โตเกียวมารีน ประกันชีวิต By We Group

โตเกียวมารีน ประกันชีวิต By We Group ตัวแทนมืออาชีพ ด้านประกันชีวิต ประกันสุขภาพ ประกันควบการลงทุน วางแผนเกษียณ

📍ผู้ป่วยมะเร็งปอดระยะลุกลามในไทยอาจได้รับการรักษาด้วยยาภูมิคุ้มกันบำบัดที่ผลิตในประเทศเป็นครั้งแรกโรคมะเร็งยังคงเป็นหนึ่...
29/05/2026

📍ผู้ป่วยมะเร็งปอดระยะลุกลามในไทยอาจได้รับการรักษาด้วยยาภูมิคุ้มกันบำบัดที่ผลิตในประเทศเป็นครั้งแรก
โรคมะเร็งยังคงเป็นหนึ่งในสาเหตุการเสียชีวิตอันดับต้นของประเทศไทย และเป็นภาระหนักของระบบสาธารณสุข ทั้งในแง่ค่าใช้จ่ายและคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยและครอบครัว

🔸แม้ในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา การรักษาด้วยยาภูมิคุ้มกันบำบัด (Immunotherapy) จะเข้ามาเปลี่ยนแปลงแนวทางการดูแลผู้ป่วยมะเร็งหลายชนิด ช่วยยืดอายุและเพิ่มประสิทธิภาพการรักษาได้ แต่ข้อจำกัดด้านต้นทุนของยานวัตกรรมยังคงเป็นกำแพงสำคัญที่ขวางกั้นการเข้าถึงของผู้ป่วยจำนวนมาก โดยเฉพาะในบริบทของระบบสาธารณสุขไทยที่ต้องรักษาสมดุลระหว่างประสิทธิภาพการรักษาและความยั่งยืนด้านทรัพยากร

🔸คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ร่วมกับสภากาชาดไทย และคณะแพทยศาสตร์วชิรพยาบาล มหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช แถลงความก้าวหน้าโครงการพัฒนายาชีววัตถุรักษามะเร็งเพื่อคนไทย พร้อมลงนามความร่วมมือด้านการวิจัยทางคลินิกในมนุษย์ มุ่งเปิดโอกาสให้ผู้ป่วยมะเร็งไทยเข้าถึงนวัตกรรมการรักษาที่มีประสิทธิภาพในราคาที่เป็นธรรม

🔸ด้าน อ.นพ.ไตรรักษ์ พิสิษฐ์กุล หัวหน้าทีมวิจัย เปิดเผยว่า โครงการนี้เริ่มต้นจากความตั้งใจที่จะพัฒนายาชีววัตถุรักษามะเร็งที่คนไทยสามารถเข้าถึงได้จริง ตลอดหลายปีที่ผ่านมา ทีมวิจัยดำเนินงานอย่างต่อเนื่องตั้งแต่การพัฒนาเซลล์ตั้งต้นในการผลิตยา การออกแบบกระบวนการผลิต ไปจนถึงการขยายขนาดการผลิตในระดับอุตสาหกรรม

🔸กาชาดเติมเต็มการผลิต
ศ.นพ.สุทธิพงษ์ วัชรสินธุ ผู้ช่วยเลขาธิการสภากาชาดไทย และผู้อำนวยการสถานเสาวภา สภากาชาดไทย กล่าวว่า บทบาทของสภากาชาดไทยในโครงการนี้ คือการผสานความเชี่ยวชาญด้านการวิจัยจากคณะแพทยศาสตร์ จุฬาฯ เข้ากับความพร้อมด้านการผลิตและการบริหารจัดการชีววัตถุ เพื่อขับเคลื่อนงานวิจัยเข้าสู่ระยะการวิจัยในมนุษย์อย่างเป็นระบบ
โดยมุ่งหวังให้โครงการนี้เป็นต้นแบบของการบูรณาการระหว่างหน่วยงาน เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงการรักษาได้อย่างเท่าเทียมมากขึ้น

🔸วชิรพยาบาลเสริมวิจัย
ผศ.นพ.จักราวุธ มณีฤทธิ์ คณบดีคณะแพทยศาสตร์วชิรพยาบาล มหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช กล่าวภายหลังพิธีลงนามความร่วมมือว่า วชิรพยาบาลพร้อมสนับสนุนทั้งบุคลากรและโครงสร้างพื้นฐาน เพื่อขับเคลื่อนงานวิจัยจากห้องปฏิบัติการสู่การศึกษาทางคลินิกในผู้ป่วยจริง ภายใต้มาตรฐานความปลอดภัยและข้อมูลที่มีคุณภาพ
ถือเป็นก้าวสำคัญในการรวมองค์ความรู้เพื่อสร้างโอกาสให้ผู้ป่วยไทยเข้าถึงนวัตกรรมการแพทย์ที่มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

