คุ้มครองคุ้มค่า rara_RIT

คุ้มครองคุ้มค่า  rara_RIT ข้อมูลการติดต่อ, แผนที่และเส้นทาง,แบบฟอร์มการติดต่อ,เวลาเปิดและปิด, การบริการ,การให้คะแนนความพอใจในการบริการ,รูปภาพทั้งหมด,วิดีโอทั้งหมดและข่าวสารจาก คุ้มครองคุ้มค่า rara_RIT, นักวางแผนทางการเงิน, 55 ซ. 3 ถ. เทศบาล 2 ต. ปากเพรียว, Saraburi.

รอบสัปดาห์แห่งการเก็บเกี่ยวความรู้  นำไปสู่การลงมือทำให้เกิดผล   #มาทำเรื่องที่ยาก  ในตอนที่มันยังง่ายกันครับ
10/09/2023

รอบสัปดาห์แห่งการเก็บเกี่ยวความรู้ นำไปสู่การลงมือทำให้เกิดผล
#มาทำเรื่องที่ยาก ในตอนที่มันยังง่ายกันครับ

ถ้าตายแล้วเงินยังไม่หมด  กับต้องสลดเพราะเงินหมดแต่ยังไม่ตาย!!คุณเลือกได้จะเป็นแบบไหนครับ #ประกันชีวิตควบการลงทุน #ยินดีใ...
15/08/2023

ถ้าตายแล้วเงินยังไม่หมด กับต้องสลดเพราะเงินหมดแต่ยังไม่ตาย!!
คุณเลือกได้จะเป็นแบบไหนครับ

#ประกันชีวิตควบการลงทุน #

ยินดีให้คำปรึกษาครับ
#คุ้มครองให้คุ้มค่า ติดต่อหาโบ๊ตนะครับ
Tel. 080-5197919
ID Line : vanboaten

07/04/2022
17/03/2022

วันนี้เราจะพาเพื่อนๆ ไปเรียนรู้สิ่งที่ควรวางแผนไว้ เพื่อชีวิวัยเกียณจะได้ใช้ชีวิตอย่ างสุขสบายไม่ลำบาก...

20/01/2022

ประกันชีวิตคือ “หวย” ที่ซื้อยังไงก็ถูกรางวัล!!!
อย่าเพิ่งบอกว่า “โอเว่อร์ พูดเกินจริง เป็นไปได้ยังไงกัน”
ลองอ่านแล้วพิจารณาตามครับ
📌คุณทำได้ไหม เช่าบ้าน หรือ เช่าที่ดินเขามา 20 ปี
แล้วไปขอคืนเงินค่าเช่าทั้งหมด ทำได้ไหม?
📌คุณทำได้ไหม ทำประกันไฟโรงงานมา 20 ปี
ปรากฏว่าตลอดสัญญาไฟไม่ไหม้โรงงานของคุณ
คุณไปขอคืนเงินเบี้ยประกันทั้งหมด เขาให้คุณไหม?
📌คุณทำได้ไหม ซื้อล๊อตเตอรี่มา 20 ปี ยังไม่เคยถูกเลย
คุณจึงไปขอคืนค่าล๊อตเตอรี่ทั้งหมดที่จ่ายไป
(ซึ่งของบางคนค่าล๊อตเตอรี่ซื้อบ้านได้เป็นหลัง 😂)
แล้วกองสลากฯ เขาคืนคุณไหม?
แต่…คุณรู้หรือไม่
✅คุณทำประกันชีวิตมา 20 ปี
👉🏻ประการแรก หากคุณเสียชีวิตระหว่างสัญญา
บริษัทประกันชีวิตต้องจ่ายเงินก้อนโตให้
ผู้รับผลประโยชน์ตามสัญญาที่ระบุในกรมธรรม์

👉🏻ประการที่สอง หากคุณไม่เสียชีวิต
บริษัทก็จะคืนเงินให้คุณตามเงื่อนไขกรมธรรม์ที่ซื้อไว้
เป็นเงินให้คุณไว้ใช้เองในยามบั้นปลายชีวิต

