบกำกับภาษีเสมอไป
📌 **ใบกำกับภาษี**
เป็นเอกสารภาษีที่เกี่ยวกับ VAT และควรออกเมื่อความรับผิดในการเสีย VAT เกิดขึ้น
ถ้าเป็นงานบริการที่ยังไม่ได้รับเงิน แต่รีบออกใบกำกับภาษีก่อน อาจทำให้ต้องนำ VAT ไปยื่นก่อน ทั้งที่ยังไม่ได้เงินจากลูกค้า
🏗️ ตัวอย่างงานรับเหมา / งานติดตั้ง
งานรับเหมา งานติดตั้ง งานซ่อม งานออกแบบ หรือที่ปรึกษา ต้องดูเนื้อหาสัญญาให้ดีว่าเป็น “ขายสินค้า” หรือ “ให้บริการ” เช่น บริษัทขายกล้องวงจรปิดพร้อมติดตั้ง
ถ้าสาระสำคัญคือขายอุปกรณ์เป็นหลัก
อาจเข้าลักษณะขายสินค้า
แต่ถ้าสาระสำคัญคือรับจ้างติดตั้ง วางระบบ ออกแบบ และส่งมอบผลงาน
อาจเข้าลักษณะให้บริการ
จุดนี้สำคัญมาก เพราะถ้าจัดประเภทธุรกรรมผิด Tax Point ก็ผิดทันที
📌 สรุป
# # 📦 ขายสินค้า
VAT เกิดหลัก ๆ เมื่อ **ส่งมอบสินค้า**
แต่ถ้ารับเงิน ออกใบกำกับภาษี หรือโอนกรรมสิทธิ์ก่อน ก็อาจเกิดก่อน
# # 🛠️ ให้บริการ
VAT เกิดหลัก ๆ เมื่อ **ได้รับชำระเงินค่าบริการ**
# # 🧾 ออกบิล
ต้องดูว่าเป็น “ใบแจ้งหนี้” หรือ “ใบกำกับภาษี”
เพราะผลทาง VAT ไม่เหมือนกัน
🚨 จุดพลาดที่ทำให้ยื่น VAT ผิดงวด
❌ ขายสินค้าแล้วรอเสีย VAT ตอนลูกค้าจ่ายเงิน
❌ งานบริการยังไม่ได้เงิน แต่รีบออกใบกำกับภาษี
❌ แยกไม่ออกว่าเป็นขายสินค้าหรือให้บริการ
❌ รับเงินล่วงหน้าแล้วไม่ดูว่า VAT เกิดหรือยัง
❌ ใช้วันออก Invoice แทนวันเกิด Tax Point ทุกกรณี
🎯 สรุป
- VAT ไม่ได้ถามแค่ว่า “เงินเข้าหรือยัง” แต่ถามว่า “ความรับผิดทาง VAT เกิดหรือยัง”
- ถ้าขายสินค้า ให้ดูวันส่งมอบเป็นหลัก
- ถ้าให้บริการ ให้ดูวันรับเงินเป็นหลัก
- ถ้าออกใบกำกับภาษีหรือรับเงินก่อน ต้องดูให้ดี เพราะอาจทำให้ VAT เกิดก่อน
#ปรึกษาธุรกิจ
#รับทำบัญชีภาษี
#พวกเราทรัพย์แสนดีทีม ยินดีให้บริการ
#สนใจสมัครเรียนทั้งภาคปฎิบัติและทฤษฎี
#ปรึกษาปัญหาบัญชีและภาษี
#บริการทำบัญชี/จดทะเบียนธุรกิจ ในเขตนนทบุรี
#จดทะเบียนธุรกิจ ทั่วประเทศ
#ราคาค่าบริการในอัตราประหยัดและเป็นกันเองพร้อมทีมงานพร้อม
#ปรึกษาปัญหาภาษีฟรีไม่มีค่าใช้จ่าย