🔸รุกมะเร็งปอดระยะลุกลาม
ท้ายนี้ ศ.ดร.นพ.วิโรจน์ ศรีอุฬารพงศ์ อาจารย์สาขามะเร็งวิทยา ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาฯ และ อ.นพ.ยศวัจน์ รุ่งโรจน์วัฒนา อาจารย์สาขามะเร็งวิทยา คณะแพทยศาสตร์วชิรพยาบาล ร่วมกันนำเสนอแนวทางการดำเนินการวิจัยในมนุษย์ระยะถัดไป
โดยจะมุ่งเน้นการศึกษาความปลอดภัยและประสิทธิภาพในผู้ป่วยมะเร็งปอดระยะลุกลาม ภายใต้การดูแลของทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ
การศึกษาจะดำเนินการตามมาตรฐานการวิจัยทางคลินิกอย่างเคร่งครัด มีการคัดเลือกผู้ป่วยอย่างเหมาะสม และติดตามผลอย่างใกล้ชิด ทั้งด้านการตอบสนองต่อการรักษาและความปลอดภัย
โดยขณะนี้โครงการอยู่ระหว่างการเตรียมเอกสาร การขออนุมัติจากคณะกรรมการจริยธรรม และการดำเนินการตามข้อกำหนดของหน่วยงานกำกับดูแล ก่อนเริ่มการวิจัยในมนุษย์ในระยะถัดไป
ภายหลังการวิจัยในมนุษย์ โครงการมีเป้าหมายสนับสนุนการนำยาดังกล่าวเข้าสู่ระบบบริการสุขภาพของประเทศอย่างเหมาะสม ภายใต้กรอบการกำกับดูแลที่เกี่ยวข้อง
ความร่วมมือในครั้งนี้จึงถือเป็นต้นแบบของการพัฒนายาชีววัตถุในประเทศไทยที่เกิดจากการบูรณาการองค์ความรู้ ทรัพยากร และความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งมหาวิทยาลัย องค์กรสาธารณสุข และภาคประชาชน
มุ่งสู่การยกระดับการรักษาและความมั่นคงด้านสุขภาพของประเทศในระยะยาว
CR:prachachat business
#ประกันชีวิต #โตเกียวมารีนประกันชีวิต #ประกันสุขภาพ

จากกระแสข่าวในต่างประเทศที่องค์การอนามัยโลก (WHO) ได้ประกาศให้การระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสอีโบลา (Ebola) ในสาธารณรัฐประชา...
29/05/2026