ด้วยตรรกะนี้ หากเปรียบเทียบกับ “หวย”
ซื้อประกันชีวิตคือ “หวย” ที่แทงยังไงก็ถูก
จริงไหมครับ?
‼️ประกันต่างกับหวย คือ
✳️หวยใครซื้อก็ได้
แต่คนซื้อประกันต้องเป็นคนมีสุขภาพแข็งแรงดี
ดังนั้น..หากมีโอกาส และสุขภาพเอื้ออำนวย
เป็นเวลาที่เหมาะสมที่คุณจะซื้อประกันชีวิต ประกันสุขภาพ ประกันโรคร้ายแรง
✳️หวยออกแค่ 2 ครั้งต่อเดือน
แต่.. “ความเสี่ยง” อยู่รอบตัวเราตลอดเวลา
อุบัติเหตุ โรคภัยไข้เจ็บมีโอกาสเกิดขึ้นได้ทุกวินาที
ดังนั้น “หวยประกัน” มีสิทธิ์ออกได้ทุกวัน
ทำประกันวันนี้ โชคดีในวันหน้าแน่นอน!!

🔥สุดท้าย
คนซื้อหวยเพราะต้องการ “เสี่ยง” (โชค)
แต่…คนซื้อประกันเพราะต้องการป้องกันความ “เสี่ยง”
#หากคุณอ่านจบพบคุณค่าในบทความ พิมพ์ “มีคุณค่า”
ผมจะได้รู้ว่ามันมีคุณค่ากับคุณ และจะเขียนให้อ่านบ่อยๆ ครับ
เขียนโดย เจฟ ชัยยะพัส
=======
สนใจสั่งซื้อหนังสือ อีบุค ออดิโอบุค คลิ๊กลิ้งค์👇🏻
ร้าน I AM JEFF SHOP : https://www.kunsue.com/shop/
ติดต่อไลน์: http://nav.cx/jjR3Q9E
อินบ๊อกซ์ : m.me/iamjeffthailand

ปล.หากคุณต้องการชมภาพและอ่านบทความมากขึ้น
ติดตามผมที่ไอจี คลิ๊ก 👉🏻 https://www.instagram.com/iamjeffthailand

23/12/2021

🐼 “ช่วงช่วง” หมีแพนด้ายักษ์ตายกระทันหัน!!
บริษัทประกันจ่ายสินไหม 15 ล้านบาทให้สวนสัตว์เชียงใหม่
เอ..วันนี้ถ้าเราตายบ้าง ครอบครัวเราจะได้เท่าไหร่?
ปี 2562 บริษัทประกันจ่ายสินไหม 15 ล้านบาท
ให้แก่สวนสัตว์เชียงใหม่ จากการเสียชีวิตของ “ช่วงช่วง”
หมีแพนด้าเพศผู้ซึ่งเป็นคู่ของ “หลินฮุ่ย” แพนด้าเพศเมีย
ทั้งสองมีประกันชีวิตตัวละ 15 ล้านบาท
เรื่องนี้บอกอะไรเราบ้าง
1.อะไรที่ “มีค่า” ต้องมีการประกันความเสียหาย
แพนด้า ช่วงช่วง & หลินฮุ่ย เป็นดาราของสวนสัตว์เชียงใหม่
ทำรายได้เข้าสวนสัตว์มหาศาล จึงต้องมีการประกัน “ค่าตัว”