จากกระแสข่าวในต่างประเทศที่องค์การอนามัยโลก (WHO) ได้ประกาศให้การระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสอีโบลา (Ebola) ในสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโกและยูกันดา เป็นภาวะฉุกเฉินด้านสาธารณสุขระหว่างประเทศ (PHEIC) ส่งผลให้หลายคนเริ่มกังวลว่าเชื้อร้ายนี้จะหลุดรอดเข้ามาถึงประเทศไทยหรือไม่ อย่างไรก็ตามยังไม่เข้าขั้น Pandemic หรือมีความสามารถกระจายทั่วโลกเหมือนโควิด และขณะนี้ประเทศไทยยังไม่พบผู้ป่วยทั้งรายสงสัยและรายยืนยัน
เราจะไปทำความเข้าใจกับโรคอีโบลาอย่างถูกต้อง พร้อมอัปเดตมาตรการเชิงรุกของประเทศไทยในการรับมือกับสถานการณ์ปัจจุบัน
1. รู้จัก "ไวรัสอีโบลา" สายพันธุ์ใหม่ที่กำลังระบาด 😈
โรคติดเชื้อไวรัสอีโบลา เป็นโรคติดเชื้อไวรัสรุนแรงกลุ่ม “ไข้เลือดออกจากไวรัส” (Viral Hemorrhagic Fever) เกิดจากเชื้อไวรัสในสกุล Orthoebolavirus ซึ่งอยู่ในตระกูล Filoviridae พบว่าการระบาดส่วนใหญ่อยู่ในทวีปแอฟริกา ที่ผ่านมายังจำกัดอยู่ในแอฟริกาเป็นหลัก โรคติดเชื้อไวรัสอีโบลา ปกติมี 6 สายพันธุ์ แต่เกี่ยวข้องกับมนุษย์มี 4 สายพันธุ์ ซึ่งเป็นโรคติดต่อร้ายแรงที่เกิดจากเชื้อไวรัสในตระกูล Filoviridae โดยสายพันธุ์ “แซอีร์ (Zaire)” มีวัคซีน และยารักษาแล้ว 💊ขณะที่การระบาดครั้งล่าสุดนี้ (พ.ค. 2569) เกิดจากสายพันธุ์บันดิบูเกียว (Bundibugyo ebolavirus) ซึ่งมีความท้าทายทางการแพทย์อย่างมาก เนื่องจากยังไม่มีวัคซีนที่นำมาใช้ป้องกันหรือรักษาผู้ป่วยสายพันธุ์นี้ได้ ซึ่งอาจต้องใช้เวลา 3- 9 เดือนในการพัฒนาวัคซีน 💉
การติดต่อของโรค
ไวรัสอีโบลาไม่ได้ติดต่อกันง่ายๆ ผ่านทางอากาศเหมือนไข้หวัดใหญ่หรือโควิด-19 แต่จะติดต่อผ่าน
🔸การสัมผัสโดยตรงกับสารคัดหลั่ง เช่น เลือด, น้ำลาย, ปัสสาวะ, อุจจาระ, หรืออ้วก ของผู้ป่วยที่แสดงอาการแล้ว
🔸การสัมผัสสิ่งของที่ปนเปื้อนสารคัดหลั่ง เช่น เสื้อผ้า, ผ้าปูเตียง, หรือเข็มฉีดยา
🔸การสัมผัสหรือกินเนื้อสัตว์ป่าที่ติดเชื้อ (เช่น ค้างคาวผลไม้ หรือลิง)
อาการที่ต้องพึงระวัง
ระยะฟักตัวของโรคจะอยู่ที่ประมาณ 2 ถึง 21 วัน โดยผู้ป่วยจะมีอาการตามลำดับดังนี้ 1. อาการเริ่มต้น: มีไข้สูงเฉียบพลัน อ่อนเพลียอย่างรุนแรง ปวดกล้ามเนื้อ ปวดศีรษะ และเจ็บคอ 2. อาการรุนแรงขึ้น: อาเจียน ท้องเสีย มีผื่นขึ้น การทำงานของตับและไตลดลง 3. ระยะอันตราย: มีเลือดออกทั้งภายในและภายนอกร่างกาย (เช่น เลือดออกตามไรฟัน เลือดกำเดาไหล หรือถ่ายเป็นเลือด) และระบบอวัยวะล้มเหลว
2. สถานการณ์และมาตรการเฝ้าระวังของประเทศไทย
สถานการณ์ปัจจุบัน: ปัจจุบันยังไม่พบผู้ติดเชื้อไวรัสอีโบลาในประเทศไทย แม้ว่าความเสี่ยงในการแพร่ระบาดมายังแถบเอเชียจะยังอยู่ในระดับต่ำ แต่เพื่อความไม่ประมาท กระทรวงสาธารณสุขไทย โดยกรมควบคุมโรค ได้ยกระดับมาตรการเฝ้าระวังอย่างเข้มงวดสูงสุด ดังนี้
🔸ยกระดับการคัดกรองที่ด่านควบคุมโรคระหว่างประเทศ: เพิ่มความเข้มงวดในการตรวจคัดกรองผู้เดินทางที่เดินทางมาจากหรือผ่านประเทศเสี่ยง (คองโก และยูกันดา) ณ ท่าอากาศยานนานาชาติทุกแห่ง โดยมีการตรวจวัดอุณหภูมิ และตรวจสอบประวัติการเดินทางอย่างละเอียด 📝
🔸มาตรการกักกันโรค 21 วัน (Quarantine): สำหรับผู้เดินทางที่มาจากพื้นที่ระบาดรุนแรง ได้แก่ประเทศ DR Congo และ Uganda ตามประกาศในราชกิจจานุเบกษา จะต้องถูกกักกันหรือคุมไว้สังเกตอาการเป็นเวลาอย่างน้อย 21 วัน ขึ้นอยู่กับความเสี่ยง ทั้งนี้เป็นไปตามมาตรา 40 แห่งพระราชบัญญัติโรคติดต่อ พ.ศ. 2558 มีผลบังคับตั้งแต่ 21 พฤษภาคม 2569 เป็นต้นไป 🔸ระบบติดตามอาการต่อเนื่อง: ในกลุ่มผู้เดินทางจากพื้นที่เสี่ยงต่ำกว่าที่ได้รับอนุญาตให้เข้าประเทศ จะมีเจ้าหน้าที่สาธารณสุขคอยติดตามและตรวจสอบสถานะสุขภาพทุกวันจนครบ 21 วัน
1“คุมไว้สังเกต” สำหรับผู้ที่ยังไม่มีอาการ สามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติ แต่ต้องอยู่ภายใต้การติดตามของเจ้าหน้าที่สาธารณสุข ซึ่งจะติดตามอาการและวัดไข้ทุกวันเป็นเวลา 21 วัน หากพบอาการผิดปกติเจ้าพนักงานควบคุมโรคจะส่งแยกกักที่โรงพยาบาลตามกฎหมาย และตรวจหาเชื้ออีโบลาทันที
2“กักกัน” สำหรับผู้ที่มีอาการป่วยหรือมีความเสี่ยงสูง จะส่งไปกักตัวที่สถาบันบำราศนราดูร หากครบ 21 วันแล้ว ไม่มีอาการป่วยสามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติ แต่หากมีอาการป่วยจะมีการส่งวินิจฉัยเพิ่มเติม
3“แยกกัก” ส่งแยกกักที่โรงพยาบาล สำหรับผู้ที่ตรวจพบว่ามีอาการเข้าข่ายตั้งแต่แรก 🔸เตรียมความพร้อมระบบสาธารณสุข: แจ้งเตือนไปยังโรงพยาบาลและบุคลากรทางการแพทย์ทั่วประเทศ ให้เฝ้าระวังผู้ป่วยที่มีประวัติเดินทางมาจากแอฟริกาและมีไข้สูง พร้อมทั้งเตรียมห้องแยกโรคความดันลบ (Negative Pressure Room) และชุดป้องกัน PPE ให้พร้อมใช้งานทันทีหากเกิดกรณีฉุกเฉิน
3. ข้อแนะนำสำหรับประชาชนทั่วไป
สำหรับประชาชนคนไทยที่อยู่ในประเทศ ยังไม่จำเป็นต้องตื่นตระหนก เนื่องจากโอกาสที่โรคจะแพร่กระจายในชุมชนนั้นต่ำมาก อย่างไรก็ตาม มีข้อปฏิบัติที่ควรทราบดังนี้ 🔸ชะลอการเดินทาง: หากไม่มีความจำเป็นเร่งด่วน ควรงดหรือหลีกเลี่ยงการเดินทางไปยังสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก ยูกันดา หรือประเทศในแถบแอฟริกาที่มีรายงานการระบาด 🔸หากจำเป็นต้องเดินทาง: ให้หลีกเลี่ยงการไปโรงพยาบาลในพื้นที่ระบาด หลีกเลี่ยงการสัมผัสผู้ป่วยหรือผู้เสียชีวิต และไม่สัมผัสหรือบริโภคเนื้อสัตว์ป่าทุกชนิด 🔸แจ้งประวัติเมื่อกลับไทย: ดำเนินการตามที่กรมควบคุมโรคประกาศ และหากเพิ่งเดินทางกลับมาจากประเทศกลุ่มเสี่ยงภายใน 21 วัน แล้วมีอาการไข้สูง หนาวสั่น ปวดหัว หรือมีอาการทางระบบทางเดินอาหาร ให้รีบไปพบแพทย์ทันที พร้อมทั้งแจ้งประวัติการเดินทางให้แพทย์ทราบอย่างตรงไปตรงมา โดยหลีกเลี่ยงการเดินทางด้วยรถสาธารณะเพื่อลดการแพร่กระจายเชื้อ (ถ้ามี)
การรับฟังข่าวสารอย่างมีสติและร่วมมือกับมาตรการของภาครัฐ จะช่วยให้ประเทศไทยปลอดภัยจากภัยคุกคามของโรคติดต่ออุบัติใหม่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
❤️️ ขอบคุณที่มาข้อมูล : กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข,www.kapook.com

#ประกันสุขภาพ #ประกันชีวิต #โตเกียวมารีน

28/05/2026

.บางคนเพิ่งเห็นความสำคัญของ
"การวางแผนสุขภาพ"
ในวันที่ต้องนอนโรงพยาบาล
และหลายคนพูดเหมือนกันว่า...
"รู้งี้ทำไว้ตั้งนานแล้ว"