2.ไม่มีอะไรแน่นอนในชีวิต
สิ่งที่แน่นอนที่สุดคือ...”ความไม่แน่นอน”
ไม่สัญญาณใดใดบอกว่าช่วงช่วงจะจากไปในวันนั้น
อยู่ๆ ช่วงช่วงเกิดภาวะหัวใจล้มเหลว และเสียชีวิต
วันนี้เราทุกคนในฐานะหัวหน้าครอบครัวหารายได้เข้าบ้าน
ก็ไม่ต่างจากช่วงช่วง หลินฮุ่ย ที่หารายได้เข้าสวนสัตว์
เราทุกคนต่างมี “ค่าตัว” ทั้งนั้น
จะมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับ “ความสามารถ” ของแต่ละคน
เราต่างแบก “รายได้ในอนาคต” ไว้บนบ่าติดตัวไปด้วยทุกวัน
(และหวังว่าเราจะแบกมันกลับบ้านอย่างปลอดภัยทุกวัน)
เช่น หากคุณมีรายได้เดือนละ 50,000 บาท ปีละ 600,000
มีเวลาทำงานอีก 30 ปี คิดแบบคร่าวๆ ก็จะได้
600,000 x 30 = 18,000,000 บาท
(ซึ่งจริงๆ จะมากกว่านี้ เพราะรายได้คุณจะเพิ่มขึ้น)
ก็อุปมาเหมือนคุณแบกถุงเงิน 18 ล้านติดตัวไปตลอดเวลา
คนเรารู้อดีต แต่ไม่มีสักคนรู้อนาคต
หากไปถามที่คนที่อยู่ในห้องอุบัติเหตุฉุกเฉิน
ถามทุกคนว่า “เมื่อวานนี้ ได้คิดไหมว่า
ตัวเองจะต้องมารักษาตัวในห้องฉุกเฉิน?”
ไม่มีใครสักคนหรอกตอบว่า ได้คิดมาก่อน
เพราะเหตุการณ์ไม่คาดฝันเกิดขึ้นได้ทุกเวลา
ขึ้นอยู่กับว่ามันจะรุนแรงขนาดไหน
และถ้ามันรุนแรงจนเราต้องจากโลกนี้ไปล่ะ?
คำถามสำคัญคือ คุณจะเลือกแบบไหน
ให้รายได้ 18 ล้านนั้นหายไปพร้อมกับตัวคุณ
หรือให้ 18 ล้านนั้นอยู่กับครอบครัวของคุณ?
ถ้าเลือกจะให้รายได้นั้นอยู่กับครอบครัวของคุณต่อไป
ประกันชีวิตเป็น “เครื่องมือประเภทเดียว”
ที่ถูกออกแบบมาแก้ไขเรื่องนี้โดยเฉพาะ
ไม่มีสินค้า หรือสิ่งประดิษฐ์ใดในโลกนี้ทำแบบนี้ได้
ไม่มีทางที่ใครจะยอมขาย “แบงค์ร้อย” ในราคา “สามบาท”
หมายถึงทุนประกันชีวิต 100 บาท จ่ายเบี้ยประกัน 3 บาท
ทุนประกันหนึ่งล้านจ่ายเบี้ยประกันประมาณสามหมื่นบาทโดยประมาณ
ดังนั้นเมื่อสุขภาพคุณยังแข็งแรงสมบูรณ์
ก็เป็นเวลาที่ดีที่จะเป็นเจ้าของ “กรมธรรม์”
เพราะประกันชีวิตไม่ได้ซื้อได้ด้วยเงินเท่านั้น
คุณต้องซื้อด้วย “สุขภาพที่ดี” ด้วย
บริษัทประกันชีวิตเขาจึงยอมขายให้
ถ้าคุณแน่…อย่าแพ้ “แพนด้า” นะครับ
(หยอกๆ)
#ถ้าคุณเห็นด้วยกับการที่คนเราต้องป้องกันค่าความสามารถ พิมพ์ "สูญเสียแต่ไม่สูญเปล่า"
ผมจะได้ทราบว่าคุณอ่านจบและเห็นด้วยกับบทความนี้
เขียนโดย เจฟ ชัยยะพัส
ปล.หากคุณต้องการชมภาพและอ่านบทความมากขึ้น
ติดตามผมที่ไอจี คลิ๊ก 👉🏻 https://www.instagram.com/iamjeffthailand

18/12/2021

ทำประกันชีวิตไม่ใช่เรื่อง “สิ้นเปลือง”
แต่…เป็นเรื่องการสร้าง “มรดก”
ที่คุณได้เซ็นยกให้ทายาทไปแล้ว
นิยามของประกันชีวิตนั้นง่ายแสนง่าย คือ
“ประกันชีวิตคือเงินสดจำนวนหนึ่งที่ต้องส่งมอบให้กับ
ใครคนใดคนหนึ่ง ณ เวลาใดเวลาหนึ่ง อย่างแน่นอน”