#ประกันสุขภาพ
#ประกันโรคร้ายแรง
#โตเกียวมารีน
#วางแผนสุขภาพ
#ประกันเหมาจ่าย
#ประกันสำคัญที่สุด
#ประกันที่เข้าใจชีวิต

27/05/2026

ไม่มีใครคิดว่าโรคร้ายจะเกิดกับตัวเอง....
จนวันที่มันเกิดขึ้นจริง
บางอย่างในชีวิต
เตรียมไว้ก่อน=อุ่นใจกว่าเสมอ
#ประกันสุขภาพเหมาจ่าย
#วางแผนสุขภาพ
#ค่ารักษาพยาบาล
#ประกันโรคร้ายแรง
#โตเกียวมารีน
#ดูแลคนที่คุณรัก

เพราะชีวิตที่ดี…ต้องมีการออกแบบหากชีวิต คือ บ้านหนึ่งหลัง ความสวยงามอาจดึงดูดสายตาแต่สิ่งที่ทำให้บ้านอยู่ได้อย่างมั่นคง ...
26/05/2026

เพราะชีวิตที่ดี…ต้องมีการออกแบบ
หากชีวิต คือ บ้านหนึ่งหลัง ความสวยงามอาจดึงดูดสายตา
แต่สิ่งที่ทำให้บ้านอยู่ได้อย่างมั่นคง คือโครงสร้างที่แข็งแรง
และมีผู้เคียงข้างดูแลในวันที่มรสุมมาเยือน

ชีวิตก็เช่นเดียวกัน ทุกการตัดสินใจ คือ การออกแบบ
และทุกช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อ เป็นบททดสอบของความมั่นคง
เราทุกคนจึงเป็น “สถาปนิกออกแบบชีวิต” ของตัวเอง
แต่สถาปนิกที่ดี ไม่ได้ทำงานเพียงลำพัง
หากมีพันธมิตรที่เข้าใจชีวิต และพร้อมอยู่เคียงข้างในเวลาที่ต้องการอย่างแท้จริง

กว่า 147 ปี ของกลุ่มโตเกียวมารีนจากจุดเริ่มต้นในประเทศญี่ปุ่น
เติบโตสู่เครือข่ายใน 57 ประเทศทั่วโลก ไม่ใช่เพราะการเติบโตทางธุรกิจเพียงอย่างเดียว
แต่เพราะความเชื่อที่ยึดมั่นมาโดยตลอดว่าการประกัน คือการ “อยู่เคียงข้าง” ผู้คนในทุกช่วงชีวิต

โตเกียวมารีนประกันชีวิต จึงไม่ใช่เพียงผู้ให้ความคุ้มครอง แต่คือผู้ร่วมออกแบบความมั่นคง
เพื่อให้ทุกก้าวของชีวิต เดินต่อไปได้อย่างมั่นใจ แม้ในวันที่ไม่แน่นอนที่สุด
เพราะเมื่อมีใครสักคน “อยู่ตรงนั้น” ในเวลาที่ลูกค้าต้องการ
จะเกิดพลังขับเคลื่อนให้ชีวิตกล้าไปได้ไกลกว่าเดิมเสมอ

วางแผนความคุ้มครองชีวิต ปรึกษาเราได้ที่ inbox

#โตเกียวมารีนประกันชีวิต

เปิดสูตรใช้เงิน  #ไทยช่วยไทยพลัส 1 มิ.ย.นี้ เริ่มใช้สิทธิ ไทยช่วยไทย พลัส 60/40 รัฐให้ 60% เดือนละ 1,000 บาท หากต้องการใ...
26/05/2026

เปิดสูตรใช้เงิน #ไทยช่วยไทยพลัส

1 มิ.ย.นี้ เริ่มใช้สิทธิ ไทยช่วยไทย พลัส 60/40 รัฐให้ 60% เดือนละ 1,000 บาท หากต้องการใช้เต็มวงเงิน 100% ประชาชนต้องเติมเงิน 40% คือ เติมเดือนละ 667 บาท ย้ำ ต้องใช้เดือนต่อเดือนเท่านั้น หากใช้ไม่หมดยอดถูกตัด ไม่ทบเดือนถัดไป

แล้ว 667 บาทคืออะไร?

เพราะรัฐบาลกำหนดว่า

👉 เดือนหนึ่ง รัฐช่วยได้สูงสุด 1,000 บาท

ดังนั้น…

ถ้ารัฐจะช่วยเต็ม 1,000 บาท
เราก็ต้องมีส่วนของเราเอง 40%

ซึ่งประมาณ 667 บาท

สรุป 4 เดือน ตลอดระยะเวลาโครงการ ประชาชนต้องเติม 2,667 บาท เพื่อใช้จ่ายเต็มวงเงิน 6,667 บาท

25/05/2026

#งานสุดยอดขุนพลไตรมาสที่1/2569
โตเกียวมารีน

📌📌คำแนะนำด้านสุขภาพ 📌📌การเฝ้าระวัง Ebola Virus ที่ด่านควบคุมโรคฯ ให้กับผู้เดินทางมาจากพื้นที่เสี่ยง         Version : Th...
25/05/2026

📌📌คำแนะนำด้านสุขภาพ 📌📌
การเฝ้าระวัง Ebola Virus ที่ด่านควบคุมโรคฯ ให้กับผู้เดินทางมาจากพื้นที่เสี่ยง


Version : Thai / Eng
------------------------------
ที่มา : DIPQ กองด่านควบคุมโรคติดต่อระหว่างประเทศและกักกันโรค

☑️
25/05/2026

☑️

นอนไม่หลับ ติดยานอนหลับ ป่วยบ่อย พุงป่อง! 🚨
นี่คือ 27 คัมภีร์ตั้งนาฬิกาชีวิตใหม่ (Circadian Rhythm)

หลับลึกแบบไม่ต้องพึ่งยา ห่างไกลอัลไซเมอร์!