ประกันชีวิตคือ “เครื่องผลิตเงินสด” ที่ยอดเยี่ยมที่สุด
ประกันชีวิตคือ “เงินสด” ลดราคา
ถ้าคุณสามารถซื้อแบงค์ร้อยได้ในราคาใบละ 3 บาท
คุณจะซื้อกี่ใบ?
เวลาตัวแทนไปเสนอขายประกันชีวิตให้กับผู้คน
คนส่วนใหญ่มักจะมองว่าประกันชีวิตคือ
“รายจ่าย” สิ้นเปลืองที่เพิ่มขึ้นในครอบครัว
แต่จริงๆ แล้วเมื่อเขาซื้อประกันชีวิต
เขากำลังสร้าง “หลักทรัพย์” ให้กับครอบครัว
ไม่ใช่การเพิ่ม “รายจ่าย” แต่อย่างใด
คุณไปฝากเงินกับธนาคารเดือนละ 10,000 บาท
คุณจะพูดไหมว่า “มีรายจ่ายเพิ่มขึ้นอีกเดือนละ 10,000 บาท” ???
คุณไปเยาวราช ซื้อทองหนัก 10 บาท ราคา 285,000฿
คุณจะพูดไหมว่ามีรายจ่ายเพิ่มขึ้น 285,000฿ ???
คุณจะไม่พูดเช่นนั้นเพราะคุณรู้สึกว่าคุณมีสินทรัพย์เพิ่มขึ้นอีก ใช่หรือไม่?
การฝากกับประกันชีวิตปีละ 300,000 บาท
คุณก็สามารถพูดได้ว่า “คุณมีสินทรัพย์เพิ่มขึ้นอีก 10,000,000 บาท”
นี่เป็นเรื่องจริง ไม่ใช่ คำพูดหลอกลวงแต่อย่างใด
วันนี้คุณฝากธนาคารไป 10,000 ธนาคารลงบัญชีให้คุณ 10,000 บาท
คุณเอาเงินไปใส่กรมธรรม์ 300,000 บาท
บริษัทประกันชีวิตรับรองให้ 10,000,000 บาท
เดือนต่อมาผู้ฝากเสียชีวิต
ทายาทได้เงิน 10,000 บาท จากธนาคาร
แต่ทายาทผู้เอาประกันได้ “เงินสด 10,000,000 บาท” จากบริษัทประกันชีวิต
ด้วยเหตุผลนี้จึงพูดได้ว่า การซื้อประกันชีวิตไม่ใช่เป็นการเพิ่มรายจ่ายในครอบครัว
แต่ การซื้อประกันชีวิตเป็นการ “สร้างหลักทรัพย์” ให้กับครอบครัวต่างหาก
ดังนั้นการทำประกันชีวิตจึงไม่ใช่เป็นเรื่อง “สูญเปล่า”
หากแต่ประกันชีวิตคือ “มรดก” ที่คุณได้เซ็นยกให้ทายาทไปแล้ว และมันจะถึงมือคนที่คุณรักอย่างแน่นอน
#หากคุณอ่านจบพบประโยชน์ พิมพ์ “มีประโยชน์”
ผมจะทำภาพสวยๆ เขียนมาให้คุณอ่านอีกครับ
เขียนโดย เจฟ ชัยยะพัส

ปล.หากคุณต้องการชมภาพและอ่านบทความมากขึ้น
ติดตามผมที่ไอจี คลิ๊ก 👉🏻 https://www.instagram.com/iamjeffthailand

17/12/2021

เวลาถามว่าคนไทย “เสียชีวิต” จากอะไรมากที่สุด หลายครั้งได้ยินคำตอบว่า อุบัติเหตุบนท้องถนน ไม่แปลกนะ เพราะ Dr.Gett ก็เคยตอบแบบนั้นเหมือนกัน แต่จริง ๆ แล้ว ไปอ่านดูกลับไม่ใช่ เมื่อ 5 อันดับสาเหตุการตายของคนไทยตามลำดับ คืออันนี้
1. มะเร็ง
2. หลอดเลือดสมอง หรือที่เราได้ยินบ่อย ๆ ว่า "สโตรก"
3. ปอดบวม / ปอดอักเสบ
4. หัวใจ
5. อุบัติเหตุบนท้องถนน
และนี่คือเหตุที่ทำไมเราเลือก "ริบบิ้น" หลากสีสันสวยงามมาแต่งในภาพ คล้ายริบบิ้นที่เราเห็นกันบ่อย ๆ ในโรงพยาบาล ที่หลายคนหาอาจจะไม่รู้ว่ามันคือสัญลักษณ์ของโรคมะเร็งที่เกิดขึ้นในส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย โรคที่เป็นมัจจุราชคร่าชีวิตคนไทย รั้งอันดับ 1 สาเหตุการตายมาหลายสิบปี ถ้าดูกันที่ตัวเลข จะอยู่ที่ราว 60,000 คนต่อปี หรือเฉลี่ยชั่วโมงละ 8 คนที่ตายจากโรคมะเร็ง ในขณะที่ผู้ป่วยรายใหม่ พุ่งทะยานแตะ 120,000 คนต่อปี หรือราวชั่วโมงละ 13 คน
ตัวเลขนี้บอกอะไร ?
มันกำลังบอกว่าบางที “ความน่าจะเป็น” ที่เราจะเป็นมะเร็ง อาจจะมากกว่าโอกาสที่เราจะถูกหวยเสียอีก (ความน่าจะเป็นที่จะถูกหวยรางวัลที่ 1 = 0.001% หรือ 1 ในล้าน เลยนะ อ่ะถ้าเบา ๆ หน่อย เลขท้ายสองตัว ก็อยู่ที่ 1% หรือ 1 ในร้อย ) ซึ่งตัวเลขความน่าจะเป็นของการเล่นหวยนี้ไม่เคยเปลี่ยน ในขณะที่โรคมะเร็ง ชั่วโมงละ 13 คนที่เราว่า ถ้ามองย้อนไปรายปี นี่คือตัวเลขที่เพิ่มขึ้นหลัก 10% ปีต่อปีเลยนะ และมันจะเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ
แล้ว “ความเสี่ยง” อยู่ที่ตรงไหน ?
ความเสี่ยงของมะเร็งแยกเป็น 2 อันใหญ่ๆ คือ ความเสี่ยงภายนอกร่างกาย และภายใน (ภายในคือพวกพันธุกรรม ภูมิบกพร่อง ต่าง ๆ ) แต่ที่ใหญ่ ๆ คือ ภายนอก ยิ่งสังคมในปัจจุบัน ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ... ความเสี่ยงมันเยอะมากจริง ๆ ไลฟ์สไตล์และกิจกรรมที่ล่อตาล่อใจให้เราใช้ชีวิตแบบสุดเหวี่ยง ดื่มเหล้า เมาทุกขวดเจ็บปวดทุกเพลง... สูบบุหรี่ กินของปิ้งย่างบ่อย ๆ กินของมันของทอด ความสุขเหล่านี้ มีไม่น้อยที่แท้จริงมันเกิดจากการที่เราอยากหนีความเครียดในสังคมที่ต้องแข่งขันกันเอาตัวรอด
และยิ่งในยุคที่หนทางในการหาความสุขเพื่อเอาตัวเองหนีออกจากความเป็นจริง มันเหลือทางเลือกน้อยลงทุกที ทำให้เป็นอย่างที่เราว่า หลายคนหันมาหาทางเลือกความสุขในระยะสั้นเพียงชั่วครั้ง ชั่วคราว แต่ถ้าหากมองมุมกลับปรับมุมมอง ในระยะยาวนั้นอาจเป็นหนามทิ่มแทงทำร้ายตัวเองในอนาคต อย่างโรคมะเร็ง (อ่ะ ใจเย็น ๆ อย่าพึ่งดราม่า.. คือจะบอกว่า อะไรที่เกินพอดี มันก็ไม่ดี กิจกรรมความสุขที่เราบอก ถ้าทำน้อย ๆ และดูแลตัวเองไปด้วย ก็ยังพอช่วยลดความเสี่ยงได้ )
จัดการความเสี่ยงด้วย “ประกันมะเร็ง” ?
Dr.Gett ขอพูดตรง ๆ สักครั้งในชีวิตนะ (เอ๊ะ ประโยคนี้คุ้น ๆ) ประกันมะเร็ง ไม่ได้ช่วยให้คุณไม่เป็นมะเร็งในอีก 10 ปีข้างหน้า แต่ประกันมะเร็ง อาจช่วยให้คุณไม่ตายจากมะเร็งก็ได้ เพราะคุณจะเข้าถึงการรักษาที่ดีกว่า การดูแลที่ดีกว่า หมอที่ดีกว่า ยาที่ดีกว่า และอื่น ๆ อีกมากมาย เพราะไม่เชื่อ ก็ต้องเชื่อ (อีกละ) ค่ารักษามันเริ่มตั้วแต่หลักแสนจนถึงหลักล้านเลยทีเดียว
เลือกช้อปตามความสมัครใจ ตามความเสี่ยง และเงินในกระเป๋า
Dr.Gett บังคับใครให้ซื้อประกันไม่ได้ แต่ Dr.Gett พูดได้แค่ว่า ยิ่งแก่ เบี้ยยิ่งแพงขึ้น โอกาสทำประกันได้ลดน้อยลง เพราะคุณอาจจะมีความเสี่ยงเพิ่มจนเขาไม่รับ หรือ คุณอาจจะเป็นไปแล้วและทำไม่ได้อีกต่อไป เรื่องนี้ไม่มีใครหยั่งรู้ได้
แต่ในปัจจุบันมีประกันมะเร็งราคาตั้งแต่หลักพันต่อปี (หารเหลือไม่กี่บาทต่อวัน) ที่เจอจ่ายจบได้หลายแสนอยู่ หรือจะซื้อแบบเหมาจ่ายความคุ้มครองหลักหลายสิบล้าน ก็ถือว่า ซื้อความมั่นใจได้ว่า ถ้าวันนึงเป็น = ก้าวขารอดไปแล้วข้างนึง
วันนี้ ไม่ขอพูดเยอะ เจ็บคอ...​ แค่เราไปเจอสถิติมาแล้วอยากมาเขียนต่อว่า เออ มะเร็งมันก็น่ากลัวอยู่นะ ลองเลือกประกันมะเร็งที่เข้ากับการใช้ชีวิตตัวเองและเงินในบัญชีดู อะไรที่ดูไม่คุ้มค่าในวันนี้ มันอาจจะมีค่ามากในอนาคตก็ได้ … คริปโตก็เช่นกัน
ถ้าใครอยากลองช้อปดู เข้าไปที่ bit.ly/drgettcancercause
มันก็ง่าย ๆ แบบนี้แหละ
#ประกันมะเร็ง #แกะดอกจัน
ที่มา: เว็บไซต์โรงพยาบาลพญาไท, เว็บไซต์รีวิวประกัน