เคยสงสัยไหมครับว่า ทำไมเราถึงนอนไม่หลับ หลับๆ ตื่นๆ หรือตื่นมาแล้วรู้สึกไม่สดชื่นเลย? คำตอบไม่ได้อยู่ที่เราขาดยานอนหลับครับ แต่มันคือ "นาฬิกาชีวิต (Circadian Rhythm)" ของเรากำลังเดินเพี้ยนไปหมด! วันนี้หมอได้กลั่นกรองหลักการจากศาสตร์ Chronobiology (ชีววิทยาของเวลา) และ Sleep Medicine ออกมาเป็น "คู่มือตั้งเวลาชีวิต 27 ข้อ" ตั้งแต่ตื่นจนถึงเข้านอนครับ ถ้าเพื่อนๆ ค่อยๆ ปรับพฤติกรรมตาม Timeline นี้ นาฬิกาชีวิตจะกลับมาเดินตรงเป๊ะ! ผลลัพธ์คือสมองใสปิ๊ง หน้าเด็กลง ระบบเผาผลาญกลับมาทำงาน และลดความเสี่ยงโรคมะเร็งได้อย่างยอดเยี่ยมครับ มาเริ่มตั้งนาฬิกาใหม่กันเลย! 👇🏻
☀️ ช่วงเช้า: ปลุกสมอง & สตาร์ทนาฬิกาชีวิต (Morning Reset)

⏰ 1. ตื่นเวลาเดิมทุกวัน (รวมถึงวันหยุด!)
การตื่นสายในวันหยุดจะทำให้นาฬิกาชีวิตสับสน (Social Jetlag) ครับ พยายามตื่นเวลาเดิมให้ได้เพื่อเซตเวลาตื่น (Anchor Time) ให้สมองจดจำและสร้างความคุ้นเคย
[Roenneberg T et al., Current Biology, Social Jetlag and Obesity, 2012]
สรุปผลวิจัย: ความแตกต่างของเวลานอนระหว่างวันทำงานและวันหยุด (Social Jetlag) มีความสัมพันธ์กับภาวะอ้วนและการเสียสมดุลของระบบเผาผลาญ

🪟 2. เปิดม่านทันทีที่ลืมตา
แสงสว่างคือสวิตช์หลักของนาฬิกาชีวิตครับ! แสงแดดจะทะลวงผ่านตาไปบอกสมองส่วน SCN ว่า "เช้าแล้วนะ" และสั่งให้ร่างกายหยุดหลั่งฮอร์โมนง่วง (เมลาโทนิน) ทันที

💧 3. ดื่มน้ำเปล่าอุณหภูมิห้อง 2 แก้ว
ร่างกายเราขาดน้ำมาทั้งคืน ทำให้เลือดข้นหนืด การดื่มน้ำทันทีคือการสตาร์ทเครื่องยนต์ กระตุ้นระบบขับถ่าย และเติมออกซิเจนให้เซลล์สมองตื่นตัวครับ

☀️ 4. ยืนรับแดดอ่อนๆ 15 นาที (Sun Gazing)
แสงแดดยามเช้าจะช่วยกระตุ้นให้สมองสร้าง "เซโรโทนิน (Serotonin)" ซึ่งเป็นฮอร์โมนแห่งความสุข และเป็นสารตั้งต้นที่จะถูกนำไปสร้างฮอร์โมนนอนหลับในตอนค่ำครับ

☕ 5. อดใจรอ 90 นาที ก่อนดื่มกาแฟแก้วแรก
หลังตื่นนอน ฮอร์โมนความเครียด (Cortisol) จะพุ่งสูงตามธรรมชาติเพื่อปลุกเราให้ตื่นครับ การอัดคาเฟอีนเข้าไปทันทีจะทำให้ร่างกายดื้อต่อคาเฟอีน รอให้คอร์ติซอลลดลงก่อนค่อยดื่ม จะช่วยให้สดชื่นยาวนานกว่าครับ

🚿 6. อาบน้ำเย็น หรือล้างหน้าด้วยน้ำเย็นจัด
น้ำเย็นจะทำให้หลอดเลือดหดตัว กระตุ้นการหลั่งอะดรีนาลีน (Adrenaline) ทำให้ร่างกายตื่นตัวและสดชื่นแบบพุ่งปรี๊ดโดยไม่ต้องพึ่งพาสารเคมีเลยครับ ให้อาบน้ำเย็น ตอนเช้า เพื่อปลุกร่างกาย

🏃‍♀️ 7. ขยับตัวสั้นๆ เดินแกว่งแขน หรือกระโดดตบ
การขยับร่างกายแบบฉับพลันจะช่วยเพิ่มอุณหภูมิแกนกลางร่างกาย (Core Body Temperature) ส่งสัญญาณเตือนให้ระบบเผาผลาญและเซลล์กล้ามเนื้อตื่นขึ้นมาทำงานครับ

🍳 8. กินมื้อเช้าที่มี "โปรตีนสูง"
โปรตีนคุณภาพดีในมื้อเช้าจะไปกระตุ้นสารสื่อประสาทโดพามีน (Dopamine) ช่วยให้สมองแล่น มีสมาธิ และช่วยให้เราไม่หิวโหยน้ำตาลในระหว่างวันครับ

🌤️ ช่วงกลางวัน: รักษาจังหวะ & เร่งเผาผลาญ (Midday Rhythm)

🍛 9. กินมื้อเที่ยงให้ตรงเวลาเสมอ
รู้ไหมครับว่าตับก็มีนาฬิกาของตัวเอง (Liver Clock)! การกินอาหารไม่เป็นเวลาจะทำให้นาฬิกาของตับและระบบย่อยอาหารรวน นำไปสู่ภาวะกรดไหลย้อนและไขมันพอกตับได้ครับ

🍚 10. เลี่ยงแป้งขัดขาวในมื้อเที่ยง
การอัดข้าวขาวหรือก๋วยเตี๋ยวชามยักษ์ตอนเที่ยง จะทำให้น้ำตาลพุ่งสูงและตกฮวบ นำไปสู่ภาวะ Food Coma หรืออาการหนังท้องตึงหนังตาหย่อนตอนบ่ายครับ

🍵 11. เปลี่ยนกาแฟบ่าย เป็น "มัทฉะออร์แกนิคเพียว"
มัทฉะมีกรดอะมิโน L-Theanine ที่ช่วยให้สมองมีสมาธิตื่นตัว แต่ไม่ทำให้ใจสั่นหรือดีดเกินไปเหมือนกาแฟครับ (ชงกับน้ำเปล่าเท่านั้น ห้ามใส่นมนะครับ!)