02/12/2021

ทำไมคนดังๆ เซเลบริตี้ถึงทำประกัน!!
ทั้งๆ ที่ตัวเองรวยมหาศาลอยู่แล้ว⁉️
เป็นเรื่องแปลกมากๆ ที่
คนไทยที่ร่ำรวยหลายคนปฏิเสธ “ประกันชีวิต”
เพราะคิดว่าประกันชีวิตไม่จำเป็น รวยอยู่แล้ว
แต่หากได้เห็นมุมมองของผู้ร่ำรวย
ในประเทศที่เจริญแล้ว เศรษฐีชาวไทยอาจเปลี่ยนความคิด
คนที่เป็นดาราดัง เป็นเซเลบริตี้ในต่างประเทศ
ต่างก็เข้าใจความสำคัญของประกันชีวิต
ถึงแม้ว่าพวกเขาจะรวยมหาศาล
แต่ก็ไม่ประมาท ต่างประกันค่าความสามารถกันทุกคน
ดังรายของเดวิด เบคแฮม อดีตดาวดังทีมแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด
ที่ทำประกันแข็งตัวเองด้วยวงเงินเอาประกัน
ที่ถือว่าสูงที่สุดในวงการกีฬา
เป็นวงเงินสูงถึง 195 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 6,575 ล้านบาท)
คริสเตียโน โรนัลโด้ ประกันแข้งตัวเองสมัยเล่นให้กับทีมเรียลมาดริด
ของสเปนในวงเงินที่สูงไม่แพ้กัน ที่วงเงินเอาประกัน 144 ล้านเหรียญสหรัฐ
(ราว 4,855 ล้านบาท)
จูเลีย โรเบิร์ต ดาราสาวเจ้าของรอยยิ้มพราวเสน่ห์จากภาพยนตร์ชื่อดัง
อย่าง “Nothing Hill” เธอรู้ว่า “รอยยิ้ม” นั้นเป็นเอกลักษณ์สำคัญของเธอ
และเธอไม่อยากให้มันหายไปอย่าง “ไร้ราคา” เธอจึงตัดสินใจประกัน
รอยยิ้มของเธอที่วงเงินสูงถึง 30 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 1,010 ล้านบาท)
และยังมีประกันแบบฮาๆ ไม่น่าเชื่ออย่างรายของ ทอม โจนส์
นักร้องชื่อดังรุ่นปู่ เจ้าของเพลงดังอย่าง “SexBomb”
ที่ฮาสุดขั้วคือ คุณปู่แกไม่ได้ประกันเสียง ประกันกล่องเสียง
อย่างที่หลายคนคาดคิด