🛌 12. งีบหลับ (Power Nap) ไม่เกิน 20 นาที
หากง่วงจริงๆ อนุญาตให้งีบได้ครับ แต่ห้ามเกิน 20 นาที และที่สำคัญ ห้ามงีบหลังบ่าย 3 โมงเด็ดขาด ไม่อย่างนั้นมันจะไปขโมยเวลานอนหลับลึกในตอนกลางคืนของคุณครับ

🚰 13. จิบน้ำเปล่าอย่างสม่ำเสมอ
ภาวะขาดน้ำ (Dehydration) เพียงเล็กน้อย ก็ทำให้ร่างกายเกิดความเครียดระดับเซลล์ และกระตุ้นให้ฮอร์โมนความเครียดพุ่งขึ้นจนรบกวนการทำงานของระบบอื่นๆ ครับ

🚶‍♀️ 14. เดินย่อยอาหารหลังมื้อเที่ยง
การลุกขึ้นเดินหลังกินข้าว 10-15 นาที จะช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดไม่ให้สวิง และเป็นการส่งสัญญาณย้ำให้ร่างกายรู้ว่าตอนนี้คือเวลา Active ครับ

🚫 15. หยุดคาเฟอีนเด็ดขาดหลังบ่าย 2 โมง!
คาเฟอีนมีค่าครึ่งชีวิต (Half-life) ยาวนานถึง 6-8 ชั่วโมงครับ ถ้าคุณดื่มกาแฟตอนบ่าย 3 คาเฟอีนจะยังค้างอยู่ในเลือดและไปบล็อกความง่วงตอน 4 ทุ่มอย่างแน่นอน!

🏋️‍♂️ 16. ออกกำลังกายช่วงเย็น (16.00-18.00 น.)
ช่วงเวลานี้คือจังหวะที่อุณหภูมิแกนกลางร่างกายสูงที่สุด กล้ามเนื้อและข้อต่อมีความยืดหยุ่นเต็มที่ จึงเหมาะกับการออกกำลังกายแบบเวทเทรนนิ่งเพื่อสร้างกล้ามเนื้อมากที่สุดครับ
🌅 ช่วงเย็น: ลดความเร็ว & เตรียมจำศีล (Evening Wind-down)

🌇 17. มองดูแสงอาทิตย์ตกดิน
แสงสีส้มแดงในช่วงเย็น คือรหัสลับที่ส่งไปบอกสมองว่า "หมดวันแล้วนะ" สมองจะเริ่มเตรียมความพร้อมในการผลิตฮอร์โมนเมลาโทนินเพื่อเตรียมตัวเข้าสู่โหมดพักผ่อนครับ

🍽️ 18. จบมื้อเย็นก่อนเข้านอน 4 ชั่วโมง
ถ้าคุณวางแผนจะเข้านอนตอน 4 ทุ่ม คุณต้องหยุดกินทุกอย่างตอน 6 โมงเย็นครับ! เพื่อให้กระเพาะอาหารย่อยเสร็จ และร่างกายได้นำพลังงานไปใช้ซ่อมแซมเซลล์ แทนที่จะต้องมาย่อยอาหารตอนดึกครับ

🌶️ 19. เลี่ยงอาหารรสจัด ของมัน และของย่อยยาก
การกินเผ็ดจัดหรือของมันๆ ในมื้อเย็น จะกระตุ้นให้เกิดกรดไหลย้อน ซึ่งความร้อนและอาการแสบร้อนกลางอกนี้จะคอยปลุกคุณให้ตื่นกลางดึก ทำให้หลับไม่สนิทครับ

💡 20. หรี่ไฟในบ้าน เปลี่ยนเป็นไฟแสงสีส้ม (Warm Light)
แสงไฟสีขาวจ้า (Daylight) ในตอนกลางคืน จะหลอกสมองว่ายังเป็นตอนกลางวัน ให้เปลี่ยนหลอดไฟในห้องนอนและห้องนั่งเล่นเป็นไฟสีส้มสลัวๆ เพื่อเชิญชวนความง่วงครับ

👓 21. ใส่แว่นตัดแสงสีฟ้า (Blue Blockers)
หากจำเป็นต้องทำงานหน้าคอมพิวเตอร์ หรือดูซีรีส์ก่อนนอน แสงสีฟ้าจากหน้าจอจะทำลายฮอร์โมนเมลาโทนินจนเกลี้ยง การใส่แว่นตัดแสงจะช่วยปกป้องฮอร์โมนตัวนี้ไว้ได้ครับ

🛁 22. อาบน้ำอุ่นก่อนเข้านอน 1-2 ชั่วโมง
การอาบน้ำอุ่นจะทำให้เส้นเลือดขยายตัว และเมื่อเราเดินออกมาเจออากาศเย็นภายนอก อุณหภูมิแกนกลางร่างกายจะลดลงอย่างรวดเร็ว (Body Temp Drop) ซึ่งเป็นปฏิกิริยาทางสรีรวิทยาที่สั่งให้ร่างกายง่วงนอนครับ!