คุณปู่แกกลับประกัน “ขนหน้าอก”
ใช่ครับอ่านไม่ผิด แกประกันขนหน้าอก
ด้วยวงเงินราว 7 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราย 235 ล้านบาท)
(อ้างอิงข้อมูลจาก thethings.com)
อย่างที่บอกครับ ยิ่งรวย ยิ่งทำประกัน
เพราะพวกเขารู้ว่าเงินที่ได้จากบริษัทประกันไม่ต้อง “เสียภาษี”
ยังไงพวกเขาก็ต้องจากโลกนี้ไป
แล้วทำไม “เศรษฐีต้องมีค่าตัวเป็นศูนย์” ด้วยเล่า?
เศรษฐีเขาจึงใช้ “ประกันชีวิต” เป็นวิธีส่งมอบมรดกเงินสด
ให้ทายาทอีกทางหนึ่งครับ
#หากคุณอ่านจบแล้วว่ามีประโยชน์และอยากให้ผมเขียนให้อ่านอีก
พิมพ์ “เขียนมาอีก”
ผมจะเขียนมาให้อ่านเรื่อยๆ ครับ
เขียนโดย เจฟ ชัยยะพัส

ปล.หากคุณต้องการชมภาพและอ่านบทความมากขึ้น
ติดตามผมที่ไอจี คลิ๊ก 👉🏻 https://www.instagram.com/iamjeffthailand/channel/?fbclid=IwAR2xb-ls1Ef61kkY3J9HIxsRgbS5P0Bv6FIYic5YReFs4m5XUAh7fYgF2eo

หน้าที่ที่ต้องทำเพื่อครอบครัวที่รัก
27/11/2021

หน้าที่ที่ต้องทำเพื่อครอบครัวที่รัก

ทำประกันชีวิตเป็น “หน้าที่”ของผู้นำ
ที่มีต่อครอบครัว คุณอาจจะเกลียดมัน
แต่มันก็เป็น “ความรับผิดชอบ” ของคุณ
ไม่มีใครชอบประกันชีวิตหรอกครับ
เพราะมันต้อง “จ่าย”
คุณเองก็เกลียดการจ่ายเงินออกไป
แล้วดูเหมือนคุณไม่ได้ใช้ประโยชน์ ใช่ไหมล่ะครับ?

ในชีวิตการทำงานผมได้มีโอกาสเห็น
หัวหน้าครอบครัวหลายคนจ่ายเบี้ยประกันปีละหลายหมื่น
หลายแสน หรือ แม้แต่เป็นล้านต่อปี
จะมากหรือน้อยก็ขึ้นอยู่กับความจำเป็นของแต่ละครอบครัว
หัวหน้าครอบครัวที่ไม่ประมาทต่างรู้ว่า
ไม่มีใครต่อรอง หรือติดสินบนพญามัจจุราชได้
เมื่อถึงคราวจะไป ก็ต้องไปกันทุกคน
แต่เขาจะไม่ยอมให้ “รายได้” ตายตามเขาไปด้วย
มันจะต้องอยู่เลี้ยงดูคนที่เขารักต่อไป
ผมมักพูดประโยคนี้เสมอกับหัวหน้าครอบครัวแทบทุกคน
“ประกันชีวิตไม่ได้ถูกออกแบบมาเพราะใครบางคนต้องจากไป
แต่ถูกออกแบบมา เพราะใครบางคนต้องอยู่ต่อไปต่างหาก”

ผมยังไม่เคยเจอ “คนที่ไม่รักใครเลย” ซื้อประกันชีวิต
เพราะประกันชีวิต เป็นสินค้าวัดใจครับ
คนซื้อไม่ได้ใช้ คนใช้ไม่ได้ซื้อ
คนที่มีความรักเท่านั้นถึงซื้อประกันชีวิต
และเขาต้องรักใครบางคน “มากพอ” ด้วย
ถึงจะซื้อประกันชีวิตและเซ็นมอบประโยชน์ให้คนที่เขารัก
หากเขาไม่รักใคร เขาจะไม่ทำเรื่องนี้เด็ดขาด‼️
ถ้าคุณเคยเป็นสมาชิกในครอบครัว
ที่ต้องพึ่งพารายได้จากคุณพ่อ
คุณอยากมีคุณพ่อที่ไม่เตรียมการอะไรไว้เลย
หรือ
มีคุณพ่อที่รอบคอบเตรียมการไว้ล่วงหน้า?
และถ้าวันนี้ตัวคุณเองเป็น “หัวหน้าครอบครัว”
คุณจะเลือกเป็นคุณพ่อแบบไหนครับ?

ผมเชื่อว่า ถึงคุณจะเกลียดการจ่ายเงิน
แต่คุณจะเลือกเป็น “คุณพ่อที่เตรียมการล่วงหน้าให้ลูกๆ”
ใช่ไหมครับ?
#หากคุณอ่านแล้วได้ประโยชน์และอยากอ่านแนวนี้อีก พิมพ์ “อยากอ่านต่อ”
ผมจะสรรหาเรื่องราวมาเขียนให้คุณอ่านอีกครับ
เขียนโดย เจฟ ชัยยะพัส

10/11/2021

❌ ก็เพราะ “ไม่มีเงิน”
✅ จึงควร “ซื้อประกัน”
💰 ถ้าเงินเต็มบ้าน ประกันก็ไม่จำเป็น
คำว่า “ไม่มีเงิน” พูดง่ายมาก
เวลาอยากปฏิเสธตัวแทน
เป็นวิธีไล่ตัวแทนที่คลาสสิคที่สุด
แต่เชื่อเถิดครับ
ถ้าวันนี้คุณบอกว่า “คุณมีเงิน”
ก็ยังไม่น่าห่วงเท่ากับ “ครอบครัวคุณไม่มีเงิน”
เพราะไม่มีเงิน แปลว่า “เสี่ยงไม่ได้”
หมายถึงเอา “คนที่คุณรักมาเสี่ยงไม่ได้”
เห็นด้วยไหมครับว่า
หากคุณยังอยู่ ถึงแม้ว่าในบ้านไม่มีเงินเลย
คุณก็จะเพียรพยายามหาเงินมาเลี้ยงดูครอบครัวจนได้
หากลูกเจ็บป่วยกะทันหัน ถึงแม้ว่าไม่มีเงิน
แต่คุณจะหาเงินมารักษาลูกคุณจนได้
แต่ถ้าวันนี้คนที่พูดว่า “ไม่มีเงิน” ไม่ใช่คุณ
แต่เป็นคนที่คุณรักและห่วงใย คนที่คุณดูแลอยู่
และคุณอยู่บนสวรรค์แล้ว
คุณมองลงมา เห็นเหตุการณ์ทั้งหมด
แต่ช่วยอะไรพวกเขาไม่ได้เลย
คุณรู้สึก..... เจ็บไหมครับ?
ถ้าคุณบอก “ไม่เจ็บ ไม่รู้สึกอะไร”
บทความนี้อาจไม่ใช่สำหรับคุณ
แต่หากคุณเริ่มมองเห็นใบหน้าคนที่คุณรัก
คุณเริ่มห่วงพวกเขาแบบจริงๆจังๆ
คุณเริ่มมองเห็นปัญหาที่จะเกิดขึ้นกับพวกเขา
หากคุณไม่ได้อยู่ดูแลครอบครัวแล้ว
“ประกันชีวิต” คือคำตอบครับ
ประกันชีวิตไม่ได้ถูกออกแบบมาเพราะใครต้องจากไป
แต่ถูกออกแบบมาเพราะใครบางคนต้องอยู่ต่อไปต่างหาก
คุณว่าจริงไหมครับ?
เงินไม่มี อาจเพราะ “เงินไม่ว่าง”
มันถูกใช้ไปในเรื่องอื่นก่อน
วันนี้คุณลองจัดเรียงลำดับความสำคัญใหม่
เอา”ประกัน” ขึ้นมาอยู่ในความสำคัญลำดับต้นๆ
ลูกและภรรยาของคุณจะปลอดภัยอย่างแน่นอนครับ
#หากคุณอ่านจบและพบประโยชน์ พิมพ์ “มีประโยชน์”
ผมจะได้ทราบและหาข้อมูลดีๆ มาเขียนให้คุณอ่านอีก
เขียนโดย เจฟ ชัยยะพัส

ที่อยู่

55 ซ. 3 ถ. เทศบาล 2 ต. ปากเพรียว
Saraburi
18000

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ คุ้มครองคุ้มค่า rara_RITผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง คุ้มครองคุ้มค่า rara_RIT:

แชร์