🌙 ช่วงก่อนนอน: เข้าโหมดจำศีล (Night Routine)

🌑 23. ห้องนอนต้อง "มืดสนิท" เหมือนถ้ำ
แม้แต่แสงไฟเล็กๆ จากเครื่องฟอกอากาศ หรือแสงไฟถนนที่ลอดผ่านผ้าม่าน ก็สามารถทะลวงเปลือกตาไปยับยั้งการหลั่งเมลาโทนินได้ครับ ควรลงทุนกับผ้าม่านทึบแสง (Blackout) เพื่อการหลับที่ลึกที่สุดครับ

❄️ 24. ปรับอุณหภูมิห้องนอนให้ "เย็นสบาย"
อุณหภูมิห้องนอนที่เหมาะสมสำหรับการหลับลึกที่สุดควรอยู่ระหว่าง 23-25 องศาเซลเซียสครับ เพราะร่างกายจะหลับได้ดีเมื่ออุณหภูมิแกนกลางเย็นลงเล็กน้อย

🧘‍♀️ 25. ทำสมาธิ หรือฝึกลมหายใจ 4-7-8
ตัดความคิดฟุ้งซ่านเรื่องงานและเรื่องเครียดๆ ทิ้งไปครับ การหายใจเข้าลึก 4 วิ กลั้น 7 วิ และเป่าออก 8 วิ จะช่วยเปลี่ยนคลื่นสมองที่ตื่นตัว (Beta) ให้ช้าลงเข้าสู่คลื่นผ่อนคลาย (Alpha/Theta) เพื่อเตรียมตัวดำดิ่งสู่การหลับลึกครับ

📱 26. งดเสพข่าวด้านลบ หรือเรื่องดราม่าก่อนนอน
การดูข่าวฆาตกรรมหรือเรื่องดราม่าก่อนนอน จะทำให้สมองหลังฮอร์โมนความเครียดและอะดรีนาลีน ทำให้เราฝันร้าย หรือตื่นขึ้นมากลางดึกด้วยความวิตกกังวลครับ

💊 27. เติมแร่ธาตุและสารอาหารคลายเครียดระดับเซลล์
การเสริมสารสกัดจากธรรมชาติ เช่น แมกนีเซียม จะเข้าไปช่วยคลายกล้ามเนื้อที่หดเกร็งมาทั้งวัน และช่วยปลดล็อกระบบประสาทให้ผ่อนคลายลง นอกจากนี้สารสกัดอย่างรากโสมอินเดีย (Ashwagandha) ก็ช่วยปรับสมดุลความเครียดในร่างกายได้ดีเยี่ยมครับ

[Abbasi B et al., Journal of Research in Medical Sciences, The effect of magnesium supplementation on primary insomnia in elderly, 2012]

สรุปผลวิจัย: การเสริมแมกนีเซียมช่วยปรับปรุงคุณภาพการนอนหลับ เพิ่มระยะเวลาการหลับลึก และลดระดับฮอร์โมนความเครียดในผู้สูงอายุที่มีภาวะนอนไม่หลับ

สรุปจากหมอโอ๊ค: ร่างกายและเซลล์ของเราหลงรัก
"ความเป็นกิจวัตร (Routine)" ครับ!

เพื่อนๆ ไม่จำเป็นต้องทำครบทั้ง 27 ข้อในวันเดียวนะครับ
หมอแนะนำให้เริ่มจาก 2 ข้อที่สำคัญที่สุดก่อน

คือ "ตื่นเวลาเดิม" และ "หยุดกินก่อนนอน 4 ชั่วโมง"

แค่ทำ 2 ข้อนี้ให้ได้ต่อเนื่อง นาฬิกาชีวิตจะเริ่มเข้าที่

อาการอ่อนเพลีย ภูมิแพ้กำเริบ และระบบเผาผลาญที่พังทลาย จะค่อยๆ ฟื้นฟูกลับมาดีขึ้นอย่างแน่นอนครับ!

เพื่อนๆ ตั้งใจจะเริ่มปรับนาฬิกาชีวิตด้วยข้อไหนก่อนดีครับ? มาพิมพ์คอมเมนต์แบ่งปันความตั้งใจกันนะครับ! และพิมพ์...
”อยากได้สูตร ตัวช่วยหลับลึก “ 📃👇🏻 หากอยากได้ความรู้เพิ่มเติมเรื่องสารสกัดจากธรรมชาติครับ

🙋🏻‍♂️รับสูตร แมกนีเซียม บิสไกลซิเนต (ช่วยคลายกล้ามเนื้อและระบบประสาท) ที่ผมและครอบครัวทานทุกวัน พิมพ์… แมกนีเซียม 👇

แล้วจะส่งรายละเอียดให้ ในอินบอกซ์ครับ
🙋🏻‍♂️รับสูตร สารสกัดรากโสมอินเดีย Ashwagandha (ช่วยปรับสมดุลความเครียด) ที่ผมและครอบครัวทานทุกวัน พิมพ์… นอนหลับ 👇

แล้วจะส่งรายละเอียดให้ ในอินบอกซ์ครับ
🙋🏻‍♂️รับสูตร โปรตีนพืชสกัดสะอาด (เติมโปรตีนยามเช้า) ที่ผมและครอบครัวทานทุกวัน พิมพ์… โปรตีนพืช 👇
แล้วจะส่งรายละเอียดให้ ในอินบอกซ์ครับ

🙋🏻‍♂️รับสูตร วิตามิน D3K2 (ช่วยคุมนาฬิกาชีวิต) ที่ผมและครอบครัวทานทุกวัน พิมพ์… ดีเค 👇
แล้วจะส่งรายละเอียดให้ ในอินบอกซ์ครับ

🇹🇭"ไทยช่วยไทย พลัส" 🇹🇭เปิดลงทะเบียนผ่านแอปฯ เป๋าตังเมื่อวันที่ 19 พ.ค.69 ที่ผ่านมา ครม. อนุมัติโครงการ "ไทยช่วยไทย พลัส"...
25/05/2026

🇹🇭"ไทยช่วยไทย พลัส" 🇹🇭
เปิดลงทะเบียนผ่านแอปฯ เป๋าตัง
เมื่อวันที่ 19 พ.ค.69 ที่ผ่านมา ครม. อนุมัติโครงการ "ไทยช่วยไทย พลัส" เพื่อบรรเทาภาระค่าใช้จ่าย และประคับประคองกำลังซื้อของประชาชน ช่วยให้ผู้ค้ารายย่อยประกอบอาชีพได้ต่อเนื่อง รักษาความมั่นคงทางเศรษฐกิจ โดยแบ่งเป็น
1. โครงการสวัสดิการแห่งรัฐ (13.18 ล้านคน)
เพิ่มวงเงินอีก 700 บาท จากเดิม 300 บาท รวมเป็นได้รับ 1,000 บาท/คน/เดือน เป็นเวลา 4 เดือน คือ มิ.ย.-ก.ย.69 (วงเงินเหลือไม่ทบไปเดือนถัดไป)

ทั้งนี้ ก.คลัง จะเร่งรัดลงทะเบียนรอบใหม่ เพื่อคัดกรองผู้มีสิทธิให้ถูกต้อง สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน
2. โครงการไทยช่วยไทย พลัส (30 ล้านคน)
รัฐร่วมจ่าย 60% ของค่าสินค้าและบริการ
วงเงิน 200 บาท/วัน รวมไม่เกิน 1,000 บาท/เดือน (วงเงินเหลือไม่ทบไปเดือนถัดไป)
ใช้ผ่านแอปฯ เป๋าตัง : 1 มิ.ย. - 30 ก.ย.69 เวลา 06.00 - 23.00 น.
ใช้ผ่าน Food delivery : 15 มิ.ย. - 30 ก.ย.69 เวลา 06.00 - 21.00 น.

⭐ลงทะเบียนผ่านแอปฯ "เป๋าตัง"
25 - 29 พ.ค.69 เวลา 06.00 - 22.00 น.
หรือจนกว่าจะครบ 30 ล้านคน
📲ผู้มีสิทธิลงทะเบียน : สัญชาติไทย อายุ 18 ปีขึ้นไป ไม่มีสิทธิสวัสดิการแห่งรัฐ และไม่เคยถูกตัดสิทธิโครงการคนละครึ่งในอดีต
ติดตามรายละเอียดได้ที่เว็บ : ไทยช่วยไทยพลัส.th
📞สอบถาม :
- สิทธิสวัสดิการแห่งรัฐ โทร. 0-2109-2345 (วันเวลาราชการ)
- ไทยช่วยไทยพลัส โทร. 0-2111-1122 (ทุกวันตลอด 24 ชม.)
ขอบคุณข้อมูลจากเพจไทยคู่ฟ้า

🎁🎈 มีความสุขโดยไม่พึ่งจอมือถือ  ✅ โดพามีนคือสารเคมีในสมองที่ทำให้เรารู้สึกดี มีกำลังใจ และอยากลุกขึ้นทำอะไรบางอย่าง สมอง...
24/05/2026

🎁🎈 มีความสุขโดยไม่พึ่งจอมือถือ

✅ โดพามีนคือสารเคมีในสมองที่ทำให้เรารู้สึกดี มีกำลังใจ และอยากลุกขึ้นทำอะไรบางอย่าง สมองจะหลั่งโดพามีนเวลาเราได้ทำสิ่งที่พึงพอใจ เช่น กินอาหารอร่อย ออกกำลังกาย หรือทำงานสำเร็จ จึงมักถูกเรียกว่า “สารแห่งความสุข” หรือสารในระบบรางวัลของสมอง

✅ ในมุมวิทยาศาสตร์ โดพามีนเป็นทั้งฮอร์โมนและสารสื่อประสาทที่เกี่ยวข้องกับการควบคุมอารมณ์ การเคลื่อนไหว และสมาธิ ถ้าสมดุลของโดพามีนเสียไปอาจสัมพันธ์กับโรคทางระบบประสาทอย่างพาร์กินสัน หรือปัญหาทางอารมณ์บางอย่างได้

✅ ปัญหาคือในยุคดิจิทัล เราได้ “โดพามีนราคาถูก” จากการไถฟีด ดูคลิปสั้น และเช็กแจ้งเตือนตลอดเวลา ทำให้สมองชินกับรางวัลที่มาเร็วและถี่ ส่งผลให้โฟกัสยากขึ้น และกิจกรรมธรรมดาอย่างอ่านหนังสือหรือคุยกับคนใกล้ตัวเริ่มรู้สึกน่าเบื่อ

📚📙งานเขียนและบทความวิชาการด้านประสาทวิทยาหลายชิ้นจึงเสนอแนวคิด “จัดสมดุลโดพามีน” หรือ “dopamine detox” คือการลดสิ่งเร้าจากจอดิจิทัล แล้วหันกลับไปทำกิจกรรมง่าย ๆ ในชีวิตประจำวัน เช่น ออกกำลังกาย เขียนบันทึก พูดคุยกับคนจริง ๆ ซึ่งช่วยให้ระบบรางวัลของสมองกลับมาสมดุล และเรารู้สึกพอใจกับชีวิตมากขึ้น

📚📕จากมุมนี้ การ “มีความสุขโดยไม่พึ่งจอมือถือ” จึงไม่ใช่แค่การปิดโทรศัพท์ แต่คือการให้สมองของเราได้กลับไปใช้โดพามีนจากกิจกรรมที่ลึกและยั่งยืนกว่า เช่น การขยับร่างกาย การสร้างความสัมพันธ์ และการลงมือทำเป้าหมายเล็ก ๆ ที่สำเร็จได้จริงในแต่ละวัน

ขอบคุณบทความดีๆจาก

ที่อยู่

เมือง
Samut Sakhon
74000

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ โตเกียวมารีน ประกันชีวิต By We Groupผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง โตเกียวมารีน ประกันชีวิต By We Group:

แชร์